โปรแกรม Nabota Botox โบท็อกซ์ที่ได้รับความไว้วางใจจากหลายประเทศ เป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศเกาหลีที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล ทั้งจาก US FDA องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา และ KFDA องค์การอาหารและยาแห่งประเทศเกาหลีใต้ รวมถึง อย. ไทย จึงมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นดูแลตัวเองด้วยโบท็อกซ์เป็นครั้งแรก หรือผู้ที่เคยฉีดมาแล้วและต้องการรักษาผลลัพธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถสบายใจได้กับประสิทธิภาพและความปลอดภัย ที่ D’ Lovevery Clinic เราพร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอน

สำหรับมือใหม่ เลือกฉีดอะไรดี?
| ปัญหาที่กังวล (สำหรับมือใหม่) | บริเวณ/ประเภทการฉีด | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง |
|---|---|---|
| มีริ้วรอยลึกที่ชัดเจนจากการแสดงสีหน้า (เช่น รอยย่นหน้าผาก, รอยขมวดคิ้ว, รอยตีนกาที่หางตา) | Botox (ฉีดกล้ามเนื้อลึก) บริเวณ หน้าผาก, หางตา, หว่างคิ้ว | ลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้ริ้วรอยลึกจางลง ใบหน้าเรียบตึง ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างชัดเจน |
| อยากปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก (มีกรามใหญ่ หน้าบาน) | Botox (ฉีดกล้ามเนื้อลึก) บริเวณ กราม | ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลง และช่วยให้กรอบหน้าชัดเจน |
| ผิวมัน รูขุมขนกว้าง มีสิว หรือมีริ้วรอยเล็กๆ ทั่วใบหน้า (ต้องการให้ผิวดูละเอียดขึ้น กระชับรูขุมขน หรืออยากได้ผิวโกลว์ใสแบบ Glass Skin) | Skin Botox (ฉีดชั้นผิวหนังตื้น) ทั่วใบหน้า | ฟื้นฟูสภาพผิวให้ละเอียดขึ้น กระชับรูขุมขน ลดความมัน ลดริ้วรอยเล็กๆ ผิวเนียนใสเปล่งประกาย |
Botulinum Toxin แต่ละแบรนด์มีเทคโนโลยีการผลิต ส่วนประกอบที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่องความบริสุทธิ์ ขนาดโมเลกุลที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการเลือกใช้ แบรนด์เดียวอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผลลัพธ์ที่มั่นคงกว่า
ตารางเปรียบเทียบโบท็อกซ์เกาหลี Nabota กับยี่ห้ออื่นๆ
| คุณสมบัติ/ยี่ห้อ | Nabota | Neuronox | Aestox | Botulax |
|---|---|---|---|---|
| บริษัทผู้ผลิต | Daewoong Pharmaceutical | Medytox | Hugel Pharma | Hugel Pharma |
| ประเทศ | เกาหลีใต้ | เกาหลีใต้ | เกาหลีใต้ | เกาหลีใต้ |
| การรับรอง | US FDA, KFDA, อย. ไทย | KFDA, อย. ไทย | KFDA, อย. ไทย | KFDA, อย. ไทย |
| ความบริสุทธิ์ | สูง (98.7%) | สูง | สูง (99.5%) | สูง |
| จุดเด่น | ออกฤทธิ์ไว เห็นผลเร็ว โมเลกุลเล็ก | สายพันธุ์เดียวกับ Allergan, งานวิจัยรองรับ | ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติเมื่อเทียบในกลุ่มเกาหลี | ราคาคุ้มค่า เหมาะกับลดริ้วรอย |
| ระยะเวลาเห็นผล | เริ่มเห็น 2-3 วัน เห็นผลเต็มที่ 7-14 วัน | รวดเร็ว | รวดเร็ว | รวดเร็ว |
| ระยะเวลาคงผลลัพธ์ | 4-6 เดือน | 4-6 เดือน | 4-6 เดือน | 4-6 เดือน |
| การกระจายตัวยา | ดี (โมเลกุลเล็ก) | ปานกลาง | ปานกลาง | ปานกลาง |
| โอกาสดื้อยา | ต่ำ (เนื่องจากความบริสุทธิ์สูง) | ปานกลาง | ต่ำ (เนื่องจากความบริสุทธิ์สูง) | ปานกลาง |

จุดเด่นของโปรแกรม Nabota
