ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

Xeomin คืออะไร ทำไมเรียกโบเจนใหม่ ดียังไง ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย D'Lovevery Clinic

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

Botulinum Toxin

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

Xeomin คืออะไร ทำไมเรียกโบเจนใหม่ ดียังไง ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ผสมตัวยาต่อหน้า ติดตามผลการรักษา

ฉีดโบท็อกซ์ยังไงให้ได้กน้าสวยธรรมชาติคะ? #botox #ดีเลิฟเวอรี่คลินิก #filler #หมอต้าร์

Embrace the art of subtlety, where true radiance is revealed, not remade.

ปลดล็อกศักยภาพความงามในแบบของคุณด้วย Xeomin

ค้นพบนวัตกรรมความงามล่าสุดกับโปรแกรม Xeomin โบท็อกซ์เจเนอเรชั่นใหม่จากเยอรมัน ที่ D’ Lovevery Clinic เราเชื่อว่าความงามที่แท้จริงคือการดึงเอกลักษณ์และความมั่นใจของคุณออกมาให้โดดเด่นที่สุด โปรแกรม Xeomin ถูกออกแบบมาเพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ให้คุณกลับมาดูอ่อนเยาว์แต่ยังคงแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย การปรับกรอบหน้าให้คมชัด หรือการแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีภาวะดื้อโบท็อกซ์ ที่นี่เราพร้อมดูแลและออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ

ค้นพบความบริสุทธิ์อีกระดับของท็อกซิน

โปรแกรม Xeomin (ซีโอมิน) คือโบท็อกซ์สัญชาติเยอรมันที่ได้รับการยอมรับกว้างขวางถึงความโดดเด่นในด้านความบริสุทธิ์ ด้วยเทคโนโลยี XTRACT Technology™ ทำให้ได้โมเลกุลโบทูลินัม ท็อกซิน Type A ที่ปราศจากโปรตีนที่ไม่จำเป็น (Complexing Proteins) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่อาจกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันและนำไปสู่ภาวะดื้อโบท็อกซ์ในระยะยาว ความบริสุทธิ์นี้ทำให้ Xeomin เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ฉีดโบท็อกซ์อย่างต่อเนื่อง หรือผู้ที่เคยมีประสบการณ์ฉีดแล้วไม่เห็นผลเท่าที่ควร

คุณสมบัติDynamic Wrinkles
(ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์)
Static Wrinkles
(ริ้วรอยถาวร)
ลักษณะจะเห็นชัดเมื่อขยับกล้ามเนื้อแสดงสีหน้า เช่น ยิ้ม, ขมวดคิ้ว, เลิกหน้าผากมองเห็นเป็นร่องลึกได้ตลอดเวลา แม้ใบหน้าจะนิ่งเฉย
สาเหตุหลักเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อที่ใช้แสดงอารมณ์ซ้ำๆเกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินตามวัย และเป็นผลมาจาก Dynamic Wrinkles ที่ไม่ได้รับการดูแลจนกลายเป็นร่องลึก
บริเวณที่พบบ่อยรอยตีนกา, รอยย่นระหว่างคิ้ว, ริ้วรอยที่หน้าผากร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก, ริ้วรอยใต้ตา และริ้วรอยลึกตามจุดต่างๆ
แนวทางการรักษาที่เหมาะสมโบท็อกซ์ (Botox) จะให้ผลดีที่สุด เพราะช่วยคลายกล้ามเนื้อ ทำให้ริ้วรอยจางลงต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น ฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อเติมเต็มร่องลึก, เลเซอร์, หรือการฉีด โบท็อกซ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่องลึกขึ้น

ทำไมถึงเรียกโบเจนใหม่?

