ใครเหมาะกับโปรแกรมนี้
- ผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบหรือสิวอุดตัน
- ผู้ที่มีปัญหาหน้ามันจากการทำงานไม่สมดุลของต่อมไขมัน
- ผู้ที่มีปัญหาหน้าไม่เรียบจากปัญหาสิว
- ผู้มีปัญหาสิวทุกประเภท อาทิ สิวผดผื่น สิวหัวหนอง ฯลฯ

Meso acne คืออะไร ช่วยรักษาสิวได้อย่างไร?
ลดการทำงานของต่อมไขมันทำให้สิวยุบตัวเร็วขึ้น ปรับสภาพผิวให้มีความสมดุล หน้าเรียบเนียนสม่ำเสมอ รวมทั้งรักษาอาการแพ้ และ ควบคุมความมัน ช่วยลดริ้วรอยจากสิว ป้องกันการเกิดหลุมสิวทำให้ผิวแข็งแรงในระดับที่ล้ำลึกถึงโครงสร้าง
- หยุดสิวเรื้อรัง
- ลดการอักเสบ
- ควบคุมสิวจากการแพ้
- ฆ่าเชื้อสิว ป้องกันการเกิดสิว
| หัวข้อ | กดสิว (Acne Extraction) | ฉีดสิว (ฉีดลดอักเสบเฉพาะจุด) | เมโสสิว (D’ Meso Acne / ฉีดตื้นทั่วบริเวณ) |
|---|---|---|---|
| เหมาะกับสิวแบบไหน | สิวอุดตันหัวขาว/หัวดำ เม็ดที่ “พร้อมกด” | สิวอักเสบ “เม็ดใหญ่ บวมแดง เจ็บ” เป็นจุด ๆ | สิวอักเสบกระจายหลายเม็ด/ผิวว้าวุ่น อักเสบซ้ำ ๆ ต้องการดูแลเป็นบริเวณ |
| จุดเด่น/ข้อดีหลัก | เอาสิวอุดตันออก ลดโอกาสลุกลามจากสิวอุดตันเดิม | ลดบวมแดง/เจ็บได้ค่อนข้างเร็วในเม็ดนั้น | เน้น “ลดการอักเสบโดยรวมของพื้นที่” ช่วยให้สิวสงบลงแบบเป็นระบบตามการประเมิน |
| ความเร็วที่มักรู้สึกได้ | เห็นผิวโล่งขึ้นบริเวณที่กด (บางจุดอาจแดงชั่วคราว) | มักยุบไวกว่า “ปล่อยไว้” ในเม็ดที่ฉีด | ค่อย ๆ สงบลงเป็นบริเวณตามรอบการดูแลและการตอบสนองผิว |
| ความเจ็บ/ความรู้สึก | เจ็บได้ โดยเฉพาะเม็ดลึก/อักเสบ (ถ้าฝืนกด) | เจ็บจี๊ดเฉพาะจุดช่วงฉีด | เจ็บระดับทนได้ (หลายจุดเล็ก ๆ) ขึ้นกับเทคนิคและบริเวณ |
| หลังทำ/พักฟื้น | อาจแดง/ช้ำเล็กน้อย งดแกะเกา ระวังการอักเสบ | อาจบวม/แดงจุดฉีดชั่วคราว | อาจมีรอยเข็ม/ตุ่มนูนเล็ก ๆ ชั่วคราวตามจุดที่ทำ |
| ข้อจำกัด | ไม่เหมาะกับสิวอักเสบลึก ๆ (เสี่ยงช้ำ/อักเสบเพิ่ม) ต้องทำโดยผู้ชำนาญ | ไม่ใช่คำตอบของสิวทั้งหน้า เหมาะกับ “เม็ดที่ควรฉีด” เท่านั้น | ไม่ได้แทนการกดสิวอุดตันทั้งหมด และต้องประเมินความเหมาะสมรายบุคคล |
| เหมาะกับใคร (ภาพรวม) | คนมีสิวอุดตันเยอะ อยากเคลียร์ให้ถูกวิธี | คนมีสิวอักเสบเม็ดใหญ่ที่เจ็บ/รบกวนชีวิต | คนที่สิวอักเสบขึ้นหลายเม็ด ผิวระคายง่าย ว้าวุ่น อยากลดอักเสบแบบอ่อนโยนและเป็นแผน |
| ควรทำแบบไหน “ร่วมกัน” | มักทำคู่กับการดูแลสิวอักเสบ/การทา/การปรับสกินแคร์ | มักทำร่วมกับการดูแลทั้งหน้า (เช่น เมโส/LED/ทา/กินตามแพทย์) | มักทำร่วมกับการกดสิวที่ “พร้อมกด” และการดูแลพื้นฐานเพื่อคุมสิวระยะยาว |
Meso Acne โปรแกรมรักษาสิว
Meso Acne เป็นเทคนิคการรักษาสิวที่ใช้การฉีดสารเข้าไปในชั้นผิวหนัง เพื่อต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบ โดยมีประสิทธิภาพในการรักษาสิวประเภทต่างๆ ได้แก่ สิวอักเสบ สิวอุดตัน และสิวผดผื่น

การทำงานของ Meso Acne คือการฉีดสารที่มีส่วนประกอบของยาต้านแบคทีเรียเข้าไปในชั้นผิวหนังบริเวณที่มีสิว โดยสารเหล่านี้จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acnes (P. acnes) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิวอักเสบ นอกจากนี้ Meso Acne ยังมีส่วนช่วยในการลดการอักเสบและบวมแดงของสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประโยชน์ของ D’ Meso Acne
