ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ผลิตภัณฑ์ Dysport Botox ของแท้ ที่ดีเลิฟเวอรี่คลินิก D' Lovevery Clinic

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

Botulinum Toxin

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

Dysport คืออะไร ดียังไง ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ผสมตัวยาต่อหน้า ติดตามผลการรักษา

True beauty radiates from confidence, allowing your natural grace to shine through with every expression

Dysport Botox ดียังไง ราคาเท่าไหร่

โปรแกรม Dysport Botox ที่ D’ Lovevery Clinic คือการลดเลือนริ้วรอยและปรับรูปหน้าจากประเทศอังกฤษ ที่ได้รับความไว้วางใจจากแพทย์หลากหลายประเทศจากทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติเด่นในการกระจายตัวของยา ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง และยังช่วยให้ผิวรู้สึกเบาสบาย เราพร้อมมอบประสบการณ์การดูแลผิวพรรณที่ละเอียดอ่อนและพิถีพิถัน เพื่อให้คุณเผยความงามในแบบของคุณได้อย่างมั่นใจ

ทำความรู้จักโปรแกรม Dysport Botox โบท็อกซ์สัญชาติอังกฤษ

Dysport Botox หรือที่รู้จักกันในชื่อโบท็อกซ์อังกฤษ เป็นสาร Botulinum Toxin Type A ที่ผลิตโดยบริษัท Ipsen Biopharm Limited ในประเทศอังกฤษ ได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งจาก US FDA และ อย. ไทย จุดเด่นของ Dysport อยู่ที่ขนาดโมเลกุลที่เล็ก ทำให้มีการกระจายตัวของยาได้ดีและรวดเร็ว ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการลดเลือนริ้วรอยและปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

โปรแกรม Dysport Botox จุดไหนได้บ้าง

โปรแกรม Dysport Botox จุดไหนได้บ้าง
  • ทุกองศา “ใบหน้า” ด้วย ABO Active 3D จะองศาไหนก็เอาอยู่ เพราะ “ABO Active 3D” คือสารลดเลือนริ้วรอยประสิทธิภาพสูง ยืนยันด้วยเสียงจากผู้ใช้จริงกว่า 33% อีกทั้งยังมีงานวิจัยรองรับ รับรองว่าสวยเป๊ะดูเป็นธรรมชาติทั้งตัว พร้อมออกงานทันทีไม่มีโป๊ะแน่นอนค่ะ
  • ปรับ “เรียวขา” เป๊ะ ไม่มีโป๊ะด้วย ABO Active 3D คลายขาใหญ่ ไม่กระชับ ให้เป็นขาเรียวสวย แม้แต่บริเวณขาที่มีกล้ามเนื้อเป็นก้อนๆ ก็จะเล็กลงตามไปด้วย
  • เพิ่มความมั่นใจ ลดเหงื่อ “ใต้วงแขน” ด้วย ABO Active 3D เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อใกล้กับต่อมเหงื่อ ส่งผลให้เหงื่อออกน้อยลง
  • ปรับ “ลำคอ” ให้เรียวสวยด้วย ABO Active 3D จะเข้าไปออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ เหนียงคอ ซึ่งกล้ามเนื้อลำคอจะมีทั้งมัดที่ดึงขึ้น และดึงลง เมื่อมัดที่ดึงลงถูกยับยั้งการทำงานจาก ABO Active 3D กล้ามเนื้อมัดที่ดึงขึ้นจึงทำงานได้อย่างอิสระ ส่งผลให้ลำคอตึงกระชับ เรียว สวย
  • สยบปัญหาเหงื่อออก “ฝ่ามือ” มากเกินไปด้วย ABO Active 3D เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อใกล้กับต่อมเหงื่อ ทำให้กล้ามเนื้อบีบรัดน้อยลง ส่งผลให้เหงื่อออกน้อยลง

Dysport Botox ทำงานอย่างไร

Dysport Botox ทำงานโดยโมเลกุล Heavy chain จะเข้าจับกับเซลล์ประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ เพื่อยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อนั้นๆ ส่วนโมเลกุล Light chain จะเข้าไปในเซลล์เพื่อลดการปล่อยสารสื่อประสาท Acetylcholine ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อทำงานน้อยลง ขนาดของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดก็จะลดลง ส่งผลให้ริ้วรอยต่างๆ ดูจางลง และรูปหน้าดูเรียวขึ้น