ที่ โปรแกรม Xeomin (ซีโอมิน) ถูกเรียกว่า “โบเจนใหม่” (New-Gen Botox) เป็นเพราะนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตที่แตกต่างจากโบท็อกซ์ในยุคแรกๆ

โบเจนใหม่ (Xeomin) ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงที่ชื่อว่า XTRACT Technology™ เพื่อคัดแยกเอาโปรตีนที่ไม่จำเป็น (Complexing Proteins) เหล่านั้นออกไป ทำให้ได้โมเลกุลโบท็อกซ์ที่ "บริสุทธิ์" เหลือเพียงส่วนที่ออกฤทธิ์จริงๆ เท่านั้น บางครั้งจึงถูกเรียกว่า "Naked Toxin"

สรุปเหตุผลหลักๆ ได้ดังนี้

  1. ความบริสุทธิ์สูง ปราศจากโปรตีนที่ไม่จำเป็น
    • โบเจนเก่า (Older Generations) ในโมเลกุลของโบท็อกซ์แบบดั้งเดิม จะมีส่วนของสารพิษที่ออกฤทธิ์ (Neurotoxin) จับอยู่กับโปรตีนโมเลกุลใหญ่ที่เรียกว่า Complexing Proteins ซึ่งโปรตีนส่วนเกินนี้ไม่ได้มีผลต่อการลดริ้วรอยโดยตรง
    • โบเจนใหม่ (Xeomin) ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงที่ชื่อว่า XTRACT Technology™ เพื่อคัดแยกเอาโปรตีนที่ไม่จำเป็น (Complexing Proteins) เหล่านั้นออกไป ทำให้ได้โมเลกุลโบท็อกซ์ที่ “บริสุทธิ์” เหลือเพียงส่วนที่ออกฤทธิ์จริงๆ เท่านั้น บางครั้งจึงถูกเรียกว่า “Naked Toxin”
  2. ลดความเสี่ยงในการดื้อโบท็อกซ์
    • เหตุผลที่สำคัญที่สุดคือ โปรตีนที่ไม่จำเป็น (Complexing Proteins) ในโบเจนเก่านั้น ร่างกายอาจมองว่าเป็น “สิ่งแปลกปลอม” และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สร้างแอนติบอดี (Antibody) ขึ้นมาต่อต้าน
    • เมื่อร่างกายมีแอนติบอดีต่อโบท็อกซ์แล้ว การฉีดครั้งต่อๆ ไปจะไม่ได้ผลหรือได้ผลน้อยลง ซึ่งเป็นภาวะที่เรียกว่า “การดื้อโบท็อกซ์”
    • การที่ Xeomin ซึ่งเป็น “โบเจนใหม่” ไม่มีโปรตีนส่วนนี้ จึงช่วย ลดโอกาสที่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกัน ได้อย่างมาก ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องฉีดโบท็อกซ์ต่อเนื่องในระยะยาว หรือเป็นทางเลือกให้ผู้ที่เริ่มมีภาวะดื้อยาจากยี่ห้ออื่นแล้ว

เปรียบเทียบง่ายๆ

  • โบเจนเก่า เหมือนเราทานยาเม็ดที่เคลือบสารอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นต่อการออกฤทธิ์ไว้
  • โบเจนใหม่ (Xeomin) เหมือนเราทานยาที่สกัดมาเฉพาะตัวยาสำคัญล้วนๆ โดยไม่มีส่วนเคลือบ
การที่ Xeomin ซึ่งเป็น "โบเจนใหม่" ไม่มีโปรตีนส่วนนี้ จึงช่วย ลดโอกาสที่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกัน ได้อย่างมาก ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องฉีดโบท็อกซ์ต่อเนื่องในระยะยาว หรือเป็นทางเลือกให้ผู้ที่เริ่มมีภาวะดื้อยาจากยี่ห้ออื่นแล้ว

โปรแกรม Xeomin เหมาะกับเจนไหน?

Generation (ช่วงวัย)ช่วงอายุเป้าหมาย / ความต้องการด้านความงาม
Gen Z13-26 ปี• กระชับรูขุมขน
• ควบคุมความมัน
• ผิวหน้ากระชับ
Gen Y27-40 ปี• ผิวสุขภาพดี
• ลดริ้วรอย
• ปรับรูปหน้าและลำคอให้สวยงามอย่างมั่นใจ
Gen X41-57 ปี• ลดเลือนริ้วรอย
• ปรับรูปหน้า
• คืนความอ่อนเยาว์