Meso Acne มีประโยชน์หลายประการในการรักษาสิว ได้แก่
- การลดการอักเสบ: ยาที่ใช้ในการรักษา Meso Acne มีฤทธิ์ต้านการอักเสบซึ่งช่วยลดการอักเสบและความเจ็บปวดที่เกี่ยวข้องกับสิว
- การลดการผลิตน้ำมัน: Meso Acne ช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันส่วนเกิน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดสิว
- การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน: กรดไฮยาลูโรนิกที่ใช้ในการรักษา Meso Acne ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งช่วยปรับปรุงสุขภาพผิวและลดรอยแผลเป็นจากสิว
- การส่งมอบยาโดยตรง: เทคนิคการฉีดยาเข้าชั้นผิวหนังช่วยให้ส่งมอบยาโดยตรงไปยังบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา

การกดสิว
การกดสิวเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการกำจัดสิวหัวดำและสิวหัวขาว โดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะใช้เครื่องมือที่สะอาดกดสิวออกจากรูขุมขน วิธีนี้เหมาะสำหรับสิวที่สุกแล้วเท่านั้น เนื่องจากการกดสิวที่ยังไม่สุกอาจทำให้เกิดการอักเสบและเป็นแผลเป็นได้ และแพทย์ไม่แนะนำให้ใช้มือกดเอง
การฉีดสิว
การฉีดสิวเป็นวิธีการรักษาสิวอักเสบ เช่น สิวหัวหนอง สิวหัวช้าง โดยแพทย์จะฉีดยาต้านการอักเสบหรือยาปฏิชีวนะเข้าไปในสิว วิธีนี้จะช่วยลดการอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การฉีดสิวอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้หากทำไม่ถูกวิธี



D’ Meso Acne ราคาเท่าไหร่
| รายการบริการ | อัตราค่าบริการ |
|---|---|
| D’ Meso Acne (ลดการอักเสบของสิวทั่วหน้า) | ครั้งละ 3,500 บาท |
| กดสิว (ทั่วหน้า) | ครั้งละ 350 บาท |
| มาส์กลดสิว รอยแดงจากสิว | ครั้งละ 350 บาท |
| กดสิว (ทั่วหน้า+ลำคอ) | ครั้งละ 500 บาท |
| ฉีดสิว | เม็ดแรก 100 บาท เม็ดถัดไปเม็ดละ 50 บาท |
| รักษาสิวครบขั้นตอน | เริ่มต้นครั้งละ 700 บาท |
| LED ลดการอักเสบสิว | ครั้งละ 1,200 บาท |
| IPL ลดรอยสิว | ครั้งละ 1,500 บาท |
| Pico Laser ทั่วใบหน้า | ครั้งละ 4,500 บาท |



Meso Acne มีข้อเสียไหม
เช่นเดียวกับการรักษาทางการแพทย์อื่นๆ Meso Acne อาจมีผลข้างเคียงบางประการ ได้แก่
- อาการบวมและแดง: อาจเกิดอาการบวมและแดงบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักจะหายไปภายในไม่กี่วัน
- อาการปวด: อาจรู้สึกปวดเล็กน้อยระหว่างการฉีด แต่โดยทั่วไปจะทนได้
- การติดเชื้อ: หากไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลหลังการรักษาอย่างเหมาะสม อาจเกิดการติดเชื้อได้
ข้อควรระวังในการรักษา Meso Acne
มีข้อควรระวังบางประการที่ควรพิจารณาก่อนเข้ารับการรักษา Meso Acne ได้แก่
- การตั้งครรภ์และให้นมบุตร: ไม่แนะนำให้ใช้ Meso Acne ในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- โรคผิวหนัง: ผู้ที่มีโรคผิวหนังบางประเภท เช่น โรคสะเก็ดเงินหรือกลาก อาจไม่เหมาะสำหรับการรักษา Meso Acne
- การใช้ยาบางชนิด: การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดรอยฟกช้ำและเลือดออกระหว่างการรักษา

ขั้นตอนการรักษา D’ Meso Acne
- พบแพทย์ ประเมินปัญหาสิว ก่อนรับการรักษาทุกเคส
- ทำความสะอาดผิวหน้า ทำความสะอาดผิวด้วยคลีนซิ่ง ลบเครื่องสำอาง ก่อนเริ่มทำการรักษา
