รีจูรัน คือสารอะไร?
รีจูรันคือ ฟิลเลอร์ไหม คำถามที่พบบ่อยมากๆ อันที่จริงไม่ใช่ค่ะ REJURAN อยู่ในกลุ่มของการฉีดเมโสหน้าใส Rejuran คือ สารสกัดเข้มข้น Polynucleotide (PN) จาก DNA ปลาแซลมอน ที่มีฤทธิ์ในการ ฟื้นฟูผิวหน้า และยังช่วยปรับสมดุลให้ผิวแข็งแรง ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นผิว ทำให้ผิวอ่อนเยาว์และมีคุณภาพผิวที่ดีอย่างเป็นธรรมชาติ
รีวิวงานผิว Polynucleotide (PN)
รีจูรัน คือสารอะไร ปลอดภัยไหม
รีจูรัน สกัดมาจาก “DNA ของปลาแซลมอน” ผ่านกระบวนการทางเทคโนโลยีชีวภาพที่เรียกว่า PN (Polynucleotide) ซึ่งเป็นเทคนิคการสกัดสารพันธุกรรมระดับสูง ช่วยให้ได้สาร HA ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกับ HA ในร่างกายมนุษย์มากที่สุดจึงมีความปลอดภัยสูงมาก รีจูรัน ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศเกาหลีใต้ (KFDA) และ อย. ไทย ว่ามีความปลอดภัย เนื่องจากเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีตกค้าง และมีผลข้างเคียงน้อย

ข้อดีของรีจูรัน
รีจูรันช่วยแก้ปัญหาผิวแก่ก่อนวัย กระตุ้นให้ผิวสร้างเซลล์ใหม่ ทําให้ผิวชุ่มชื้น เต็มอิ่ม และแข็งแรงขึ้น เมื่อใช้ต่อเนื่องจะช่วยลดริ้วรอยและทําให้ผิวเรียบเนียน แบ่งผลลัพธ์การรักษาที่คาดหวังได้ 3 กลุ่ม ดังนี้
ผิวหน้าเนียนใส:
- รูขุมขนกระชับ เรียบเนียน
- ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
- ลดรอยแดง รอยดำ
- ลดเลือนริ้วรอย ร่องตื้น
ผิวอ่อนเยาว์:
- ย้อนวัยให้ผิวเด็ก เงาใส
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน
- เพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่นให้ผิว
- ชะลอการเสื่อมสภาพของผิว
ผิวสุขภาพดี:
- ปรับสมดุลผิว ลดการเกิดสิวในอนาคต
- เติมความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าฉ่ำวาว
- ผิวหน้าดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใส
หน้าฉ่ำวาว ชุ่มชื้น
ผิวหน้าเนียน รูขุมขนเล็กลง
คืนความสมดุลของผิว ลดความมัน
ปรับปรุงความยืดหยุ่นของผิวและริ้วรอยเล็กๆ
ข้อสังเกต ก่อนทำ
- ของไม่ได้คุณภาพ ลอกเลียนแบบ ปลอม เยอะ ต้องตรวจสอบสถานพยาบาลให้แน่ใจ และต้องได้พบแพทย์ก่อนรับบริการทุกครั้ง
- ราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับกลุ่ม Mesotherapy หลายๆตัว
- ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน ต้องทำซ้ำบ่อย
- ไม่ได้เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวอักเสบ ควรปรึกษาแพทย์ให้แน่ใจ
รีจูรัน เหมาะกับใคร
รีจูรันเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวแก่ก่อนวัย รอยย่น ริ้วรอย หลุมสิว ผิวแห้งกร้าน และผู้ที่ต้องการผิวกระจ่างใส
- ผู้ที่มีปัญหาผิว
- รูขุมขนกว้าง
- ผู้ที่มีริ้วรอย ร่องตื้น
- ผู้ที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ
- ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว (มีรุ่นสำหรับเติมหลุมสิวโดยเฉพาะ)
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์