จุดเด่นและข้อควรพิจารณาของโปรแกรม Xeomin

จุดเด่นที่คุณจะได้รับ

  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ สามารถแสดงสีหน้าได้ปกติ ไม่แข็งตึง
  • ลดโอกาสการดื้อยา ด้วยตัวยาที่บริสุทธิ์สูง ปราศจากโปรตีนที่ไม่จำเป็น
  • เห็นผลรวดเร็ว เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3-4 วัน และเห็นผลลัพธ์เต็มที่ใน 1 เดือน
  • ทางออกสำหรับผู้ที่เริ่มดื้อยา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่เคยฉีดยี่ห้ออื่นแล้วไม่เห็นผล
  • ปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองจาก อย. ทั้งในไทยและสหรัฐอเมริกา (US FDA)

ข้อควรพิจารณา

  • ผลลัพธ์จะคงอยู่ชั่วคราวประมาณ 4-6 เดือน ซึ่งจำเป็นต้องกลับมารับบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อคงสภาพผลลัพธ์ไว้
  • อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของโบทูลินัม ท็อกซิน หรือผู้ที่มีปัญหาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงบางชนิด
คุณสมบัติNabota (โบท็อกซ์เกาหลี)Xeomin (โบท็อกซ์เยอรมัน)
ความบริสุทธิ์98.7%100%
จุดเด่นให้ผลลัพธ์ผิวที่ตึงและแน่นลดโอกาสการดื้อยา, มีความบริสุทธิ์สูง
ความเป็นธรรมชาติให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ละมุน ไม่แข็งตึงเกินไป
ระยะเวลาออกฤทธิ์4-6 เดือน4-7 เดือน
*ระยะเวลาออกฤทธิ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตามแต่ละบุคคล

การเตรียมตัวก่อนรับบริการ

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  • งดรับประทานยาหรือวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, NSAIDs, วิตามินอี, น้ำมันปลา อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนรับบริการ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด 24-48 ชั่วโมงก่อนการฉีด
  • แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบโดยละเอียด
  • หากมีนัดทำเลเซอร์หรือหัตถการอื่นๆ บนใบหน้า ควรเว้นระยะห่างตามคำแนะนำของแพทย์

การดูแลตัวเองหลังรับบริการ

การปฏิบัติตัวหลังฉีดเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานและมีประสิทธิภาพ

  • หลีกเลี่ยงการนอนราบหรือก้มหน้าเป็นเวลา 4 ชั่วโมงหลังฉีด
  • ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเบาๆ ทุก 15 นาทีในชั่วโมงแรก เพื่อให้ยากระจายตัวได้ดี
  • งดการนวด กด หรือสัมผัสใบหน้าบริเวณที่ฉีดอย่างรุนแรง
  • งดกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้าสัมผัสความร้อนสูง เช่น ซาวน่า เลเซอร์ และการออกกำลังกายอย่างหนัก เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของหมักดองในสัปดาห์แรกหลังฉีด
Xeomin ลืมความเชื่อว่า ยิ่งฉีดแล้วตึงมากๆแล้วจะดีที่สุด คลินิก โบท็อกซ์ ใกล้ฉัน

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรม Xeomin

ข้อควรรู้คำอธิบายและคำแนะนำ (ประเมินโดยแพทย์)
เจ็บไหมความรู้สึกเหมือนมดกัด อยู่ในระดับที่ทนได้สบายมาก ⭐
มีอาการบวมแดงหรือไม่อาจมีรอยแดงหรือตุ่มเล็กๆ จากเข็ม ซึ่งจะหายไปเองใน 1-2 ชั่วโมง ⭐
ต้องพักฟื้นกี่วันไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที ⭐⭐⭐⭐⭐
ต่างจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นอย่างไรXeomin เน้นความบริสุทธิ์ ลดโอกาสการดื้อยาและให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
เหมาะกับใครผู้ที่ต้องการลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า และโดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีอาการดื้อโบท็อกซ์
การฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ที่ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ความปลอดภัย ต้องมาควบคู่กับความสวยงาม ธรรมชาติ

