Teoxane คืออะไร ดียังไง?
Teoxane เป็นฟิลเลอร์ที่ออกแบบมาเพื่อมอบผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและให้ความรู้สึกนุ่มนวลเมื่อสัมผัส นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยลดอาการบวมและรอยฟกช้ำหลังฉีด เป็น Dynamic Filler สามารถยืดหยุ่นไปตามการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ

ฟิลเลอร์ Teoxane ผลิตจากประเทศไหน ?
Teoxane ผลิตจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์

Teoxane Filler
Teoxane Filler ผลิตด้วยเทคโนโลยี RHA (Resilient Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Teoxane ที่ทำให้ฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถปรับตัวเข้ากับการแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
“‘Dynamic Filler’ มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกใช้หลากหลาย สามารถฉีดได้ทั้งชั้นใต้ผิวหนัง (subdermal) และชั้นไขมันตื้น (superficial fat layers) โดยเมื่อแสดงสีหน้า (facial expression) แล้วจะไม่เกิดเป็นก้อนหรือลำนูน สังเกตได้จากโฆษณาที่นางแบบจะแสดงสีหน้าอย่างเต็มที่ ทั้งยิ้มและพูด
เทคโนโลยี ‘RHA’ ใช้สายโมเลกุล Hyaluronic Acid (HA) ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงมาก (Very long High Molecular Weight – HMW) และพับไปมา ทำให้เกิดพันธะที่เป็นธรรมชาติและเคลื่อนไหวได้ (Natural & mobile bonds) จึงช่วยลดการดัดแปลงโครงสร้างของ HA และลดปริมาณสารเชื่อมโยง BDDE (1,4-butanediol diglycidyl ether) ที่ใช้ในกระบวนการผลิต”
Dynamic Filler เป็นฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถฉีดได้ในชั้นผิวหนังที่ต่างกัน และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ เคลื่อนไหวตามสีหน้าได้อย่างอิสระ โดยไม่เกิดเป็นก้อนหรือลำนูน ทั้งนี้เป็นผลมาจากเทคโนโลยี RHA ที่ใช้ HA น้ำหนักโมเลกุลสูงและลดการใช้สารเชื่อมโยง ทำให้ได้ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติเหมือนกับ HA ตามธรรมชาติในผิวหนังมากขึ้น


ฟิลเลอร์ Teoxane แก้ปัญหาอะไรบ้าง ?
ฟิลเลอร์ HA ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาต่อไปนี้
- ริ้วรอยและร่องลึก ทุกตำแหน่ง เช่น ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมาก ร่องใต้ตา
- ริมฝีปากบาง
- แก้มตอบ ขมับตอบ
- คางสั้น คางบุ๋ม
- ต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัด
จุดเด่น Teoxane Filler
- ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
- รู้สึกนุ่มนวลเมื่อสัมผัส
- เทคโนโลยี RHA ช่วยลดอาการบวมและรอยฟกช้ำ
- มีความยืดหยุ่นสูง ปรับตัวเข้ากับการแสดงสีหน้าได้ดี
- มีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองจาก อย.

ข้อดี-ข้อเสียของ ฟิลเลอร์ Teoxane
ข้อดี:
- ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
- มีหลายโมเลกุลให้เลือกตามปัญหา
- เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนหลังทำ
- ปลอดภัย ผ่านการรับรอง
ข้อต้องพิจารณา:
- ราคาค่อนข้างสูง
- อาจต้องฉีดซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์
ฟิลเลอร์ Teoxane เหมาะกับใครบ้าง ?
Teoxane เป็นฟิลเลอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ปรารถนาผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ สามารถกลืนกับชั้นผิวได้อย่างกลมกลืน และยังคงให้ผู้ใช้สามารถแสดงสีหน้าได้ตามปกติ เช่น เวลายิ้ม ใบหน้าจะไม่ดูเป็นก้อนหรือยิ้มไม่เต็มที่
ด้วยการผสมผสานคุณสมบัติเรื่องความยืดหยุ่นและความคงตัวเข้าด้วยกัน ทำให้ฟิลเลอร์ชนิดนี้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมใต้ชั้นผิวหนัง สามารถคงรูปและปริมาตรได้คงที่แม้ใบหน้ามีการเคลื่อนไหวบ่อยครั้ง โดยเฉพาะบริเวณรอบปากและแก้ม ซึ่งเป็นจุดที่มีการขยับตัวอยู่ตลอดเวลา
ความโดดเด่นของฟิลเลอร์ Teoxane อยู่ที่สาร hyaluronic acid ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Preserved Network Technology (PNT) ช่วยรักษาโครงสร้างโมเลกุลและพันธะของ hyaluronic acid ให้มีความคล้ายคลึงกับ hyaluronic acid ตามธรรมชาติในร่างกาย ส่งผลให้ฟิลเลอร์สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใต้ชั้นผิวหนังได้เป็นอย่างดี แม้จะมีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ แต่ก็ยังคงรูปร่างได้โดยไม่เสื่อมสภาพในระหว่างนั้น
- ริ้วรอยและร่องลึก
- ริมฝีปากบาง
- โหนกแก้มตอบ
- คางสั้น
- ใต้ตาคล้ำลึก
- ร่องแก้มชัด
- ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นผิว