ขั้นตอนการฉีดรีจูรัน
- ปรึกษาแพทย์: ก่อนการฉีดรีจูรัน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวและความเหมาะสมของการฉีด
- ทำความสะอาดผิวหน้า: ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าและสบู่ที่อ่อนโยน จากนั้นเช็ดหน้าให้แห้ง
- แปะยาชา: เพื่อความสบายผิว แพทย์จะแปะยาชาบริเวณที่จะฉีดรีจูรัน ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
- ฉีดรีจูรัน: แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กฉีดรีจูรันเข้าไปบริเวณผิวหนังชั้นกลาง โดยจะฉีดในปริมาณที่เหมาะสมตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล
- นวดเบาๆ: หลังจากฉีดรีจูรันเสร็จ แพทย์จะนวดเบาๆ บริเวณที่ฉีดเพื่อให้ตัวยาซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น
- ประคบเย็น: หลังจากฉีดรีจูรันเสร็จ แพทย์จะประคบเย็นบริเวณที่ฉีดเพื่อลดอาการบวมและรอยแดง
- ทาครีมกันแดด: หลังจากฉีดรีจูรันควรทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกแดด เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวี
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า: หลังจากฉีดรีจูรันควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าด้วยมือที่ไม่สะอาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์: หลังจากฉีดรีจูรันควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น





เทคนิคการฉีดก็สำคัญ ที่คลินิกใช้รีจูรันที่มีความหนืดสูง ฉีดเข้าไปบริเวณ เส้นเอ็นแท้และเส้นเอ็นเทียม ที่ติดอยู่กับ
กระดูกและผิวหนังบนใบหน้า เพื่อ ซ่อมแซมและพยุงเส้นเอ็นให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น สามารถฉีดได้ทั้งบริเวณขมับ หน้าแก้ม โหนกแก้ม ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก
รีจูรันมีกี่รุ่น
Rejuran มีหลายรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย รุ่นต่างๆ ได้แก่ Rejuran Healer, Rejuran S, Rejuran I, และ Rejuran HB. แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติเฉพาะที่เหมาะสมกับประเภทผิวและปัญหาผิวที่แตกต่างกัน
- Rejuran Healer เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ออกแบบมาเพื่อการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวโดยรวม ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์และลดการอักเสบของผิว
- Rejuran S (Scar) มีสารสำคัญที่เข้มข้นกว่ารุ่น Healer ออกแบบมาเพื่อการรักษาและลดเลือนรอยแผลเป็นทั้งจากสิวและการผ่าตัด
- Rejuran I (Eye) เป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับการดูแลรอบดวงตาโดยเฉพาะ ช่วยลดรอยคล้ำและริ้วรอยรอบดวงตา ทำให้ดวงตาดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น
- Rejuran HB มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid เพิ่มเติม ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและเต่งตึงมากขึ้น รุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นให้กับผิว

Rejuran Healer เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ออกแบบมาเพื่อการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวโดยรวม ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์และลดการอักเสบของผิว

Rejuran S (Scar) มีสารสำคัญที่เข้มข้นกว่ารุ่น Healer ออกแบบมาเพื่อการรักษาและลดเลือนรอยแผลเป็นทั้งจากสิวและการผ่าตัด

Rejuran I (Eye) เป็นรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับการดูแลรอบดวงตาโดยเฉพาะ ช่วยลดรอยคล้ำและริ้วรอยรอบดวงตา ทำให้ดวงตาดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น

Rejuran HB มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid เพิ่มเติม ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและเต่งตึงมากขึ้น รุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นให้กับผิว
Rejuran ราคาเท่าไหร่
| Rejuran Healer 2CC | 15,000.- | ฟื้นฟูผิวทั่วไป เติมน้ำให้ผิว ลดเลือนริ้วรอย รูขุมขนกว้าง |
| Rejuran S 1CC | 15,000.- | รักษาหลุมสิว รอยแผลเป็น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน |
| Rejuran i 1CC | 15,000.- | ฟื้นฟูรอบดวงตา ลดเลือนริ้วรอย รอยคล้ำใต้ตา |
| Rejuran HB 1CC | 15,000.- | เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเพราะมีส่วนผสม Hyaluronic Acid |

