Confidence sculpted, not by age, but by choice. Embrace your refined self.

ที่ D’ Lovevery Clinic เราเข้าใจถึงความปรารถนาในการมีผิวหน้าที่เรียบเนียนและรูปหน้าที่ได้สัดส่วน โปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan แท้จากสหรัฐอเมริกา คือคำตอบเพื่อการดูแลความงาม Allergan เป็นโบท็อกซ์จากบริษัทผู้คิดค้นและวิจัยโบท็อกซ์มาตั้งแต่ปี 1989 มีงานวิจัยรองรับและความปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองจากทั้ง US FDA และ อย. ประเทศไทย ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยาวนาน
โปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan ทำงานโดยการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัว ซึ่งช่วยลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า ลดขนาดกล้ามเนื้อกรามเพื่อให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น และยังสามารถช่วยลดเหงื่อใต้วงแขนได้อีกด้วย
โปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan คืออะไร
โปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan คือการใช้สารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) บริสุทธิ์จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสารที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์มานานกว่า 30 ปี เพื่อการปรับปรุงความงามและแก้ไขปัญหาผิวหน้า รวมถึงสรีระต่างๆ โดยสารนี้จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัว ช่วยให้ริ้วรอยลดเลือนลง และยังสามารถใช้ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็กลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Botox Allergan คงผลลัพธ์ได้นาน

xychart-beta
title "เปรียบเทียบประสิทธิภาพ Botox VS Toxin เกาหลี ตามระยะเวลา"
x-axis "เดือนหลังฉีด" [0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8,9]
y-axis "การเห็นผลไว / ความตึง"
line "Korea Botox" [0, 7, 8, 8.5, 8, 5, 2, 1, 1, 1, 0]
line "Allergan Botox" [0, 4, 6, 8, 9, 8, 7, 6, 4,0]
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | รายละเอียด |
|---|---|
| สำหรับคนไข้ส่วนมาก | 4-6 เดือน |
| แต่ก็มีคนไข้จำนวนมากที่อยู่ได้นานกว่า | ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 6-8 เดือน โดยริ้วรอยยังไม่กลับมาเท่าก่อนทำหัตถการ ในบางเคสแพทย์แนะนำให้ทำปีละครั้งได้ |
| ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลา | การดูแลตัวเองหลังทำ, สภาพผิวและกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล, ปริมาณยูนิตที่ใช้ |
ข้อดีและข้อควรพิจารณาของโปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan
ข้อดี
- ลดเลือนริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลชัดเจนในริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยย่นหน้าผาก ตีนกา และรอยขมวดคิ้ว
- ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้ใบหน้าดูมีมิติและเรียวสวย
- ปลอดภัย ได้รับการยอมรับทั่วโลก เป็นโบท็อกซ์ต้นตำรับจากอเมริกา ผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย. ประเทศไทย
- ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยคงการแสดงออกทางสีหน้าตามธรรมชาติ
- มีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก มั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัย
ข้อควรพิจารณา
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร โดยทั่วไปคงอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
- อาจเกิดรอยแดงหรือรอยช้ำเล็กน้อย บริเวณที่ฉีด ซึ่งจะหายไปเองภายในไม่กี่วัน
- ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง
- ไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อหรือแพ้ส่วนประกอบของโบท็อกซ์