Dysport Botox, Botulinum Toxin ทำงานอย่างไร

Dysport Botox เหมาะกับใคร

โปรแกรม Dysport Botox เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ

  • ลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง
  • ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น หรือยกกระชับกรอบหน้าด้วยเทคนิค Dermolift
  • ลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกราม น่อง หรือต้นแขน
  • ลดปัญหาเหงื่อออกมากเกินไปบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า
อายุ 30+ ฉีดโบท็อกซ์ตัวไหนดี
อายุ 40+ ฉีดโบท็อกซ์ยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ ใช้กี่ยูนิต
อายุ 50+ ฉีดโบท็อกซ์ยี่ห้อไหนดี อายุเยอะจะยังเห็นผลไหม ฉีดที่ไหนดี
pie
    title (คนไทย) กังวลเกี่ยวกับริ้วรอยบนใบหน้า
    "รอยตีนกา / หางตา" : 70
    "รอยย่นหน้าผาก" : 60
    "ร่องแก้ม / รอยยิ้ม" : 55
    "ระหว่างคิ้ว / รอยขมวดคิ้ว" : 50
    "ริ้วรอยลำคอ" : 30
pie
    title (คนยุโรป) กังวลเกี่ยวกับริ้วรอยบนใบหน้า
    "รอยย่นหน้าผาก" : 75
    "รอยตีนกา / หางตา" : 65
    "ระหว่างคิ้ว / รอยขมวดคิ้ว" : 60
    "ร่องแก้ม / รอยยิ้ม" : 50
    "ริ้วรอยรอบริมฝีปาก" : 40

ทำความรู้จักริ้วรอยชั่วคราว กับริ้วรอยถาวร

ริ้วรอยทั่วไป (Dynamic/Expression Wrinkles)รายละเอียด
ลักษณะริ้วรอยที่ปรากฏขึ้นเมื่อมีการแสดงสีหน้า เช่น รอยยิ้ม รอยขมวดคิ้ว รอยย่นหน้าผาก เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อซ้ำๆ
จุดเริ่มต้นของริ้วรอยเริ่มปรากฏในวัย 20 ปลายๆ ถึง 30 ต้นๆ
การลดเลือนริ้วรอยสามารถลดเลือนได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, การดูแลผิว, การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ, การฉีดสารลดเลือนริ้วรอย
จุดตัดอายุไม่มีจุดตัดอายุที่ชัดเจน แต่จะกลายเป็นริ้วรอยถาวรเมื่อเวลาผ่านไป
ริ้วรอยถาวร (Static Wrinkles)รายละเอียด
ลักษณะริ้วรอยที่ปรากฏอยู่ตลอดเวลา แม้ไม่ได้แสดงสีหน้า เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนัง, ความเสียหายจากแสงแดด, แรงโน้มถ่วง, การสูบบุหรี่
จุดเริ่มต้นของริ้วรอยมักจะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นในวัย 40s และ 50s และเด่นชัดหลังอายุ 65 ปี
การลดเลือนริ้วรอยยากต่อการลดเลือนด้วยวิธีทั่วไป ต้องใช้การรักษาที่ซับซ้อนขึ้น เช่น เลเซอร์, ฟิลเลอร์, การผ่าตัด
จุดตัดอายุประมาณ 40-50 ปีขึ้นไป ริ้วรอยจะลึกและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การแก้ไขยากขึ้น
อยากหน้าเด็ก เติมฟิลเลอร์จุดไหนดี ใช้รุ่นไหนดี ราคาเท่าไหร่ ใช้กี่ cc

ในกรณีที่ริ้วรอยถาวรลึกจนสารคลายกล้ามเนื้อ (เช่น Botulinum Toxin) ไม่สามารถแก้ไขได้อีกต่อไป แพทย์จะพิจารณาการใช้ฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มริ้วรอยและฟื้นฟูสภาพผิว เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ข้อดีและข้อควรพิจารณาของโปรแกรม Dysport Botox

