ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

วิธีไหนดีที่สุด ต้องทำกี่ครั้ง ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

รักษาสิว

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

D’ Acne Scar หลุมสิวรักษายังไง วิธีไหนดีที่สุด ต้องทำกี่ครั้ง ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ผสมตัวยาต่อหน้า ติดตามผลการรักษา

รักษาหลุมสิว (Acne Scar) ให้ผิวดูเรียบขึ้นอย่างมีแบบแผน

ที่ D’ Lovevery Clinic เรามีโปรแกรมรักษาหลุมสิวที่ครอบคลุม ทุกระดับความลึก/ความซับซ้อน ตั้งแต่หลุมตื้นจนถึงหลุมลึกมีพังผืด พร้อมวางแผนแบบเฉพาะบุคคลโดยแพทย์

หลุมสิว 3 ระดับ

หลุมสิวจริงมัก “ไม่ได้มีแบบเดียว” ในคนเดียวกัน แผนรักษาที่ดีจึงมักเป็น การผสมผสานหลายวิธี

Level 1: Smooth Start (หลุมตื้นเริ่มเห็น)

  • หลุมตื้น ผิวไม่เรียบเล็กน้อย แต่งหน้าหรือแสงกระทบแล้วเห็นชัด
  • มักตอบสนองได้ดีกับเลเซอร์/การกระตุ้นคอลลาเจน

Level 2: Deep Mix (หลุมปานกลาง/หลายชนิดปนกัน)

  • มีหลุมหลายทรงปนกัน เห็นชัดทั้งในแสงตรงและแสงเฉียง
  • มักต้องใช้ทั้ง “กระตุ้นผิว” + “เติมเต็มบางจุด” และ/หรือ “แก้พังผืด”

Level 3: Scar Reset (หลุมลึก+พังผืดดึงรั้ง)

  • หลุมลึก ขอบคม หรือมี “รั้ง” ทำให้ผิวเป็นแอ่งชัด
  • มักจำเป็นต้อง ตัดเซาะพังผืด (Subcision) ร่วมกับการเติม/กระตุ้นผิวหลายรอบ
ต้นตอของหลุมสิว ส่วนใหญ่คือสิวอักเสบ
ต้นตอหลุมสิว ส่วนมากเกิดจากสิวอักเสบ
ตำแหน่งที่เป็นหลุมสิวมากที่สุดบนใบหน้า
xychart-beta
  title "บริเวณที่พบบ่อยของหลุมสิว (เรียงจากมากไปน้อย)"
  x-axis ["แก้ม","ขมับ","หน้าผาก","คาง"]
  y-axis "ความพบบ่อย (0–100)" 0 --> 100
  bar [90,75,55,40]
อ้างอิงคนไข้ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ตั้งแต่ปี 2023

D’ Lovevery Clinic มีโปรแกรมครอบคลุมทุกเลเวล ได้แก่

  • ตัดเซาะพังผืด (Subcision)
  • เติมด้วยฟิลเลอร์ (Filler)
  • เติมด้วย PN
  • Biostimulator
  • Pico Laser โหมด Fractional
pie showData
  title ตัวแปรที่ช่วยให้ผิวหน้าหลุมสิวดูเรียบเนียนขึ้น
  "ชนิดหลุมสิว (ice pick/boxcar/rolling/mixed)" : 18
  "ความลึกของหลุม + การมีพังผืดดึงรั้ง" : 22
  "ความต่อเนื่องของการรักษา (จำนวนครั้ง/ระยะห่าง)" : 14
  "การเลือกเทคนิคให้ตรงจุด (subcision/laser/filler/PN/biostimulator)" : 16
  "คุณภาพผิวพื้นฐาน (ความหนา-ความยืดหยุ่น-ความชุ่มชื้น)" : 10
  "การดูแลหลังทำ (กันแดด/ลดระคาย/บำรุง)" : 10
  "พฤติกรรม-ไลฟ์สไตล์ (แกะสิว/แดด/นอน/สูบบุหรี่)" : 6
  "ปัจจัยเฉพาะบุคคล (อายุ/ฮอร์โมน/โรคร่วม/ยา)" : 4

ความเข้าใจผิด นำไปสู่การรักษาหลุมสิวไม่สำเร็จ!