| บริเวณที่ฉีด | ปริมาณยูนิต (โดยประมาณ) | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| ริ้วรอยทั่วใบหน้า | ||
| หน้าผาก | 10-20 | ⭐ ลดรอยย่นหน้าผาก |
| ระหว่างคิ้ว (ขมวดคิ้ว) | 10-25 | ⭐ ลดรอยขมวดคิ้ว ทำให้หน้าดูสดใสขึ้น |
| หางตา (ตีนกา) | 8-16 (ข้างละ 4-8) | ⭐ ลดรอยย่นรอบดวงตา |
| ปีกจมูก | 4-8 | 🔸 ช่วยลดปีกจมูกบาน |
| รอยย่นจมูก (Bunny Lines) | 4-8 | 🔸 ลดรอยย่นเมื่อยิ้ม |
| ยกคิ้ว | 2-4 | 🔸 ช่วยยกหางคิ้วให้ดูโค้งสวย |
| ปรับรูปหน้า | ||
| กราม | 20-50 (ข้างละ) | ⭐ ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ปรับหน้าเรียว V-Shape |
| กรอบหน้า (Nefertiti Lift) | 20-30 | 🔸 ยกกระชับกรอบหน้าให้คมชัด |
| ส่วนอื่นๆ | ||
| ลดเหงื่อใต้วงแขน | 50-100 (ข้างละ) | ⭐ ลดเหงื่อออกมากเกินไป |
| น่อง | 50-100 (ข้างละ) | ⭐ ปรับขาให้ดูเรียวขึ้น |
| รอยย่นคอ | 20-50 | 🔸 ลดริ้วรอยบริเวณลำคอ |
| ปริมาณ 50 ยูนิต เหมาะกับ | ⭐ การลดริ้วรอยทั่วใบหน้า (หน้าผาก, หว่างคิ้ว, หางตา) หรือการลดกรามข้างเดียว หรือลดเหงื่อใต้วงแขน 1 ข้าง | |
| ปริมาณ 100 ยูนิต เหมาะกับ | ใช้ไม่หมดเก็บประวัติไว้ได้ | ⭐ การลดริ้วรอยทั่วใบหน้าหลายจุด + ลดกราม หรือลดเหงื่อใต้วงแขน 2 ข้าง หรือการปรับรูปน่อง |

การเตรียมตัวก่อนรับบริการโปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan
เพื่อให้การรักษาด้วยโปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan มีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัย คุณควรเตรียมตัวดังนี้
- ปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด แจ้งความต้องการ ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และสอบถามข้อสงสัยทั้งหมด
- แจ้งประวัติสุขภาพ แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่กำลังรับประทาน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมด
- งดยาและอาหารเสริมบางชนิด งดแอสไพริน ไอบูโพรเฟน วิตามินอี น้ำมันปลา และอาหารเสริมที่อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดรอยช้ำ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรงดอย่างน้อย 2-3 วันก่อนทำหัตถการ

การดูแลตัวเองหลังรับบริการโปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan
การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง
- ไม่นอนราบเป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง หลังการฉีด เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของตัวยา
- ไม่นวด กด หรือคลึง บริเวณที่ฉีด งดการทำทรีตเมนต์หน้าหรือนวดหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- เลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า สตีม หรือการออกกำลังกายหนักๆ อย่างน้อย 2 วัน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดอย่างรุนแรงประมาณ 24 ชั่วโมง
- ดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายขับของเสียและช่วยในการฟื้นตัว
- ติดตามผลกับแพทย์ หากมีข้อสงสัยหรือความผิดปกติใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

ข้อควรรู้ก่อนรับบริการโปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan
| ข้อควรรู้ | รายละเอียด |
|---|---|
| หลังฉีดโบท็อกซ์บวมไหม บวมกี่วัน? | 🔸 อาจมีรอยแดงหรือจุดเข็มเล็กน้อย ไม่บวม |
| เห็นผลลัพธ์เมื่อไหร่? | 🔸 เห็นผลการเปลี่ยนแปลงใน 3-7 วันเต็มที่ใน 2 สัปดาห์ |
| ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน? | 🔸 ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแล |
| ต่างจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นอย่างไร? | ⭐ โบท็อกซ์ Allergan เป็นต้นตำรับ มีความบริสุทธิ์สูง โอกาสดื้อยาน้อย |
| ต้องฉีดกี่ Unit? | 🔸 ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการและปัญหาของแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินเป็นรายเคส |
| ราคาโปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan? | 💰 ราคาเริ่มต้น 16,900 บาท (สำหรับ 100 ยูนิต) |
BOTOX แตกต่างจาก โปรแกรม DYSPORT อย่างไร
| คุณสมบัติ | โปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan (อเมริกา) | โปรแกรมโบท็อกซ์ Dysport (อังกฤษ) |
|---|---|---|
| แหล่งผลิต | สหรัฐอเมริกา | สหราชอาณาจักร |
| บริสุทธิ์ | สูงมาก (มีความบริสุทธิ์สูง) | สูง (มีความบริสุทธิ์สูง แต่มีโปรตีนเชิงซ้อนมากกว่า) |
| การกระจายตัวของยา | แคบ ควบคุมการออกฤทธิ์ได้แม่นยำ | กว้างกว่า กระจายตัวได้ดี เหมาะกับบริเวณกว้าง |
| ระยะเวลาเห็นผล | 🔸 เริ่มเห็นผล 3-7 วัน (เต็มที่ 2 สัปดาห์) | 🔸 เริ่มเห็นผล 1-3 วัน (เร็วกว่า Allergan เล็กน้อย) |
| ระยะเวลาคงผลลัพธ์ | ⭐ 4-6 เดือน (ในบางรายถึง 6-8 เดือน) | ⭐ 4-6 เดือน |
| อัตราส่วนยูนิต | 1:1 (มาตรฐานสากล) | ประมาณ 1:2.5 ถึง 1:3 (Dysport 2.5-3 ยูนิต เทียบเท่า Allergan 1 ยูนิต) |
| เหมาะสำหรับ | ริ้วรอยเล็กๆ, รอยย่นที่ต้องการความแม่นยำสูง, ลดกราม, รัดแกน, คอ | ริ้วรอยบริเวณกว้างๆ เช่น หน้าผาก, ลดเหงื่อ, ลดน่อง |
| ความเสี่ยงดื้อยา | 🔸 ต่ำ เนื่องจากมีความบริสุทธิ์สูง | 🔸 ต่ำ เนื่องจากมีความบริสุทธิ์สูง |
Botulinum Toxin มาจากที่ไหนบ้าง
| ยี่ห้อ | ประเทศต้นกำเนิด |
|---|---|
| Allergan | สหรัฐอเมริกา |
| Dysport | สหราชอาณาจักร |
| Xeomin | เยอรมนี |
| Nabota | เกาหลีใต้ |
| Neuronox | เกาหลีใต้ |
| INBO | เกาหลีใต้ |
| Aestox | เกาหลีใต้ |
| Botulax | เกาหลีใต้ |
| Neuronox | เกาหลีใต้ |
ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic
ที่ D’ Lovevery Clinic เรามุ่งมั่นมอบประสบการณ์การดูแลความงามที่ดีที่สุด ด้วยหัวใจที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ เราให้ความสำคัญกับการบริการแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ไม่ต้องรอนาน บรรยากาศไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case อย่างละเอียด ไม่เร่งรีบ เพื่อให้คุณได้รับข้อมูลครบถ้วนและตัดสินใจได้อย่างสบายใจที่สุด
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน เราไม่มีเซลส์คอยปิดการขายหรือพยายามบังคับซื้อคอร์สที่ไม่จำเป็น คุณจะได้รับคำแนะนำที่ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา
- จ่ายสบายเลือกได้ เรามีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ และอำนวยความสะดวกด้วยการรองรับ Shopee PayLater รวมถึงการผ่อนชำระ 0% ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม เพื่อให้การรักษามีความต่อเนื่องและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คุณจะได้ติดตามผลและรับการดูแลจากแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรงในทุกครั้ง
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง เราภูมิใจนำเสนอรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงของเรา ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันถึงคุณภาพและผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ไม่ใช่รีวิวจากดาราหรือ Influencer
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้ แพทย์ของเรามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูง สามารถตรวจสอบประวัติและผลงานได้ เพื่อความมั่นใจสูงสุดของคุณ
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกของเราได้รับการรับรองมาตรฐาน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีที่จอดรถฟรี และเดินทางสะดวก
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ เราให้ข้อมูลที่รวดเร็วและครบถ้วน คุณสามารถเช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจในคุณภาพ

รีวิวฉีด Botulinum Toxin
Botulinum Toxin ที่คลินิก ราคาเท่าไหร่

ปรึกษาหรือนัดหมายรับบริการโปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan ที่ D’ Lovevery Clinic วันนี้!
