ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

คีลอยด์คืออะไร เกิดขึ้นได้ยังไง รักษาแบบไหน ต้องทำกี่ครั้ง ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่คนไข้ที่กำลังศึกษา

คีลอยด์

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

คีลอยด์คืออะไร เกิดขึ้นได้ยังไง รักษาแบบไหน ต้องทำกี่ครั้ง ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง ติดตามผลการรักษา

แผลเป็น 5 ปี คิดว่าไม่หาย... อย่าเพิ่งถอดใจ ถ้ายังไม่ได้ลองวิธีนี้กับหมอต้าร์ค่ะ  ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

เลือกอ่านเนื้อหา

สำหรับใครที่มีความกังวลใจเรื่อง “แผลเป็นนูน” หรือ “คีลอยด์” ไม่ว่าจะเป็นที่ใบหู หัวไหล่ หน้าอก หรือบริเวณต่างๆ ของร่างกาย ที่ทำให้รู้สึกคัน เจ็บ หรือเสียความมั่นใจในการแต่งตัว D’ Lovevery Clinic (ดีเลิฟเวอรี่คลินิก) เข้าใจถึงปัญหานี้เป็นอย่างดีค่ะ

เรามีโปรแกรมการรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy) ที่ดูแลตั้งแต่การลดขนาดก้อนเนื้อ การผ่าตัดตกแต่ง ไปจนถึงการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอด้วย Pico Laser เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำค่ะ

แผลผ่าคลอด ฉีดคีลอยด์ ทำเลเซอร์

ทำความรู้จัก “คีลอยด์” (Keloid) คืออะไร? แตกต่างจากแผลเป็นนูนทั่วไปอย่างไร?

ก่อนเริ่มการรักษา หมออยากให้คนไข้เข้าใจธรรมชาติของแผลชนิดนี้ก่อนค่ะ เพื่อการวางแผนรักษาที่ถูกต้อง

  • แผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar): เป็นแผลที่นูนขึ้นมาจากผิวหนังปกติ แต่ขอบเขตของแผลจะ “ไม่ขยายกว้าง” เกินกว่ารอยแผลเดิม มักเกิดหลังจากแผลหายประมาณ 1 เดือน และอาจยุบลงได้เองเมื่อเวลาผ่านไป
  • คีลอยด์ (Keloid): คือความผิดปกติของกระบวนการรักษาแผล ที่ร่างกายสร้างพังผืด (Collagen) ออกมามากเกินความจำเป็น ทำให้แผล “ขยายใหญ่กว่ารอยเดิม” ลุกลามออกไปเรื่อยๆ มีลักษณะแข็ง มันเงา มักมีอาการคันหรือเจ็บร่วมด้วย และ ไม่สามารถยุบเองได้ จำเป็นต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์ค่ะ

สาเหตุที่ทำให้เกิดคีลอยด์ และปัจจัยเสี่ยง

คีลอยด์มักเกิดจากพันธุกรรม (Genetics) เป็นปัจจัยหลัก หากคนในครอบครัวมีประวัติ ก็จะมีโอกาสเป็นได้ง่ายกว่าปกติ นอกจากนี้ยังเกิดจากแรงตึงผิวหนัง (Skin Tension) ในตำแหน่งต่างๆ เช่น หน้าอก หัวไหล่ ติ่งหู จากการเจาะหู การผ่าตัดศัลยกรรม หรือแม้แต่สิวอักเสบเม็ดใหญ่ๆ ก็กลายเป็นคีลอยด์ได้ค่ะ

pie title "รอยแผลนูน/คีลอยด์" มากที่สุด
    "อันดับ 1: บริเวณแขน (เห็นชัดไม่มั่นใจ)" : 40
    "อันดับ 2: รอยผ่าคลอด (ไม่สวยงาม)" : 30
    "อันดับ 3: บริเวณขา" : 20
    "อันดับ 4: จุดอื่นๆบนใบหน้า/ใต้ร่มผ้า" : 10
อ้างอิงคนไข้ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ตั้งแต่ปี 2023-2026

