รักษาหลุมสิว (Acne Scar) ให้ผิวดูเรียบขึ้นอย่างมีแบบแผน
ที่ D’ Lovevery Clinic เรามีโปรแกรมรักษาหลุมสิวที่ครอบคลุม ทุกระดับความลึก/ความซับซ้อน ตั้งแต่หลุมตื้นจนถึงหลุมลึกมีพังผืด พร้อมวางแผนแบบเฉพาะบุคคลโดยแพทย์
หลุมสิว 3 ระดับ
หลุมสิวจริงมัก “ไม่ได้มีแบบเดียว” ในคนเดียวกัน แผนรักษาที่ดีจึงมักเป็น การผสมผสานหลายวิธี
Level 1: Smooth Start (หลุมตื้นเริ่มเห็น)
- หลุมตื้น ผิวไม่เรียบเล็กน้อย แต่งหน้าหรือแสงกระทบแล้วเห็นชัด
- มักตอบสนองได้ดีกับเลเซอร์/การกระตุ้นคอลลาเจน
Level 2: Deep Mix (หลุมปานกลาง/หลายชนิดปนกัน)
- มีหลุมหลายทรงปนกัน เห็นชัดทั้งในแสงตรงและแสงเฉียง
- มักต้องใช้ทั้ง “กระตุ้นผิว” + “เติมเต็มบางจุด” และ/หรือ “แก้พังผืด”
Level 3: Scar Reset (หลุมลึก+พังผืดดึงรั้ง)
- หลุมลึก ขอบคม หรือมี “รั้ง” ทำให้ผิวเป็นแอ่งชัด
- มักจำเป็นต้อง ตัดเซาะพังผืด (Subcision) ร่วมกับการเติม/กระตุ้นผิวหลายรอบ


xychart-beta title "บริเวณที่พบบ่อยของหลุมสิว (เรียงจากมากไปน้อย)" x-axis ["แก้ม","ขมับ","หน้าผาก","คาง"] y-axis "ความพบบ่อย (0–100)" 0 --> 100 bar [90,75,55,40]
อ้างอิงคนไข้ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ตั้งแต่ปี 2023
D’ Lovevery Clinic มีโปรแกรมครอบคลุมทุกเลเวล ได้แก่
- ตัดเซาะพังผืด (Subcision)
- เติมด้วยฟิลเลอร์ (Filler)
- เติมด้วย PN
- Biostimulator
- Pico Laser โหมด Fractional