- แพทย์เริ่มทำการรักษา ยาที่ใช้ในการรักษา ฉีดเข้าชั้นผิวหนังโดยตรงบริเวณที่มีสิว ใช้เวลาในการรักษาไม่นาน 5-10 นาที
- รับยาตามแพทย์สั่ง (ถ้ามี) และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเอง
- ติดตามผล ควรเข้ามาพบแพทย์ตามนัด เพื่อติดตามผลลัพธ์การรักษาให้ออกมาอย่างที่คาดหวัง
ทำไมต้องทำโปรแกรมฉีดลดการอักเสบของสิว ที่ D’ Lovevery Clinic
- ดูแลโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านสิวโดยตรง
การทำ D’ Meso Acne อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ มีการประเมินสภาพผิว ชนิดสิว และความอักเสบก่อนทำทุกครั้ง เพื่อวางแผนให้เหมาะกับแต่ละคน - ออกแบบแนวทางการฉีดแบบ case-by-case
ไม่ใช่ทุกคนต้องทำเหมือนกัน แพทย์จะพิจารณาความรุนแรงของสิว ตำแหน่งที่เป็น สิวอักเสบ/สิวผด/สิวอุดตันร่วม และประวัติการแพ้ เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสม - เน้น “ลดการอักเสบ” แบบอ่อนโยน ไม่ทำร้ายผิว
D’ Meso Acne เป็นแนวทางที่ช่วยให้สิวอักเสบ “สงบลง” และลดโอกาสอักเสบซ้ำ โดยเน้นความอ่อนโยนและความปลอดภัยตามการประเมินของแพทย์ - เหมาะกับคนที่ว้าวุ่นกับสิวอักเสบซ้ำ ๆ หรือเป็นเรื้อรัง
โดยเฉพาะผู้ที่สิวชอบบวมแดง เจ็บ เป็นซ้ำที่เดิม หรือรักษามาหลายวิธีแล้วยังกลับมาเป็นอีก แพทย์จะช่วยวางแผนดูแลต่อเนื่องให้เหมาะกับผิว - ทำร่วมกับการรักษาสิววิธีอื่นได้อย่างเป็นระบบ
สามารถวางแผนร่วมกับการกดสิว/ทายา/ดูแลผิวขั้นพื้นฐาน หรือหัตถการอื่นตามความเหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ปลอดภัยและสอดคล้องกัน - ไม่เร่ง ไม่บังคับคอร์ส ตัดสินใจได้สบายใจ
เน้นการรักษาตามความจำเป็นของแต่ละคน อธิบายแนวทางและสิ่งที่คาดหวังได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้รับบริการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

เป็นกำลังใจให้
ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่กำลังเผชิญกับปัญหาสิวนะคะ ขอให้เชื่อมั่นว่าการรักษาสิวให้หายได้นั้นเป็นไปได้ เพียงดูแลถูกวิธี หมั่นดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอและปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ คลินิกที่ไว้วางใจได้




รีวิวรักษาสิว รอยสิว
สำหรับคำถามที่คนไข้ถามมา Pico Laser เหมาแขน 2 ข้าง ราคาอยู่ที่ 3,999 บาท ค่ะ โปรแกรมนี้ออกแบบมาเพื่อคนไข้ที่ต้องการ อวดผิวแขนอย่างมั่นใจ โดยเฉพาะคนที่กังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยดำจากแมลงสัตว์กัดต่อย หรือปัญหาผิวสากจากขนคุด การเหมาทำทั้งสองข้างจะช่วยเคลียร์เม็ดสีได้ทั่วถึง ทำให้ผิวแขนกลับมาเนียนใส ใส่เสื้อแขนกุดหรือสายเดี่ยวได้แบบไม่ต้องกังวลค่ะ
ส่วนใครที่อยากดูแลช่วงล่างด้วย โปรแกรม เหมาขา 2 ข้าง ในราคา 4,999 บาท ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากสำหรับคนที่มีปัญหา “ขาลายน้ำเหลืองไม่ดี” หรือมีรอยแผลเป็นสะสมมานาน ราคาที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแลกกับพื้นที่การรักษาที่กว้างขึ้น (ครอบคลุมทั้งหน้าแข้งและน่อง) ถือว่าคุ้มค่าที่สุดในการกู้คืนความมั่นใจในการใส่ขาสั้นหรือชุดว่ายน้ำค่ะ