รีจูรัน นิยมฉีดจุดไหนบ้าง
| บริเวณ | รายละเอียด |
|---|---|
| ใบหน้า | ฉีดกระจายทั่วใบหน้า หรือเฉพาะจุด ขึ้นกับปัญหาของแต่ละบุคคล |
| คอ | ช่วยให้ผิวคออิ่มน้ำ ลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น |
| หลังมือ | ช่วยให้มือไม่แห้งกร้าน ดูสุขภาพดี |
| บริเวณอื่นๆ | หน้าอก ลำตัว (ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ) |
หมายเหตุ:
- ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการฉีดรีจูรัน
- แพทย์จะพิจารณาบริเวณที่เหมาะสมกับการฉีดให้ตรงกับปัญหาผิวของคนไข้แต่ละบุคคล
รีจูรัน ต้องฉีดกี่ CC ถึงจะเห็นผล
ปริมาณการฉีดรีจูรันที่เห็นผล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้
- ปัญหาผิว:
- กรณีที่มีปัญหาผิวไม่มาก เช่น รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน อาจจะฉีด 2-3 CC ต่อครั้ง
- กรณีที่มีปัญหาผิวมาก เช่น หลุมสิว รอยแผลเป็น ริ้วรอยลึก อาจจะฉีด 4-5 CC ต่อครั้ง
- บริเวณที่ฉีด:
- บริเวณใบหน้าที่มีเนื้อที่กว้าง เช่น หน้าผาก แก้ม อาจจะฉีด 3-4 CC ต่อครั้ง
- บริเวณใบหน้าที่มีเนื้อที่แคบ เช่น ใต้ตา ร่องปาก อาจจะฉีด 1-2 CC ต่อครั้ง
- สภาพผิว:
- คนที่มีผิวบาง อาจจะฉีดปริมาณน้อยลง
- คนที่มีผิวหนา อาจจะฉีดปริมาณมากขึ้น
โดยทั่วไปแล้ว การฉีดรีจูรัน 1 ครั้ง จะใช้ปริมาณ 2-5 CC ทั้งนี้ แพทย์ผู้มีประสบการณ์จะพิจารณาปริมาณการฉีดที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละบุคคล
รีจูรัน จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่
- ผิวจะเริ่มชุ่มชื้น อิ่มฟู ขึ้นภายใน 1-2 อาทิตย์
- รูขุมขนกระชับ ผิวเรียบเนียนขึ้น ภายใน 2-4 อาทิตย์
- รอยแดง รอยดำ จางลง ภายใน 4-6 อาทิตย์
- ริ้วรอย ร่องตื้น ดูเลือนลง ภายใน 2-3 เดือน
ผลลัพธ์หลังฉีด REJURAN
| หลังฉีด | ผลลัพธ์ |
|---|---|
| ครั้งที่ 1 (3-5 วัน) | ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น เรียบเนียนขึ้น |
| ครั้งที่ 2 (2-4 สัปดาห์) | ผิวเต่งตึงขึ้น, ริ้วรอยลดลง, รูขุมขนกระชับขึ้น |
| ครั้งที่ 3 (4-6 สัปดาห์) | ผิวยกกระชับขึ้น, ผิวแน่นขึ้น, ผิวแข็งแรงขึ้น |
| ครั้งที่ 4 (6-8 สัปดาห์) | ผลลัพธ์ชัดเจน, ผิวยกกระชับ, รูขุมขนกระชับ, ผิวเรียบเนียน, สีผิวสม่ำเสมอ, ริ้วรอยลดลง, ผิวสุขภาพดี แข็งแรงขึ้น |
รีจูรันเห็นผลชัดเจน
- ควรฉีดอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 3-5 ครั้ง
- เว้นระยะห่าง ประมาณ 1-2 เดือนต่อครั้ง
- ดูแลตัวเอง ทานอาหาร ทานน้ำ ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ
รีจูรัน อยู่ได้นานกี่เดือน
หลังจากฉีด Rejuran ผู้รับการรักษาจะรู้สึกได้ว่าผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น ผิวดูอิ่มฟูขึ้น ริ้วรอยดูลดลง และผิวดูกระชับขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความรุนแรงของปัญหาผิวที่เป็นอยู่ โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน
Rejuran และฟิลเลอร์ที่เป็น Skin Booster ตัวไหนดีกว่ากัน?
Rejuran และฟิลเลอร์ต่างเป็น Skin Booster ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้แลดูอ่อนเยาว์ แต่มีข้อแตกต่างกันในเรื่องของกลไกการทำงานและผลลัพธ์ที่ได้

