กระ คืออะไร? ทำความเข้าใจปัญหากวนใจบนใบหน้า
“กระ” คือจุดด่างดำขนาดเล็กบนผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการผลิตเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติบริเวณใต้ชั้นผิว ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ กระนั้นมีหลายประเภท แต่ละชนิดก็มีลักษณะและสาเหตุการเกิดที่แตกต่างกันออกไป ทำให้เป็นปัญหาที่กวนใจใครหลายคน
กระเกิดขึ้นได้อย่างไร? สาเหตุหลักของการเกิดกระ
การเกิดกระส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากกรรมพันธุ์และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ปัจจัยหลักดังนี้
- พันธุกรรมหรือฮอร์โมน: บางคนอาจมีแนวโน้มที่จะเกิดกระได้ง่ายกว่าคนอื่น เนื่องจากปัจจัยทางพันธุกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย
- แสงแดดและรังสี UV: การที่ผิวหน้ารับแสงแดดโดยตรงโดยไม่มีการป้องกันที่เพียงพอ ทำให้รังสี UV เข้าไปกระตุ้นการผลิตเมลานินในผิวหนังมากเกินไป เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดกระและฝ้า
- ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่เหมาะสม: การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีสารเคมีเข้มข้นหรือไม่เหมาะสมกับสภาพผิว อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและกระตุ้นการเกิดกระและฝ้าได้
pie
title สาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดกระ (แม้อายุยังน้อย)
"แสงแดดและรังสี UV" : 50
"พันธุกรรม/ฮอร์โมน" : 35
"ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่เหมาะสม" : 15

ประเภทของกระ รู้ก่อนรักษาอย่างตรงจุด
กระสามารถแบ่งออกเป็น 4 ชนิดหลักๆ ซึ่งมีลักษณะและตำแหน่งที่พบบ่อยแตกต่างกัน
กระตื้น (Ephelides)
- ลักษณะ: เป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ ขอบชัดเจน มักมีสีน้ำตาลอ่อน
- ตำแหน่งที่พบ: พบบริเวณที่สัมผัสแดดมาก เช่น โหนกแก้มทั้ง 2 ข้าง หรือจมูก
- สาเหตุ: เกิดจากเซลล์เม็ดสีใต้ผิวหนังทำงานผิดปกติ ส่วนใหญ่มาจากพันธุกรรม
กระลึก (Hori’s Nevus / Nevus of Ota-like Macules)
- ลักษณะ: คล้ายกระตื้นแต่มีสีเข้มกว่า เป็นได้ทั้งจุดสีน้ำตาลเข้ม หรือสีออกเทาๆ อาจมีขอบไม่ชัดเจน
- ตำแหน่งที่พบ: มักพบบ่อยบริเวณโหนกแก้ม ขมับ จมูก
- สาเหตุ: เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีชั้นใน มักเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศหญิง แสงแดด ยาบางชนิด และการตั้งครรภ์
กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis)
- ลักษณะ: เป็นตุ่มเล็กๆ สีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้ม มีผิวเรียบหรือขรุขระ
- ตำแหน่งที่พบ: มักพบในบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก และหลัง
- สาเหตุ: เกิดจากผิวหนังชั้นกำพร้าเจริญมากขึ้นผิดปกติ
กระแดด (Solar Lentigines)
- ลักษณะ: เป็นจุดสีน้ำตาล ขอบชัด ขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร
- ตำแหน่งที่พบ: มักเกิดในบริเวณที่ถูกแสงแดดกระทบบ่อย เช่น ใบหน้า โหนกแก้ม มือ หลังแขน
- สาเหตุ: เกิดจากแสงแดดเป็นหลัก
เปรียบเทียบ ลักษณะกระในคนยุโรปและคนเอเชีย
| ลักษณะ/ปัจจัย | กระในคนยุโรป | กระในคนเอเชีย |
|---|---|---|