pie showData title ตัวแปรที่ช่วยให้ผิวหน้าหลุมสิวดูเรียบเนียนขึ้น "ชนิดหลุมสิว (ice pick/boxcar/rolling/mixed)" : 18 "ความลึกของหลุม + การมีพังผืดดึงรั้ง" : 22 "ความต่อเนื่องของการรักษา (จำนวนครั้ง/ระยะห่าง)" : 14 "การเลือกเทคนิคให้ตรงจุด (subcision/laser/filler/PN/biostimulator)" : 16 "คุณภาพผิวพื้นฐาน (ความหนา-ความยืดหยุ่น-ความชุ่มชื้น)" : 10 "การดูแลหลังทำ (กันแดด/ลดระคาย/บำรุง)" : 10 "พฤติกรรม-ไลฟ์สไตล์ (แกะสิว/แดด/นอน/สูบบุหรี่)" : 6 "ปัจจัยเฉพาะบุคคล (อายุ/ฮอร์โมน/โรคร่วม/ยา)" : 4
ความเข้าใจผิด นำไปสู่การรักษาหลุมสิวไม่สำเร็จ!
| ความเข้าใจผิด | ความจริง/คำอธิบาย |
|---|---|
| หลุมสิวที่เป็นมานาน “รักษาไม่ได้” | รักษาให้ ดูตื้นและเรียบขึ้นได้ แต่ต้องอาศัยเวลาและมักต้องทำแบบ ผสมผสานหลายวิธี ตามชนิดหลุม/พังผืด |
| ทำครั้งเดียวต้องหาย/เรียบเลย | หลุมสิวคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิว ผลลัพธ์มักเป็นแบบ ค่อย ๆ ดีขึ้นเป็นรอบ ๆ ต้องทำต่อเนื่องตามแผน |
| ทำเลเซอร์ตัวท็อปแพงๆ อย่างเดียวพอ | หลุมลึกหรือมี พังผืดดึงรั้ง มักต้องมี Subcision และ/หรือการเติมร่วม นวัตกรรมล่าสุด ไม่ได้ดีที่สุดในทุกคน อาจได้ผลจำกัด |
| ฟิลเลอร์คือคำตอบของหลุมสิวทุกแบบ | ฟิลเลอร์เหมาะกับ การเติมเฉพาะจุด/แอ่งบางตำแหน่ง แต่ไม่แทนการแก้พังผืดหรือการกระตุ้นคอลลาเจนทั้งหน้าในหลายเคส และได้ผลชั่วคราว ต้องควบคู่กับการรักษาให้ได้ผลถาวร |
| PN/Biostimulator ทำให้หลุมลึกหายได้ทันที | กลุ่มนี้เด่นเรื่อง คุณภาพผิวและการกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะเป็นตัวเสริม/คอร์สต่อเนื่อง มากกว่าการแก้หลุมลึกแบบทันที แต่เห็นความแตกต่างได้ในระดับเริ่มต้น หรือหลุมไม่ลึก |
| ถ้าสิวไม่ขึ้นแล้ว ไม่ต้องรักษาอะไรเพิ่ม | หลุมสิวอาจอยู่ต่อได้ และถ้ายังมีปัจจัยกระตุ้นสิวซ้ำ ควรวางแผนทั้ง คุมสิว + ฟื้นผิว เพื่อไม่ให้เกิดรอยใหม่ |
| ผิวแพ้ง่ายทำหัตถการไม่ได้ | ทำได้ในหลายกรณี แต่ต้อง ประเมินรายบุคคล เลือกวิธี/ความถี่ที่เหมาะ และเน้นการดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด |
| ผลลัพธ์ขึ้นกับหมออย่างเดียว | หมอและเทคนิคสำคัญมาก แต่ผลยังขึ้นกับ การทำต่อเนื่อง + การดูแลหลังทำ (กันแดด/ลดระคาย/บำรุง) และไลฟ์สไตล์ |
| ยิ่งทำแรง/ถี่ ยิ่งหายเร็ว | การรักษาที่หนักเกินไปอาจเพิ่มการระคายหรือรอยได้ ควรทำตาม แผนที่เหมาะกับการฟื้นตัวของผิว |
| หลุมสิวทุกชนิดรักษาเหมือนกัน | หลุมมีหลายแบบ (ice pick/boxcar/rolling/mixed) แต่ละแบบตอบสนองต่อวิธีต่างกัน จึงต้อง วิเคราะห์ชนิดหลุมก่อน |
| ใช้สกินแคร์ก็พอแล้ว | ไม่มีสกินแคร์ตัวไหนที่จะซึมลงลึกและกระตุ้นเนื้อเยื่อที่หายไป ให้เกิดใหม่ขึ้นมาทดแทนบริเวณที่เป็นหลุมได้ |
| หาวิธีรักษาที่จะทำให้ผิวกลับไปเรียบเหมือนเดิม | ผิวที่เกิดเป็นหลุมสิวแล้ว รักษาแล้วจะดีขึ้น แต่จะไม่มีทางเรียบเนียนเหมือนเดิมแบบผิวที่ไม่เคยเป็นหลุมสิวมาก่อน |
หลุมสิวแต่ละประเภท
แพทย์จะประเมิน “ชนิดหลุม + ความลึก + พังผืด + สภาพผิว” ก่อนเลือกวิธี
- Ice pick: หลุมเล็กแต่ลึก ปากแคบ
- Boxcar: หลุมกว้าง ขอบคม/เป็นเหลี่ยม
- Rolling: ผิวเป็นคลื่น มีพังผืดดึงรั้งด้านล่าง
- หลุมผสม (Mixed scars): หลายชนิดในหน้าเดียวกัน (พบบ่อยที่สุด)