ฟิลเลอร์ Teoxane ฉีดจุดไหนได้บ้าง ?
ฟิลเลอร์ สามารถฉีดได้บริเวณต่อไปนี้
- ร่องแก้ม
- ร่องมุมปาก
- ริมฝีปาก
- โหนกแก้ม
- จมูก
- คาง

ริ้วรอยร่องลึกทั่ว ๆ ไป Teoxane สามารถช่วยแก้ได้ไหม ?
ได้ Teoxane สามารถช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกทั่ว ๆ ไปได้ ด้วยเทคโนโลยี RHA ที่ช่วยให้ฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถปรับตัวเข้ากับการแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Teoxane Filler มีกี่รุ่น ?
Teoxane Filler ที่ผลิตออกมามีทั้งหมด 9 รุ่น แต่ผ่านการรับรองจาก อย. ประเทศไทย 7 รุ่น (อัพเดท 13 ม.ค. 2569)
| รุ่น Teoxane Filler ทั้งหมด | รุ่น Teoxane Filler ที่ผ่าน อย. ไทย |
|---|---|
| Teoxane Redensity 1 | ✔ |
| Teoxane RHA 1 | ✔ |
| Teoxane RHA 2 | ✔ |
| Teoxane RHA 3 | ✔ |
| Teoxane RHA 4 | ✔ |
| Teoxane Ultra Deep | ✔ |
| Teoxane Redensity 2 | ✔ |
| Teoxane RHA Kiss | ✘ |
| Teoxane Kiss | ✘ |

กลุ่ม Teoxane RHA Series (เน้นความยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหว)
- ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น RHA 1
ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยเล็กๆ บนผิวชั้นตื้น และใช้สำหรับเติมเต็มใต้ตาชั้นตื้น ช่วยลดความคล้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นฉ่ำวาวให้ผิวดูสุขภาพดี - ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น RHA 2
รุ่นยอดนิยมสำหรับเติมเต็มริ้วรอยถาวร เช่น บริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา นอกจากนี้ยังโดดเด่นเรื่องการใช้เติมริมฝีปากให้อวบอิ่ม ดูเป็นธรรมชาติตามการขยับของปาก - ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น RHA 3
เหมาะสำหรับแก้ไขริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก รวมถึงการใช้ปั้นทรงริมฝีปากสำหรับผู้ที่ต้องการขอบปากที่ชัดเจนและมีทรงสวย เนื่องจากมีเนื้อฟิลเลอร์ที่แข็งแรงกว่ารุ่น RHA 2 - ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น RHA 4
รุ่นที่เน้นการแก้ปัญหาร่องลึกเป็นพิเศษและการเติมวอลลุ่มในบริเวณกว้าง เช่น ขมับตอบ แก้มตอบ คาง และการปรับโครงสร้างกรอบหน้าให้ดูชัดเจนยิ่งขึ้น
กลุ่ม Teoxane ULTRA DEEP (เน้นการยกกระชับ)
- ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น ULTRA DEEP
เป็นรุ่นที่มีความคงตัวสูงที่สุด ออกแบบมาเพื่อการฉีดยกกระชับและการปรับรูปหน้า (Facial Contouring) เหมาะสำหรับเติมขมับ หน้าแก้ม แก้มตอบ คาง และกรอบหน้า ช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติและยกกระชับขึ้นทันที
กลุ่ม Teoxane REDENSITY (เน้นงานผิวและใต้ตา)
- ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น REDENSITY 1
สุดยอดฟิลเลอร์งานผิว (Skin Booster) ที่เน้นการบำรุง ฟื้นฟูสภาพผิวให้มีความชุ่มชื้น ฉ่ำวาว และดูเปล่งปลั่งจากภายใน - ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น REDENSITY 2
รุ่นเฉพาะทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับงานใต้ตา ช่วยแก้ไขปัญหาร่องใต้ตา ใต้ตาลึกโบ๋ และถุงใต้ตา ปรับโครงสร้างใต้ตาชั้นลึกให้ดูเรียบเนียนและสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