- ออกฤทธิ์ไว เห็นผลลัพธ์เร็ว ด้วยความบริสุทธิ์ของตัวยา ทำให้ Nabota Botox สามารถแสดงผลลัพธ์ได้รวดเร็วกว่าโบท็อกซ์บางยี่ห้อ
- โมเลกุลเล็ก แพร่กระจายดี เหมาะสำหรับการฉีดในบริเวณที่มีกล้ามเนื้อขนาดเล็ก เช่น ริ้วรอยบนใบหน้า ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
- บริสุทธิ์สูง ลดโอกาสดื้อยา ผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ทำให้มีความบริสุทธิ์สูง ลดการสะสมของโปรตีนที่ไม่จำเป็นในร่างกาย
Nabota Botox ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผ่านการรับรองจาก
- US FDA องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา
- KFDA องค์การอาหารและยาแห่งประเทศเกาหลีใต้
- อย. ไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศไทย
Nabota เหมาะกับใคร? แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
Nabota เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของริ้วรอย หรือการปรับรูปหน้าและรูปร่างให้ดูดีขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย เหมาะสำหรับลดริ้วรอยบนใบหน้า เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยตีนกา รอยขมวดคิ้ว
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าเรียว V-Shape ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลง และยังช่วยลิฟต์กรอบหน้าให้คมชัด
- ผู้ที่ต้องการลดขนาดกล้ามเนื้อ สามารถฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณน่อง ต้นแขน หรือบ่า ทำให้รูปร่างดูเพรียวขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาเหงื่อและกลิ่นตัวมาก ช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อในบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า
- ผู้ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรม ช่วยบรรเทาอาการปวดตึงบริเวณบ่าและคอจากการทำงาน

Nabota ฉีดจุดไหนได้บ้าง?
Nabota Botox มีความยืดหยุ่นสูง สามารถฉีดได้หลายบริเวณ เพื่อแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน
- ลดริ้วรอย บริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว หางตา ใต้ตา
- ลดกราม ปรับรูปหน้า ให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
- ลิฟต์กรอบหน้า ช่วยให้กรอบหน้าคมชัด ดูยกกระชับ
- ลดปีกจมูก ทำให้จมูกดูเรียวเล็กลง
- ลดเหงื่อ รักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ช่วยลดปัญหาเหงื่อออกมาก
- ลดกล้ามเนื้อ น่อง ต้นแขน บ่า ทำให้กล้ามเนื้อดูเล็กลง
- ลิฟต์คอ ช่วยให้ผิวบริเวณคอดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น
ข้อควรรู้ก่อนฉีดโบท็อกซ์ทุกครั้ง
การฉีดโบท็อกซ์ เป็นกระบวนการที่ต้องให้ความระมัดระวังอย่างดี เนื่องจากมีผลกระทบต่อลักษณะหน้าและสุขภาพของผู้รับบริการ เนื่องจากนั้น การฉีดโบท็อกซ์ในฐานะแพทย์ต้องพิจารณาและปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างระมัดระวังดังนี้
- การพบแพทย์: การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์และกำลังใจในการปฏิบัติงานเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าการฉีดโบท็อกซ์จะดำเนินไปอย่างปลอดภัยและมีผลลัพธ์ที่ดี
- ความสำคัญของสารที่ใช้: การใช้โบท็อกซ์แท้จากแหล่งที่เชื่อถือได้มีความสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจากการใช้โบท็อกซ์ปลอมที่อาจทำให้เกิดผลกระทบถึงรูปหน้าและสุขภาพ