ความเข้าใจผิดความจริง/คำอธิบาย
หลุมสิวที่เป็นมานาน “รักษาไม่ได้”รักษาให้ ดูตื้นและเรียบขึ้นได้ แต่ต้องอาศัยเวลาและมักต้องทำแบบ ผสมผสานหลายวิธี ตามชนิดหลุม/พังผืด
ทำครั้งเดียวต้องหาย/เรียบเลยหลุมสิวคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิว ผลลัพธ์มักเป็นแบบ ค่อย ๆ ดีขึ้นเป็นรอบ ๆ ต้องทำต่อเนื่องตามแผน
ทำเลเซอร์ตัวท็อปแพงๆ อย่างเดียวพอหลุมลึกหรือมี พังผืดดึงรั้ง มักต้องมี Subcision และ/หรือการเติมร่วม นวัตกรรมล่าสุด ไม่ได้ดีที่สุดในทุกคน อาจได้ผลจำกัด
ฟิลเลอร์คือคำตอบของหลุมสิวทุกแบบฟิลเลอร์เหมาะกับ การเติมเฉพาะจุด/แอ่งบางตำแหน่ง แต่ไม่แทนการแก้พังผืดหรือการกระตุ้นคอลลาเจนทั้งหน้าในหลายเคส และได้ผลชั่วคราว ต้องควบคู่กับการรักษาให้ได้ผลถาวร
PN/Biostimulator ทำให้หลุมลึกหายได้ทันทีกลุ่มนี้เด่นเรื่อง คุณภาพผิวและการกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะเป็นตัวเสริม/คอร์สต่อเนื่อง มากกว่าการแก้หลุมลึกแบบทันที แต่เห็นความแตกต่างได้ในระดับเริ่มต้น หรือหลุมไม่ลึก
ถ้าสิวไม่ขึ้นแล้ว ไม่ต้องรักษาอะไรเพิ่มหลุมสิวอาจอยู่ต่อได้ และถ้ายังมีปัจจัยกระตุ้นสิวซ้ำ ควรวางแผนทั้ง คุมสิว + ฟื้นผิว เพื่อไม่ให้เกิดรอยใหม่
ผิวแพ้ง่ายทำหัตถการไม่ได้ทำได้ในหลายกรณี แต่ต้อง ประเมินรายบุคคล เลือกวิธี/ความถี่ที่เหมาะ และเน้นการดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด
ผลลัพธ์ขึ้นกับหมออย่างเดียวหมอและเทคนิคสำคัญมาก แต่ผลยังขึ้นกับ การทำต่อเนื่อง + การดูแลหลังทำ (กันแดด/ลดระคาย/บำรุง) และไลฟ์สไตล์
ยิ่งทำแรง/ถี่ ยิ่งหายเร็วการรักษาที่หนักเกินไปอาจเพิ่มการระคายหรือรอยได้ ควรทำตาม แผนที่เหมาะกับการฟื้นตัวของผิว
หลุมสิวทุกชนิดรักษาเหมือนกันหลุมมีหลายแบบ (ice pick/boxcar/rolling/mixed) แต่ละแบบตอบสนองต่อวิธีต่างกัน จึงต้อง วิเคราะห์ชนิดหลุมก่อน
ใช้สกินแคร์ก็พอแล้วไม่มีสกินแคร์ตัวไหนที่จะซึมลงลึกและกระตุ้นเนื้อเยื่อที่หายไป ให้เกิดใหม่ขึ้นมาทดแทนบริเวณที่เป็นหลุมได้
หาวิธีรักษาที่จะทำให้ผิวกลับไปเรียบเหมือนเดิมผิวที่เกิดเป็นหลุมสิวแล้ว รักษาแล้วจะดีขึ้น แต่จะไม่มีทางเรียบเนียนเหมือนเดิมแบบผิวที่ไม่เคยเป็นหลุมสิวมาก่อน

หลุมสิวแต่ละประเภท

แพทย์จะประเมิน “ชนิดหลุม + ความลึก + พังผืด + สภาพผิว” ก่อนเลือกวิธี

  • Ice pick: หลุมเล็กแต่ลึก ปากแคบ
  • Boxcar: หลุมกว้าง ขอบคม/เป็นเหลี่ยม
  • Rolling: ผิวเป็นคลื่น มีพังผืดดึงรั้งด้านล่าง
  • หลุมผสม (Mixed scars): หลายชนิดในหน้าเดียวกัน (พบบ่อยที่สุด)