- D’ Lovevery Clinic สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
- D’ Lovevery Clinic สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546
ถ้าหน้ายุงคือหน้าเรียวขึ้น เข้ารูปขึ้น แบบนั้นโบท็อกซ์ให้ได้ค่ะ
การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามสามารถทำให้เกิดอาการ “หน้ายุง” หรือหน้าตอบ ได้จริง โดยเฉพาะในคนไข้ที่มี โหนกแก้มสูง เนื้อแก้มน้อย หรือมีผิวหนังหย่อนคล้อย เนื่องจากการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามทำให้ฐานพยุงผิวหายไป (*ตรงนี้แหล่ะที่หมอจะบอกว่าการฉีดโบท็อกซ์กราม หรือพยายามทำหน้ายุงนั้นไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะ ทุกโปรแกรมมีข้อดีข้อเสีย) ส่งผลให้แก้มดูบุ๋มและโหนกแก้มเด่นชัดขึ้นจนหน้าดูโทรม แต่ปัญหานี้ป้องกันได้ด้วยการ ประเมินรูปหน้าอย่างละเอียดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสม หรือเลือกใช้เทคนิคการลิฟท์กรอบหน้าแทน และหากเกิดขึ้นแล้วสามารถแก้ไขได้ด้วยการรอให้ยาหมดฤทธิ์หรือการเติม ฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อคืนความอิ่มเอิบให้ใบหน้าค่ะ
อาการเหงื่อออกมากผิดปกติที่มือ เท้า และรักแร้ ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะ Primary Hyperhidrosis ซึ่งเกิดจาก ระบบประสาทสั่งการต่อมเหงื่อทำงานไวเกินไป มักเป็นกรรมพันธุ์และ ไม่ใช่โรคร้ายแรง ค่ะ
ข้อมูลจาก International Hyperhidrosis Society ระบุว่าประชากรทั่วโลกประมาณ 4.8% มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติโดยไม่มีโรคแทรกซ้อน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก คนไทยเราก็เป็นกันเยอะทุกช่วงอายุ แต่ก่อนหมออยู่โรงพยาบาลต่างจังหวัด มักเจอคนไข้ที่กังวลมากจนต้องมาพบหมอหลายเคสมากๆ แต่อย่างที่บอกไป ส่วนมากไม่ใช่อาการร้ายแรงอะไร
แต่หากมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น น้ำหนักลด มือสั่น ใจสั่น หรือเหงื่อออกท่วมตัวตอนกลางคืน อันนี้อาจเป็นสัญญาณของโรคแทรกซ้อนอย่าง ไทรอยด์เป็นพิษ เบาหวาน หรือวัณโรค ซึ่งหมอแนะนำให้รีบเข้ามาตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดนะคะ
ภาวะดื้อโบท็อกซ์ไม่ได้เกิดง่ายกับทุกคน แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามพฤติกรรมการฉีดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งกลไกนี้ต่างจากการดื้อยาฆ่าเชื้อที่เชื้อโรคพัฒนาตัวเอง แต่การดื้อโบท็อกซ์คือการที่ร่างกายเราสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านยา (คล้ายการฉีดวัคซีน) ส่งผลให้ตัวยาถูกทำลายก่อนจะออกฤทธิ์ ดังนั้นการเว้นระยะห่างการฉีดให้เหมาะสมและเลือกใช้ยาที่บริสุทธิ์เพื่อไม่ให้ร่างกายจดจำว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้คนไข้สวยได้นานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการดื้อยาในอนาคตค่ะ
