Invest in your skin. It’s going to represent you for a very long time.
การตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรกไม่ใช่แค่เพื่อลดริ้วรอย แต่มันคือการลงทุนเพื่อปลดล็อกความมั่นใจและไลฟ์สไตล์ที่ใช่สำหรับคุณ ลองจินตนาการถึงชีวิตที่จะได้ยิ้มและหัวเราะอย่างสุดเสียงโดยไม่ต้องคอยกังวลว่าริ้วรอยจะลึกขึ้น ไม่ต้องเสียเวลากับการพยายามใช้เครื่องสำอางปกปิดในจุดที่กังวล และไม่ต้องได้ยินคำทักที่บั่นทอนว่า “ดูเหนื่อยจัง” อีกต่อไป นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ภาพลักษณ์ภายนอกของคุณ กลับมาสะท้อนพลังและความสดใสที่อยู่ข้างในได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย
| คนที่ยังไม่เคยรับบริการ | คนที่รับบริการแล้ว |
|---|---|
| กังวลทุกครั้งที่แสดงสีหน้า กลัวริ้วรอยจะถามหา | มั่นใจในการแสดงอารมณ์ ยิ้มและหัวเราะได้อย่างเป็นธรรมชาติ |
| มักถูกคนทักว่าดูเหนื่อยหรือดูมีอายุ ทั้งที่ยังรู้สึกสดใส | ใบหน้าดูสดชื่น อ่อนเยาว์ คนรอบข้างทักว่าดูดีขึ้น |
| ใช้เวลานานในการแต่งหน้าเพื่อปกปิดริ้วรอยเฉพาะจุด | แต่งหน้าง่ายและเร็วขึ้น บางวันแค่ทากันแดดก็พร้อมออกจากบ้าน |
| รู้สึกว่าภาพลักษณ์ภายนอกไม่ตรงกับพลังงานที่อยู่ข้างใน | รู้สึกดีที่ภาพลักษณ์ภายนอกกลับมาตรงกับความรู้สึกข้างใน |
| มองกระจกทีไรก็เห็นแต่ริ้วรอยที่ไม่อยากให้มี | ส่องกระจกแล้วยิ้มได้กว้างขึ้น มีความสุขกับผิวที่เรียบเนียน |
โบท็อกซ์ริ้วรอย ทำงานเหมือน ‘ไฟแดง’ หยุดสัญญาณริ้วรอย
ลองนึกภาพว่าริ้วรอยเกิดจากการที่กล้ามเนื้อขยับซ้ำๆ เหมือนรถที่วิ่งตลอดเวลา โบท็อกซ์ก็ทำหน้าที่เหมือน “สัญญาณไฟแดง” ที่เข้าไปสั่งให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ “หยุด” การหดตัวชั่วคราว เมื่อกล้ามเนื้อไม่หดตัว ผิวหนังด้านบนก็จะเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยจึงดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การเข้าไป “เติม” ให้เต็มแบบฟิลเลอร์



ริ้วรอยในแต่ละวัย โบท็อกซ์ช่วยจัดการต่างกันอย่างไร
- วัย 30+ ริ้วรอยแรกเริ่ม (Dynamic Wrinkles) มักเห็นชัดเฉพาะตอนแสดงอารมณ์ เช่น รอยตีนกาเวลาหัวเราะ หรือรอยขมวดคิ้ว การฉีดโบท็อกซ์ในวัยนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ริ้วรอยเล็กๆ เหล่านี้กลายเป็นร่องลึกถาวรในอนาคต
- วัย 40+ ริ้วรอยเริ่มลึกขึ้น (Static Wrinkles) แม้ไม่แสดงอารมณ์ก็ยังมองเห็นร่องรอยได้ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก ร่องหว่างคิ้ว โบท็อกซ์จะช่วยคลายกล้ามเนื้อ ทำให้ริ้วรอยลึกดูตื้นและเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- วัย 50-60+ ริ้วรอยลึกและถาวร ร่วมกับความหย่อนคล้อยของผิว การฉีดโบท็อกซ์ยังคงช่วยลดเลือนริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ได้ดี แต่อาจต้องใช้หัตถการอื่น เช่น ฟิลเลอร์ หรือเครื่องยกกระชับ ควบคู่ไปด้วยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ปัญหาริ้วรอยแต่ละบริเวณ