| ประเภทกระที่พบได้บ่อย | – กระตื้น (Ephelides): กระที่เกิดจากพันธุกรรมและแสงแดด – กระแดด (Solar Lentigines): จุดด่างดำจากแดด | – กระแดด (Solar Lentigines): จุดด่างดำจากแดด – กระลึก (Hori’s Nevus / Nevus of Ota-like Macules): กระที่มีเม็ดสีอยู่ในชั้นที่ลึกกว่า – ฝ้า (Melasma): มักพบร่วมด้วย |
| สี | มักเป็นสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้ม | มักเป็นสีน้ำตาลเข้ม สีเทา หรือออกม่วงคล้ำในบางกรณี (โดยเฉพาะกระลึก) |
| ความลึกของเม็ดสี | เม็ดสีอยู่ในชั้นผิวหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นหลัก | เม็ดสีอาจอยู่ในชั้นผิวหนังกำพร้า หรือลึกไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยเฉพาะในกระลึก |
| ปฏิกิริยาต่อแสงแดด | – เกิดขึ้นชัดเจนขึ้นเมื่อโดนแดด – อาจจางลงได้เองในช่วงที่ไม่โดนแดดจัด | – เกิดขึ้นชัดเจนขึ้นเมื่อโดนแดด – มีแนวโน้มที่จะเข้มขึ้นและคงอยู่ถาวรได้ง่ายกว่า – เม็ดสีที่ลึกมักไม่จางลงเอง |
| พันธุกรรม | มีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมสูง (โดยเฉพาะกระตื้น) | มีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม และปัจจัยอื่นๆ เช่น ฮอร์โมน, การอักเสบ |
| การตอบสนองต่อการรักษา | มักตอบสนองได้ดีต่อเลเซอร์ที่เป้าหมายเม็ดสีในชั้นตื้น | ต้องใช้เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นที่เหมาะสมกับความลึกของเม็ดสี และอาจต้องใช้การรักษาแบบผสมผสานหลายวิธี เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและลดการเกิดซ้ำ |
| ความเสี่ยงต่อรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) | มีความเสี่ยงน้อยกว่า | มีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation) โดยเฉพาะหากทำการรักษาที่ไม่เหมาะสม |

เปรียบเทียบ กระบนใบหน้า vs. กระตามลำตัว (บ่า, ไหล่)
| ลักษณะ/ปัจจัย | กระที่พบบนใบหน้า | กระที่พบตามลำตัว (บ่า, ไหล่, หลังมือ) |
|---|---|---|
| ประเภทกระที่พบบ่อย | – กระตื้น (Ephelides): จุดสีน้ำตาลอ่อน ขอบชัด – กระแดด (Solar Lentigines): จุดน้ำตาล ขอบชัด ขนาดใหญ่กว่ากระตื้น – กระลึก (Hori’s Nevus): จุดสีเทา/น้ำตาลเข้ม ขอบไม่ชัด – ฝ้า (Melasma): ปื้นใหญ่กว่ากระ มักพบบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก | – กระตื้น (Ephelides): จุดสีน้ำตาลอ่อนเล็กๆ – กระแดด (Solar Lentigines): จุดน้ำตาลชัดเจน มีขนาดและจำนวนเพิ่มตามวัย – กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis): ตุ่มนูน สีน้ำตาล/ดำ ผิวหยาบ พบได้บ่อยขึ้นตามอายุ |
| สาเหตุหลัก | – แสงแดด: รับแสงแดดต่อเนื่อง – พันธุกรรม/ฮอร์โมน: โดยเฉพาะกระลึกและฝ้า – การอักเสบ: จากสิว การเสียดสี | – แสงแดด: รับแสงแดดสะสมและรุนแรงกว่า โดยเฉพาะในกิจกรรมกลางแจ้ง – พันธุกรรม – อายุ: การเสื่อมสภาพของผิวหนัง |
| ลักษณะเฉพาะ | – มักมีขนาดเล็กถึงปานกลาง – สีอ่อนถึงเข้ม – บางชนิดมีขอบเขตชัด บางชนิดไม่ชัด (เช่น ฝ้า) | – มักมีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ขึ้นตามอายุ – สีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม – มักมีขอบเขตชัดเจน |
| การกระจายตัว | – มักกระจุกตัวบริเวณโหนกแก้ม จมูก หน้าผาก (ส่วนที่โดนแดดโดยตรง) – กระลึกมักพบบริเวณโหนกแก้ม ขมับ | – กระจายตัวในบริเวณที่เสื้อผ้าเปิดรับแสงแดด เช่น บ่า ไหล่ แขน หลังมือ |
| ความกังวล | – ความสวยงาม – ความสม่ำเสมอของสีผิว – บ่งชี้ปัญหาผิวอื่นๆ ร่วมด้วย (เช่น สิว, ผิวแพ้ง่าย) | – ความสวยงาม – อาจเป็นสัญญาณของความเสียหายจากแสงแดดสะสม – กระเนื้ออาจมีการเปลี่ยนแปลงตามอายุ |