มาส์กหน้าใสที่หาซื้อง่ายกับมาส์กในคลินิก มีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยมาส์ก 7-Eleven จะมี สารออกฤทธิ์ในความเข้มข้นต่ำกว่า ถูกออกแบบมาให้ ครอบคลุมและลดความเสี่ยงการแพ้ เพื่อให้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว เน้นการบำรุงผิวทั่วไปและความชุ่มชื้น ส่วนมาส์กในคลินิกนั้น หมอจะ ประเมินผิวหน้าและเลือกตัวยา รวมถึงเนื้อมาส์กที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ประกอบด้วย สารออกฤทธิ์ทางการแพทย์ที่บริสุทธิ์และเข้มข้นสูง ผลิตภายใต้มาตรฐานยา เพื่อ แก้ปัญหาผิวที่เฉพาะเจาะจง หรือฟื้นฟูผิวหลังทำหัตถการ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืนกว่าภายใต้การดูแลของแพทย์ค่ะ
บีบเองกดเอง อาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ค่ะ เพราะเกิดจาก กระบวนการสมานแผลของผิวที่สร้างคอลลาเจนมากเกินไป ซึ่งเป็นผลมาจากการ อักเสบที่รุนแรง การบีบสิวที่ไม่ถูกวิธี หรือพันธุกรรม โดยรอยนูนเหล่านี้อาจเป็นเพียงการบวมชั่วคราว แผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar) หรือ คีลอยด์ (Keloid Scar) การ งดบีบสิว และหากต้องการรักษาให้ผิวเรียบขึ้นนั้น จะต้องมาพบหมอเพื่อตรวจ รับการรักษาที่เหมาะสม เช่น ยาทา การฉีดสเตียรอยด์ หรือเลเซอร์ จะช่วยให้ผิวกลับมา เรียบเนียนขึ้น ได้ค่ะ
ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็อาจจะหายกลับภาวะปกติได้นะคะ เพียงแต่อาจจะใช้เวลานาน และยิ่งจับเหมือนจะยิ่งแข็งขึ้นเรื่อยๆ ในคนไข้หมอส่วนใหญ่ที่เจอ คือแผลอาจจะไม่ได้ใหญ่ขึ้นนูนขึ้น แต่ส่วนมากจะแข็งมากขึ้น มีสะเก็ดหลุดลอกเป็นระยะๆ แต่ที่เจอแน่ๆคือรอยดำ เพราะถ้าเจอสิวระดับนูนได้เองแบบนี้เม็ดใหญ่แน่ๆ และทิ้งรอยดำไว้นานแน่นอนค่ะ ถ้ากังวลมากก็เข้ามาพบหมอที่คลินิกได้นะคะ
หมอเห็นเพื่อนและคนไข้หลายคนที่เข้าใจผิดว่าเมืองหนาว อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น แดดไม่ร้อน แท้จริงแล้วระดับ UV นั้นไม่แพ้ใครในโลก รวมถึงไทยด้วย ใครเคยไปเกาหลีหน้าร้อน จะเข้าใจว่าร้อนระดับไหน บางเดือนแดดจัดอุณหภูมิสูงกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ หมอบอกเลยว่าเลือกครีมกันแดด เลือกตามฤดูกาลและการใช้ชีวิตคือดีที่สุดเลย
การเลือกกันแดด สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูที่ค่าการปกป้องค่ะ หากคนไข้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี ค่า SPF50+ และ PA++++ (หรือ Broad Spectrum สำหรับกันแดดฝั่งอเมริกา/ยุโรป) ซึ่งหมายถึงการป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้อย่างครบถ้วน และมีคุณสมบัติ กันน้ำ กันเหงื่อ (Water/Sweat resistant) ก็จะสามารถปกป้องผิวบอบบางจากแดดเมืองไทยที่แผดเผาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดไม่แพ้กันแดดที่ผลิตในประเทศเลยค่ะ
แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ การเลือกใช้ให้เหมาะกับกิจกรรมและสภาพผิวของคนไข้ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ วิธีการใช้ที่ถูกต้อง ค่ะ หมอเน้นย้ำเลยนะคะว่าคนไข้ต้อง ทาในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับใบหน้าและลำคอ) และ ทาซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคนไข้อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือมีเหงื่อออกมากค่ะ ไม่ว่ากันแดดจะเริ่ดแค่ไหน ถ้าทาไม่ถูกวิธี หรือไม่ทาซ้ำ ก็อาจทำให้การปกป้องไม่เต็มที่นะคะ ขอให้คนไข้มั่นใจและเลือกกันแดดคู่ใจที่ใช่สำหรับผิวเราได้เลยค่ะ!