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้

พร้อมเผยความงามในแบบฉบับของคุณแล้วหรือยัง

ให้ D’ Lovevery Clinic เป็นผู้ช่วยดูแลความงามให้คุณอย่างมั่นใจและปลอดภัย ปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของเราเพื่อประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นัดหมายหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

  • D’ Lovevery Clinic สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
  • D’ Lovevery Clinic สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546

Xeomin ราคาเท่าไหร่ มีโปรโมชั่นไหม

Xeomin ราคาเท่าไหร่ คลินิก ฉีดโบท็อกซ์ ใกล้ฉัน
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

รีวิว Botulinum Toxin

ถ้าหน้ายุงคือหน้าเรียวขึ้น เข้ารูปขึ้น แบบนั้นโบท็อกซ์ให้ได้ค่ะ

การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามสามารถทำให้เกิดอาการ “หน้ายุง” หรือหน้าตอบ ได้จริง โดยเฉพาะในคนไข้ที่มี โหนกแก้มสูง เนื้อแก้มน้อย หรือมีผิวหนังหย่อนคล้อย เนื่องจากการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามทำให้ฐานพยุงผิวหายไป (*ตรงนี้แหล่ะที่หมอจะบอกว่าการฉีดโบท็อกซ์กราม หรือพยายามทำหน้ายุงนั้นไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะ ทุกโปรแกรมมีข้อดีข้อเสีย) ส่งผลให้แก้มดูบุ๋มและโหนกแก้มเด่นชัดขึ้นจนหน้าดูโทรม แต่ปัญหานี้ป้องกันได้ด้วยการ ประเมินรูปหน้าอย่างละเอียดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสม หรือเลือกใช้เทคนิคการลิฟท์กรอบหน้าแทน และหากเกิดขึ้นแล้วสามารถแก้ไขได้ด้วยการรอให้ยาหมดฤทธิ์หรือการเติม ฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อคืนความอิ่มเอิบให้ใบหน้าค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อาการเหงื่อออกมากผิดปกติที่มือ เท้า และรักแร้ ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะ Primary Hyperhidrosis ซึ่งเกิดจาก ระบบประสาทสั่งการต่อมเหงื่อทำงานไวเกินไป มักเป็นกรรมพันธุ์และ ไม่ใช่โรคร้ายแรง ค่ะ

ข้อมูลจาก International Hyperhidrosis Society ระบุว่าประชากรทั่วโลกประมาณ 4.8% มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติโดยไม่มีโรคแทรกซ้อน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก คนไทยเราก็เป็นกันเยอะทุกช่วงอายุ แต่ก่อนหมออยู่โรงพยาบาลต่างจังหวัด มักเจอคนไข้ที่กังวลมากจนต้องมาพบหมอหลายเคสมากๆ แต่อย่างที่บอกไป ส่วนมากไม่ใช่อาการร้ายแรงอะไร

แต่หากมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น น้ำหนักลด มือสั่น ใจสั่น หรือเหงื่อออกท่วมตัวตอนกลางคืน อันนี้อาจเป็นสัญญาณของโรคแทรกซ้อนอย่าง ไทรอยด์เป็นพิษ เบาหวาน หรือวัณโรค ซึ่งหมอแนะนำให้รีบเข้ามาตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

ภาวะดื้อโบท็อกซ์ไม่ได้เกิดง่ายกับทุกคน แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามพฤติกรรมการฉีดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งกลไกนี้ต่างจากการดื้อยาฆ่าเชื้อที่เชื้อโรคพัฒนาตัวเอง แต่การดื้อโบท็อกซ์คือการที่ร่างกายเราสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านยา (คล้ายการฉีดวัคซีน) ส่งผลให้ตัวยาถูกทำลายก่อนจะออกฤทธิ์ ดังนั้นการเว้นระยะห่างการฉีดให้เหมาะสมและเลือกใช้ยาที่บริสุทธิ์เพื่อไม่ให้ร่างกายจดจำว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้คนไข้สวยได้นานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการดื้อยาในอนาคตค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ปัญหาคิ้วสูงต่ำไม่เท่ากันส่วนใหญ่เกิดจาก โครงสร้างกระดูกและการทำงานของกล้ามเนื้อที่ไม่สมดุล ซึ่งการแก้ไขทำได้หลายวิธีตามความเหมาะสมของแต่ละคนค่ะ หากเกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ หมอแนะนำการฉีด โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) เพื่อปรับลดการทำงานของกล้ามเนื้อให้คิ้วกลับมาใกล้เคียงกัน แต่หากเกิดจากความหย่อนคล้อย การทำ ร้อยไหม (Thread Lift) หรือการ ศัลยกรรมยกคิ้ว จะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดและยั่งยืนกว่า ส่วนใครที่ไม่อยากเจ็บตัว การ สักคิ้ว เพื่อพรางสายตาก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ ทั้งนี้คนไข้ควรเข้ามาให้หมอประเมินใบหน้าจริง เพื่อวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์ที่สุดนะคะ