| การตอบสนองต่อการรักษา | – ดีต่อเลเซอร์ PICO (ทั้ง toning, fractional) – การรักษาแบบผสมผสานมักให้ผลดีกว่า | – กระแดดมักตอบสนองดีต่อเลเซอร์ – กระเนื้อต้องใช้เลเซอร์ CO2 หรือจี้ออก – ผิวหนังบริเวณลำตัวมักฟื้นตัวช้ากว่าใบหน้าเล็กน้อย |
| ความเสี่ยงต่อการเกิดซ้ำ | – สูงหากไม่ป้องกันแสงแดด – ฮอร์โมนและพันธุกรรมมีผลต่อการกลับมาของกระลึกและฝ้า | – สูงหากยังคงรับแสงแดดต่อเนื่องโดยไม่มีการป้องกัน |
วิธีรักษากระที่น่าสนใจในปัจจุบัน
Multimodality Therapy เพื่อผิวสวยไร้กระ
การรักษาแบบผสมผสานของเรา คือกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเม็ดสีที่เสื่อมสภาพออกอย่างถูกวิธี พร้อมดูแลและฟื้นฟูชั้นผิวไปพร้อมกัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราจะออกแบบโปรแกรมการรักษาเฉพาะบุคคล โดยรวมเทคนิคที่หลากหลายเข้าด้วยกัน เช่น:
- เทคโนโลยีเลเซอร์ (Pico Laser): ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นสั้นในระดับ Picosecond สามารถยิงทำลายเม็ดสีให้แตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กๆ ได้อย่างรวดเร็วและละเอียดกว่าเลเซอร์ชนิดอื่นๆ เข้าไปตัดวงจรและสลายเม็ดสีในชั้นผิวที่ลึกกว่าการทายาจะเข้าถึง ทำให้เห็นผลลัพธ์ไว ไม่ทำร้ายผิว และมีผลข้างเคียงน้อย
- แผ่นลอกกระแดด: กรณีเป็นกระแดด ที่มีขอบเขตชัดเจน สามารถเลเซอร์ ทายา แปะแผ่นทิ้งไว้ 7 วัน และลอกออก ปลอดภัยเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์
- ตัวยากลุ่มยับยั้งเม็ดสี: เพื่อควบคุมไม่ให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติมากเกินไป ป้องกันการเกิดซ้ำของกระและฝ้า
- โปรแกรมฟื้นฟูผิวชั้นนอก: ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ลดรอยดำที่ตกค้างอยู่ด้านบน และเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรง เพื่อให้ผิวใหม่ที่เกิดขึ้นมาแข็งแรงและกระจ่างใสอย่างแท้จริง


ราคาลอกกระแดด จุดด่างดำ ราคาเท่าไหร่
| ขนาดรอยกระแดด (เปรียบเทียบขนาด) | ราคาการรักษา (บาท) |
|---|---|
| เล็กกว่าหรือเท่ากับ เหรียญ 50 สตางค์ | 1,500.- |
| เล็กกว่าหรือเท่ากับ เหรียญ 1 บาท | 2,500.- |
| เล็กกว่าหรือเท่ากับ เหรียญ 5 บาท | 3,500.- |
| ขนาดใหญ่ หรือแบบอื่นๆ | ส่งภาพให้หมอประเมินราคา |

ข้อควรรู้ การดูแลหลังการลอกกระแดด
| ช่วงเวลา/ขั้นตอน | ข้อควรรู้/การดูแล |
|---|---|
| 7 วันแรก (ขณะแปะแผ่นลอก) | – แปะแผ่นลอกตลอด 7 วัน: แผ่นลอกนี้สามารถโดนน้ำได้ แต่อย่าให้ถึงกับซึมเข้าสู่บริเวณที่รักษากระ – ทาครีมบำรุง/กันแดด: สามารถทาทับบนแผ่นลอกได้ตามปกติ – ป้องกันสิ่งแปลกปลอม: ระมัดระวังไม่ให้มุมของแผ่นลอกเปิดออก เพื่อป้องกันฝุ่นและน้ำเข้าไป – ห้ามแกะแผ่นลอกเอง: คุณหมอจะนัดมาลอกแผ่นออกในวันที่ 7 |
| หลังจากลอกแผ่นออก (โดยคุณหมอ) | – ทายาฆ่าเชื้อ: ทายาฆ่าเชื้อต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน – ทาครีมบำรุงและกันแดด: เริ่มทาครีมบำรุงและครีมกันแดดได้ทุกวันทันทีหลังจากลอกแผ่นออก |
| 1 เดือนหลังจากลอกแผ่นออก | – นัดติดตามผล: คุณหมอจะนัดติดตามผลการรักษาอีกครั้ง – ย้ำฟรี: กรณีที่ยังคงมีกระเหลืออยู่ จะมีย้ำฟรี 1 ครั้ง โดยไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม |
ทำไมการรักษาแบบ “ผสมผสาน” ถึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า?