โปรแกรมรักษาหลุมสิว ข้อดี–ข้อจำกัด (เลือกให้เหมาะกับเคส)
1) ตัดเซาะพังผืด (Subcision)
ช่วยอะไร: คลายพังผืดที่ดึงรั้ง ทำให้หลุมแบบ rolling/หลุมที่เป็นแอ่ง “ยกตัว” ได้ดีขึ้น
ข้อดี
- ตรงจุดกับ “พังผืด” ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของหลุมลึกหลายเคส
- ช่วยให้การทำเลเซอร์/การกระตุ้นผิวในขั้นต่อไปเห็นผลดีขึ้นในบางราย
ข้อจำกัด/ข้อควรรู้ - มักมี บวม/ช้ำ ช่วงแรก และต้องดูแลตามคำแนะนำ
- ไม่ได้ทำให้หลุมทุกชนิดหายทันที มักต้องทำร่วมกับวิธีอื่น
- ความเสี่ยงขึ้นกับเทคนิคและสภาพผิว (ต้องประเมินรายบุคคล)
| โปรแกรม | แพ็กเกจ/จำนวนครั้ง | ราคา | ของแถม |
|---|---|---|---|
| D’ Subcision | 1 ครั้ง | 2,500.- | แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี |

2) เติมด้วยฟิลเลอร์ (Filler)
ช่วยอะไร: เติมหลุมบางจุดให้ดูตื้นขึ้น เหมาะกับ “หลุมเฉพาะตำแหน่ง” หรือหลุมที่ยังมีแอ่งหลังแก้พังผืด
ข้อดี
- เห็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็วในจุดที่เติม
- ปรับรูปผิวเฉพาะจุดได้ละเอียด
ข้อจำกัด/ข้อควรรู้ - เป็นการ “เติม” ไม่ใช่การเปลี่ยนโครงสร้างผิวทั้งหมด อาจต้องผสมกับการกระตุ้นคอลลาเจน
- ผลอยู่ได้ตามชนิดผลิตภัณฑ์/การดูแล/สภาพผิว ต้องติดตามผลเป็นระยะ
- ต้องทำโดยแพทย์เพื่อเลือกชนิด/ชั้นผิว/ปริมาณให้เหมาะ
| โปรแกรม | แพ็กเกจ/จำนวนครั้ง | ราคา | ของแถม |
|---|---|---|---|
| D’ Subcision + Filler (1cc) | 1 ครั้ง | 9,999.- | แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี |

3) เติมด้วย PN
ช่วยอะไร: ฟื้นบำรุงผิว เติมความชุ่มชื้น-ยืดหยุ่น ช่วยให้ผิวดูเนียนละเอียดขึ้น เหมาะกับผิวที่บาง/แห้ง/ระคายง่าย และเป็นตัวเสริมแผนหลุมสิว
ข้อดี
- เน้นงาน “คุณภาพผิว” ทำให้ผิวดูอิ่มและเรียบขึ้นโดยรวม
- มักเข้ากับโปรแกรมเลเซอร์/การกระตุ้นผิวได้ดีในฐานะการซัพพอร์ต
ข้อจำกัด/ข้อควรรู้ - ผลกับ “หลุมลึกมีพังผืด” มักไม่พอถ้าใช้เดี่ยว ๆ
- ต้องทำต่อเนื่องตามแผนเพื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิว
| โปรแกรม | แพ็กเกจ/จำนวนครั้ง | ราคา | ของแถม |
|---|---|---|---|
| D’ Mapen + D’ Subcision + เติมเต็ม Rejuran S (1cc) | 1 ครั้ง | 17,999.- | แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี |
| D’ Mapen + D’ Subcision + เติมเต็ม Rejuran S (1cc) + PRP | 1 ครั้ง | 20,000.- | แถม Mask 2 ครั้ง + LED 2 ครั้ง ฟรี |