จากสถิติทางการแพทย์พบว่า กว่า 97% ของคนทั่วไป มีใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน (Asymmetry) โดยเฉพาะบริเวณคิ้วและดวงตา ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติค่ะ แต่ในบางเคสที่ดูเห็นชัดเกินไป จนกลายเป็นจุดด้อย สร้างความกังวล หมอก็แนะนำให้พบแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษานะคะ

อ่านเพิ่มเติม

ช่วยได้ และช่วยได้ดีด้วยค่ะ ใครที่มีปัญหาหนักจริงๆ ลองนัดปรึกษาแพทย์ก่อนได้เลยค่ะ การฉีดโบท็อกซ์เพื่อแก้ปัญหานอนกัดฟัน คือการฉีดสารคลายกล้ามเนื้อเข้าไปที่ กล้ามเนื้อกราม (Masseter) เพื่อลดการทำงานที่มากเกินไป ทำให้ แรงในการกัดฟันลดลง อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยป้องกัน ฟันสึกและลดอาการปวดศีรษะ จากความเครียดของกล้ามเนื้อได้ตรงจุด โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วง 2 สัปดาห์หลังฉีด และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน แถมยังได้ผลพลอยได้คือ ใบหน้าที่เรียวเล็กและดูละมุนขึ้น ด้วยค่ะ

โดยปกติแพทย์จะใช้ปริมาณยาข้างละ 25-50 ยูนิต (Units) ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อของคนไข้ ในเคสนอนกัดฟันเรื้อรัง แพทย์อาจฉีดเพิ่มที่กล้ามเนื้อ Temporalis (ขมับ) นอกเหนือจาก Masseter เพื่อลดอาการปวดไมเกรนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

มันมีงานวิจัยที่ชัดเจนและมีมานานแล้วค่ะ การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูญเสีย Zinc (สังกะสี) ซึ่งจากการศึกษาพบว่าระดับ Zinc ที่ต่ำอาจลดประสิทธิภาพของโบท็อกซ์ลงได้ถึง 30%

การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและสร้างอนุมูลอิสระที่เร่งการสลายของตัวยาค่ะ ถ้าเทียบระยะเวลาที่จะ “หายไป” ให้เห็นภาพชัดเจนคือ

  • โบท็อกซ์: จากมาตรฐานอยู่ได้ 4-6 เดือน ฤทธิ์ยาอาจคลายตัวไวขึ้น เหลือเพียง 3-4 เดือน (หายไปประมาณ 1 เดือน)
  • ฟิลเลอร์: จากรุ่นมาตรฐานทั่วไปที่อยู่ได้ 8-12 เดือน อาจจะยุบตัวและสลายไวเหลือเพียง 6-9 เดือน (หายไปถึง 2-3 เดือน)

ดังนั้น ถ้าคนไข้ไม่อยากให้ความหล่อ-ความสวยที่ลงทุนไปหลักหมื่น อยู่กับเราสั้นลงแบบน่าเสียดาย หมอแนะนำให้ลดปริมาณการดื่มลงและดื่มน้ำเปล่าชดเชยให้มากๆ จะช่วยยืดอายุยาได้ และยังดีต่อสุขภาพมากกว่าด้วยนะคะ 🙂