- การตรวจสอบข้อห้าม: ก่อนการฉีดโบท็อกซ์ ควรตรวจสอบข้อห้ามและปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด เช่น การประคบด้วยความเย็นเพื่อลดการไหลเวียนของเส้นเลือดรอบ ๆ หรือการงดดื่มแอลกอฮอล์
- การดูแลหลังการทำ: หลังการฉีดโบท็อกซ์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เช่น งดนอนราบเป็นเวลา 3 ชั่วโมงหลังการรักษา และหลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง
- ประคบด้วยความเย็น: การประคบด้วยความเย็นหลังการฉีดโบท็อกซ์ สามารถช่วยลดการบวม รอยแดงของสารโบท็อกซ์ได้อีกด้วย
- ระวังราคาถูกเกินจริง: ของปลอม เลียบแบบเยอะ ควรศึกษา ตรวจสอบให้มั่นใจก่อนเข้าใช้บริการ

โบท็อกซ์ Nabota ราคาเท่าไหร่
Nabota Botox มีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นกล่องดำ 100 ยูนิต กล่องแดง 200 ยูนิต ส่วน *50 ยูนิตเป็นการทำแพ็คเกจแยกออกมาเพื่อให้เหมาะกับการรักษาในแต่ละเคส
| รุ่น | ราคา |
|---|---|
| Nabota 50 unit* | 4,000 – 6,000 บาท |
| Nabota 100 unit | 7,000 – 9,000 บาท |
| Nabota 200 unit | 13,000 – 15,000 บาท |

รีวิวโบท็อกซ์ ลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
- จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
จากประสบการณ์ตรงในห้องตรวจของหมอ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ตัวยาละลายลิ่มเลือด แต่คือการที่ คนไข้แอบหยุดยาเองล่วงหน้าเพราะกลัวหมอไม่ฉีดหน้าให้ หมออยากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ว่า ยาพวกนี้คือ เข็มขัดนิรภัยของหลอดเลือดและหัวใจ การที่คุณปลดเข็มขัดออกเพื่อแลกกับความตึงบนใบหน้าเพียงไม่กี่เดือน มันคือการเอาชีวิตไปเสี่ยงกับอุบัติเหตุหลอดเลือดสมองตีบโดยไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ ในทางการแพทย์ความงามยุคนี้ เรามีเทคโนโลยีเครื่องยกกระชับอย่าง Ultherapy หรือ อื่นๆอีกมากมาย ที่ทำงานผ่านคลื่นพลังงานโดยไม่ต้องพึ่งพาเข็มแม้แต่เล่มเดียว ซึ่งให้ผลลัพธ์ในการยกหน้าและกระตุ้นคอลลาเจนได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ดังนั้น คนไข้กลุ่มนี้จึง ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงหยุดยาเพื่อแลกกับความสวย อีกต่อไปค่ะ
หากคนไข้จำเป็นต้องฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยจริงๆ หมอจะใช้เทคนิคเข็มเบอร์จิ๋วร่วมกับการกดหยุดเลือดทันทีทีละจุด แม้จะมีรอยช้ำตามหลังมาบ้าง แต่คนไข้จะปลอดภัย
สำหรับการใช้ CO2 Laser จี้ติ่งเนื้อ กระเนื้อ หรือไฝเม็ดเล็กๆ ตื้นๆ เพราะพลังงานความร้อนจากเลเซอร์มีคุณสมบัติช่วยห้ามเลือด (Coagulation) ในเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กไปในตัวอยู่แล้วสามารถทำได้ แต่ถ้าไฝ รากลึก เม็ดใหญ่มาก ต้องผ่า ต้องดูเป็นกรณีไปค่ะ
มันเกิดขึ้นได้จริงค่ะ แต่ปัญหานี้ ไม่ใช่คำสาปของการฉีดโบท็อกซ์ แต่เป็นเรื่อง Dynamic Balance ของกล้ามเนื้อ
ในโลกอินเทอร์เน็ตมักพูดถึงปัญหาว่าเกิดจากยากระจาย เทคนิคหมอต่างกัน (ก็มีส่วน) แต่ความจริงอีกครึ่งหนึ่งคือ คนไข้บางคนใช้ชีวิตโดยอาศัยคิ้วช่วยเบิกตาให้โตขึ้นมาทั้งชีวิตโดยไม่รู้ตัว พอมีโบไปล็อกริ้วรอยหน้าผากให้เรียบตึง กล้ามเนื้อหน้าผากหยุดทำงาน ปัญหากล้ามเนื้อตาที่ไม่แข็งแรงที่แฝงอยู่เดิมก็เลยโผล่ออกมาฟ้องทันที