4) Biostimulator
ช่วยอะไร: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่น เรียบขึ้นในภาพรวม เหมาะกับหลุมระดับตื้น–ปานกลาง หรือใช้เสริมหลังแก้พังผืด
ข้อดี
- เน้นการ “กระตุ้นคอลลาเจน” ให้ผิวดูแข็งแรงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ช่วยเรื่องความแน่น/ความเรียบของผิวในระยะต่อเนื่อง
ข้อจำกัด/ข้อควรรู้ - ไม่ใช่ผลแบบทันที ต้องใช้เวลาและมักทำเป็นคอร์ส
- ความเหมาะสมขึ้นกับชนิดหลุม ระดับพังผืด และสภาพผิว (ประเมินเป็นรายบุคคล)
| โปรแกรม | แพ็กเกจ/จำนวนครั้ง | ราคา | ของแถม |
|---|---|---|---|
| D’ Subcision + เติมเต็ม Juvelook (6cc) | 1 ครั้ง | 17,999.- | แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี |

5) Pico Laser โหมด Fractional
ช่วยอะไร: กระตุ้นการฟื้นฟูผิวและคอลลาเจน ปรับผิวให้ดูเรียบขึ้น ลดความไม่สม่ำเสมอ เหมาะกับหลุมตื้น–ปานกลาง และการดูแลผิวโดยรวม
ข้อดี
- ช่วยงาน “texture” ให้ผิวดูละเอียดขึ้น
- เป็นตัวหลักในหลายแผนสำหรับหลุมระดับตื้น–ปานกลาง และใช้ร่วมกับวิธีอื่นได้
ข้อจำกัด/ข้อควรรู้ - หลุมลึกมีพังผืดมักต้องเสริมด้วย Subcision/การเติม
- อาจมีแดง/แห้ง/ลอกเล็กน้อยตามการตอบสนองของผิว และต้องกันแดดสม่ำเสมอ
| โปรแกรม | แพ็กเกจ/จำนวนครั้ง | ราคา | ของแถม |
|---|---|---|---|
| D’ Subcision + Pico Laser (Fractional Mode) | 1 ครั้ง | 6,999.- | แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี |

ขั้นตอนการรักษา (ภาพรวมการวางแผน)
- ประเมินหลุมสิว: ชนิดหลุม ความลึก พังผืด ความมัน-ความไวผิว ประวัติสิวอักเสบ/การรักษาเดิม
- ออกแบบแผนแบบผสมผสาน: เลือก “แก้พังผืด/เติม/กระตุ้นผิว” ให้เหมาะกับระดับ (Smooth Start / Deep Mix / Scar Reset)
- ทำหัตถการตามลำดับที่เหมาะ
- เคสมีพังผืดชัด: มักเริ่มจาก Subcision แล้วตามด้วยการเติม/เลเซอร์/กระตุ้นผิว
- เคสหลุมตื้น-ผิวไม่เรียบ: อาจเน้น Pico Fractional + โปรแกรมบำรุง (PN/biostimulator)
- ติดตามผลและปรับแผน: ประเมินการเปลี่ยนแปลงเป็นรอบ ๆ เพื่อปรับความเข้ม/ความถี่ให้เหมาะกับผิว
หมายเหตุ: จำนวนครั้งและระยะห่างขึ้นกับความรุนแรงของหลุมและการฟื้นตัวของแต่ละคน แพทย์จะประเมินให้หลังตรวจ

การเตรียมตัว “ก่อนทำ” และการดูแล “หลังทำ”
ก่อนทำ
- แจ้งประวัติ ยาที่ใช้ประจำ, การแพ้, โรคประจำตัว, ประวัติเคยเป็นแผลเป็นนูน/คีลอยด์ (ถ้ามี)
- ถ้ามีสิวอักเสบกำเริบ ควรให้แพทย์ประเมินก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเพิ่ม
- งด/ลดกิจกรรมที่ทำให้ผิวระคายก่อนวันทำตามคำแนะนำของคลินิก (ขึ้นกับหัตถการ)
หลังทำ
- เน้น อ่อนโยน + เพิ่มความชุ่มชื้น + กันแดด
- เลี่ยงการขัด/สครับ/แกะเกา และหลีกเลี่ยงความร้อนจัดหรือเหงื่อหนักช่วงแรกตามคำแนะนำ
- หากมีบวม ช้ำ แดง หรือระคาย ให้ดูแลตามคำแนะนำ และติดต่อคลินิกเมื่อมีอาการผิดปกติ