โปรแกรมรักษาหลุมสิว ข้อดี–ข้อจำกัด (เลือกให้เหมาะกับเคส)

1) ตัดเซาะพังผืด (Subcision)

ช่วยอะไร: คลายพังผืดที่ดึงรั้ง ทำให้หลุมแบบ rolling/หลุมที่เป็นแอ่ง “ยกตัว” ได้ดีขึ้น
ข้อดี

  • ตรงจุดกับ “พังผืด” ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของหลุมลึกหลายเคส
  • ช่วยให้การทำเลเซอร์/การกระตุ้นผิวในขั้นต่อไปเห็นผลดีขึ้นในบางราย
    ข้อจำกัด/ข้อควรรู้
  • มักมี บวม/ช้ำ ช่วงแรก และต้องดูแลตามคำแนะนำ
  • ไม่ได้ทำให้หลุมทุกชนิดหายทันที มักต้องทำร่วมกับวิธีอื่น
  • ความเสี่ยงขึ้นกับเทคนิคและสภาพผิว (ต้องประเมินรายบุคคล)
โปรแกรมแพ็กเกจ/จำนวนครั้งราคาของแถม
D’ Subcision1 ครั้ง2,500.-แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี

2) เติมด้วยฟิลเลอร์ (Filler)

ช่วยอะไร: เติมหลุมบางจุดให้ดูตื้นขึ้น เหมาะกับ “หลุมเฉพาะตำแหน่ง” หรือหลุมที่ยังมีแอ่งหลังแก้พังผืด
ข้อดี

  • เห็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็วในจุดที่เติม
  • ปรับรูปผิวเฉพาะจุดได้ละเอียด
    ข้อจำกัด/ข้อควรรู้
  • เป็นการ “เติม” ไม่ใช่การเปลี่ยนโครงสร้างผิวทั้งหมด อาจต้องผสมกับการกระตุ้นคอลลาเจน
  • ผลอยู่ได้ตามชนิดผลิตภัณฑ์/การดูแล/สภาพผิว ต้องติดตามผลเป็นระยะ
  • ต้องทำโดยแพทย์เพื่อเลือกชนิด/ชั้นผิว/ปริมาณให้เหมาะ
โปรแกรมแพ็กเกจ/จำนวนครั้งราคาของแถม
D’ Subcision + Filler (1cc)1 ครั้ง9,999.-แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี

3) เติมด้วย PN

ช่วยอะไร: ฟื้นบำรุงผิว เติมความชุ่มชื้น-ยืดหยุ่น ช่วยให้ผิวดูเนียนละเอียดขึ้น เหมาะกับผิวที่บาง/แห้ง/ระคายง่าย และเป็นตัวเสริมแผนหลุมสิว
ข้อดี

  • เน้นงาน “คุณภาพผิว” ทำให้ผิวดูอิ่มและเรียบขึ้นโดยรวม
  • มักเข้ากับโปรแกรมเลเซอร์/การกระตุ้นผิวได้ดีในฐานะการซัพพอร์ต
    ข้อจำกัด/ข้อควรรู้
  • ผลกับ “หลุมลึกมีพังผืด” มักไม่พอถ้าใช้เดี่ยว ๆ
  • ต้องทำต่อเนื่องตามแผนเพื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิว
โปรแกรมแพ็กเกจ/จำนวนครั้งราคาของแถม
D’ Mapen + D’ Subcision + เติมเต็ม Rejuran S (1cc)1 ครั้ง17,999.-แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี
D’ Mapen + D’ Subcision + เติมเต็ม Rejuran S (1cc) + PRP1 ครั้ง20,000.-แถม Mask 2 ครั้ง + LED 2 ครั้ง ฟรี

4) Biostimulator

ช่วยอะไร: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่น เรียบขึ้นในภาพรวม เหมาะกับหลุมระดับตื้น–ปานกลาง หรือใช้เสริมหลังแก้พังผืด
ข้อดี