ข้อดี

  • ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ตัวยากระจายตัวได้ดี ทำให้ริ้วรอยลดลงอย่างนุ่มนวล ใบหน้ายังคงแสดงอารมณ์ได้ตามปกติ
  • ออกฤทธิ์รวดเร็ว สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ภายใน 2-7 วันหลังการฉีด
  • เหมาะกับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ด้วยคุณสมบัติการกระจายตัวที่ดี ทำให้เหมาะกับการฉีดในบริเวณที่มีกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น ลดน่อง ลดต้นแขน
  • โอกาสการดื้อยาน้อย มีความบริสุทธิ์สูง ช่วยลดความเสี่ยงของการดื้อยาเมื่อฉีดอย่างต่อเนื่อง
  • ช่วยยกกระชับกรอบหน้า เหมาะสำหรับเทคนิค Dermolift ที่ช่วยยกกระชับผิวและกรอบหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ข้อควรพิจารณา

  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร เช่นเดียวกับโบท็อกซ์ประเภทอื่นๆ ผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล
  • ต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากตัวยามีการกระจายตัวกว้าง การฉีดในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องอาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้
  • อาจมีอาการตึง บวมเล็กน้อย บริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการปกติและจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน

การเตรียมตัวก่อนรับบริการโปรแกรม Dysport Botox

  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรม Dysport Botox และเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีประสบการณ์
  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือยาที่กำลังรับประทานอยู่ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • งดการสครับผิว เลเซอร์ หรือนวดหน้าบริเวณที่จะฉีดล่วงหน้า 2-3 วัน เพื่อลดอาการเขียวช้ำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา ก่อนเข้ารับบริการอย่างน้อย 1 สัปดาห์
คลินิก ปรึกษาฟรี หมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

การดูแลตัวเองหลังรับบริการโปรแกรม Dysport Botox

  • งดกด นวด หรือถูบริเวณที่ฉีด รวมถึงหลีกเลี่ยงการนอนราบเป็นเวลา 4 ชั่วโมงหลังฉีด
  • ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเบาๆ เป็นเวลา 30 นาที เพื่อช่วยให้ยาซึมเข้ากล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด เช่น ซาวน่า เลเซอร์ แสงแดดจัด และกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารรสจัด อาหารหมักดอง ประมาณ 2-3 วัน
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวม แดง หรือเจ็บปวดผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ข้อควรรู้ก่อนรับบริการโปรแกรม Dysport Botox

ข้อควรรู้คำอธิบาย
บวมไหม?อาจมีอาการบวมแดงเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการปกติและจะหายไปเองภายใน 2-3 วัน 🟡
บวมกี่วัน?โดยทั่วไปอาการบวมจะดีขึ้นภายใน 1-3 วัน
เห็นผลกี่วัน?เริ่มเห็นผลภายใน 2-7 วัน และจะเห็นผลเต็มที่ภายใน 2 สัปดาห์
อยู่ได้นานแค่ไหน?ผลลัพธ์คงอยู่ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและแต่ละบุคคล
ต่างจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นอย่างไร?Dysport มีคุณสมบัติการกระจายตัวที่กว้างกว่า ทำให้เหมาะกับการฉีดกล้ามเนื้อมัดใหญ่และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ แต่ปริมาณยูนิตต่อขวดจะต่างจากโบท็อกซ์อเมริกา (Dysport 300 SU เทียบเท่าประมาณ 100-120 ยูนิตของโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่น) เทคนิคการฉีดควรใช้โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 🟢🟢🟢 เทียบกับโบท็อกซ์อเมริกาที่ออกฤทธิ์เฉพาะจุดมากกว่า

ตารางเปรียบเทียบ Dysport, Allergan และ Xeomin

คุณสมบัติDysport (โบท็อกซ์อังกฤษ)Allergan (โบท็อกซ์อเมริกา)Xeomin (โบท็อกซ์เยอรมัน)
จุดเด่นกระจายตัวกว้าง เป็นธรรมชาติ ออกฤทธิ์เร็วแม่นยำสูง เป็นที่นิยมและยอมรับบริสุทธิ์สูง ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน ลดโอกาสดื้อยา
เหมาะสำหรับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (กราม, น่อง) ลิฟต์กรอบหน้าริ้วรอยเฉพาะจุดที่ต้องการความแม่นยำสูง (หว่างคิ้ว, หางตา)ผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงการดื้อยา หรือเคยมีประวัติดื้อยา
ข้อควรรู้การนับยูนิตแตกต่างจากยี่ห้ออื่น โดย 2.5-3 ยูนิตของ Dysport จะเทียบเท่าประมาณ 1 ยูนิตของ Allergan/Xeominเป็นแบรนด์แรกที่ได้รับการรับรองและมีงานวิจัยรองรับยาวนานที่สุด ทำให้ราคาสูงกว่ายี่ห้ออื่นด้วยความบริสุทธิ์สูง ทำให้บางรายอาจรู้สึกตึงน้อยกว่ายี่ห้ออื่นในตอนแรก