เพราะปัญหาเม็ดสีไม่ได้อยู่แค่บนชั้นผิวอย่างเดียวค่ะ บางครั้งยังพบร่วมกับปัญหาเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง การรักษาด้วยวิธีเดียวอาจไม่สามารถจัดการกับต้นตอของปัญหาได้อย่างครบวงจร การรักษาแบบผสมผสานจะช่วยให้สามารถดูแลปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม ทั้งการทำลายเม็ดสี การยับยั้งการสร้างเม็ดสีใหม่ และการเสริมสร้างความแข็งแรงของผิว ทำให้ผิวดูสวยละมุน ไม่ดูหลอกตา และไม่ทำให้ผิวบางลงในระยะยาวค่ะ

เลเซอร์กระ (Pico Laser)
ในปัจจุบันมีหลากหลายวิธีในการรักษากระ ตั้งแต่การทาครีมบำรุง การใช้ยา แต่เทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดคือ Pico Laser ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นสั้นในระดับ Picosecond สามารถยิงทำลายเม็ดสีให้แตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กๆ ได้อย่างรวดเร็วและละเอียดกว่าเลเซอร์ชนิดอื่นๆ ทำให้เห็นผลลัพธ์ไว ไม่ทำร้ายผิว และมีผลข้างเคียงน้อย

Dlovevery PICO คือเทคโนโลยีเลเซอร์ ที่ใช้หลักการ Photoacoustic Effect โดยปล่อยพลังงานแสงความถี่สูงในช่วงเวลาที่สั้นมาก ระดับ Picosecond (10⁻¹² วินาที) ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่เม็ดสีโดยตรง (Photomechanical Effect) แตกต่างจากเลเซอร์รุ่นเก่าที่ใช้ความร้อน (Photothermal Effect) เป็นหลัก
จุดเด่นของ Dlovevery PICO
- Pulse Width 350 PS: ช่วงคลื่นสั้นมาก ทำให้พลังงานแม่นยำสูง ลดผลข้างเคียง
- 5 ความยาวคลื่น: ครอบคลุมการรักษาปัญหาผิวที่หลากหลาย
- 532 nm: เหมาะสำหรับเม็ดสีตื้นๆ เช่น กระ, รอยแดง
- 755 nm: เหมาะสำหรับเม็ดสีที่เข้มขึ้น เช่น ฝ้า, รอยสักสีดำ/น้ำเงิน
- 1064 nm: เหมาะสำหรับเม็ดสีที่อยู่ลึก เช่น รอยสัก, กระลึก
- 585 nm, 650 nm: เหมาะสำหรับรอยสักสี (เขียว, ฟ้า, เหลือง, แดง)

เลเซอร์กระ กี่ครั้งเห็นผล? ระยะเวลาการรักษา
การทำ Pico Laser สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
- ปัญหากระไม่มาก: อาจเห็นผลได้ภายใน 1-3 ครั้ง
- ปัญหากระลึกหรือกระหนา: อาจจำเป็นต้องทำซ้ำ 3-5 ครั้ง หรือมากกว่านั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด
ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อประเมินการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ
เลเซอร์กระราคาเท่าไหร่
| ปัญหาผิว/การรักษา | ราคา 1 ครั้ง | ราคาคอร์ส 5 ครั้ง |
|---|---|---|
| Toning | ||
| ฝ้า/กระ | 4,500.- | 20,000.- |
| จุดด่างดำ | 4,500.- | 20,000.- |
| รอยสิว/รอยดำ | 4,500.- | 20,000.- |
| กระชับรูขุมขน | 4,500.- | 20,000.- |
| ผิวหมองคล้ำ | 4,500.- | 20,000.- |
| Fractional | ||
| Fractional Mode | 5,500.- | 22,000.- |
| Scar | ||
| รอยแผลเป็น | เริ่มต้น 1,500.- | เริ่มต้น 6,000.- |

ราคาเลเซอร์กระจะขึ้นอยู่กับจุดที่ทำการรักษา จำนวนครั้งในการทำ และความรุนแรงของกระ โดยราคาเริ่มต้นอาจแตกต่างกันไปตามการประเมินของแพทย์ สำหรับโปรโมชั่นและราคาที่คุ้มค่าที่สุด สามารถสอบถามได้ที่ D’ Lovevery Clinic
การเตรียมตัวก่อนและหลังทำเลเซอร์กระ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ข้อควรรู้ก่อนทำเลเซอร์ฝ้า กระ
การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัย
- ปรึกษาแพทย์: สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินสภาพผิว วิเคราะห์ชนิดของกระ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- แจ้งประวัติการรักษา: แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่กำลังรับประทาน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้ และประวัติการรักษาอื่นๆ ที่เคยทำมา
- งดใช้ยาบางชนิด: แพทย์อาจแนะนำให้หยุดใช้ยาบางชนิด เช่น ยาผลัดเซลล์ผิว ยารักษาสิว หรือยาคุมกำเนิดบางประเภท
- งดแต่งหน้า: ในวันที่จะเข้ารับการรักษา ควรงดแต่งหน้า
- หลีกเลี่ยงแสงแดด: ควรงดออกแดดจัด หรือทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป อย่างน้อย 1 อาทิตย์ก่อนทำเลเซอร์

วิธีดูแลตัวเองหลังจากทำเลเซอร์กระ
การดูแลผิวหลังทำเลเซอร์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ดีและผลลัพธ์อยู่ได้นาน
- หลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างเคร่งครัด: ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน และสวมหมวกปีกกว้างเพื่อป้องกันแสงแดด
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก: เช่น การออกกำลังกายหนักๆ เพื่อป้องกันการระคายเคือง
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว: หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA, วิตามินซีเข้มข้น หรือสารที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง
- พบแพทย์ตามนัดหมาย: เพื่อติดตามผลการรักษาและประเมินสภาพผิวอย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลเซอร์กระ
| ข้อควรรู้ | คำอธิบาย |
|---|---|
| เลเซอร์กระเจ็บไหม? | การใช้เลเซอร์กำจัดกระอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยระหว่างทำ แต่ความเจ็บจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเลเซอร์และความไวของผิวแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะมีการทายาชาก่อนการรักษาเพื่อลดความรู้สึกไม่สบาย |
| เลเซอร์กระกี่ครั้งเห็นผล? | ผลลัพธ์สามารถเห็นได้หลังจากการรักษาประมาณ 3-6 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรง ปริมาณของกระ และประเภทของเลเซอร์ที่ใช้ |
| เลเซอร์กระได้ผลจริงไหม? | เลเซอร์กระสามารถให้ผลได้จริงในการลบหรือทำให้กระจางลง โดยเฉพาะกระแดดที่เกิดจากการสะสมเม็ดสีผิวมากเกินไป ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของเลเซอร์ ความเข้มข้น และจำนวนครั้งที่ทำ |
| เลเซอร์กระแดดต้องทำกี่ครั้ง? | โดยทั่วไปแนะนำให้ทำเลเซอร์กำจัดกระแดดประมาณ 3-6 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์ จำนวนครั้งที่ต้องทำจริงขึ้นอยู่กับความรุนแรงของกระและผลลัพธ์ที่ต้องการ |
| หลังเลเซอร์ห้ามทำอะไร? | ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด การอาบน้ำร้อนหรือสระผม ควรรอให้ผิวหนังหายแดงก่อน รวมถึงการขูดถูผิวหนังแรงๆ เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ |
| เลเซอร์กระเนื้อ เจ็บไหม? | (ข้อมูลในเอกสารอ้างอิงไม่ได้ระบุโดยตรง แต่โดยทั่วไปการทำเลเซอร์กระเนื้ออาจมีความรู้สึกคล้ายกับการเลเซอร์กระประเภทอื่น คือเจ็บเล็กน้อยและมีการทายาชาช่วย) |
| กินอะไรช่วยลดฝ้า กระ? | – วิตามินซี: ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว (พบในผลไม้สด) – วิตามินอี: ช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ (พบในพืชผักต่างๆ) – กลูต้าไธโอน: ช่วยลดการสร้างเม็ดสี (พบในผักใบเขียว ถั่วเหลือง และถั่วลันเตา) – ดื่มน้ำเปล่า: ช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย |
| อะไรที่ช่วยลดฝ้า? | – ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น วิตามินซี กรดอะซคอร์บิก อาร์บูติน – ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงและป้องกัน UVA/UVB ได้ดี – หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจัดโดยตรงเป็นเวลานาน – รักษาสมดุลน้ำในร่างกายให้เพียงพอ |
| กินคอลลาเจนช่วยลดกระไหม? | คอลลาเจนไม่ได้มีผลโดยตรงในการลดฝ้ากระ แต่จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้แข็งแรง ชุ่มชื้น และชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว ซึ่งจะช่วยลดการเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และฝ้ากระจากแสงแดดได้อย่างอ้อม |
| เลเซอร์กระ จะขึ้นมาอีกไหม? | การเลเซอร์สามารถกำจัดกระได้ถาวร แต่หากมีปัจจัยเรื่องของพันธุกรรม ระดับฮอร์โมน หรือการสัมผัสแสงแดดโดยไม่ป้องกัน อาจทำให้กระเกิดซ้ำได้ |
รีวิวรักษากระแดด กระเนื้อ ฝ้าแดด ฝ้าพันธุกรรม
ทำไมต้องรับบริการเลเซอร์กระที่ D’ Lovevery Clinic?
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการทำเลเซอร์ผิวหนัง เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ
ที่ D’ Lovevery Clinic คุณจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว แพทย์ผู้มีประสบการณ์ของเราจะให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวอย่างละเอียด เพื่อประเมินสภาพผิวกระและวางแผนการรักษาด้วย Pico Laser ที่เหมาะสมและเห็นผลสำหรับคุณที่สุด - สบายใจไม่มีแรงกดดัน
เราเข้าใจถึงความกังวลของคุณ จึงไม่มีนโยบายการขายที่กดดัน ไม่มีการบังคับซื้อคอร์สเลเซอร์กระที่ไม่จำเป็น ให้คุณได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและตัดสินใจด้วยความสบายใจอย่างแท้จริง - จ่ายสบายเลือกได้
เรามีทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย ทั้งระบบมัดจำ แบ่งจ่าย หรือผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ เพื่อให้การเข้าถึงการรักษาเลเซอร์กระคุณภาพสูงเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น - ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม
เพื่อให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์และความต่อเนื่องของการดูแลผิว แพทย์ผู้ดูแลการรักษาเลเซอร์กระของคุณจะติดตามผลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน - รีวิวจริงจากลูกค้าจริง
เราภูมิใจในผลลัพธ์ที่เกิดจากการรักษาเลเซอร์กระ และรวบรวมรีวิวจากลูกค้าจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer เพื่อให้คุณได้เห็นประสบการณ์และผลลัพธ์ที่แท้จริงจาก D’ Lovevery Clinic - แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