ข้อควรรู้ก่อนรักษาหลุมสิว
| ข้อควรรู้ | คำอธิบาย |
|---|---|
| หลุมสิวรักษาให้หาย 100% ได้ไหม | ส่วนใหญ่เป้าหมายคือทำให้ ดูตื้นขึ้น เรียบขึ้น และผิวโดยรวมดีขึ้น ผลลัพธ์ขึ้นกับชนิดหลุม ความลึก พังผืด และการทำต่อเนื่อง |
| ทำไมต้องผสมหลายวิธี | เพราะหลุมสิวมักเป็น หลายชนิดปนกัน บางส่วนต้องแก้พังผืด บางส่วนต้องเติม และบางส่วนต้องกระตุ้นคอลลาเจน |
| หลุมลึกควรเริ่มจากอะไร | ถ้ามี “รั้ง/แอ่ง” ชัด แพทย์มักพิจารณา Subcision ก่อน แล้วค่อยเสริมเลเซอร์/การเติมตามความจำเป็น |
| Pico Fractional เหมาะกับใคร | เหมาะกับคนที่ต้องการปรับ texture/ความเรียบเนียน โดยเฉพาะหลุมตื้น–ปานกลาง และใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนได้ |
| PN กับ Biostimulator ต่างกันยังไง | PN เน้นฟื้นบำรุงคุณภาพผิวและความชุ่มชื้น ส่วน Biostimulator เน้นการ กระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวแน่นขึ้น (เลือกตามเป้าหมายและสภาพผิว) |
| ฟิลเลอร์รักษาหลุมสิวได้ถาวรไหม | ฟิลเลอร์เป็นการ “เติมเต็ม” ผลอยู่ได้ตามชนิดผลิตภัณฑ์และการดูแล อาจต้องติดตามและเติมซ้ำตามแผน |
| ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล | ขึ้นกับระดับหลุมและการตอบสนองของผิว แพทย์จะประเมินจำนวนครั้งโดยประมาณหลังตรวจ และปรับแผนตามผลจริง |
| เจ็บไหม | ความรู้สึกเจ็บขึ้นกับหัตถการและความไวของแต่ละคน โดยทั่วไปมีการดูแลลดความไม่สบายตามมาตรฐานคลินิก |
| หลังทำต้องพักฟื้นไหม | ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อาจมี แดง/บวม/ช้ำ ชั่วคราว และควรเลี่ยงการระคายตามคำแนะนำ |
| ทำช่วงไหนของปีดีที่สุด | ทำได้ทั้งปี แต่ต้องเคร่งครัดเรื่อง กันแดด และการดูแลผิวหลังทำ โดยเฉพาะหัตถการที่กระตุ้นผิว |
| เป็นสิวง่าย ยังทำได้ไหม | ทำได้ แต่ควรให้แพทย์ประเมินการคุมสิวร่วมด้วย เพราะ “สิวที่ยังอักเสบ” อาจทำให้ผิวระคายและเกิดรอยใหม่ได้ |
| มีโอกาสรอยดำ/ระคายไหม | มีโอกาสตามสภาพผิวและการดูแลหลังทำ โดยเฉพาะผิวไว/โดนแดดบ่อย จึงต้องกันแดดและทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด |
ทำไมต้องรักษาหลุมสิวที่ D’ Lovevery Clinic
- ครอบคลุมทุกระดับหลุมสิว ตั้งแต่หลุมตื้นจนถึงหลุมลึกมีพังผืด ด้วยโปรแกรมที่หลากหลาย
- วางแผนแบบผสมผสาน ไม่ยึดวิธีเดียว เลือกให้เหมาะกับ “ชนิดหลุม” ของคุณจริง ๆ
- เน้นความปลอดภัยและความเป็นธรรมชาติของผิว ทำแบบค่อยเป็นค่อยไปตามการฟื้นตัว
- ติดตามผลและปรับแผน เพราะหลุมสิวต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง
- จ่ายสบาย เลือกได้ มีระบบมัดจำและทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย สามารถแบ่งจ่ายได้ รองรับ Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต

โปรแกรมรักษาสิวอื่นๆมีอะไรบ้าง
| รายการบริการ | อัตราค่าบริการ |
|---|---|
| กดสิว (ทั่วหน้า) | ครั้งละ 350 บาท |
| มาส์กลดสิว รอยแดงจากสิว | ครั้งละ 350 บาท |
| กดสิว (ทั่วหน้า+ลำคอ) | ครั้งละ 500 บาท |
| ฉีดสิว | เม็ดแรก 100 บาท เม็ดถัดไปเม็ดละ 50 บาท |
| รักษาสิวครบขั้นตอน | เริ่มต้นครั้งละ 700 บาท |
| LED ลดการอักเสบสิว | ครั้งละ 1,200 บาท |
| IPL ลดรอยสิว | ครั้งละ 1,500 บาท |
| Pico Laser ทั่วใบหน้า | ครั้งละ 4,500 บาท |


รีวิวรักษาสิว


















รีวิวรักษารอยสิว หน้าใส จุดด่างดำ
การเกิดฝ้าหลังเลเซอร์หลุมสิวมี โอกาสเกิดขึ้นได้จริง แม้จะใช้นวัตกรรมหรือเครื่องเลเซอร์ รุ่นล่าสุดจากอเมริกา ที่โฆษณาว่าดีที่สุดก็ตามค่ะ เพราะต้องไม่ลืมว่า ทุกโปรแกรมการรักษามีผลข้างเคียง (Side Effects) แฝงอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่อง พลังงานความร้อนสะสม ที่อาจไปกระตุ้นเม็ดสีในคนไข้ที่มีพื้นฐานผิวไวต่อแสง ดังนั้น เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุดไม่ได้หมายความว่าเหมาะสมที่สุดเสมอไป สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเครื่องคือการให้ แพทย์ประเมินสภาพผิวและโรคประจำตัวอย่างละเอียด เพื่อเลือกค่าพลังงานและเครื่องมือที่ “เข้ากับผิวคนไข้” จริงๆ ควบคู่ไปกับการดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้หลุมสิวตื้นขึ้นโดยไม่ทิ้งรอยดำไว้เป็นของแถมค่ะ
แม้เครื่องเลเซอร์จะผ่านการรับรองจาก US-FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) แต่ใบรับรองนั้นหมายถึงความปลอดภัยในการใช้งาน ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ไม่ได้การันตีว่าจะไม่มีผลข้างเคียง 100% หากใช้ค่าพลังงานที่ไม่เหมาะสมกับผิวคนเอเชีย
อาการสิวเห่อข้ามคืนจากการใช้น้ำตบ ส่วนใหญ่มักเกิดจาก ส่วนผสมจากการหมักบ่ม (Fermented Ingredients) เช่น ยีสต์ Galactomyces หรือแพลงก์ตอน ซึ่งทำหน้าที่เป็นอาหารให้กับเชื้อราประจำถิ่นบนผิวหนัง ทำให้เกิดภาวะ “สิวยีสต์” (Fungal Acne) หรือรูขุมขนอักเสบจากเชื้อราที่มีลักษณะเป็นตุ่มแดงคันคล้ายสิวผด ซึ่ง ไม่ใช่การดันสิว แต่เป็นอาการแพ้ระคายเคือง ดังนั้นผู้ที่มีประวัติผิวแพ้ง่ายหรือเป็นเซ็บเดิร์ม ควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมกลุ่มนี้เพื่อป้องกันการเห่อของสิวค่ะ
ควรเว้นการกดสิวบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 14 วัน ชัวร์เลยคือ 30 วัน บริเวณที่หมอพบบ่อยคือใต้ตา และก็คาง เพื่อป้องกันไม่ให้ ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือเสียรูปทรง จากแรงกด และลดความเสี่ยงในการ ติดเชื้อแบคทีเรีย จากสิวเข้าสู่ตัวยาฟิลเลอร์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงได้ หากจำเป็นจริง ๆ ควรใช้การ แต้มยาแต้มสิว แทนการบีบหรือกดในช่วงนี้ค่ะ