| บริเวณ | สาเหตุหลักของริ้วรอย | วิธีชะลอริ้วรอย | ช่วงอายุที่พบ |
|---|---|---|---|
| หน้าผาก | การแสดงสีหน้าซ้ำๆ เช่น การเลิกคิ้ว และอายุที่เพิ่มขึ้น | พยายามหลีกเลี่ยงการเลิกคิ้วบ่อยๆ, ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ | 30 ปีขึ้นไป |
| หว่างคิ้ว | การขมวดคิ้วจากความเครียด, การเพ่งสายตา หรือทำจนเป็นนิสัย | จัดการความเครียด, ใส่แว่นเมื่อต้องเพ่งสายตา, ฝึกไม่ขมวดคิ้ว | 30 ปีขึ้นไป |
| ตีนกา (หางตา) | การแสดงอารมณ์ทางสีหน้า (ยิ้ม, หัวเราะ) และผิวรอบดวงตาที่บอบบาง | สวมแว่นกันแดดเพื่อลดการหยีตา, ทาอายครีมเป็นประจำ | 25 – 30 ปีขึ้นไป |
| ใต้ตา | อายุที่เพิ่มขึ้น, การแต่งหน้าบ่อยครั้ง และผิวที่บอบบางมากเป็นพิเศษ | เช็ดเครื่องสำอางอย่างเบามือ, พักผ่อนให้เพียงพอ, ทาอายครีม | 30 ปีขึ้นไป |
| ร่องแก้ม | ความหย่อนคล้อยของผิวหนังที่ลดลงตามวัย | รักษาความชุ่มชื้นของผิว, หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ | 35 – 40 ปีขึ้นไป |


ต้องใช้กี่ยูนิต ประเมินเบื้องต้นสำหรับแต่ละจุด
- หน้าผาก 10-20 ยูนิต
- หว่างคิ้ว 12-25 ยูนิต
- หางตา (ตีนกา) 8-16 ยูนิตต่อข้าง
- ปีกจมูก (รอยย่นจมูก) 4-8 ยูนิต
- ลดกราม (หน้าเรียว) 25-50 ยูนิตต่อข้าง
- ลิฟต์กรอบหน้า 20-30 ยูนิต
หมายเหตุ จำนวนยูนิตที่แน่นอนขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
gantt
title ความสามารถของครีมบำรุง (คะแนนเต็ม 10)
dateFormat X
axisFormat คะแนน %s
section คุณสมบัติ
ความชุ่มชื้น : 0, 8
การลดเลือนริ้วรอย : 0, 3
ซึมอยู่ในผิวนาน 1-2 ชม. : 0, 2
gantt
title ระดับความสามารถของท็อกซิน (คะแนนเต็ม 10)
dateFormat X
axisFormat คะแนน %s
section คุณสมบัติ
ความชุ่มชื้น : 0, 1
การลดเลือนริ้วรอย : 0, 9
การอยู่นาน 4-6 เดือน : 0, 6
เตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อกซ์
- งดวิตามินหรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา แอสไพริน 1 สัปดาห์
- งดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนฉีด
- หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ

ฉีดโบท็อกซ์อันตรายไหม ความจริงที่ต้องรู้
การฉีดโบท็อกซ์มีความปลอดภัยสูงมาก หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ ใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ผ่านการรับรองจาก อย. และฉีดในคลินิกที่ได้มาตรฐาน อันตรายส่วนใหญ่มักเกิดจากการฉีดกับหมอกระเป๋า ใช้ยาหิ้ว หรือยาที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น หนังตาตก ปากเบี้ยว หรือใบหน้าแข็งผิดรูป
เช็กให้ชัวร์ โบท็อกซ์แท้ vs โบท็อกซ์ปลอม
| ✅ โบท็อกซ์ของแท้ | ❌ โบท็อกซ์ปลอม (ความเสี่ยงที่เจอ) |
|---|---|
| สลายได้ 100% ไม่ตกค้างในร่างกาย | อาจสลายไม่หมด ทำให้เกิดการตกค้างเป็นพังผืด |
| ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ แสดงสีหน้าได้ปกติ | เสี่ยงหน้าแข็ง ปากเบี้ยว หนังตาตก กล้ามเนื้อผิดรูป |
| ออกฤทธิ์ตรงจุด แม่นยำ ไม่กระจายไปส่วนอื่น | ควบคุมการกระจายตัวไม่ได้ ทำให้ผลข้างเคียงรุนแรง |
| บริสุทธิ์สูง โอกาสเกิดอาการดื้อยาน้อยมาก | มีสิ่งเจือปน ทำให้เกิดอาการแพ้และเสี่ยงดื้อยาสูง |
| ตรวจสอบได้ มีเอกสารกำกับและเช็กกับบริษัทผู้นำเข้าได้ | ไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้ เป็นยาหิ้วหรือยาปลอม |

คุ้มไหม ฉีดครั้งหนึ่งอยู่ได้นานแค่ไหน
โดยทั่วไปผลลัพธ์ของโบท็อกซ์จะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ จำนวนยูนิตที่ใช้ และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ในการลดเลือนริ้วรอยและคืนความมั่นใจ ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์
| ข้อควรรู้ | คำอธิบาย |
|---|---|
| เจ็บน้อยมาก | เข็มเบอร์เล็ก ไม่ต้องแปะยาชา ใช้ประคบน้ำแข็งตอนฉีดแทนได้ บางเคสอยากแปะ คลินิกไม่คิดเงินเพิ่ม |
| ห้ามนอนราบ 4 ชั่วโมง | เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยากระจายไปในตำแหน่งที่ไม่ต้องการ |
| งดนวดหน้า/ทำเลเซอร์ | ควรงดกิจกรรมที่เกี่ยวกับความร้อนหรือการนวดบริเวณใบหน้า 2 สัปดาห์ |
| ออกกำลังกายได้เมื่อไหร่ | สามารถออกกำลังกายเบาๆ ได้หลังฉีด 24 ชั่วโมง และงดออกกำลังกายหนัก 48 ชั่วโมง |
| การขยับกล้ามเนื้อ | หลังฉีดใหม่ๆ ควรขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเบาๆ ทุก 15 นาทีในชั่วโมงแรก เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น |

เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์
- ฉีดแล้วหน้าแข็ง ไม่จริง หากฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะใช้ปริมาณยาที่เหมาะสม ทำให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ แสดงอารมณ์ได้ปกติ
- หยุดฉีดแล้วหน้าเหี่ยวกว่าเดิม ไม่จริง เมื่อโบท็อกซ์หมดฤทธิ์ ผิวจะค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนฉีด ไม่ได้ทำให้แย่ลง
- ฉีดโบท็อกซ์แล้วจะดื้อยา การดื้อยาเกิดขึ้นได้น้อยมาก มักเกิดจากการฉีดบ่อยเกินไป หรือใช้ยาที่ไม่มีคุณภาพ การเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้

ผลลัพธ์การฉีดโบท็อกซ์ในแต่ละช่วงเวลา
| สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีหลังทำ | สิ่งที่เกิดขึ้นหลังทำ 7 วัน | สิ่งที่จะไม่ควรเกิดขึ้น |
|---|---|---|
| อาจมีรอยแดงหรือตุ่มนูนเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองใน 1-2 ชั่วโมง | ริ้วรอยจากการแสดงสีหน้าเริ่มจางลงชัดเจน | หน้าแข็ง แสดงความรู้สึกไม่ได้ |
| ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของริ้วรอย | รู้สึกตึงๆ บริเวณที่ฉีด หรือขยับกล้ามเนื้อได้ไม่เต็มที่ | ริ้วรอยหายไปทันทีหลังฉีดเสร็จ |
| สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ (ยกเว้นข้อห้ามบางอย่าง) | สำหรับการลดกรามจะเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อนิ่มลง | อาการบวมช้ำรุนแรง หรือเจ็บปวดไม่หาย |

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
- จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้

รีวิว Botulinum Toxin
ราคาโบท็อกซ์เท่าไหร่


| โปรแกรม | ราคา |
|---|---|
| NEURONOX 50 UNIT | 4,999.- |
| NEURONOX 100 UNIT | 7,999.- |
| AESTOX 50 UNIT | 4,999.- |
| AESTOX 100 UNIT | 7,999.- |
| HUGEL 50 UNIT | 5,999.- |
| HUGEL 100 UNIT | 9,999.- |
| XEOMIN 50 UNIT | 9,000.- |
| XEOMIN 100 UNIT | 17,000.- |
| DYSPORT 120 UNIT | 12,000.- |
| DYSPORT 300 UNIT | 19,000.- |
| BOTOX 50 UNIT | 12,900.- |
| BOTOX 100 UNIT | 19,999.- |
ที่ D’ Lovevery Clinic เรามีโบท็อกซ์หลากหลายยี่ห้อให้เลือกในราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน คุณสามารถสอบถามราคาและโปรโมชั่นล่าสุดได้โดยตรงจากคลินิก
จองคิวปรึกษาแพทย์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย
- สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
- สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546


อาการ “ดื้อยา” หรือการที่ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน จะเกิดขึ้นเฉพาะกับโบท็อกซ์เท่านั้น ส่วนฟิลเลอร์และเครื่องยกกระชับ ไม่มีภาวะดื้อยา ค่ะ ความรู้สึกว่าฉีดฟิลเลอร์แล้วหายไว มักเกิดจาก ไลฟ์สไตล์ที่เร่งการเผาผลาญ หรือการขยับกล้ามเนื้อบริเวณนั้นบ่อยๆ ส่วนเครื่องยกกระชับ หากรู้สึกว่าทำแล้วไม่เห็นผล มักเกิดจาก ความเสื่อมของผิวตามวัยที่แซงหน้าการกระตุ้น หรือการทำถี่เกินความจำเป็น ดังนั้น สบายใจได้เลยค่ะ เพียงแค่ปรับพฤติกรรมและวางแผนการรักษาร่วมกับหมอ ผลลัพธ์ก็จะยังดีอยู่ค่ะ
ถ้าหน้ายุงคือหน้าเรียวขึ้น เข้ารูปขึ้น แบบนั้นโบท็อกซ์ให้ได้ค่ะ
การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามสามารถทำให้เกิดอาการ “หน้ายุง” หรือหน้าตอบ ได้จริง โดยเฉพาะในคนไข้ที่มี โหนกแก้มสูง เนื้อแก้มน้อย หรือมีผิวหนังหย่อนคล้อย เนื่องจากการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามทำให้ฐานพยุงผิวหายไป (*ตรงนี้แหล่ะที่หมอจะบอกว่าการฉีดโบท็อกซ์กราม หรือพยายามทำหน้ายุงนั้นไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะ ทุกโปรแกรมมีข้อดีข้อเสีย) ส่งผลให้แก้มดูบุ๋มและโหนกแก้มเด่นชัดขึ้นจนหน้าดูโทรม แต่ปัญหานี้ป้องกันได้ด้วยการ ประเมินรูปหน้าอย่างละเอียดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสม หรือเลือกใช้เทคนิคการลิฟท์กรอบหน้าแทน และหากเกิดขึ้นแล้วสามารถแก้ไขได้ด้วยการรอให้ยาหมดฤทธิ์หรือการเติม ฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อคืนความอิ่มเอิบให้ใบหน้าค่ะ