ทีมแพทย์ของเรามีประสบการณ์สูงในการรักษาปัญหาเลเซอร์กระด้วย Pico Laser เพื่อความมั่นใจสูงสุดของคุณ - คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก
D’ Lovevery Clinic ได้รับการรับรองมาตรฐาน มีบรรยากาศที่สะอาด ปลอดภัย เดินทางสะดวก และมีที่จอดรถรองรับ เพื่อความสบายใจของคุณ - โปร่งใสและตรวจสอบได้
เราให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือที่ใช้ในการทำเลเซอร์กระ ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทยและสามารถตรวจสอบได้ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

ฉีดฝ้า เป็นวิธีที่ช่วยลดฝ้าโดยการฉีดตัวยาหรือวิตามินเข้าไปยังจุดที่ต้องการ เหมาะสำหรับฝ้าใหม่ที่ยังไม่ลึกมาก ผลลัพธ์จะเห็นได้ค่อนข้างเร็วและเจ็บน้อยกว่าการเลเซอร์ เหมาะกับคนที่ต้องการผลลัพธ์ไว ใช้ชีวิตเร่งรีบ ไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่ควรระวังในกรณีผิวแพ้ง่ายหรือเคยมีประวัติแพ้ยามาก่อน
เลเซอร์ฝ้า เหมาะกับฝ้าที่เป็นมานานหรือมีความลึกมากกว่า ผลลัพธ์จะค่อยๆ เห็นชัดหลังทำต่อเนื่องหลายครั้ง มีความรู้สึกแสบขณะทำและอาจต้องหลีกเลี่ยงแดดและพักผิวหลังเลเซอร์ชั่วคราว ผู้เลือกวิธีนี้ควรคำนึงถึง ความรุนแรงของฝ้า ระยะเวลาที่ต้องการเห็นผล และวิถีชีวิต ว่าสามารถดูแลตัวเองหลังทำได้หรือไม่ ดังนั้นการเลือกวิธีควรให้แพทย์ประเมินร่วมกับความสะดวกและไลฟ์สไตล์ของคนไข้ด้วยค่ะ
ถ้ากระแดด จุดเล็กแต่กระจาย ถ้าอยู่ใกล้ๆกันหมอจะรักษาและแปะแผ่นลอกเป็นแผ่นใหญ่ๆ คลุมพื้นที่เลยค่ะ แต่ถ้าห่างกันก็จะแปะแยก การคิดราคาถ้าจุดเล็กๆหลายจุด คลินิกจะประเมินเป็นราคาเหมาให้ได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับจำนวน และขนาด แต่ถ้ามีจุดเดียว วงใหญ่ๆ คิดตามขนาดตามปกติค่ะ เริ่มต้นที่จุดละ 1,500 บาทค่ะ ทุกเคสประเมินราคาให้ชัดเจนก่อนรับบริการ และมีค่ายาเพิ่มเติม 200 บาทค่ะ
หลังเลเซอร์จี้ไฝหรือกระเนื้อ ขี้แมลงวัน สามารถทายาหรือครีมที่ทางคลินิกให้ไปได้เลยค่ะ ไม่ต้องรอให้แผลตกสะเก็ด ยาเพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อและส่งเสริมการสมานแผล
ใช้ยาทาได้เลยตั้งแต่วันแรก ทาต่อเนื่อง 7 วันค่ะ ควรทาให้ทั่วแผลวันละ 1-2 ครั้ง หรือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ 1-3 วันแรกงดโดนน้ำโดนเหงื่อให้หมอก่อนนะคะ หากแผลมีอาการผิดปกติหรือไม่มั่นใจในการดูแล สามารถสอบถามเข้ามาได้ทุกช่องทางของคลินิกได้เลยค่ะ
ได้ค่ะ! ฝ้าที่เกิดจากการใช้ครีมทาหน้าส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของสารที่ทำให้ผิวระคายเคือง หรือสารที่ทำให้ผิวบางลง เช่น สเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนน หรือสารปรอทค่ะ ครีมเหล่านี้หากใช้ต่อเนื่องหรือไม่มีการควบคุม อาจไปกระทบกระบวนการสร้างเม็ดสีในผิว ทำให้เกิดฝ้าหรือรอยดำขึ้นได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสแสงแดดค่ะ