การลอกกระแดด ลอกจุดด่างดำ ที่ D’ Lovevery Clinic คือกระบวนการ ผลัดเซลล์ผิวเม็ดสีที่เสื่อมสภาพ ออกอย่างถูกวิธี โดยเน้นการรักษาแบบ ผสมผสาน (Combined Therapy) ทั้งเลเซอร์ ยาทา นวัตกรรมทางการแพทย์อื่นๆ และการดูแลชั้นผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและ ปลอดภัยกว่าการลอกผิวแบบเดิมๆ สิ่งสำคัญคือคนไข้ต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละบุคคล และต้อง มีวินัยในการป้องกันแสงแดด เพื่อรักษาผิวให้กระจ่างใสอย่างยั่งยืนค่ะ
การเกิดฝ้าหลังเลเซอร์หลุมสิวมี โอกาสเกิดขึ้นได้จริง แม้จะใช้นวัตกรรมหรือเครื่องเลเซอร์ รุ่นล่าสุดจากอเมริกา ที่โฆษณาว่าดีที่สุดก็ตามค่ะ เพราะต้องไม่ลืมว่า ทุกโปรแกรมการรักษามีผลข้างเคียง (Side Effects) แฝงอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่อง พลังงานความร้อนสะสม ที่อาจไปกระตุ้นเม็ดสีในคนไข้ที่มีพื้นฐานผิวไวต่อแสง ดังนั้น เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุดไม่ได้หมายความว่าเหมาะสมที่สุดเสมอไป สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเครื่องคือการให้ แพทย์ประเมินสภาพผิวและโรคประจำตัวอย่างละเอียด เพื่อเลือกค่าพลังงานและเครื่องมือที่ “เข้ากับผิวคนไข้” จริงๆ ควบคู่ไปกับการดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้หลุมสิวตื้นขึ้นโดยไม่ทิ้งรอยดำไว้เป็นของแถมค่ะ
แม้เครื่องเลเซอร์จะผ่านการรับรองจาก US-FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) แต่ใบรับรองนั้นหมายถึงความปลอดภัยในการใช้งาน ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ไม่ได้การันตีว่าจะไม่มีผลข้างเคียง 100% หากใช้ค่าพลังงานที่ไม่เหมาะสมกับผิวคนเอเชีย
อาการสิวเห่อข้ามคืนจากการใช้น้ำตบ ส่วนใหญ่มักเกิดจาก ส่วนผสมจากการหมักบ่ม (Fermented Ingredients) เช่น ยีสต์ Galactomyces หรือแพลงก์ตอน ซึ่งทำหน้าที่เป็นอาหารให้กับเชื้อราประจำถิ่นบนผิวหนัง ทำให้เกิดภาวะ “สิวยีสต์” (Fungal Acne) หรือรูขุมขนอักเสบจากเชื้อราที่มีลักษณะเป็นตุ่มแดงคันคล้ายสิวผด ซึ่ง ไม่ใช่การดันสิว แต่เป็นอาการแพ้ระคายเคือง ดังนั้นผู้ที่มีประวัติผิวแพ้ง่ายหรือเป็นเซ็บเดิร์ม ควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมกลุ่มนี้เพื่อป้องกันการเห่อของสิวค่ะ