การใช้ CO2 Laser เหมาะที่สุดสำหรับ กลุ่มสิวอุดตันหัวปิด (Closed Comedones) ที่ไม่มีรูระบายตามธรรมชาติ, สิวหิน (Milia), และ ต่อมไขมันโต ซึ่งยาไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หลักการคือการใช้เลเซอร์เปิดช่องทางระบายเล็กๆ อย่างแม่นยำ เพื่อให้สามารถกำจัดหัวสิวหรือสิ่งอุดตันออกมาได้โดย ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อข้างเคียง และลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็นจากการกดสิวด้วยแรงที่มากเกินไป ข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้กับสิวอักเสบแดง (Inflammatory Acne) เพราะความร้อนอาจกระตุ้นให้การอักเสบลุกลามได้ค่ะ
หมอบอกแบบคนเคยทำแบบนี้มาก่อนตอนวัยรุ่นได้เลยว่า เหมือนซื้อหวยเสี่ยงดวงเลยค่ะ เพราะหมอตามคลินิกเขาไม่ได้จ่ายยาสิวให้คนไข้ทานทุกเคสนะ ต้องมีข้อบ่งชี้ว่าควรทานยาด้วย
การซื้อยารักษาสิวทานเองอาจทำให้สิวยุบได้จริงหรืออาจจะไม่ได้ผลใดๆ แต่ มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดภาวะดื้อยา ตับอักเสบ และอันตรายร้ายแรงต่อทารกในครรภ์ กรณีตั้งครรภ์อยู่ หากไม่ได้อยู่ในการดูแลของแพทย์ การรักษาที่ถูกต้องควรเริ่มจากการประเมินความรุนแรงของสิว เพราะ สิวส่วนใหญ่หายได้ด้วยยาทาโดยไม่ต้องพึ่งยากิน หากจำเป็นต้องใช้ยา แพทย์จะต้องคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวและติดตามผลข้างเคียงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ หายจากสิวอย่างยั่งยืนและปลอดภัยที่สุด ค่ะ
ถ้าระดับหลายปี ถือว่าสมควรตรวจค่ะ ทุกวันนี้ราคาตรวจก็ไม่ได้สูงเหมือนก่อน หากคนไข้มีปัญหา สิวอักเสบเรื้อรังบริเวณกรอบหน้าและคาง (U-Zone) ที่รักษาด้วยยาทาแล้วไม่ดีขึ้น หรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อยครั้ง ร่วมกับมีอาการ ประจำเดือนมาไม่ปกติ ขนดก หรือน้ำหนักตัวขึ้นง่าย หมอแนะนำให้เข้า ตรวจหาภาวะ PCOS (ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ) เพราะอาการเหล่านี้เกิดจาก ภาวะฮอร์โมนเพศชายเกิน ซึ่งต้องแก้ไขที่ต้นเหตุด้วยการปรับสมดุลฮอร์โมน ไม่ใช่แค่การรักษาที่ผิวหนังภายนอก การตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องจะช่วยวางแผนการรักษาให้สิวหายขาดและป้องกันปัญหาสุขภาพระยะยาวได้ค่ะ
จากงานวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่เป็นสิวในวัยผู้ใหญ่กว่า 19-37% มีสาเหตุมาจากภาวะ PCOS แอบแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัว
จะไม่ใช้เบตาดีนเช็ดหน้าก่อนกดสิว เพราะมีความรุนแรงและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหน้าได้เกินความจำเป็นค่ะ หัวใจสำคัญคือ “เทคนิคปลอดเชื้อ” (Aseptic Technique) ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน ซึ่งมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับผิวหน้าคือการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่อ่อนโยนแต่ประสิทธิภาพสูงอย่าง “คลอเฮกซิดีน” (Chlorhexidine) เพื่อฆ่าเชื้อโรคอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ทำลายเกราะป้องกันผิวอันบอบบางของคนไข้ค่ะ
ปกติการทาเบตาดีน ที่จะต้องเป็นเคสผ่าตัดเล็ก เช่นผ่าไฝ หรือผ่าไขมันนูนใต้ผิว หรือผ่าตัดใหญ่ๆอื่นๆค่ะ