ดังนั้น นิยามความสวย เป็นธรรมชาติของยุคนี้จึงไม่ใช่การ “อัดยาสูงสุดให้ตึงสนิท” แต่เป็นการ “คำนวณเวกเตอร์แรงดึงของดวงตาให้อยู่ในจุดปลอดภัย” (ก็ต้องอาศัยการประเมินของแพทย์ที่มีประสบการณ์) ถ้าคนไข้มีตาหลบในหรือหนังตาหย่อน หมอจะเลือกเทคนิค Micro-botox หรือเว้นระยะห่างจากแนวคิ้วมากกว่าปกติ เพราะริ้วรอยหายไปได้ แต่ถ้าแลกกับตาปรือจนมองไม่ชัด บุคลิกภาพและความมั่นใจจะเสียไปเปล่าๆ บางเคสไม่แนะนำให้ฉีดก็มี ดังนั้นถูกแล้วกับการที่ต้องประเมินให้ละเอียด และคนไข้เองก็ต้องบอกประวัติที่ชัดเจนให้หมอทราบค่ะ
ถ้าเป็นเคส “ต้องใช้หน้าจริงๆ” หมอเข้าใจเลยค่ะ! ในสถานการณ์ที่จำเป็นจริงๆ สำหรับ “กดสิว-ฉีดสิว” อาจพออนุโลมได้บ้าง ถ้าผิวไม่มีอาการแดงจัด ระคายเคือง หรือร้อนวูบวาบจนเกินไป ค่ะ แต่หมอขอย้ำนะคะว่า “พอได้” หมายถึง “พอลุ้น” ค่ะ ยังไงก็ยังเสี่ยงกว่าการรอให้ผิวพร้อมจริงๆ อยู่ดี
แต่สำหรับ “โบท็อกซ์-ฟิลเลอร์” หมอว่า ควรรอค่ะ ไม่ว่าจะเร่งด่วนแค่ไหน เพราะเป็นหัตถการที่เกี่ยวข้องกับการฉีดสารเข้าสู่ผิวโดยตรง มีโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น บวม ช้ำ ได้ง่ายกว่าการกดสิวมาก ถ้าเกิดอาการบวมช้ำขึ้นมา มันจะทำให้การใช้หน้าสำคัญๆ นั้นยากลำบากกว่าเดิมอีกค่ะ
อย่างแรกที่ต้องเข้าใจ คือโบท็อกซ์ไม่ได้ออกฤทธิ์ทันทีหลังฉีดค่ะ จะไม่เหมือนฟิลเลอร์ เพราะมันต้องใช้เวลาในการจับกับปลายประสาทและทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาสักพักค่ะ
โดยทั่วไปแล้ว คนไข้จะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 3-7 วันหลังฉีด ค่ะ ช่วงนี้อาจจะเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อที่เคยขยับได้แรงๆ เริ่มขยับได้น้อยลง หรือรู้สึกตึงๆ เล็กน้อย แต่ยังไม่เห็นผลชัดเจนมากนะคะ สำหรับผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดและเข้าที่สวยตามที่คนไข้คาดหวัง จะอยู่ประมาณ 1-3 สัปดาห์หลังฉีดค่ะ ช่วงนี้กล้ามเนื้อจะคลายตัวเต็มที่ ริ้วรอยก็จะจางลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าจะดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ
ทำไมต้องรอนานขนาดนั้นคะหมอ?
- กระบวนการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์: โบทูลินัม ท็อกซิน จะค่อยๆ เข้าไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาท (Acetylcholine) ที่กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อค่อยๆ คลายตัวลง การทำงานนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีค่ะ
- การตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล: ร่างกายของคนไข้แต่ละคนมีการตอบสนองต่อยาที่แตกต่างกันค่ะ บางคนอาจจะเห็นผลเร็วหน่อยแค่ 3-5 วัน บางคนอาจจะต้องรอถึง 7 วันกว่าจะเริ่มรู้สึก แต่โดยเฉลี่ยแล้วคือช่วง 3-7 วันแรกค่ะ
- บริเวณที่ฉีด: บางบริเวณที่กล้ามเนื้อมีการเคลื่อนไหวเยอะหรือกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมาก อาจจะต้องใช้เวลาในการเห็นผลนานกว่าบริเวณอื่นเล็กน้อยค่ะ เช่น กล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่ อาจจะใช้เวลานานกว่าริ้วรอยหน้าผากเล็กน้อย
- ปริมาณยาที่ใช้: การใช้ปริมาณยาที่เหมาะสมและถูกต้องตามการประเมินของแพทย์ ก็มีผลต่อระยะเวลาในการเห็นผลด้วยค่ะ
ที่หมอสรุปมานี้เฉพาะ botox ของแท้ + ฉีดโดยหมอที่มีประสบการณ์ + ฉีดในสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองนะคะ ถ้าใครเจอะไรที่นอกเหนือจากนี้ ก็เป็นไปได้สูงว่าจะเจอของปลอม หรือเจือจางขั้นสุดจนไม่เห็นผลตามที่ควรจะเป็นได้ค่ะ
อย่างแรกเลย คือซ้ำไม่ได้ตามใจชอบ ไม่ใช่ว่าแค่เห็นหน้าตึงน้อยลงแล้วอยากจะฉีดซ้ำเลย แบบนี้ไม่ได้ มีระยะเวลาที่เหมาะสมอยู่ เพื่อความปลอดภัย ไม่ดื้อโบ