แนวทางการรักษาคีลอยด์แบบครบวงจร ที่ D’ Lovevery Clinic

ที่ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก เราไม่ได้ใช้วิธีการเดียวในการรักษาทุกคน แต่เราประเมินตามลักษณะแผล ขนาด ความแข็ง และระยะเวลาที่เป็น เพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล โดยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ค่ะ

1. การฉีดสลายคีลอยด์ (Intralesional Corticosteroid Injection)

เป็นวิธีมาตรฐานที่ได้รับความนิยมที่สุด และเห็นผลชัดเจนสำหรับคีลอยด์ขนาดเล็กถึงปานกลาง

  • หลักการ: ตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการทำงานของเซลล์สร้างพังผืด (Fibroblast) และเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายคอลลาเจนส่วนเกิน ทำให้ก้อนนูน “นิ่มลงและยุบตัวราบเรียบ”
  • ความถี่: แนะนำให้ทำต่อเนื่องทุก 2-4 สัปดาห์ จนกว่าแผลจะราบเรียบเสมอผิวค่ะ
เคยท้อกับคีลอยด์? ต้องลองเทคนิคผสานการรักษาของหมอต้าร์ที่ D'Lovevery

2. การผ่าตัดก้อนคีลอยด์ (Keloid Excision Surgery)

สำหรับกรณีที่ ก้อนมีขนาดใหญ่มาก หรือ เคยฉีดแล้วไม่ยุบ หรือเป็นคีลอยด์เก่าที่แข็งเป็นก้อนไต การผ่าตัดจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

  • เทคนิคพิเศษ: ทีมแพทย์จะใช้เทคนิคการผ่าตัดลดแรงตึงผิว (Tension-Free Closure) เพื่อป้องกันไม่ให้แผลกลับมานูนซ้ำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการผ่าตัดคีลอยด์
  • การดูแลต่อเนื่อง: หลังผ่าตัด แพทย์อาจพิจารณาให้ฉีดยาป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำร่วมด้วยทันที หรือนัดดูอาการอย่างใกล้ชิดค่ะ

3. การปรับสีผิวและรอยแผลด้วย Pico Laser

เมื่อแผลยุบตัวลงจนเรียบเนียนแล้ว ปัญหาที่มักหลงเหลืออยู่คือ “รอยแดง หรือ รอยดำคล้ำ” หรือรอยเส้นเลือดฝอย ซึ่งทำให้ผิวดูไม่เกลี้ยงเกลา

  • Pico Laser: เทคโนโลยีเลเซอร์ที่ส่งพลังงานสูงในช่วงเวลาสั้นระดับ Picosecond ช่วยทำลายเม็ดสีที่ผิดปกติ (Pigment) และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่เรียงตัวสวยงาม ทำให้รอยแผลเป็นดูจางลง สีผิวสม่ำเสมอใกล้เคียงกับผิวปกติมากที่สุดค่ะ
แค่ 2 ขั้นตอน…รอยแผลผ่าคลอดหายจางลง จนแฟนทัก!

สีของคีลอยด์นั้นบ่งบอกอะไรได้บ้าง?