ปัญหาคิ้วสูงต่ำไม่เท่ากันส่วนใหญ่เกิดจาก โครงสร้างกระดูกและการทำงานของกล้ามเนื้อที่ไม่สมดุล ซึ่งการแก้ไขทำได้หลายวิธีตามความเหมาะสมของแต่ละคนค่ะ หากเกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ หมอแนะนำการฉีด โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) เพื่อปรับลดการทำงานของกล้ามเนื้อให้คิ้วกลับมาใกล้เคียงกัน แต่หากเกิดจากความหย่อนคล้อย การทำ ร้อยไหม (Thread Lift) หรือการ ศัลยกรรมยกคิ้ว จะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดและยั่งยืนกว่า ส่วนใครที่ไม่อยากเจ็บตัว การ สักคิ้ว เพื่อพรางสายตาก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ ทั้งนี้คนไข้ควรเข้ามาให้หมอประเมินใบหน้าจริง เพื่อวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์ที่สุดนะคะ
จากสถิติทางการแพทย์พบว่า กว่า 97% ของคนทั่วไป มีใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน (Asymmetry) โดยเฉพาะบริเวณคิ้วและดวงตา ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติค่ะ แต่ในบางเคสที่ดูเห็นชัดเกินไป จนกลายเป็นจุดด้อย สร้างความกังวล หมอก็แนะนำให้พบแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษานะคะ
ช่วยได้ และช่วยได้ดีด้วยค่ะ ใครที่มีปัญหาหนักจริงๆ ลองนัดปรึกษาแพทย์ก่อนได้เลยค่ะ การฉีดโบท็อกซ์เพื่อแก้ปัญหานอนกัดฟัน คือการฉีดสารคลายกล้ามเนื้อเข้าไปที่ กล้ามเนื้อกราม (Masseter) เพื่อลดการทำงานที่มากเกินไป ทำให้ แรงในการกัดฟันลดลง อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยป้องกัน ฟันสึกและลดอาการปวดศีรษะ จากความเครียดของกล้ามเนื้อได้ตรงจุด โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วง 2 สัปดาห์หลังฉีด และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน แถมยังได้ผลพลอยได้คือ ใบหน้าที่เรียวเล็กและดูละมุนขึ้น ด้วยค่ะ
โดยปกติแพทย์จะใช้ปริมาณยาข้างละ 25-50 ยูนิต (Units) ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อของคนไข้ ในเคสนอนกัดฟันเรื้อรัง แพทย์อาจฉีดเพิ่มที่กล้ามเนื้อ Temporalis (ขมับ) นอกเหนือจาก Masseter เพื่อลดอาการปวดไมเกรนค่ะ
มันมีงานวิจัยที่ชัดเจนและมีมานานแล้วค่ะ การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูญเสีย Zinc (สังกะสี) ซึ่งจากการศึกษาพบว่าระดับ Zinc ที่ต่ำอาจลดประสิทธิภาพของโบท็อกซ์ลงได้ถึง 30%
การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและสร้างอนุมูลอิสระที่เร่งการสลายของตัวยาค่ะ ถ้าเทียบระยะเวลาที่จะ “หายไป” ให้เห็นภาพชัดเจนคือ