รีวิวโบ Botulinum Toxin

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

Dysport ราคาเท่าไหร่

โปรแกรม ABO DYSPORT

  • 120su 12,000.-
  • 300su 19,000.-
ราคาโบท็อกซ์ อเมริกา เยอรมัน อังกฤษ แตกต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี Allergan Dysport Xeomin

ติดต่อ D’ Lovevery Clinic

หากคุณพร้อมที่จะคืนความอ่อนเยาว์และเผยความงามที่เป็นธรรมชาติในแบบของคุณ D’ Lovevery Clinic ยินดีต้อนรับและพร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

  • สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
  • สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546

ถ้าหน้ายุงคือหน้าเรียวขึ้น เข้ารูปขึ้น แบบนั้นโบท็อกซ์ให้ได้ค่ะ

การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามสามารถทำให้เกิดอาการ “หน้ายุง” หรือหน้าตอบ ได้จริง โดยเฉพาะในคนไข้ที่มี โหนกแก้มสูง เนื้อแก้มน้อย หรือมีผิวหนังหย่อนคล้อย เนื่องจากการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามทำให้ฐานพยุงผิวหายไป (*ตรงนี้แหล่ะที่หมอจะบอกว่าการฉีดโบท็อกซ์กราม หรือพยายามทำหน้ายุงนั้นไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะ ทุกโปรแกรมมีข้อดีข้อเสีย) ส่งผลให้แก้มดูบุ๋มและโหนกแก้มเด่นชัดขึ้นจนหน้าดูโทรม แต่ปัญหานี้ป้องกันได้ด้วยการ ประเมินรูปหน้าอย่างละเอียดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสม หรือเลือกใช้เทคนิคการลิฟท์กรอบหน้าแทน และหากเกิดขึ้นแล้วสามารถแก้ไขได้ด้วยการรอให้ยาหมดฤทธิ์หรือการเติม ฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อคืนความอิ่มเอิบให้ใบหน้าค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อาการเหงื่อออกมากผิดปกติที่มือ เท้า และรักแร้ ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะ Primary Hyperhidrosis ซึ่งเกิดจาก ระบบประสาทสั่งการต่อมเหงื่อทำงานไวเกินไป มักเป็นกรรมพันธุ์และ ไม่ใช่โรคร้ายแรง ค่ะ

ข้อมูลจาก International Hyperhidrosis Society ระบุว่าประชากรทั่วโลกประมาณ 4.8% มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติโดยไม่มีโรคแทรกซ้อน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก คนไทยเราก็เป็นกันเยอะทุกช่วงอายุ แต่ก่อนหมออยู่โรงพยาบาลต่างจังหวัด มักเจอคนไข้ที่กังวลมากจนต้องมาพบหมอหลายเคสมากๆ แต่อย่างที่บอกไป ส่วนมากไม่ใช่อาการร้ายแรงอะไร

แต่หากมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น น้ำหนักลด มือสั่น ใจสั่น หรือเหงื่อออกท่วมตัวตอนกลางคืน อันนี้อาจเป็นสัญญาณของโรคแทรกซ้อนอย่าง ไทรอยด์เป็นพิษ เบาหวาน หรือวัณโรค ซึ่งหมอแนะนำให้รีบเข้ามาตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