สีของแผล (Color)ความหมาย / สถานะของแผลแนวทางการรักษาที่แนะนำ
🔴 สีแดงสด / ชมพูเข้ม“ระยะลุกลาม” (Active Stage)
• แผลมีการอักเสบสูง
• มีเส้นเลือดมาเลี้ยงเยอะ
สัญญาณเตือน: ก้อนกำลังจะโตขึ้น หรือขยายวงกว้าง
• มักมีอาการคันหรือเจ็บร่วมด้วย
รีบรักษาด่วน!
เน้นการ ฉีดสลาย เพื่อหยุดการเจริญเติบโต และลดการอักเสบให้เร็วที่สุด
🟣 สีม่วงคล้ำ / แดงช้ำ“ระยะอักเสบมาก” (Highly Active)
• เส้นเลือดฝอยขยายตัวมาก
• แผลมีความตึงเครียดสูง (High Tension)
• ผิวบริเวณนั้นบางและเปราะบาง
ต้องดูแลเป็นพิเศษ
เน้นการฉีดลดขนาด ควบคู่กับการทำ Vascular Laser (เลเซอร์ลดรอยแดง) เพื่อทำลายเส้นเลือดที่มาเลี้ยงก้อน
🟤 สีน้ำตาล / ดำคล้ำ“ระยะทรงตัว + ทิ้งรอย” (Hyperpigmentation)
• การอักเสบลดลงแล้ว ก้อนอาจจะหยุดโต
• ร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินออกมาสะสมมากเกินไป
• มักเกิดจากแผลเก่าที่เป็นมานาน
เน้นปรับสีผิว
หากก้อนยุบแล้ว แนะนำทำ Pico Laser เพื่อยิงสลายเม็ดสีดำให้จางลง ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
⚪ สีขาวซีด / สีเนื้อ“ระยะแผลเป็นเก่า” (Mature Scar)
• แผลหยุดการเจริญเติบโต (Inactive)
• พังผืดจับตัวกันแน่นและแข็ง
• ไม่มีเลือดมาเลี้ยงแล้ว
รักษายากที่สุด
อาจต้องใช้การ ผ่าตัดตกแต่ง หรือการฉีดร่วมกับการทำเลเซอร์ปรับสภาพผิว (Resurfacing) เพื่อให้นิ่มลง
เคสนี้ทำแบบนี้…รอยแผลผ่าตัดแทบมองไม่เห็น!

แพทย์ใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณาว่า “ต้องฉีด” หรือ “ต้องผ่าตัด”?

เกณฑ์การพิจารณา (Criteria)✅ เหมาะสำหรับ “การฉีดสลาย” (Injection)✂️ เหมาะสำหรับ “การผ่าตัด” (Surgery)
1. ขนาดของก้อนก้อนขนาดเล็ก ถึง ปานกลาง
(ฐานกว้างไม่เกิน 1-2 ซม.)
ก้อนขนาดใหญ่มาก, ก้อนยักษ์,
หรือก้อนห้อยต่องแต่ง (เช่น ที่ติ่งหู)
2. ความแข็งของแผลนิ่ม หรือ มีความยืดหยุ่นบ้าง
(ตัวยาสามารถแทรกซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อได้)
แข็งโป๊กเป็นไต, แข็งเหมือนหิน
(ตัวยาเจาะไม่เข้า หรือฉีดแล้วยาไม่กระจายตัว)
3. อายุของแผลเพิ่งเริ่มเป็น หรือเป็นมาไม่นาน
(ระยะ Active มีสีแดง/คัน)
เป็นมานานหลายปี (แผลเก่า)
ที่หยุดการเติบโตแล้ว หรือเป็นก้อนถาวร
4. ประวัติการรักษาไม่เคยรักษามาก่อน
หรือเคยฉีดแล้วยุบได้ดี
“ดื้อยา” เคยฉีดมาหลายครั้งแล้วไม่ยุบ
หรือยุบยากมาก
5. ผลกระทบต่ออวัยวะนูนขึ้นมาเฉยๆ ไม่ดึงรั้งผิวหนังรอบข้างผิดรูปอย่างชัดเจน, ทำให้ใบหูเบี้ยว,
หรือดึงรั้งจนขยับแขน/คอ ลำบาก

ไขข้อข้องใจ เคยฉีดหรือผ่าตัดมาแล้ว “ทำไมคีลอยด์ถึงกลับมาเป็นซ้ำ?”

นี่คือปัญหาใหญ่ที่คนไข้กลุ่มที่ 2 มักเจอค่ะ สาเหตุหลักที่คีลอยด์กลับมา (Recurrence) มักเกิดจาก

  1. การผ่าตัดเพียงอย่างเดียว: การตัดออกโดยไม่มีการรักษาเสริม (Adjuvant Therapy) มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูงถึง 50-100%
  2. แรงตึงของแผล: หากผ่าตัดแล้วแผลมีความตึงมาก ร่างกายจะกระตุ้นการสร้างพังผืดขึ้นมาใหม่
  3. การหยุดรักษากลางคัน: การฉีดยาไม่ต่อเนื่อง ทำให้เซลล์พังผืดกลับมาทำงานอีกครั้ง