Teoxane แต่ละบริเวณ ใช้กี่ CC ?
การฉีด HA Filler ในแต่ละบริเวณของใบหน้า โดยทั่วไปจะใช้ปริมาณดังนี้
| บริเวณ | ปริมาณ (CC) |
|---|---|
| หน้าผาก | 1-2 |
| ร่องแก้ม | 1-2 |
| แก้มตอบ | 1-2 |
| แก้มส้ม | 1-2 |
| ลิฟกรอบหน้า | 1-2 |
| ใต้ตา | 0.5-2 |
| ริมฝีปาก | 0.5-1 |
| มุมปาก | 0.5-1 |
| คาง | 1-2 |
| ขมับ | 1-2 |
| ลำคอ | 1-2 |
หมายเหตุ: ปริมาณที่ใช้อาจแตกต่างกันไปตามความต้องการของแต่ละบุคคล และดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับชนิดและความเข้มข้นของ HA Filler ที่ใช้ด้วย

เปรียบเทียบกับ Teoxane Filler
| ยี่ห้อ | รุ่น | ฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น ที่มีข้อบ่งชี้ที่คล้ายกัน |
|---|---|---|
| Restylane | Defyne | เนื้อแน่น Teosyal RHA 2 เหมาะสำหรับการยกกระชับ |
| Juvederm | Voluma | เนื้อหนา เหมาะสำหรับการเสริมจมูก เติมขมับตอบมากๆ และคาง |
| Belotero | Intense | เนื้อนุ่ม เหมาะสำหรับริ้วรอยเล็ก ๆ และบริเวณที่ต้องการความเป็นธรรมชาติสูง |
Teoxane Filler คุ้มค่าไหม
Teoxane Filler เป็นฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพสูงและให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ฟิลเลอร์แท้ ฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์มักราคาสูง ควรพิจารณาความคุ้มค่าและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจฉีด โดยเฉพาะเคสที่มีปัญหาผิวหน้าเยอะ การใช้ฟิลเลอร์เพียง 1 cc อาจจะไม่ตอบโจทย์ ฉีดฟิลเลอร์เป็นทางเลือกหนึ่งในการปรับรูปหน้าและลดริ้วรอยจากวัย ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วน เพื่อประเมินความเหมาะสมและความคุ้มค่าสำหรับแต่ละบุคคล

การดูแลตัวเองก่อน-หลัง ฉีดฟิลเลอร์ ?
ก่อนฉีด:
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และยาต้านการอักเสบ
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพ้และโรคประจำตัว
- งดการฉีดวัคซีนก่อนฉีดฟิลเลอร์ 2 สัปดาห์
หลังฉีด:
- ประคบเย็นบริเวณที่ฉีดเพื่อลดอาการบวม
- นอนหนุนหัวสูงเพื่อลดอาการบวม
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดโดยตรง
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักและการอาบน้ำอุ่น
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ฉีดฟิลเลอร์ Teoxane กี่วันเห็นผล ? อยู่ได้นานไหม ? นานเท่าไรจึงฉีดซ้ำ ?
- เห็นความแตกต่าง: ทันทีหลังทำ
- ผสานเป็นเนื้อเดียวกับผิว: 1-2 สัปดาห์
- อยู่ได้นาน: 6-18 เดือน
- ฉีดซ้ำ: 6-12 เดือน

Teoxane Filler อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงไหม ?
Teoxane Filler มีความปลอดภัย แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงได้เหมือนกับ HA ฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อ
- อาการบวมและรอยฟกช้ำ
- อาการปวดและคัน
- การติดเชื้อ
- การอุดตันของเส้นเลือด
- ต้องฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ทุกตำแหน่ง ทุกครั้ง!