Rejuran กับ โปรแกรมอื่นๆ
- เป็นสารสกัดจาก DNA ของปลาแซลมอน ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายกับ DNA ของมนุษย์
- ช่วยฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
- ช่วยให้ผิวแลดูอิ่มฟู ชุ่มชื้น และเปล่งปลั่ง
- ลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ
- ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

รีจูรัน ต่างจากฟิลเลอร์ที่เป็น Skin Booster
- เป็นสารสังเคราะห์ที่ใช้เติมเต็มริ้วรอยและร่องลึกบนใบหน้า
- ช่วยให้ผิวแลดูเรียบเนียนและเต่งตึง
- ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า Rejuran
- อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น รอยช้ำ บวมแดง หรือการติดเชื้อ

Rejuran กับ Exosome แตกต่างกันอย่างไร
Exosome และ Rejuran เป็นสองวิธีการบำรุงผิวที่ได้รับความนิยม แต่มีความแตกต่างกันในเรื่องของส่วนประกอบและวิธีการทำงาน
Exosome เป็นตัวกลางสำคัญในการสื่อสารระหว่างเซลล์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมและบำรุงเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และกระจ่างใสขึ้น ไม่เพียงแค่นั้น Exosome ยังช่วยให้ผิวที่อ่อนแอกลับมาแข็งแรง ลดปัญหาสิว และปรับปรุงสภาพผิวให้ดีขึ้นโดยรวม โดยทั่วไป Exosome มีส่วนประกอบของโพลีนิวคลีโอไทด์ที่มีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิว
Rejuran หรือที่รู้จักในชื่อ Rejuran Healer เพราะมีมาให้บริการเป็นรุ่นแรก เป็นการรักษาที่ใช้ DNA จากปลาแซลมอน ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิว ช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว นอกจากนี้ยังช่วยลดริ้วรอยและทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
หากพิจารณาถึงความแตกต่าง สิ่งที่โดดเด่นของ Exosome คือการทำงานในระดับโมเลกุลเพื่อช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรงและซ่อมแซมตัวเอง ในขณะที่ Rejuran มุ่งเน้นไปที่การใช้สารบำรุงจากธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทั้งสองวิธีมีข้อดีที่เด่นชัดแตกต่างกัน และสามารถเลือกใช้ตามความต้องการและสภาพผิวของแต่ละบุคคลได้
ฉีด Rejuran เจ็บไหม
| โปรแกรม | ความรู้สึก | วิธีการ | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| รีจูรัน | ปานกลาง | ฉีดตัวยาด้วยเข็มขนาดเล็ก | ฟื้นฟูผิว กระตุ้นคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอย รอยสิว |
| เมโส | ปานกลาง | ฉีดตัวยาด้วยเข็มขนาดเล็ก | เติมน้ำให้ผิว กระจ่างใส ลดเลือนฝ้า กระ |
| ฟิลเลอร์ | น้อย | ฉีดตัวยาด้วยเข็มขนาดเล็ก หรือเข็มทู่ | เติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้า |
| เลเซอร์ | น้อย-มาก | ยิงเลเซอร์ลงบนผิว | กระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย รอยสิว รอยแผลเป็น |
| ไฮฟู | น้อย-ปานกลาง | ยิงคลื่นเสียงความถี่สูงลงบนผิว | ยกกระชับ ปรับรูปหน้า |
หมายเหตุ:
- ระดับความเจ็บเป็นเพียงค่าประมาณ ขึ้นอยู่กับความไวต่อความเจ็บของแต่ละบุคคล
- แพทย์อาจใช้ยาชาทาหรือฉีดก่อนทำหัตถการเพื่อลดความรู้สึก
การดูแลหลังฉีด Rejuran
- งดแต่งหน้าหลังจากฉีด Rejuran 24 ชั่วโมง
- เช็ดทำความสะอาดหรือล้างหน้าได้ตามปกติ
- ทาครีมบำรุงผิวได้ตามปกติ
- หลังจากฉีดมาครบ 24 ชั่วโมงแล้ว อาจยังมีรอยแดงอยู่ สามารถแต่งหน้าอ่อนๆ ได้
- รอยแดงจากเข็มจะค่อยๆ หายไปภายใน 2-3 วัน ทั้งนี้แล้วแต่ผิวของแต่ละบุคคลด้วย