ฉีดคีลอยด์ ลดขนาดรอยแผลเป็น ผ่าคีลอยด์ ราคาเท่าไหร่

ขนาดแผล (Size)รายครั้ง (1 ครั้ง)คอร์ส 3 ครั้ง (ลด 20%)คอร์ส 5 ครั้ง (ลด 30%)
แผลเล็ก500.-1,200.-1,750.-
แผลกลาง1,500.-3,600.-7,200.-
แผลใหญ่3,000.-7,200.-10,500.-

การเตรียมตัว “ก่อน” เข้ารับบริการ (Pre-Treatment)

1. แจ้งประวัติการรักษาอย่างละเอียด

  • หากเคยฉีดหรือผ่าตัดมาก่อน โปรดแจ้งคุณหมอว่าทำมาแล้วกี่ครั้ง หรือหยุดทำไปนานแค่ไหน เพื่อคำนวณปริมาณยาได้ถูกต้องค่ะ
  • หากมี ประวัติแพ้ยา หรือ กำลังตั้งครรภ์/ให้นมบุตร ต้องแจ้งให้ทราบก่อนทุกครั้งนะคะ

2. การงดยาและวิตามิน (กรณีวางแผนผ่าตัด)

  • หากเป็นการฉีดทั่วไป ไม่ต้องงดค่ะ
  • หากเป็นการผ่าตัด: ควรงดกลุ่มยาแอสไพริน (Aspirin), NSAIDs, วิตามิน E, น้ำมันปลา, แปะก๊วย อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้เลือดหยุดยากและแผลช้ำง่ายค่ะ

3. การแต่งกาย

  • ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่ “หลวมสบาย” และสามารถเปิดเผยบริเวณที่เป็นแผลได้ง่าย เพื่อความสะดวกในการทำหัตถการ และลดการเสียดสีหลังทำเสร็จทันทีค่ะ

4. พักผ่อนให้เพียงพอ

  • นอนหลับให้เต็มอิ่ม ทานอาหารรองท้องมาได้ตามปกติ จะช่วยลดอาการตื่นเต้นและลดความรู้สึกเจ็บขณะทำได้ค่ะ

การดูแลตัวเอง “หลัง” เข้ารับบริการ (Post-Treatment)

การดูแลจะแบ่งตามประเภทการรักษา ดังนี้ค่ะ

กรณีที่ 1: หลังฉีดสลายคีลอยด์ (Injection)

  • อาการปกติ: อาจมีอาการปวดหน่วงๆ หรือบวมแดงเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ประมาณ 1-2 วันแรก
  • การดูแลเบื้องต้น:
    • หากปวด สามารถทานยาพาราเซตามอล หรือประคบเย็นได้ค่ะ
    • ห้ามเกาเด็ดขาด! อาการคันคือสัญญาณการตอบสนองของยา หรือการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ หากคันมากให้ลูบเบาๆ หรือทายาแก้คันตามแพทย์สั่ง
    • ห้ามนวดคลึง บริเวณที่ฉีด (ยกเว้นแพทย์สั่ง) เพราะอาจทำให้ยากระจายตัวผิดจุด
    • อาบน้ำฟอกสบู่ได้ตามปกติ (หลังผ่านไป 2-4 ชม. ให้รูเข็มปิดสนิทก่อน)

กรณีที่ 2: หลังผ่าตัดก้อนคีลอยด์ (Surgery)

  • สำคัญที่สุด: ลดแรงตึง (Tension)
    • หลีกเลี่ยงการขยับตัวแรงๆ การยกของหนัก หรือการเอื้อมแขนสุดตัว ในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก เพราะ “แรงตึง” คือสาเหตุหลักที่ทำให้คีลอยด์กลับมาโตใหม่ค่ะ
  • การดูแลแผล:
    • ห้ามโดนน้ำ: ในช่วง 3-7 วันแรก (หรือจนกว่าจะตัดไหม) เพื่อป้องกันการติดเชื้อ เช็ดตัวแทนการอาบน้ำ หรือใช้พลาสเตอร์กันน้ำตามคำแนะนำ
    • มาตัดไหมตามนัดอย่างเคร่งครัด (ปกติ 7-14 วัน)