อาการเหงื่อออกมากผิดปกติที่มือ เท้า และรักแร้ ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะ Primary Hyperhidrosis ซึ่งเกิดจาก ระบบประสาทสั่งการต่อมเหงื่อทำงานไวเกินไป มักเป็นกรรมพันธุ์และ ไม่ใช่โรคร้ายแรง ค่ะ
ข้อมูลจาก International Hyperhidrosis Society ระบุว่าประชากรทั่วโลกประมาณ 4.8% มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติโดยไม่มีโรคแทรกซ้อน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก คนไทยเราก็เป็นกันเยอะทุกช่วงอายุ แต่ก่อนหมออยู่โรงพยาบาลต่างจังหวัด มักเจอคนไข้ที่กังวลมากจนต้องมาพบหมอหลายเคสมากๆ แต่อย่างที่บอกไป ส่วนมากไม่ใช่อาการร้ายแรงอะไร
แต่หากมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น น้ำหนักลด มือสั่น ใจสั่น หรือเหงื่อออกท่วมตัวตอนกลางคืน อันนี้อาจเป็นสัญญาณของโรคแทรกซ้อนอย่าง ไทรอยด์เป็นพิษ เบาหวาน หรือวัณโรค ซึ่งหมอแนะนำให้รีบเข้ามาตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดนะคะ
ภาวะดื้อโบท็อกซ์ไม่ได้เกิดง่ายกับทุกคน แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามพฤติกรรมการฉีดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งกลไกนี้ต่างจากการดื้อยาฆ่าเชื้อที่เชื้อโรคพัฒนาตัวเอง แต่การดื้อโบท็อกซ์คือการที่ร่างกายเราสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านยา (คล้ายการฉีดวัคซีน) ส่งผลให้ตัวยาถูกทำลายก่อนจะออกฤทธิ์ ดังนั้นการเว้นระยะห่างการฉีดให้เหมาะสมและเลือกใช้ยาที่บริสุทธิ์เพื่อไม่ให้ร่างกายจดจำว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้คนไข้สวยได้นานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการดื้อยาในอนาคตค่ะ
ช่วยได้ และช่วยได้ดีด้วยค่ะ ใครที่มีปัญหาหนักจริงๆ ลองนัดปรึกษาแพทย์ก่อนได้เลยค่ะ การฉีดโบท็อกซ์เพื่อแก้ปัญหานอนกัดฟัน คือการฉีดสารคลายกล้ามเนื้อเข้าไปที่ กล้ามเนื้อกราม (Masseter) เพื่อลดการทำงานที่มากเกินไป ทำให้ แรงในการกัดฟันลดลง อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยป้องกัน ฟันสึกและลดอาการปวดศีรษะ จากความเครียดของกล้ามเนื้อได้ตรงจุด โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วง 2 สัปดาห์หลังฉีด และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน แถมยังได้ผลพลอยได้คือ ใบหน้าที่เรียวเล็กและดูละมุนขึ้น ด้วยค่ะ
โดยปกติแพทย์จะใช้ปริมาณยาข้างละ 25-50 ยูนิต (Units) ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อของคนไข้ ในเคสนอนกัดฟันเรื้อรัง แพทย์อาจฉีดเพิ่มที่กล้ามเนื้อ Temporalis (ขมับ) นอกเหนือจาก Masseter เพื่อลดอาการปวดไมเกรนค่ะ
มันมีงานวิจัยที่ชัดเจนและมีมานานแล้วค่ะ การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูญเสีย Zinc (สังกะสี) ซึ่งจากการศึกษาพบว่าระดับ Zinc ที่ต่ำอาจลดประสิทธิภาพของโบท็อกซ์ลงได้ถึง 30%
การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและสร้างอนุมูลอิสระที่เร่งการสลายของตัวยาค่ะ ถ้าเทียบระยะเวลาที่จะ “หายไป” ให้เห็นภาพชัดเจนคือ
- โบท็อกซ์: จากมาตรฐานอยู่ได้ 4-6 เดือน ฤทธิ์ยาอาจคลายตัวไวขึ้น เหลือเพียง 3-4 เดือน (หายไปประมาณ 1 เดือน)
- ฟิลเลอร์: จากรุ่นมาตรฐานทั่วไปที่อยู่ได้ 8-12 เดือน อาจจะยุบตัวและสลายไวเหลือเพียง 6-9 เดือน (หายไปถึง 2-3 เดือน)
ดังนั้น ถ้าคนไข้ไม่อยากให้ความหล่อ-ความสวยที่ลงทุนไปหลักหมื่น อยู่กับเราสั้นลงแบบน่าเสียดาย หมอแนะนำให้ลดปริมาณการดื่มลงและดื่มน้ำเปล่าชดเชยให้มากๆ จะช่วยยืดอายุยาได้ และยังดีต่อสุขภาพมากกว่าด้วยนะคะ 🙂
การฉีดโบท็อกซ์ปกติจะ “ไม่ทำให้หน้าบวมใหญ่” ขึ้นแบบชนิดชัดเจนหรือถาวร แต่จะมีเพียง ตุ่มนูนเล็กๆ คล้ายยุงกัด จากตัวยาที่ฉีดเข้าไป ซึ่งจะ ยุบหายไปเองได้ใน 2-3 ชั่วโมง ค่ะ ในบางรายอาจพบรอยเขียวช้ำจากเข็มได้บ้างซึ่งจะหายเองใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากคนไข้มีอาการ บวมแดง ร้อน ปวดมาก หรือมีผื่นคัน ให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นอาการแพ้หรือติดเชื้อค่ะ
แต่ที่คนไข้หลายคนรู้สึกว่าหน้าต่างไปจากเดิมเหมือนมันบวมๆ เพราะอาจจะความรู้สึกเจ็บ ไม่เคยทำมาก่อน อาจจะมีความรู้สึกแบบนั้นได้ อารมณ์เหมือนเราไปถอนฟันแล้วฤทธิ์ยาชายังไม่หมด รู้สึกว่าหน้าตัวเองบวม ปากบวมอยู่ แต่ความจริงก็คือปกติค่ะ
แต่การฉีดแฟตสลายไขมันมีโอกาสบวม “มากกว่าและนานกว่า” โบท็อกซ์แน่นอนค่ะ สาเหตุหลักมาจาก ปริมาณตัวยา (Volume) ที่ฉีดเข้าไปเยอะกว่าโบท็อกซ์หลายเท่าเพื่อให้ทั่วถึงชั้นไขมัน และกลไกการทำงานของยาที่ทำให้เซลล์ไขมันแตกตัว ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิด การอักเสบและการบวมในระยะสั้น (3-7 วัน) ได้ แตกต่างจากโบท็อกซ์ที่บวมแค่รอยเข็มชั่วคราว ดังนั้นถ้าคนไข้จะฉีดแฟต หมอแนะนำให้เผื่อเวลาพักหน้าสักนิด หรือเลือกสูตรยาที่เน้นลดบวมก็จะช่วยได้ค่ะ ควรพบแพทย์ปรึกษาให้เข้าใจแน่ชัดก่อนรับบริการทุกครั้งนะคะ
เรื่องผลลัพธ์ปลายทางไม่ต่างกันมาก คือลดเหงื่อ ลดสาเหตุการเกิดกลิ่น แต่ราคา กับวิธีการรักษานั้นต่างกันอยู่ ตรงนี้แล้วแต่คนไข้ว่าชอบหรือสะดวกแบบไหนมากกว่ากัน การเลือกวิธีลดเหงื่อใต้วงแขนระหว่าง โบท็อกซ์และเลเซอร์ ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ค่ะ การฉีดโบท็อกซ์ให้ ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ลดเหงื่อได้ถึง 80-90% ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ ผลลัพธ์อยู่ได้ชั่วคราวประมาณ 6-12 เดือน จึงต้องฉีดซ้ำ ส่วนการทำเลเซอร์ลดเหงื่ออย่าง miraDry ให้ โดยทำลายต่อมเหงื่อและกลิ่นได้ตั้งแต่ 1-2 ครั้ง ลดเหงื่อได้เฉลี่ย 70-80% แต่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูงกว่า การปรึกษาแพทย์ผู้จะช่วยให้คนไข้เลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด เพื่อแก้ปัญหาเหงื่อใต้วงแขนได้อย่างมั่นใจค่ะ