  • เน้นการ “กระตุ้นคอลลาเจน” ให้ผิวดูแข็งแรงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  • ช่วยเรื่องความแน่น/ความเรียบของผิวในระยะต่อเนื่อง
    ข้อจำกัด/ข้อควรรู้
  • ไม่ใช่ผลแบบทันที ต้องใช้เวลาและมักทำเป็นคอร์ส
  • ความเหมาะสมขึ้นกับชนิดหลุม ระดับพังผืด และสภาพผิว (ประเมินเป็นรายบุคคล)
โปรแกรมแพ็กเกจ/จำนวนครั้งราคาของแถม
D’ Subcision + เติมเต็ม Juvelook (6cc)1 ครั้ง17,999.-แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี

5) Pico Laser โหมด Fractional

ช่วยอะไร: กระตุ้นการฟื้นฟูผิวและคอลลาเจน ปรับผิวให้ดูเรียบขึ้น ลดความไม่สม่ำเสมอ เหมาะกับหลุมตื้น–ปานกลาง และการดูแลผิวโดยรวม
ข้อดี

  • ช่วยงาน “texture” ให้ผิวดูละเอียดขึ้น
  • เป็นตัวหลักในหลายแผนสำหรับหลุมระดับตื้น–ปานกลาง และใช้ร่วมกับวิธีอื่นได้
    ข้อจำกัด/ข้อควรรู้
  • หลุมลึกมีพังผืดมักต้องเสริมด้วย Subcision/การเติม
  • อาจมีแดง/แห้ง/ลอกเล็กน้อยตามการตอบสนองของผิว และต้องกันแดดสม่ำเสมอ
โปรแกรมแพ็กเกจ/จำนวนครั้งราคาของแถม
D’ Subcision + Pico Laser (Fractional Mode)1 ครั้ง6,999.-แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี

ขั้นตอนการรักษา (ภาพรวมการวางแผน)

  1. ประเมินหลุมสิว: ชนิดหลุม ความลึก พังผืด ความมัน-ความไวผิว ประวัติสิวอักเสบ/การรักษาเดิม
  2. ออกแบบแผนแบบผสมผสาน: เลือก “แก้พังผืด/เติม/กระตุ้นผิว” ให้เหมาะกับระดับ (Smooth Start / Deep Mix / Scar Reset)
  3. ทำหัตถการตามลำดับที่เหมาะ
    • เคสมีพังผืดชัด: มักเริ่มจาก Subcision แล้วตามด้วยการเติม/เลเซอร์/กระตุ้นผิว
    • เคสหลุมตื้น-ผิวไม่เรียบ: อาจเน้น Pico Fractional + โปรแกรมบำรุง (PN/biostimulator)
  4. ติดตามผลและปรับแผน: ประเมินการเปลี่ยนแปลงเป็นรอบ ๆ เพื่อปรับความเข้ม/ความถี่ให้เหมาะกับผิว

หมายเหตุ: จำนวนครั้งและระยะห่างขึ้นกับความรุนแรงของหลุมและการฟื้นตัวของแต่ละคน แพทย์จะประเมินให้หลังตรวจ

การเตรียมตัว ก่อนทำ-หลังทำ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

การเตรียมตัว “ก่อนทำ” และการดูแล “หลังทำ”

ก่อนทำ

  • แจ้งประวัติ ยาที่ใช้ประจำ, การแพ้, โรคประจำตัว, ประวัติเคยเป็นแผลเป็นนูน/คีลอยด์ (ถ้ามี)
  • ถ้ามีสิวอักเสบกำเริบ ควรให้แพทย์ประเมินก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเพิ่ม
  • งด/ลดกิจกรรมที่ทำให้ผิวระคายก่อนวันทำตามคำแนะนำของคลินิก (ขึ้นกับหัตถการ)

หลังทำ

  • เน้น อ่อนโยน + เพิ่มความชุ่มชื้น + กันแดด
  • เลี่ยงการขัด/สครับ/แกะเกา และหลีกเลี่ยงความร้อนจัดหรือเหงื่อหนักช่วงแรกตามคำแนะนำ
  • หากมีบวม ช้ำ แดง หรือระคาย ให้ดูแลตามคำแนะนำ และติดต่อคลินิกเมื่อมีอาการผิดปกติ