กรณีที่ 3: หลังทำ Pico Laser ลดรอย

  • เลี่ยงแดด: หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดๆ และทาครีมกันแดดบริเวณแผลเป็นประจำ เพื่อป้องกันรอยดำ (Hyperpigmentation)
  • ความชุ่มชื้น: ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ หรือครีมลดรอยแผลเป็น (Scar Gel) บ่อยๆ เพื่อให้สะเก็ดหลุดลอกเองตามธรรมชาติ ห้ามแกะเกาค่ะ

dlovevery-clinic

5 เหตุผลที่ควรเลือกฝากแผลเป็นไว้กับ D’ Lovevery Clinic

  1. วิเคราะห์รายบุคคล: หมอตรวจประเมินแผลเองทุกเคส ให้ข้อมูลชัดเจน ข้อดี ข้อจำกัดของแต่ละโปรแกรม ก่อนรับบริการ
  2. เทคนิคการฉีดที่แม่นยำ: หมอฉีดเข้าสู่แกนกลางของคีลอยด์โดยตรง เพื่อให้ยาออกฤทธิ์เต็มประสิทธิภาพ และลดผลข้างเคียงผิวบุ๋ม
  3. เครื่องมือทันสมัย: เราใช้ Pico Laser ที่ได้มาตรฐาน เพื่อเก็บรายละเอียดงานผิวในขั้นตอนสุดท้าย
  4. ติดตามผลต่อเนื่อง: เราดูแลจนจบกระบวนการ ไม่ทิ้งคนไข้ หากมีสัญญาณการกลับมาเป็นซ้ำ หมอจะรีบจัดการทันที
  5. บรรยากาศผ่อนคลาย: คลินิกสะอาด ให้บริการด้วยความจริงใจ พนักงานน่ารัก ให้ข้อมูลครบถ้วนค่ะ ดูรีวิวความประทับใจ
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater
  • สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
  • สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546

ข่าวดี ติ่งเนื้อแบบนี้ไม่ต้องผ่าค่ะ การใช้ CO2 Laser มีความแม่นยำสูงและมีโอกาสที่ผิวจะกลับมาเรียบเนียนได้ถึง 95-98% โดยใช้เวลาทำเพียง 5-10 นาที ต่อจุดเท่านั้น

ค่าบริการเริ่มต้น จุดละ 2,500 บาท มีค่ายาทา 200

ติ่งเนื้อที่มีหัวใหญ่แต่ขั้วเล็กเรียกว่า Acrochordon หรือ Pedunculated Skin Tag ซึ่งเป็น เนื้องอกธรรมดาที่ไม่ใช่มะเร็ง ค่ะ สาเหตุหลักเกิดจากการ เสียดสีของผิวหนัง หรือพันธุกรรม แม้จะไม่เป็นอันตรายแต่หากปล่อยไว้อาจจะถูกเสื้อผ้าเกี่ยวจนอักเสบได้ วิธีการรักษาที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยที่สุดคือ การทำ CO2 Laser เพื่อกำจัดติ่งเนื้อออกให้เรียบเนียนโดย ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นกวนใจ และไม่ควรพยายามกำจัดเองด้วยวิธีใดๆก็ตามแต่ค่ะ เพราะเห็นขั้วเล็กๆแบบนี้จะขาดจะหลุดได้ต้องใช้วิธีที่เหมาะสม ปลอดเชื้อ และยังมีเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเยอะ ไม่ถูกวิธี เจ็บ เลือดหยุดช้า อาการแทรกซ้อนอื่นๆรออีกเพียบเลยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การรักษาโดยการเจาะระบาย (Incision and Drainage) เพียงอย่างเดียว มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูงถึง 80% ในขณะที่การผ่าตัดเลาะถุงออกทั้งหมด (Total Excision) มีอัตราการเกิดซ้ำน้อยกว่า