Teoxane รีวิว
ฟิลเลอร์ Teoxane ได้รับการรีวิวที่ดีจากผู้ใช้ โดยส่วนใหญ่ชื่นชมผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและความรู้สึกนุ่มนวลเมื่อสัมผัส








รีวิว HA Filler
Teoxane Filler ราคาเท่าไร

ราคาควรสมเหตุสมผล ให้บริการโดยสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต และรักษาโดยแพทย์ ราคาไม่ถูกเกินจริง 15,000-20,000 บาท ต่อ CC
ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
- จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
จากประสบการณ์ตรงในห้องตรวจของหมอ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ตัวยาละลายลิ่มเลือด แต่คือการที่ คนไข้แอบหยุดยาเองล่วงหน้าเพราะกลัวหมอไม่ฉีดหน้าให้ หมออยากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ว่า ยาพวกนี้คือ เข็มขัดนิรภัยของหลอดเลือดและหัวใจ การที่คุณปลดเข็มขัดออกเพื่อแลกกับความตึงบนใบหน้าเพียงไม่กี่เดือน มันคือการเอาชีวิตไปเสี่ยงกับอุบัติเหตุหลอดเลือดสมองตีบโดยไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ ในทางการแพทย์ความงามยุคนี้ เรามีเทคโนโลยีเครื่องยกกระชับอย่าง Ultherapy หรือ อื่นๆอีกมากมาย ที่ทำงานผ่านคลื่นพลังงานโดยไม่ต้องพึ่งพาเข็มแม้แต่เล่มเดียว ซึ่งให้ผลลัพธ์ในการยกหน้าและกระตุ้นคอลลาเจนได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ดังนั้น คนไข้กลุ่มนี้จึง ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงหยุดยาเพื่อแลกกับความสวย อีกต่อไปค่ะ
หากคนไข้จำเป็นต้องฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยจริงๆ หมอจะใช้เทคนิคเข็มเบอร์จิ๋วร่วมกับการกดหยุดเลือดทันทีทีละจุด แม้จะมีรอยช้ำตามหลังมาบ้าง แต่คนไข้จะปลอดภัย
สำหรับการใช้ CO2 Laser จี้ติ่งเนื้อ กระเนื้อ หรือไฝเม็ดเล็กๆ ตื้นๆ เพราะพลังงานความร้อนจากเลเซอร์มีคุณสมบัติช่วยห้ามเลือด (Coagulation) ในเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กไปในตัวอยู่แล้วสามารถทำได้ แต่ถ้าไฝ รากลึก เม็ดใหญ่มาก ต้องผ่า ต้องดูเป็นกรณีไปค่ะ
ถ้าเป็นเคส “ต้องใช้หน้าจริงๆ” หมอเข้าใจเลยค่ะ! ในสถานการณ์ที่จำเป็นจริงๆ สำหรับ “กดสิว-ฉีดสิว” อาจพออนุโลมได้บ้าง ถ้าผิวไม่มีอาการแดงจัด ระคายเคือง หรือร้อนวูบวาบจนเกินไป ค่ะ แต่หมอขอย้ำนะคะว่า “พอได้” หมายถึง “พอลุ้น” ค่ะ ยังไงก็ยังเสี่ยงกว่าการรอให้ผิวพร้อมจริงๆ อยู่ดี
แต่สำหรับ “โบท็อกซ์-ฟิลเลอร์” หมอว่า ควรรอค่ะ ไม่ว่าจะเร่งด่วนแค่ไหน เพราะเป็นหัตถการที่เกี่ยวข้องกับการฉีดสารเข้าสู่ผิวโดยตรง มีโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น บวม ช้ำ ได้ง่ายกว่าการกดสิวมาก ถ้าเกิดอาการบวมช้ำขึ้นมา มันจะทำให้การใช้หน้าสำคัญๆ นั้นยากลำบากกว่าเดิมอีกค่ะ
หลายๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Ultra Filler” ตามคลินิกต่างๆ มาบ้างนะคะ แต่จริงๆ แล้วอยากจะอธิบายให้เข้าใจว่า สิ่งที่คลินิกพูดถึงกันบ่อยๆ นี้ ไม่ได้หมายถึงฟิลเลอร์ที่เราคุ้นเคยกันที่เป็นสารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA Filler แบบทั่วไปค่ะ แต่เป็น “ไหมน้ำ Ultracol” คือกลุ่มของสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือ Biostimulator นั่นเองค่ะ