ข้อควรรู้ก่อนรักษาหลุมสิว

ข้อควรรู้คำอธิบาย
หลุมสิวรักษาให้หาย 100% ได้ไหมส่วนใหญ่เป้าหมายคือทำให้ ดูตื้นขึ้น เรียบขึ้น และผิวโดยรวมดีขึ้น ผลลัพธ์ขึ้นกับชนิดหลุม ความลึก พังผืด และการทำต่อเนื่อง
ทำไมต้องผสมหลายวิธีเพราะหลุมสิวมักเป็น หลายชนิดปนกัน บางส่วนต้องแก้พังผืด บางส่วนต้องเติม และบางส่วนต้องกระตุ้นคอลลาเจน
หลุมลึกควรเริ่มจากอะไรถ้ามี “รั้ง/แอ่ง” ชัด แพทย์มักพิจารณา Subcision ก่อน แล้วค่อยเสริมเลเซอร์/การเติมตามความจำเป็น
Pico Fractional เหมาะกับใครเหมาะกับคนที่ต้องการปรับ texture/ความเรียบเนียน โดยเฉพาะหลุมตื้น–ปานกลาง และใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนได้
PN กับ Biostimulator ต่างกันยังไงPN เน้นฟื้นบำรุงคุณภาพผิวและความชุ่มชื้น ส่วน Biostimulator เน้นการ กระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวแน่นขึ้น (เลือกตามเป้าหมายและสภาพผิว)
ฟิลเลอร์รักษาหลุมสิวได้ถาวรไหมฟิลเลอร์เป็นการ “เติมเต็ม” ผลอยู่ได้ตามชนิดผลิตภัณฑ์และการดูแล อาจต้องติดตามและเติมซ้ำตามแผน
ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผลขึ้นกับระดับหลุมและการตอบสนองของผิว แพทย์จะประเมินจำนวนครั้งโดยประมาณหลังตรวจ และปรับแผนตามผลจริง
เจ็บไหมความรู้สึกเจ็บขึ้นกับหัตถการและความไวของแต่ละคน โดยทั่วไปมีการดูแลลดความไม่สบายตามมาตรฐานคลินิก
หลังทำต้องพักฟื้นไหมส่วนใหญ่ใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อาจมี แดง/บวม/ช้ำ ชั่วคราว และควรเลี่ยงการระคายตามคำแนะนำ
ทำช่วงไหนของปีดีที่สุดทำได้ทั้งปี แต่ต้องเคร่งครัดเรื่อง กันแดด และการดูแลผิวหลังทำ โดยเฉพาะหัตถการที่กระตุ้นผิว
เป็นสิวง่าย ยังทำได้ไหมทำได้ แต่ควรให้แพทย์ประเมินการคุมสิวร่วมด้วย เพราะ “สิวที่ยังอักเสบ” อาจทำให้ผิวระคายและเกิดรอยใหม่ได้
มีโอกาสรอยดำ/ระคายไหมมีโอกาสตามสภาพผิวและการดูแลหลังทำ โดยเฉพาะผิวไว/โดนแดดบ่อย จึงต้องกันแดดและทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

ทำไมต้องรักษาหลุมสิวที่ D’ Lovevery Clinic

  • ครอบคลุมทุกระดับหลุมสิว ตั้งแต่หลุมตื้นจนถึงหลุมลึกมีพังผืด ด้วยโปรแกรมที่หลากหลาย
  • วางแผนแบบผสมผสาน ไม่ยึดวิธีเดียว เลือกให้เหมาะกับ “ชนิดหลุม” ของคุณจริง ๆ
  • เน้นความปลอดภัยและความเป็นธรรมชาติของผิว ทำแบบค่อยเป็นค่อยไปตามการฟื้นตัว
  • ติดตามผลและปรับแผน เพราะหลุมสิวต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง
  • จ่ายสบาย เลือกได้ มีระบบมัดจำและทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย สามารถแบ่งจ่ายได้ รองรับ Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