สรุปรีจูรันดีไหม
Rejuran เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น มีริ้วรอยและจุดด่างดำ ฟิลเลอร์ที่เป็น Skin Booster เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอยลึก หรือต้องการปรับรูปหน้า
ผิวกระจก ไม่ได้มีแค่รีจูรัน
ผิวกระจก ผิวฉ่ำวาว เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยให้ผิวดูสุขภาพดี เปล่งปลั่ง มีออร่า โดยมีหลายวิธีที่จะช่วยให้ได้ผิวกระจก ผิวฉ่ำวาว ได้แก่

- การทำทรีตเมนต์ผิวหน้า: การทำทรีตเมนต์ผิวหน้าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ได้ผิวกระจก ผิวฉ่ำวาว โดยการทำทรีตเมนต์ผิวหน้าจะช่วยทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพออกไป และช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและเปล่งปลั่งมากขึ้น
- การทำเลเซอร์: การทำเลเซอร์เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดในการช่วยให้ได้ผิวกระจก ผิวฉ่ำวาว โดยการทำเลเซอร์จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพออกไป และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงขึ้นมาแทนที่ ทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระจ่างใส และเปล่งปลั่งมากขึ้น
- การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว: การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวก็สามารถช่วยให้ได้ผิวกระจก ผิวฉ่ำวาว ได้เช่นกัน โดยควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิค แอซิด เซราไมด์ และวิตามินซี ซึ่งจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและเปล่งปลั่งมากขึ้น
ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
- จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้

- สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
- สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546