ไหมน้ำตัวนี้ใช้เทคโนโลยี PDO Microsphere ซึ่งแตกต่างจาก HA Filler โดยตรง โดยหลักการทำงานของ Ultracol คือจะเข้าไปกระตุ้นให้ผิวของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการลดเลือนริ้วรอย เติมเต็มความหย่อนคล้อย และช่วยให้ใต้ตาที่คล้ำดูกระจ่างใสขึ้น โดยผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน และยังมีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองจาก อย. ค่ะ หลังเติมเต็มผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืนค่ะ
เทียบกับฟิลเลอร์ที่เป็นกล่องๆทั่วไปก็มีข้อดีข้อจำกัดแตกต่างกัน หมอจะเลือกใช้ตามปัญหาของคนไข้แต่ละคน จำนวน cc ก็ขึ้นอยู่กับบริเวณและปัญหาของแต่ละบุคคลค่ะ
ความกลัวมักส่งต่อเร็วกว่าความถูกต้อง ฟิลเลอร์จะน่ากลัวหรือไม่ อยู่ที่ ใครฉีด และฉีดที่ไหนค่ะ เพราะถ้าคนไข้ได้พบหมอที่มีประสบการณ์ หมอตัวจริงเขาจะรู้ทั้ง ปัญหาเฉพาะของคนไข้ รู้โครงสร้างใบหน้า รู้ชั้นผิว และที่สำคัญคือ “รู้ว่าจะเลือกฟิลเลอร์ตัวไหนให้ตอบโจทย์จุดไหน” ไม่ใช่เติมแบบเดา ๆ เติมตามโปรโมชั่น ดังนั้นเคสที่คนไข้หลายคนไปเจอมาหรือเพื่อนเล่าให้ฟังว่า “ทำแล้วพัง” หลายครั้งไม่ได้แปลว่าฟิลเลอร์เป็นตัวปัญหาเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะการประเมินและการวางแผนไม่ตรงกับความต้องการจริงค่ะ
หมอเจอประสบการณ์แบบนี้บ่อยมาก ในเคสคนไข้ที่มาปรึกษา ถึงวันที่มาแก้ ยังไม่แน่ใจเลยว่าหมอคนก่อนนั้นเป็นหมอจริงไหม? ฟิลเลอร์ยี่ห้ออะไร ฉีดกี่ซีซี เพราะไม่ได้มีการอธิบายที่เป็นระบบ เมื่อเกิดเหตุการณ์น่าสงสัย หรือผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ ไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนจากคลินิกเดิม แบบนี้แหละที่น่ากลัวที่สุด เพราะความเสี่ยงมักเริ่มจากความไม่รู้ และความไม่ชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนแรกค่ะ ดังนั้นก่อนเติมฟิลเลอร์ หรือทุกหัตถการความงาม สิ่งแรกที่ดูจึงไม่ใช่ราคา โปรโมชั่น แต่เป็น ใคร ที่ไหน อย่างไร? เข้ามาปรึกษาพบหมอตัวจริงก่อนตัดสินใจ รีวิวประกอบการตัดสินใจ ควรเป็นเคสจริง ไม่ใช่ดารา นักแสดง Influencer อาชีพ แล้วเราจะได้รับการรักษาที่ปลอดภัย ผลลัพธ์ชัดเจนค่ะ
หมอยินดีให้คำแนะนำ และทำการรักษา หากคนไข้พบว่าฉีดฟิลเลอร์จากที่อื่นมาแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือไม่ได้ทรงอย่างที่ต้องการ ฉีดสลายได้ทันที แต่หมอต้องตรวจให้แน่ใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ที่สลายได้ค่ะ
การสลายฟิลเลอร์ใต้ตาเพียงข้างเดียวสามารถทำได้ โดยแพทย์จะใช้ เอนไซม์ไฮยาลูรอนิเดส ฉีดเข้าไปในบริเวณที่มีปัญหาเพื่อย่อยสลายฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูรอนิก แอซิด ซึ่งจะเริ่มออกฤทธิ์และเห็นผลทันทีเลยถ้าเป็นฟิลเลอร์แท้ และจะสลายได้ดีที่สุด รอ 1-2 วัน และค่อยวางแผนการเติมใหม่ได้ค่ะ