โปรแกรมรักษาสิวอื่นๆมีอะไรบ้าง

รายการบริการอัตราค่าบริการ
กดสิว (ทั่วหน้า)ครั้งละ 350 บาท
มาส์กลดสิว รอยแดงจากสิวครั้งละ 350 บาท
กดสิว (ทั่วหน้า+ลำคอ)ครั้งละ 500 บาท
ฉีดสิวเม็ดแรก 100 บาท เม็ดถัดไปเม็ดละ 50 บาท
รักษาสิวครบขั้นตอนเริ่มต้นครั้งละ 700 บาท
LED ลดการอักเสบสิวครั้งละ 1,200 บาท
IPL ลดรอยสิวครั้งละ 1,500 บาท
Pico Laser ทั่วใบหน้าครั้งละ 4,500 บาท
ครีมกันแดดที่เหมาะกับคนเป็นสิว เกรดคลินิก

รีวิวรักษาสิว

รีวิวรักษารอยสิว หน้าใส จุดด่างดำ


สำหรับคำถามที่คนไข้ถามมา Pico Laser เหมาแขน 2 ข้าง ราคาอยู่ที่ 3,999 บาท ค่ะ โปรแกรมนี้ออกแบบมาเพื่อคนไข้ที่ต้องการ อวดผิวแขนอย่างมั่นใจ โดยเฉพาะคนที่กังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยดำจากแมลงสัตว์กัดต่อย หรือปัญหาผิวสากจากขนคุด การเหมาทำทั้งสองข้างจะช่วยเคลียร์เม็ดสีได้ทั่วถึง ทำให้ผิวแขนกลับมาเนียนใส ใส่เสื้อแขนกุดหรือสายเดี่ยวได้แบบไม่ต้องกังวลค่ะ

ส่วนใครที่อยากดูแลช่วงล่างด้วย โปรแกรม เหมาขา 2 ข้าง ในราคา 4,999 บาท ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากสำหรับคนที่มีปัญหา “ขาลายน้ำเหลืองไม่ดี” หรือมีรอยแผลเป็นสะสมมานาน ราคาที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแลกกับพื้นที่การรักษาที่กว้างขึ้น (ครอบคลุมทั้งหน้าแข้งและน่อง) ถือว่าคุ้มค่าที่สุดในการกู้คืนความมั่นใจในการใส่ขาสั้นหรือชุดว่ายน้ำค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

มาส์กหน้าใสที่หาซื้อง่ายกับมาส์กในคลินิก มีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยมาส์ก 7-Eleven จะมี สารออกฤทธิ์ในความเข้มข้นต่ำกว่า ถูกออกแบบมาให้ ครอบคลุมและลดความเสี่ยงการแพ้ เพื่อให้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว เน้นการบำรุงผิวทั่วไปและความชุ่มชื้น ส่วนมาส์กในคลินิกนั้น หมอจะ ประเมินผิวหน้าและเลือกตัวยา รวมถึงเนื้อมาส์กที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ประกอบด้วย สารออกฤทธิ์ทางการแพทย์ที่บริสุทธิ์และเข้มข้นสูง ผลิตภายใต้มาตรฐานยา เพื่อ แก้ปัญหาผิวที่เฉพาะเจาะจง หรือฟื้นฟูผิวหลังทำหัตถการ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืนกว่าภายใต้การดูแลของแพทย์ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

บีบเองกดเอง อาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ค่ะ เพราะเกิดจาก กระบวนการสมานแผลของผิวที่สร้างคอลลาเจนมากเกินไป ซึ่งเป็นผลมาจากการ อักเสบที่รุนแรง การบีบสิวที่ไม่ถูกวิธี หรือพันธุกรรม โดยรอยนูนเหล่านี้อาจเป็นเพียงการบวมชั่วคราว แผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar) หรือ คีลอยด์ (Keloid Scar) การ งดบีบสิว และหากต้องการรักษาให้ผิวเรียบขึ้นนั้น จะต้องมาพบหมอเพื่อตรวจ รับการรักษาที่เหมาะสม เช่น ยาทา การฉีดสเตียรอยด์ หรือเลเซอร์ จะช่วยให้ผิวกลับมา เรียบเนียนขึ้น ได้ค่ะ

ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็อาจจะหายกลับภาวะปกติได้นะคะ เพียงแต่อาจจะใช้เวลานาน และยิ่งจับเหมือนจะยิ่งแข็งขึ้นเรื่อยๆ ในคนไข้หมอส่วนใหญ่ที่เจอ คือแผลอาจจะไม่ได้ใหญ่ขึ้นนูนขึ้น แต่ส่วนมากจะแข็งมากขึ้น มีสะเก็ดหลุดลอกเป็นระยะๆ แต่ที่เจอแน่ๆคือรอยดำ เพราะถ้าเจอสิวระดับนูนได้เองแบบนี้เม็ดใหญ่แน่ๆ และทิ้งรอยดำไว้นานแน่นอนค่ะ ถ้ากังวลมากก็เข้ามาพบหมอที่คลินิกได้นะคะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอเห็นเพื่อนและคนไข้หลายคนที่เข้าใจผิดว่าเมืองหนาว อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น แดดไม่ร้อน แท้จริงแล้วระดับ UV นั้นไม่แพ้ใครในโลก  รวมถึงไทยด้วย ใครเคยไปเกาหลีหน้าร้อน จะเข้าใจว่าร้อนระดับไหน บางเดือนแดดจัดอุณหภูมิสูงกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ หมอบอกเลยว่าเลือกครีมกันแดด เลือกตามฤดูกาลและการใช้ชีวิตคือดีที่สุดเลย

การเลือกกันแดด สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูที่ค่าการปกป้องค่ะ หากคนไข้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี ค่า SPF50+ และ PA++++ (หรือ Broad Spectrum สำหรับกันแดดฝั่งอเมริกา/ยุโรป) ซึ่งหมายถึงการป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้อย่างครบถ้วน และมีคุณสมบัติ กันน้ำ กันเหงื่อ (Water/Sweat resistant) ก็จะสามารถปกป้องผิวบอบบางจากแดดเมืองไทยที่แผดเผาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดไม่แพ้กันแดดที่ผลิตในประเทศเลยค่ะ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ การเลือกใช้ให้เหมาะกับกิจกรรมและสภาพผิวของคนไข้ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ วิธีการใช้ที่ถูกต้อง ค่ะ หมอเน้นย้ำเลยนะคะว่าคนไข้ต้อง ทาในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับใบหน้าและลำคอ) และ ทาซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคนไข้อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือมีเหงื่อออกมากค่ะ ไม่ว่ากันแดดจะเริ่ดแค่ไหน ถ้าทาไม่ถูกวิธี หรือไม่ทาซ้ำ ก็อาจทำให้การปกป้องไม่เต็มที่นะคะ ขอให้คนไข้มั่นใจและเลือกกันแดดคู่ใจที่ใช่สำหรับผิวเราได้เลยค่ะ!

อ่านเพิ่มเติม

การลอกกระแดด ลอกจุดด่างดำ ที่ D’ Lovevery Clinic คือกระบวนการ ผลัดเซลล์ผิวเม็ดสีที่เสื่อมสภาพ ออกอย่างถูกวิธี โดยเน้นการรักษาแบบ ผสมผสาน (Combined Therapy) ทั้งเลเซอร์ ยาทา นวัตกรรมทางการแพทย์อื่นๆ และการดูแลชั้นผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและ ปลอดภัยกว่าการลอกผิวแบบเดิมๆ สิ่งสำคัญคือคนไข้ต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละบุคคล และต้อง มีวินัยในการป้องกันแสงแดด เพื่อรักษาผิวให้กระจ่างใสอย่างยั่งยืนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การเกิดฝ้าหลังเลเซอร์หลุมสิวมี โอกาสเกิดขึ้นได้จริง แม้จะใช้นวัตกรรมหรือเครื่องเลเซอร์ รุ่นล่าสุดจากอเมริกา ที่โฆษณาว่าดีที่สุดก็ตามค่ะ เพราะต้องไม่ลืมว่า ทุกโปรแกรมการรักษามีผลข้างเคียง (Side Effects) แฝงอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่อง พลังงานความร้อนสะสม ที่อาจไปกระตุ้นเม็ดสีในคนไข้ที่มีพื้นฐานผิวไวต่อแสง ดังนั้น เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุดไม่ได้หมายความว่าเหมาะสมที่สุดเสมอไป สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเครื่องคือการให้ แพทย์ประเมินสภาพผิวและโรคประจำตัวอย่างละเอียด เพื่อเลือกค่าพลังงานและเครื่องมือที่ “เข้ากับผิวคนไข้” จริงๆ ควบคู่ไปกับการดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้หลุมสิวตื้นขึ้นโดยไม่ทิ้งรอยดำไว้เป็นของแถมค่ะ