ถ้าสงสัยว่าฝ้าของเราเกิดจากการใช้ครีม หมอแนะนำให้เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยทันที และมาให้หมอตรวจดูนะคะ เพื่อประเมินว่าฝ้าที่เกิดขึ้นต้องรักษาด้วยวิธีไหน เช่น การใช้ยาแต้ม ยาฉีดเฉพาะจุด ทาครีมลดเม็ดสี หรือทำเลเซอร์ร่วมด้วย ทั้งนี้ต้องทำควบคู่ไปกับการป้องกันแสงแดดอย่างเคร่งครัดด้วยค่ะ เพราะแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้ฝ้าชัดขึ้นค่ะ
ตอบแบบสั้นๆ ตัดบทก่อนเลยว่า อย่าเสียเวลาเลยค่ะ เพราะนอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังจะได้ของแถมไม่พึงประสงค์อีกเยอะ คือต้องเข้าใจก่อนว่า ฝ้ามันไม่ได้อยู่ผิวบนสุด เหมือนเราเอาปากกาเคมีมาแต้มผิว แล้วเราจะลบมันออกอะไรแบบนั้น ฝ้า จุดดำๆ ด่างๆที่เราเห็นนั้น มันซึมอยู่ข้างล่างนานมากแล้ว และวันนี้มันแค่โผล่ขึ้นมาให้เราเห็น
การขัดหน้าจะช่วยแค่กำจัดขี้ไคลให้ผิวดูใสขึ้นชั่วคราว แต่ แรงเสียดสี (Friction) จากการขัดจะไปกระตุ้นการอักเสบใต้ผิว ทำให้เซลล์เม็ดสีตื่นตัวและผลิตฝ้าออกมา เข้มและลึกกว่าเดิม หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสครับผิวหน้าแรงๆ แล้วหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวกลุ่ม Chemical Exfoliant (AHA/PHA) หรือปรึกษาแพทย์เพื่อทำเลเซอร์หรือฉีดตัวยาที่ตรงจุด จะปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ที่ดีต่อการรักษาฝ้ามากกว่าค่ะ
การจี้กระเนื้อ หากทำอย่างเหมาะสมและดูแลแผลหลังทำดี โอกาสจะมี รอยแผลเป็น ก็จะน้อยมากค่ะ ปกติหลังจี้จะเป็นสะเก็ดเล็กๆ บนผิวหนัง ซึ่งสะเก็ดนี้จะหลุดลอกไปเองใน 1-2 สัปดาห์ โดยระหว่างนี้ควรหลีกเลี่ยงการแกะสะเก็ดและหมั่นทาครีมบำรุงหรือยาที่หมอแนะนำเพื่อช่วยสมานผิวได้ดีขึ้นนะคะ
หากกระเนื้อมีขนาดใหญ่รากลึกหรือตำแหน่งที่ซับซ้อน เช่น บริเวณที่ผิวบาง โอกาสเกิดรอยอาจมากขึ้นเล็กน้อย แต่หมอจะใช้เทคนิคที่ช่วยลดโอกาสเกิดแผลเป็นให้มากที่สุด ไม่ต้องกังวลมากนะคะ
หมอเห็นคนไข้หลายคนตกใจไม่น้อยเลยกับเรื่องนี้ เพราะชีวิตทาครีมกันแดดดีตลอด แดดจัดๆ ไม่ค่อยโดน ครอบครัวไม่มีใครเป็นฝ้าหนาๆ แต่พอมีลูกเท่านั้นแหล่ะอยู่ๆก็มีฝ้าขึ้นเต็มหน้า หมอมีคำตอบให้ค่ะ
ฝ้าหลังคลอด หรือที่เรียกว่า Melasma Gravidarum เกิดจากภาวะ ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ในร่างกายพุ่งสูงขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ ไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานหนักผิดปกติ ประกอบกับผิวมีความ ไวต่อแสงแดด (Photosensitivity) มากขึ้น ทำให้เกิดปื้นสีน้ำตาลบนใบหน้าได้ง่าย แม้พื้นฐานเดิมจะไม่เคยมีฝ้ามาก่อน โดยปกติฝ้าชนิดนี้มักจะ จางลงได้เองภายในไม่กี่เดือน หลังระดับฮอร์โมนกลับสู่ปกติ แต่จำเป็นต้อง ทากันแดดอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงความเครียดเพื่อไม่ให้ฝ้าฝังลึกถาวรค่ะ
ไม่ต้องกังวลนะคะ คนไข้จะรู้สึกแสบๆคันๆ ร้อนๆ เล็กน้อย คล้ายๆ กับโดนยางรัดดีดที่ผิวค่ะ หรือถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนความรู้สึกตอนที่เราตากแดดนานๆ แล้วรู้สึกร้อนผิวนิดๆ แบบนั้นค่ะ
ถ้าใครกังวลมากๆ หมอจะทายาชาให้ประมาณ 30 นาที จะได้สบายผิว และระหว่างทำก็มีระบบเป่าลมเย็นตลอดเวลา
หลังทำเสร็จใหม่ๆ ผิวอาจจะรู้สึกตึงๆ แดงๆ แต่จะค่อยๆ ดีเอง บางเคสหมอจะให้ครีม ยากลับไปทาด้วย ช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น