อ่านเพิ่มเติม

การฉีดโบท็อกซ์ปกติจะ “ไม่ทำให้หน้าบวมใหญ่” ขึ้นแบบชนิดชัดเจนหรือถาวร แต่จะมีเพียง ตุ่มนูนเล็กๆ คล้ายยุงกัด จากตัวยาที่ฉีดเข้าไป ซึ่งจะ ยุบหายไปเองได้ใน 2-3 ชั่วโมง ค่ะ ในบางรายอาจพบรอยเขียวช้ำจากเข็มได้บ้างซึ่งจะหายเองใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากคนไข้มีอาการ บวมแดง ร้อน ปวดมาก หรือมีผื่นคัน ให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นอาการแพ้หรือติดเชื้อค่ะ

แต่ที่คนไข้หลายคนรู้สึกว่าหน้าต่างไปจากเดิมเหมือนมันบวมๆ เพราะอาจจะความรู้สึกเจ็บ ไม่เคยทำมาก่อน อาจจะมีความรู้สึกแบบนั้นได้ อารมณ์เหมือนเราไปถอนฟันแล้วฤทธิ์ยาชายังไม่หมด รู้สึกว่าหน้าตัวเองบวม ปากบวมอยู่ แต่ความจริงก็คือปกติค่ะ

แต่การฉีดแฟตสลายไขมันมีโอกาสบวม “มากกว่าและนานกว่า” โบท็อกซ์แน่นอนค่ะ สาเหตุหลักมาจาก ปริมาณตัวยา (Volume) ที่ฉีดเข้าไปเยอะกว่าโบท็อกซ์หลายเท่าเพื่อให้ทั่วถึงชั้นไขมัน และกลไกการทำงานของยาที่ทำให้เซลล์ไขมันแตกตัว ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิด การอักเสบและการบวมในระยะสั้น (3-7 วัน) ได้ แตกต่างจากโบท็อกซ์ที่บวมแค่รอยเข็มชั่วคราว ดังนั้นถ้าคนไข้จะฉีดแฟต หมอแนะนำให้เผื่อเวลาพักหน้าสักนิด หรือเลือกสูตรยาที่เน้นลดบวมก็จะช่วยได้ค่ะ ควรพบแพทย์ปรึกษาให้เข้าใจแน่ชัดก่อนรับบริการทุกครั้งนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

เรื่องผลลัพธ์ปลายทางไม่ต่างกันมาก คือลดเหงื่อ ลดสาเหตุการเกิดกลิ่น แต่ราคา กับวิธีการรักษานั้นต่างกันอยู่ ตรงนี้แล้วแต่คนไข้ว่าชอบหรือสะดวกแบบไหนมากกว่ากัน การเลือกวิธีลดเหงื่อใต้วงแขนระหว่าง โบท็อกซ์และเลเซอร์ ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ค่ะ การฉีดโบท็อกซ์ให้ ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ลดเหงื่อได้ถึง 80-90% ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ ผลลัพธ์อยู่ได้ชั่วคราวประมาณ 6-12 เดือน จึงต้องฉีดซ้ำ ส่วนการทำเลเซอร์ลดเหงื่ออย่าง miraDry ให้ โดยทำลายต่อมเหงื่อและกลิ่นได้ตั้งแต่ 1-2 ครั้ง ลดเหงื่อได้เฉลี่ย 70-80% แต่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูงกว่า การปรึกษาแพทย์ผู้จะช่วยให้คนไข้เลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด เพื่อแก้ปัญหาเหงื่อใต้วงแขนได้อย่างมั่นใจค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

20

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

★★ ความประทับใจ ★★

google
보크
보크
06/09/2025
facebook
Pakjira Leattaveevit
Pakjira Leattaveevit
แนะนำเลย
24/12/2024
google
วิภัทร พงศ์ทิพากร
วิภัทร พงศ์ทิพากร
21/07/2024
facebook
Wipat Pongtipagorn
Wipat Pongtipagorn
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Peter Nick
Peter Nick
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Tay Pattara
Tay Pattara
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
วสิทธิ์ ทองโผ
วสิทธิ์ ทองโผ
แนะนำเลย
12/05/2024