คนมักจะเข้าใจผิดว่า Rejuran เป็นฟิลเลอร์ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยค่ะ Rejuran จัดเป็นกลุ่มเมโสเพื่อฟื้นฟูผิว ตัวยาทำมาจากสารสกัดที่เรียกว่า Polynucleotide หรือโพลีนิวคลีโอไทด์ ที่ได้มาจาก DNA ของปลาแซลมอนธรรมชาติค่ะ ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวจะดูใส วาว สุขภาพดี แบบ Glass Skin
ส่วนฟิลเลอร์จะต่างกันเลยค่ะ เพราะเป็นสารเติมเต็มที่มี HA หรือ Hyaluronic Acid เป็นส่วนประกอบหลัก หมอจะฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังในชั้นต่างๆ เพื่อเติมเต็มร่องลึก หรือปรับรูปหน้าให้สวยได้สัดส่วนตามที่เราต้องการ แต่มีฟิลเลอร์บางตัวที่เน้นความชุ่มชื้น จะทำให้ผิวชุ่มชื้นได้เช่นเดียวกัน แต่พื้นฐานสารที่เติมเข้าไปก็ยังเป็น HA
พูดง่ายๆ คือ ใครหน้าสวย ได้รูปอยู่แล้ว แค่อยากผิวฉ่ำน้ำ Rejuran ก็จะช่วยได้มากกว่า แต่ถ้าอยากเติมเต็มร่องลึก หรือปรับรูปหน้า อยากได้หน้ายาวขึ้น ละมุน หวานขึ้น ก็ต้องเป็นฟิลเลอร์นะคะ บางคนก็ทำทั้งสองอย่างร่วมกันก็ได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคนเลย
จำนวนครั้งค่อนข้างตอบได้ยาก เพราะผิวแต่ละคนที่มาก็แตกต่างกัน บางคนผิวแห้ง ขาดการบำรุงมานานมาก อาจจะใช้ปริมาณตัวยา และจำนวนครั้งที่ต่อเนื่องมากกว่า แต่ถ้าสุขภาพผิวดี ต้องการบำรุงให้ดีขึ้นอีก แบบนี้อาจจะใช้จำนวนครั้งรักษาที่น้อยกว่า ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคลลเป็นหลักค่ะ
Rejuran ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล
- ฉีดครั้งที่ 1 จะเริ่มรู้สึกได้ว่าผิวนุ่ม และเรียบเนียนขึ้น หลังฉีด 3-7 วัน
- ฉีดครั้งที่ 2 ริ้วรอยตื้นขึ้น ผิวเต่งตึง รูขุมขนกระชับ หลังฉีด 2 สัปดาห์ – 1 เดือน
- ฉีดครั้งที่ 3 จะรู้สึกว่าผิวแข็งแรงขึ้น ตึงกระชับ ผิวใสเปล่งประกาย
- ฉีดครั้งที่ 4 ผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ ผิวไร้ริ้วรอย ชุ่มฉ่ำเต่งตึงได้ชัดเจนขึ้น
ถ้าให้หมอสรุปสั้นๆ คือถ้าทำเพื่อรักษาสมดุลผิว ผิวดีอยู่แล้ว ทำสัปดาห์ เว้นสัปดาห์ก็ได้ แต่ถ้าทำเพื่อฟื้นฟูผิว ผิวหมองคล้ำ ผิวเสียมาก แบบนี้แนะนำสัปดาห์ละครั้งกำลังดีค่ะ
การทำทรีทเมนท์ผลักวิตามินเพื่อผิวขาวกระจ่างใส เป็นวิธีที่ช่วยบำรุงผิวให้ลึกกว่าการทาครีมปกติ โดยการใช้เทคโนโลยี เช่น ไอออนโต (Iontophoresis) หรือโฟโน (Phonophoresis) เพื่อผลักวิตามินเข้าสู่ชั้นผิว เช่น วิตามินซี, วิตามินบี 3, กลูต้าไธโอน หรือสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผิวดูขาวกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวค่ะ
หมอเป็นคนที่ใช้ครีมบำรุงผิวหน้า ตามปัญหาผิวหน้าอยู่แล้ว แต่หมอไม่อยากให้คนที่ซื้อครีมกลุ่มนี้ไปใช้แล้วตกใจนะคะ แต่ความจริงก็คือความจริง
ครีมที่อ้างว่ามี “สเต็มเซลล์” จริงๆ แล้ว มันไม่ได้มีสเต็มเซลล์ที่ยังมีชีวิตอยู่ในครีมหรอกนะคะ เพราะเซลล์พวกนี้ค่อนข้าง “บอบบาง” มากค่ะ ถ้ามันหลุดออกมาจากสภาพแวดล้อมที่ควบคุมเข้มงวดในห้องแลป เช่น อุณหภูมิเย็นจัดๆ ติดลบหลายสิบองศา หรือสภาพแวดล้อมพิเศษเพื่อให้เซลล์คงชีวิต เพียงแค่เข้ากระบวนการผลิตหรือถูกวางในอุณหภูมิห้องปกติ เซลล์เหล่านี้จะตายทันทีค่ะ ซึ่งก็แน่นอนเลยว่าไม่สามารถทำงานหรือเพิ่มประสิทธิภาพอะไรกับผิวเราได้เลย