ภาวะดื้อโบท็อกซ์ไม่ได้เกิดง่ายกับทุกคน แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามพฤติกรรมการฉีดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งกลไกนี้ต่างจากการดื้อยาฆ่าเชื้อที่เชื้อโรคพัฒนาตัวเอง แต่การดื้อโบท็อกซ์คือการที่ร่างกายเราสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านยา (คล้ายการฉีดวัคซีน) ส่งผลให้ตัวยาถูกทำลายก่อนจะออกฤทธิ์ ดังนั้นการเว้นระยะห่างการฉีดให้เหมาะสมและเลือกใช้ยาที่บริสุทธิ์เพื่อไม่ให้ร่างกายจดจำว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้คนไข้สวยได้นานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการดื้อยาในอนาคตค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ปัญหาคิ้วสูงต่ำไม่เท่ากันส่วนใหญ่เกิดจาก โครงสร้างกระดูกและการทำงานของกล้ามเนื้อที่ไม่สมดุล ซึ่งการแก้ไขทำได้หลายวิธีตามความเหมาะสมของแต่ละคนค่ะ หากเกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ หมอแนะนำการฉีด โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) เพื่อปรับลดการทำงานของกล้ามเนื้อให้คิ้วกลับมาใกล้เคียงกัน แต่หากเกิดจากความหย่อนคล้อย การทำ ร้อยไหม (Thread Lift) หรือการ ศัลยกรรมยกคิ้ว จะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดและยั่งยืนกว่า ส่วนใครที่ไม่อยากเจ็บตัว การ สักคิ้ว เพื่อพรางสายตาก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ ทั้งนี้คนไข้ควรเข้ามาให้หมอประเมินใบหน้าจริง เพื่อวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์ที่สุดนะคะ

จากสถิติทางการแพทย์พบว่า กว่า 97% ของคนทั่วไป มีใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน (Asymmetry) โดยเฉพาะบริเวณคิ้วและดวงตา ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติค่ะ แต่ในบางเคสที่ดูเห็นชัดเกินไป จนกลายเป็นจุดด้อย สร้างความกังวล หมอก็แนะนำให้พบแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษานะคะ

อ่านเพิ่มเติม

ช่วยได้ และช่วยได้ดีด้วยค่ะ ใครที่มีปัญหาหนักจริงๆ ลองนัดปรึกษาแพทย์ก่อนได้เลยค่ะ การฉีดโบท็อกซ์เพื่อแก้ปัญหานอนกัดฟัน คือการฉีดสารคลายกล้ามเนื้อเข้าไปที่ กล้ามเนื้อกราม (Masseter) เพื่อลดการทำงานที่มากเกินไป ทำให้ แรงในการกัดฟันลดลง อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยป้องกัน ฟันสึกและลดอาการปวดศีรษะ จากความเครียดของกล้ามเนื้อได้ตรงจุด โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วง 2 สัปดาห์หลังฉีด และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน แถมยังได้ผลพลอยได้คือ ใบหน้าที่เรียวเล็กและดูละมุนขึ้น ด้วยค่ะ

โดยปกติแพทย์จะใช้ปริมาณยาข้างละ 25-50 ยูนิต (Units) ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อของคนไข้ ในเคสนอนกัดฟันเรื้อรัง แพทย์อาจฉีดเพิ่มที่กล้ามเนื้อ Temporalis (ขมับ) นอกเหนือจาก Masseter เพื่อลดอาการปวดไมเกรนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

มันมีงานวิจัยที่ชัดเจนและมีมานานแล้วค่ะ การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูญเสีย Zinc (สังกะสี) ซึ่งจากการศึกษาพบว่าระดับ Zinc ที่ต่ำอาจลดประสิทธิภาพของโบท็อกซ์ลงได้ถึง 30%

การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและสร้างอนุมูลอิสระที่เร่งการสลายของตัวยาค่ะ ถ้าเทียบระยะเวลาที่จะ “หายไป” ให้เห็นภาพชัดเจนคือ

  • โบท็อกซ์: จากมาตรฐานอยู่ได้ 4-6 เดือน ฤทธิ์ยาอาจคลายตัวไวขึ้น เหลือเพียง 3-4 เดือน (หายไปประมาณ 1 เดือน)
  • ฟิลเลอร์: จากรุ่นมาตรฐานทั่วไปที่อยู่ได้ 8-12 เดือน อาจจะยุบตัวและสลายไวเหลือเพียง 6-9 เดือน (หายไปถึง 2-3 เดือน)

ดังนั้น ถ้าคนไข้ไม่อยากให้ความหล่อ-ความสวยที่ลงทุนไปหลักหมื่น อยู่กับเราสั้นลงแบบน่าเสียดาย หมอแนะนำให้ลดปริมาณการดื่มลงและดื่มน้ำเปล่าชดเชยให้มากๆ จะช่วยยืดอายุยาได้ และยังดีต่อสุขภาพมากกว่าด้วยนะคะ 🙂