จากประสบการณ์ของหมอและงานวิจัยทางการแพทย์ โดยทั่วไปแล้ว โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ค่ะ โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนที่สุดช่วง 1-3 สัปดาห์แรกหลังฉีด ขึ้นอยู่กับว่าฉีดจุดไหนไปด้วย และค่อยๆ สลายไปตามธรรมชาติของร่างกายค่ะ แต่ก็อย่างที่หมอพูดไปตอนแรกว่าระยะเวลาที่ว่านี้เป็นค่าเฉลี่ยนะคะ มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลให้ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันออกไปค่ะ
หมอเคยเจอคนไข้หลายท่านเลยค่ะ ที่เดินเข้ามาคลินิกแล้วบอกว่า “อยากสวยเหมือนเพื่อนค่ะหมอ แต่ไม่รู้ว่าโบท็อกซ์มันคืออะไรกันแน่” หรือ “เห็นเพื่อนไปฉีดมาแล้วหน้าเป๊ะมาก โบท็อกซ์มันวิเศษขนาดนั้นเลยเหรอคะ” หมออยากจะบอกว่า โบท็อกซ์ไม่ได้เป็นยาครอบจักรวาลค่ะ แต่มันคือสารสกัดจากธรรมชาติที่ชื่อว่า โบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการ คลายการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อฉีดในปริมาณที่เหมาะสมและถูกจุด การออกฤทธิ์ของมันก็คือ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นทำงานลดลงชั่วคราวค่ะ
คนไข้หลายคนชอบเรียกทุกอย่างที่ฉีดลดริ้วรอย หรือลดกล้ามเนื้อว่า ‘โบท็อกซ์’ กันหมดเลยใช่มั้ยคะ? จริงๆ แล้ว ‘โบท็อกซ์’ (Botox®) เนี่ย เขาคือ ชื่อแบรนด์แรกๆ ที่ประสบความสำเร็จมากๆ จนกลายเป็นคำติดปาก เหมือนกับที่เราเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกยี่ห้อว่า ‘มาม่า’ นั่นแหละค่ะ! เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะฉีดตัวไหน ที่ช่วยเรื่องเดียวกัน แต่แพทย์อาจจะใช้เทคนิคแตกต่างกันออกไปบ้างเท่านั้นค่ะ
การที่แพทย์ใช้เข็มจิ้มลูกโป่งแล้วไม่แตก ไม่ได้เป็นการพิสูจน์โดยตรงว่า “มือเบากว่าใคร” ในความหมายของการไม่ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บปวด และ “ไม่ได้พิสูจน์ทักษะการควบคุมเข็มที่ดีกว่าในการฉีดปรับรูปหน้า Botox Filler Biostimulator” การฉีดบนผิวหนังของคนไข้มีความซับซ้อนมากกว่ามาก แบบที่หมอยังอธิบายไม่ถูกเลยว่าจะทำยังไงให้คนไข้เข้าใจได้ครบว่า ทุกครั้งที่หมอสอดเข็มนั้นต้องมั่นใจแค่ไหน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์จะต้องใช้ ความรู้ด้านกายวิภาคเชิงลึก เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ที่มักสั่งสมตามอายุงานและจำนวนเคส และ ความใส่ใจต่อความรู้สึกของคนไข้ เพื่อให้เกิด ความเจ็บปวดน้อยที่สุด ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ค่ะ
หมอรู้นะคิดอะไรอยู่ อยากดื่มนั่นแหล่ะยอมรับมาตรงๆ แต่ความจริงคือความจริง คือ ไม่ต่างกันค่ะ
ให้เข้าใจง่ายๆ การดื่มไวน์หลังฉีดหน้าไม่ได้ทำให้บวมน้อยกว่าเหล้าหรือเบียร์แต่อย่างใดค่ะ เพราะแอลกอฮอล์ทุกชนิดทำให้หลอดเลือดขยายตัวและสูบฉีดเลือดแรงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการบวมช้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ไวน์แดงยังมีสารฮิสตามีนที่ไปกระตุ้นอาการบวมอักเสบให้แย่ลงไปอีก ดังนั้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เข้าที่ไว หมอแนะนำให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างเด็ดขาดในช่วงแรกหลังทำหัตถการค่ะ อดใจรอให้หน้าเข้าที่ก่อน แล้วค่อยไปจิบไวน์ฉลองความสวยกันนะคะ! อ้อ ก่อนทำก็ไม่ควรดื่มมานะ ขอก่อนทำสัก 3 วันก็ยังดีค่ะ
