ผิวที่ดีเริ่มที่ “สุขภาพผิว” ไม่ใช่ที่ครีม ไม่ใช่ที่ยี่ห้อ สกินแคร์ช่วยได้แค่ในขอบข่ายเล็กๆ ของมัน เช่น ทำให้ผิวชุ่มชื้น ผลัดเซลล์ผิว และลดผลเสียจากแสงแดด แต่ถ้าผิวของเรามีพวกปัญหาใหญ่ เช่น ริ้วรอยลึก หลุมสิว หรือผิวที่โทรมมากๆ การใช้แค่สกินแคร์ อาจไม่เห็นผล หมอเลยอยากให้คนไข้มองว่า บางครั้งเราต้องเข้ามาปรึกษาเพื่อทำหัตถการ เช่น เลเซอร์ ฟิลเลอร์ หรือทรีตเมนต์ที่เหมาะสม ซึ่งช่วย “วางรากฐานผิว” ให้แข็งแรง เวลานั้นแหละค่ะที่ไม่ว่าทาครีมซอง ทายี่ห้อไหน ผิวคุณก็จะตอบรับดี กลายเป็นผิวที่เรามองในกระจกแล้วรู้สึกมั่นใจขึ้นค่ะ
Vitaran และกลุ่ม PN ทุกตัว ช่วยเรื่องฝ้าได้จริงในแง่ของการลดการอักเสบและซ่อมแซมโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้น ค่ะ
PN ที่ดี ต้องมีโมเลกุลที่เหมาะสมซึ่งโมเลกุลที่เหมาะสมคือ 390 -1300 KDA เพราะสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีและช่วยลดการอักเสบได้ดี
แม้หน้าที่หลักจะเป็นการสร้างงานผิวฉ่ำวาว แต่เมื่อผิวสุขภาพดีขึ้นจากภายใน ปัญหาเม็ดสีและการกระจายตัวของฝ้าจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในคนไข้ที่ผิวบางหรือเป็นฝ้าเรื้อรัง การฉีด PN จะเข้าไปช่วยให้ผิวทนต่อมลภาวะและผลลัพธ์จากการรักษาฝ้าด้วยวิธีอื่นมีประสิทธิภาพยืนยาวขึ้นค่ะ
คือถ้าคนไข้หลายคนเคยใช้ครีมมาแล้วยังรู้สึกว่าเห็นผลยังไม่ชัดพอ หรือผิวปฏิเสธครีม การขยับมาใช้บริการกลุ่มฉีด ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม หรือจะเลเซอร์ร่วมด้วย ก็ต้องขึ้นอยู่กับปัญหาฝ้า ประเภทฝ้าของแต่ละบุคคลค่ะ
คนไข้ต้องติดแผ่นไว้ให้ครบ 7 วัน นะคะ เพื่อให้ตัวยาและกระบวนการซ่อมแซมผิวทำงานได้อย่างเต็มที่ค่ะ หลังจากนั้นหมอต้าร์จะนัดเข้ามาดูอาการ และจะดำเนินการลอกออกให้ที่คลินิกด้วยตัวเอง ทุกขั้นตอนดูแลโดยแพทย์ พร้อมแนะนำการดูแลหลังลอก เพื่อมิให้กลับมาเป็นซ้ำอีกค่ะ
โดนน้ำ ล้างหน้าได้ปกติ เพราะแผ่นลอกกระนี้สามารถกันน้ำได้ค่ะ
ถ้ามีรอยดำสิวตื้น ๆ หรือเพิ่งเกิดใหม่ หมอแนะนำเริ่มจาก ฉีดหน้าใส ก่อน เพราะช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดรอยดำได้เร็วและราคาไม่แพง แต่ถ้ารอยดำเข้ม ฝังลึก หรือไม่หายด้วยวิธีอื่น หมอจะแนะนำ Pico Laser เพราะจัดการรอยลึกได้ตรงจุด พร้อมช่วยให้ผิวเรียนเนียนขึ้นด้วยค่ะ ทั้งสองวิธีสำคัญต้องทากันแดดทุกวันช่วยปกป้องผิวไม่ให้รอยดำเข้มขึ้นนะคะ
- Plinest ประกอบด้วยสาร Polynucleotides (PN-HPT™) เข้มข้น 40mg/2ml แนะนำสำหรับการป้องกันริ้วรอย และช่วยรักษาสภาพผิวให้แลดูอ่อนเยาว์ เช่น ใบหน้า ลำคอ และเนินอก อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการปรับผิวบริเวณที่มีพังผืดหนาแน่น เช่น รอยแผลจากการเป็นสิว
- Plinest Fast ประกอบด้วยสาร Polynucleotides (PN-HPT™) เข้มข้น 15mg/2ml เหมาะสำหรับการปรับผิวรอบดวงตา ผิวบอบบาง และผิวที่มีแนวโน้มแพ้ง่าย อีกทั้งยังสามารถใช้ได้ในผิวบริเวณอื่น เช่น ลำคอ และเนินอก
- Plinest Eyes *ไม่มีรายงานการผ่าน อย. ประเทศไทย
- Plinest Hair *ไม่มีรายงานการผ่าน อย. ประเทศไทย