- โบท็อกซ์: จากมาตรฐานอยู่ได้ 4-6 เดือน ฤทธิ์ยาอาจคลายตัวไวขึ้น เหลือเพียง 3-4 เดือน (หายไปประมาณ 1 เดือน)
- ฟิลเลอร์: จากรุ่นมาตรฐานทั่วไปที่อยู่ได้ 8-12 เดือน อาจจะยุบตัวและสลายไวเหลือเพียง 6-9 เดือน (หายไปถึง 2-3 เดือน)
ดังนั้น ถ้าคนไข้ไม่อยากให้ความหล่อ-ความสวยที่ลงทุนไปหลักหมื่น อยู่กับเราสั้นลงแบบน่าเสียดาย หมอแนะนำให้ลดปริมาณการดื่มลงและดื่มน้ำเปล่าชดเชยให้มากๆ จะช่วยยืดอายุยาได้ และยังดีต่อสุขภาพมากกว่าด้วยนะคะ 🙂
การฉีดโบท็อกซ์ปกติจะ “ไม่ทำให้หน้าบวมใหญ่” ขึ้นแบบชนิดชัดเจนหรือถาวร แต่จะมีเพียง ตุ่มนูนเล็กๆ คล้ายยุงกัด จากตัวยาที่ฉีดเข้าไป ซึ่งจะ ยุบหายไปเองได้ใน 2-3 ชั่วโมง ค่ะ ในบางรายอาจพบรอยเขียวช้ำจากเข็มได้บ้างซึ่งจะหายเองใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากคนไข้มีอาการ บวมแดง ร้อน ปวดมาก หรือมีผื่นคัน ให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นอาการแพ้หรือติดเชื้อค่ะ
แต่ที่คนไข้หลายคนรู้สึกว่าหน้าต่างไปจากเดิมเหมือนมันบวมๆ เพราะอาจจะความรู้สึกเจ็บ ไม่เคยทำมาก่อน อาจจะมีความรู้สึกแบบนั้นได้ อารมณ์เหมือนเราไปถอนฟันแล้วฤทธิ์ยาชายังไม่หมด รู้สึกว่าหน้าตัวเองบวม ปากบวมอยู่ แต่ความจริงก็คือปกติค่ะ
แต่การฉีดแฟตสลายไขมันมีโอกาสบวม “มากกว่าและนานกว่า” โบท็อกซ์แน่นอนค่ะ สาเหตุหลักมาจาก ปริมาณตัวยา (Volume) ที่ฉีดเข้าไปเยอะกว่าโบท็อกซ์หลายเท่าเพื่อให้ทั่วถึงชั้นไขมัน และกลไกการทำงานของยาที่ทำให้เซลล์ไขมันแตกตัว ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิด การอักเสบและการบวมในระยะสั้น (3-7 วัน) ได้ แตกต่างจากโบท็อกซ์ที่บวมแค่รอยเข็มชั่วคราว ดังนั้นถ้าคนไข้จะฉีดแฟต หมอแนะนำให้เผื่อเวลาพักหน้าสักนิด หรือเลือกสูตรยาที่เน้นลดบวมก็จะช่วยได้ค่ะ ควรพบแพทย์ปรึกษาให้เข้าใจแน่ชัดก่อนรับบริการทุกครั้งนะคะ
เรื่องผลลัพธ์ปลายทางไม่ต่างกันมาก คือลดเหงื่อ ลดสาเหตุการเกิดกลิ่น แต่ราคา กับวิธีการรักษานั้นต่างกันอยู่ ตรงนี้แล้วแต่คนไข้ว่าชอบหรือสะดวกแบบไหนมากกว่ากัน การเลือกวิธีลดเหงื่อใต้วงแขนระหว่าง โบท็อกซ์และเลเซอร์ ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ค่ะ การฉีดโบท็อกซ์ให้ ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ลดเหงื่อได้ถึง 80-90% ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ ผลลัพธ์อยู่ได้ชั่วคราวประมาณ 6-12 เดือน จึงต้องฉีดซ้ำ ส่วนการทำเลเซอร์ลดเหงื่ออย่าง miraDry ให้ โดยทำลายต่อมเหงื่อและกลิ่นได้ตั้งแต่ 1-2 ครั้ง ลดเหงื่อได้เฉลี่ย 70-80% แต่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูงกว่า การปรึกษาแพทย์ผู้จะช่วยให้คนไข้เลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด เพื่อแก้ปัญหาเหงื่อใต้วงแขนได้อย่างมั่นใจค่ะ