แม้เครื่องเลเซอร์จะผ่านการรับรองจาก US-FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) แต่ใบรับรองนั้นหมายถึงความปลอดภัยในการใช้งาน ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ไม่ได้การันตีว่าจะไม่มีผลข้างเคียง 100% หากใช้ค่าพลังงานที่ไม่เหมาะสมกับผิวคนเอเชีย

อ่านเพิ่มเติม

หมอเลยถามกลับว่าเยอะแค่ไหน คนไข้ตอบ ก็มีทกแบรนด์อ่ะค่ะตั้งแต่หลักร้อยยันหลักหมื่น (พร้อมโชว์ภาพโต๊ะเครื่องแป้ง) แล้วก็นั่งขำไปพร้อมๆกับคนไข้

หมอสรุปแบบนี้ค่ะ คือถ้าใช้มานานแล้วยังไม่แพ้ หรือไม่มีสิวหน้าไม่พัง มันก็ถือว่าโอเค แต่ถ้าใช้เยอะ แล้วดันเป็นสิว งานจะเข้าก็ตรงนี้แหล่ะ เพราะเราไม่รู้ว่ามันเกิดจากตัวไหน ยี่ห้อไหนที่ใช้ อีกอย่างคือ การใช้สกินแคร์หลายขั้นตอนเกินความจำเป็น (Over-skincare) ส่งผลเสียมากกว่าผลดีค่ะ เพราะอาจนำไปสู่ภาวะ “เกราะป้องกันผิวพัง” (Damaged Skin Barrier) จากการใช้สารผลัดเซลล์ผิวซ้ำซ้อน ทำให้ผิวอ่อนแอและแพ้ง่าย นอกจากนี้การทาครีมทับกันหลายชั้นยังเสี่ยงต่อการเกิด “สารตีกัน” ที่ลดประสิทธิภาพของครีม และก่อให้เกิดการอุดตันจนเป็นสิว (Acne Cosmetica) ได้ง่าย หมอจึงแนะนำแนวทาง Skinimalism เน้นใช้เฉพาะสิ่งที่ผิวต้องการจริงๆ เพื่อให้ผิวแข็งแรงและสมดุลค่ะ

ลองทบทวนดูใหม่ มาพบหมอใหม่ได้ว่าแท้จริงแล้วผิวเราต้องการอะไร จะได้ตัดตัวที่ไม่จำเป็นออกไปทีละนิดๆได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อาการสิวเห่อข้ามคืนจากการใช้น้ำตบ ส่วนใหญ่มักเกิดจาก ส่วนผสมจากการหมักบ่ม (Fermented Ingredients) เช่น ยีสต์ Galactomyces หรือแพลงก์ตอน ซึ่งทำหน้าที่เป็นอาหารให้กับเชื้อราประจำถิ่นบนผิวหนัง ทำให้เกิดภาวะ “สิวยีสต์” (Fungal Acne) หรือรูขุมขนอักเสบจากเชื้อราที่มีลักษณะเป็นตุ่มแดงคันคล้ายสิวผด ซึ่ง ไม่ใช่การดันสิว แต่เป็นอาการแพ้ระคายเคือง ดังนั้นผู้ที่มีประวัติผิวแพ้ง่ายหรือเป็นเซ็บเดิร์ม ควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมกลุ่มนี้เพื่อป้องกันการเห่อของสิวค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

40

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

Don’t chase perfect skin—chase progress you can see.

★★ ความประทับใจ ★★

google
Bub
Bub
05/02/2026
google
Sumayyah Alisha
Sumayyah Alisha
05/02/2026
google
แสงอุษา ไชยวุฒิ
แสงอุษา ไชยวุฒิ
03/02/2026
facebook
Wrry Rry
Wrry Rry
แนะนำเลย
31/01/2026
google
‘w’
‘w’
31/01/2026
facebook
บุณยานุช ช.
บุณยานุช ช.
แนะนำเลย
12/11/2025
facebook
Sofiarnee Doma
Sofiarnee Doma
แนะนำเลย
06/11/2025

โปรแกรมอื่นๆ