อ่านเพิ่มเติม

การฉีดโบท็อกซ์ปกติจะ “ไม่ทำให้หน้าบวมใหญ่” ขึ้นแบบชนิดชัดเจนหรือถาวร แต่จะมีเพียง ตุ่มนูนเล็กๆ คล้ายยุงกัด จากตัวยาที่ฉีดเข้าไป ซึ่งจะ ยุบหายไปเองได้ใน 2-3 ชั่วโมง ค่ะ ในบางรายอาจพบรอยเขียวช้ำจากเข็มได้บ้างซึ่งจะหายเองใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากคนไข้มีอาการ บวมแดง ร้อน ปวดมาก หรือมีผื่นคัน ให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นอาการแพ้หรือติดเชื้อค่ะ

แต่ที่คนไข้หลายคนรู้สึกว่าหน้าต่างไปจากเดิมเหมือนมันบวมๆ เพราะอาจจะความรู้สึกเจ็บ ไม่เคยทำมาก่อน อาจจะมีความรู้สึกแบบนั้นได้ อารมณ์เหมือนเราไปถอนฟันแล้วฤทธิ์ยาชายังไม่หมด รู้สึกว่าหน้าตัวเองบวม ปากบวมอยู่ แต่ความจริงก็คือปกติค่ะ

แต่การฉีดแฟตสลายไขมันมีโอกาสบวม “มากกว่าและนานกว่า” โบท็อกซ์แน่นอนค่ะ สาเหตุหลักมาจาก ปริมาณตัวยา (Volume) ที่ฉีดเข้าไปเยอะกว่าโบท็อกซ์หลายเท่าเพื่อให้ทั่วถึงชั้นไขมัน และกลไกการทำงานของยาที่ทำให้เซลล์ไขมันแตกตัว ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิด การอักเสบและการบวมในระยะสั้น (3-7 วัน) ได้ แตกต่างจากโบท็อกซ์ที่บวมแค่รอยเข็มชั่วคราว ดังนั้นถ้าคนไข้จะฉีดแฟต หมอแนะนำให้เผื่อเวลาพักหน้าสักนิด หรือเลือกสูตรยาที่เน้นลดบวมก็จะช่วยได้ค่ะ ควรพบแพทย์ปรึกษาให้เข้าใจแน่ชัดก่อนรับบริการทุกครั้งนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

เรื่องผลลัพธ์ปลายทางไม่ต่างกันมาก คือลดเหงื่อ ลดสาเหตุการเกิดกลิ่น แต่ราคา กับวิธีการรักษานั้นต่างกันอยู่ ตรงนี้แล้วแต่คนไข้ว่าชอบหรือสะดวกแบบไหนมากกว่ากัน การเลือกวิธีลดเหงื่อใต้วงแขนระหว่าง โบท็อกซ์และเลเซอร์ ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ค่ะ การฉีดโบท็อกซ์ให้ ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ลดเหงื่อได้ถึง 80-90% ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ ผลลัพธ์อยู่ได้ชั่วคราวประมาณ 6-12 เดือน จึงต้องฉีดซ้ำ ส่วนการทำเลเซอร์ลดเหงื่ออย่าง miraDry ให้ โดยทำลายต่อมเหงื่อและกลิ่นได้ตั้งแต่ 1-2 ครั้ง ลดเหงื่อได้เฉลี่ย 70-80% แต่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูงกว่า การปรึกษาแพทย์ผู้จะช่วยให้คนไข้เลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด เพื่อแก้ปัญหาเหงื่อใต้วงแขนได้อย่างมั่นใจค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

20

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

เวลา อายุ อาจไม่ใช่ข้อจำกัดด้านความงาม

★★ ความประทับใจ ★★

google
보크
보크
06/09/2025
facebook
Pakjira Leattaveevit
Pakjira Leattaveevit
แนะนำเลย
24/12/2024
google
วิภัทร พงศ์ทิพากร
วิภัทร พงศ์ทิพากร
21/07/2024
facebook
Wipat Pongtipagorn
Wipat Pongtipagorn
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Peter Nick
Peter Nick
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Tay Pattara
Tay Pattara
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
วสิทธิ์ ทองโผ
วสิทธิ์ ทองโผ
แนะนำเลย
12/05/2024