ก่อนทำการฉีดสลาย ที่คลินิกหมอจะมีการทดสอบการแพ้ยาสลายฟิลเลอร์ก่อนทุกเคส เพื่อป้องกันเคสหายาก แพ้ยาสลายฟิลเลอร์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ
ราคาฉีดสลายฟิลเลอร์ ใต้ตา หรือขมับ ข้างเดียว เริ่มต้นที่ 3,000 บาท
การที่แพทย์ใช้เข็มจิ้มลูกโป่งแล้วไม่แตก ไม่ได้เป็นการพิสูจน์โดยตรงว่า “มือเบากว่าใคร” ในความหมายของการไม่ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บปวด และ “ไม่ได้พิสูจน์ทักษะการควบคุมเข็มที่ดีกว่าในการฉีดปรับรูปหน้า Botox Filler Biostimulator” การฉีดบนผิวหนังของคนไข้มีความซับซ้อนมากกว่ามาก แบบที่หมอยังอธิบายไม่ถูกเลยว่าจะทำยังไงให้คนไข้เข้าใจได้ครบว่า ทุกครั้งที่หมอสอดเข็มนั้นต้องมั่นใจแค่ไหน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์จะต้องใช้ ความรู้ด้านกายวิภาคเชิงลึก เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ที่มักสั่งสมตามอายุงานและจำนวนเคส และ ความใส่ใจต่อความรู้สึกของคนไข้ เพื่อให้เกิด ความเจ็บปวดน้อยที่สุด ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ค่ะ
หมอรู้นะคิดอะไรอยู่ อยากดื่มนั่นแหล่ะยอมรับมาตรงๆ แต่ความจริงคือความจริง คือ ไม่ต่างกันค่ะ
ให้เข้าใจง่ายๆ การดื่มไวน์หลังฉีดหน้าไม่ได้ทำให้บวมน้อยกว่าเหล้าหรือเบียร์แต่อย่างใดค่ะ เพราะแอลกอฮอล์ทุกชนิดทำให้หลอดเลือดขยายตัวและสูบฉีดเลือดแรงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการบวมช้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ไวน์แดงยังมีสารฮิสตามีนที่ไปกระตุ้นอาการบวมอักเสบให้แย่ลงไปอีก ดังนั้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เข้าที่ไว หมอแนะนำให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างเด็ดขาดในช่วงแรกหลังทำหัตถการค่ะ อดใจรอให้หน้าเข้าที่ก่อน แล้วค่อยไปจิบไวน์ฉลองความสวยกันนะคะ! อ้อ ก่อนทำก็ไม่ควรดื่มมานะ ขอก่อนทำสัก 3 วันก็ยังดีค่ะ
หากคนไข้อยากมีหน้าผากที่ดูเงาวาว สามารถเลือกทำได้ทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับปัญหาตั้งต้นค่ะ หากคนไข้มีโครงหน้าผากสวยอยู่แล้ว การฉีด โบท็อกซ์ จะตอบโจทย์มากค่ะ โดยเหตุผลที่หน้าผากดูสะท้อนแสงและเงาวาวได้นั้น เป็นเพราะโบท็อกซ์ไปช่วยให้ผิวหน้าผากของเราตึงกระชับขึ้น และไม่มีริ้วรอยมากวนใจ เมื่อผิวเรียบเนียนเสมอกันก็นำมาซึ่งการตกกระทบและสะท้อนแสงได้ดีเยี่ยมเหมือนกระจกนั่นเองค่ะ แต่หากคนไข้มีปัญหาหน้าผากแบน แฟบ หรือเป็นแอ่ง การฉีด ฟิลเลอร์ จะช่วยเติมมิติให้หน้าผากดูโหนกนูน โค้งมนรับแสง และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟูฉ่ำน้ำ สรุปง่ายๆ คือ โบท็อกซ์เน้นสร้างผิวตึงไร้ริ้วรอยเพื่อสะท้อนแสง ส่วน ฟิลเลอร์เน้นปรับโครงสร้างให้โค้งนูนรับแสง ซึ่งคนไข้สามารถเข้ามาให้หมอประเมินโครงหน้าก่อนได้ เพื่อเลือกวิธีที่ปังและตรงจุดที่สุดค่ะ

