ทุกเคสหมอจึงต้องผ่าแบบเอาถุงหุ้มออกทุกครั้ง การผ่าตัดต่อมไขมันที่ขาจะหายขาดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการนำถุงหุ้ม (Capsule) ออกมาให้ครบถ้วน ค่ะ หากเลาะถุงออกไม่หมดก็จะมีโอกาส กลับมาเป็นซ้ำที่จุดเดิมได้สูง เหมือนลูกโป่งที่ถูกเติมน้ำใหม่ แต่ถ้าคุณหมอใช้วิธี การผ่าตัดเล็กเพื่อเลาะถุงออกทั้งหมด ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดซ้ำได้อย่างถาวร

อ่านเพิ่มเติม

เรื่องนี้มีทั้งส่วนที่ “จริงและไม่จริง” ผสมกันค่ะคนไข้ เพราะในขณะที่บางคนโชคดีผ่าตัดครั้งเดียวแล้วหายขาดได้เลย แต่ก็มีอีกหลายเคสที่ ยิ่งผ่ายิ่งนูนหนักกว่าเดิม หรือเกิดคีลอยด์ใหม่ลามไปตามแนวรอยเย็บจนดูน่ากังวลค่ะ สาเหตุเพราะร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่อบาดแผลต่างกัน หมอจึงมักแนะนำให้ใช้ การผ่าตัดร่วมกับการรักษาอื่น (Combined Therapy) เช่น การฉีดตัวยาลดการอักเสบหรือการทำเลเซอร์ เพื่อบล็อกไม่ให้เนื้อเยื่อเติบโตผิดปกติ และคนไข้ต้อง มีวินัยในการดูแลแผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเรียบเนียนและไม่กลับมาเป็นซ้ำอีกค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การตรวจเพื่อวินิจฉัยภาวะ Malignant Hyperthermia (MH) สามารถทำได้ 3 วิธีหลัก คือ

  1. การซักประวัติครอบครัว อย่างละเอียดว่ามีญาติสายตรงเคยมีอาการแทรกซ้อนรุนแรงหรือเสียชีวิตขณะดมยาสลบหรือไม่ ซึ่งเป็นวิธีคัดกรองเบื้องต้นที่สำคัญที่สุด
  2. การตรวจยีน (Genetic Testing) โดยการเจาะเลือดเพื่อหาความผิดปกติของยีนที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม และ
  3. การตรวจชิ้นเนื้อกล้ามเนื้อ (CHCT) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานสากล (Gold Standard) ที่แม่นยำที่สุด โดยการผ่าตัดนำชิ้นเนื้อบริเวณต้นขาไปทดสอบปฏิกิริยากับยาสลบในห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง

ดังนั้นหากคุณมีนามสกุลอยู่ใน 32 รายชื่อกลุ่มเสี่ยงหรือมีประวัติครอบครัวที่น่าสงสัย ควรปรึกษาวิสัญญีแพทย์เพื่อเตรียมตัวและวางแผนการใช้ยาสลบที่ปลอดภัยก่อนรับการผ่าตัดทุกครั้งค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ตัวยา PN มีความเข้มข้นสูงและมีความสามารถในการทำ Angiogenesis หรือการสร้างหลอดเลือดใหม่ เพื่อนำสารอาหารมาเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณแผลศัลยกรรมได้ดีกว่าการใช้แค่ Skin Booster ทั่วไป

การใช้ตัวช่วยกลุ่ม PN เช่น Plinest หรือ Rejuran มีส่วนช่วยให้แผลศัลยกรรมหายไวขึ้นและเรียบเนียนขึ้น เพราะช่วยซ่อมแซมเซลล์จากภายใน แต่ควรเริ่มฉีดเมื่อ ปากแผลปิดสนิทดีแล้วเท่านั้น ค่ะ ส่วนการดูแลภายนอกคนไข้ควรเน้นการทา เจลซิลิโคนลดรอยแผลเป็น และหลีกเลี่ยงแสงแดดเพื่อป้องกันไม่ให้แผลดำ (PIH) หากคนไข้ไม่แน่ใจว่าแผลพร้อมฉีดหรือยัง แนะนำให้เข้ามาให้หมอประเมินหน้างานก่อนจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

กระสีน้ำตาลที่พุงและรอบเอวส่วนใหญ่มักเป็น “กระเนื้อ” (Seborrheic Keratosis) ซึ่งเกิดจากพันธุกรรมและอายุผิวที่เพิ่มขึ้น มักไม่มีอันตรายและไม่กลายเป็นมะเร็ง ค่ะ ประชากรอายุ 50 ปีขึ้นไป มากกว่า 80-90% จะเริ่มมีกระเนื้อ (Seborrheic Keratosis) อย่างน้อย 1 จุดบนร่างกาย และจำนวนจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้นค่ะ

ลักษณะที่สังเกตได้ ผิวสัมผัสจะดู ขรุขระเล็กน้อยเหมือนมีใครเอาดินน้ำมันมาแปะไว้ หรือบางจุดอาจจะดูเรียบเป็นสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้ม ไม่จำเป็นต้องกำจัดออก เพราะอยู่ในร่มผ้า แต่ถ้ากังวลจริงๆ ก็ลองมาปรึกษาหมอได้ การกำจัดมักใช้เลเซอร์อย่าง CO2 Laser ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

สำหรับคำถามที่คนไข้ถามมา Pico Laser เหมาแขน 2 ข้าง ราคาอยู่ที่ 3,999 บาท ค่ะ โปรแกรมนี้ออกแบบมาเพื่อคนไข้ที่ต้องการ อวดผิวแขนอย่างมั่นใจ โดยเฉพาะคนที่กังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยดำจากแมลงสัตว์กัดต่อย หรือปัญหาผิวสากจากขนคุด การเหมาทำทั้งสองข้างจะช่วยเคลียร์เม็ดสีได้ทั่วถึง ทำให้ผิวแขนกลับมาเนียนใส ใส่เสื้อแขนกุดหรือสายเดี่ยวได้แบบไม่ต้องกังวลค่ะ

ส่วนใครที่อยากดูแลช่วงล่างด้วย โปรแกรม เหมาขา 2 ข้าง ในราคา 4,999 บาท ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากสำหรับคนที่มีปัญหา “ขาลายน้ำเหลืองไม่ดี” หรือมีรอยแผลเป็นสะสมมานาน ราคาที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแลกกับพื้นที่การรักษาที่กว้างขึ้น (ครอบคลุมทั้งหน้าแข้งและน่อง) ถือว่าคุ้มค่าที่สุดในการกู้คืนความมั่นใจในการใส่ขาสั้นหรือชุดว่ายน้ำค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอเคยเจอคนไข้หลายเคสที่ถามแบบนี้ว่า คีลอยด์จะเกิดได้ ต้องมีแผลก่อนหรือเปล่าหมอ ที่คนไข้พูดก็ถูกค่ะ แต่หมอสรุปให้ฟังแบบนี้ค่ะ

คีลอยด์ สามารถเกิดขึ้นได้แม้จะ ไม่เคยมีแผลขนาดใหญ่ที่สังเกตเห็นได้ โดยเกิดจาก การสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไป ในกระบวนการซ่อมแซมบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น สิว การอักเสบ การฉีดวัคซีน หรือแมลงกัดต่อย นอกจากนี้ พันธุกรรม มีส่วนสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนผิวสีเข้ม และบางตำแหน่งของร่างกายก็มีแนวโน้มเกิดคีลอยด์ได้ง่ายกว่า เช่น หน้าอก หัวไหล่ และใบหู

อ่านเพิ่มเติม

★★ ความประทับใจ ★★

google
พิทยรัตน์ สนธิรัก
พิทยรัตน์ สนธิรัก
29/03/2026
facebook
A Pinya Khampraphai
A Pinya Khampraphai
แนะนำเลย
07/02/2026
facebook
หมวดแชมป์ ฉลามขาว ล้อเป้า
หมวดแชมป์ ฉลามขาว ล้อเป้า
แนะนำเลย
21/06/2025
facebook
Sarin Hongsuwong
Sarin Hongsuwong
แนะนำเลย
30/07/2023