ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ฟิลเลอร์ปาก ฉีดรุ่นไหนดี ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

ฟิลเลอร์ปาก

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

ฟิลเลอร์ปาก ฉีดยังไง ฉีดยี่ห้อไหน ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ติดตามผลการรักษา

ฉีดฟิลเลอร์ปากวันนี้ รับ Voucher ส่วนลด ฟิลเลอร์ตำแหน่งอื่นๆ

1,000

บาท

ใช้เป็นส่วนลดกับฟิลเลอร์ Restylane, Juvederm, Belotero ได้ทุกรุ่น

หมดเขต:

เลือกอ่านเนื้อหา

รีวิวฟิลเลอร์ปาก

ฟิลเลอร์ปาก คืออะไร สำคัญยังไง?

การเติมฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้สารไฮยาลูโรนิก แอซิด (HA) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบในร่างกาย ฉีดเข้าไปในริมฝีปากเพื่อเพิ่มวอลลุ่ม ปรับรูปทรง และแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ปากบาง ปากแห้ง หรือริมฝีปากไม่สมมาตร ข้อดีคือเห็นผลทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้น นอกจากจะช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มสวยงามตามต้องการแล้ว ยังช่วยบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นและสุขภาพดีขึ้นอีกด้วย

เดิมทีการเติมฟิลเลอร์ปากอาจถูกมองว่าเป็นการศัลยกรรม แต่ปัจจุบันได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะเทรนด์ความงามและการดูแลสุขภาพ ฟิลเลอร์ปากยังใช้เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพ เช่น ริมฝีปากไม่เท่ากัน ปากเบี้ยวจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือปรับปรุงสุขภาพริมฝีปากที่ได้รับผลกระทบจากยาบางชนิด และล่าสุดฟิลเลอร์ปาก คือทางเลือกแรกของคนไข้ที่ทำศัลยกรรมตัดปากมา แล้วปากบางเกินไป หรือเกิดความผิดพลาดบางประการ การเติมฟิลเลอร์ปากช่วยแก้ปัญหาได้ การเปลี่ยนแปลงมุมมองนี้ตอกย้ำว่าฟิลเลอร์ปากไม่ได้เป็นเพียงแค่หัตถการเพื่อความงามเท่านั้น แต่ยังเป็นวิธีดูแลสุขภาพและเสริมสร้างความมั่นใจอีกด้วย

ฉีดฟิลเลอร์ปากช่วยแก้ปัญหารูปปากแบบไหนได้บ้าง

การแก้ปัญหาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ปาก

ปัญหาวิธีการแก้ไขด้วยฟิลเลอร์
1. รูปทรงปากไม่เท่ากัน– ฉีดเติมเต็มส่วนที่ไม่เท่ากัน
– ปรับแต่งให้สมมาตร
– แก้ไขความไม่สมดุล
2. ริมฝีปากแห้ง– เพิ่มความชุ่มชื้น
– ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น
– ทำให้ริมฝีปากดูสุขภาพดี
3. มุมปากตก– ยกมุมปากให้ดูสดใส
– แก้ไขรอยย่นบริเวณมุมปาก
– ปรับรูปทรงให้ดูอ่อนเยาว์
4. ริมฝีปากบาง– เพิ่มปริมาตรให้ริมฝีปาก
– ปรับรูปทรงให้อวบอิ่ม
– สร้างขอบปากให้ชัดเจน
หมายเหตุ: ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการรักษา

ฉีดฟิลเลอร์ปาก เหมาะกับใครอีกบ้าง?

  1. ผู้ที่มีปัญหาด้านรูปทรงปาก
    • ริมฝีปากบางจากอายุที่มากขึ้น: ฟิลเลอร์ช่วยเพิ่มปริมาตรให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มเป็นธรรมชาติ
    • ปากไม่สมมาตร: แก้ไขความไม่สมดุลระหว่างริมฝีปากบนและล่าง
    • ปากคว่ำหรือมุมปากตก: ช่วยยกมุมปากให้ดูสดใส ไม่หม่นหมอง
    • ต้องการปรับรูปทรงปากให้เข้ากับสัดส่วนใบหน้า: สร้างความสมดุลให้กับองค์ประกอบใบหน้าโดยรวม
  2. ผู้ที่มีปัญหาด้านผิวและริ้วรอย
    • ริมฝีปากแห้ง แตก ลอก: ฟิลเลอร์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ริมฝีปากนุ่มขึ้น
    • มีริ้วรอยรอบปาก: ช่วยลดเลือนริ้วรอยบริเวณขอบปาก
    • ปากไม่เรียบ มีร่องลึก: แก้ไขพื้นผิวให้เรียบเนียน ทำให้ทาลิปสติกติดทนขึ้น
  3. ผู้ที่ต้องการเสริมความงาม
    • ต้องการริมฝีปากอิ่มฟู: สร้างความอวบอิ่มแบบธรรมชาติ
    • อยากปรับรูปทรงปากเฉพาะจุด: สามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ เช่น เพิ่มความชัดของขอบปาก หรือปรับมุมปาก
    • ต้องการริมฝีปากที่ดูชุ่มชื้น: ให้ริมฝีปากดูสุขภาพดี มีน้ำมีนวล
  4. ผู้ที่ต้องการเสริมบุคลิกภาพ
    • เสริมความมั่นใจ: ริมฝีปากที่สวยงามช่วยเพิ่มความมั่นใจในการยิ้มและพูดคุย
    • ปรับโหงวเฮ้ง: ตามความเชื่อ ริมฝีปากอิ่มสวยช่วยเสริมดวงด้านความรัก การเงิน และการงาน
    • เสริมเสน่ห์: ริมฝีปากที่ได้รูปทรงสวยช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับใบหน้า

รูปทรงฟิลเลอร์ปาก ที่มักนิยมกันในคนไทย

ฟิลเลอร์ปาก มีกี่ทรง แบบไหนดี ใช้กี่ cc

ริมฝีปากสวย ต้องมีสัดส่วนเป็นอย่างไร

สัดส่วนปากที่สวยงาม เปรียบเทียบระหว่างชาวไทยและชาวตะวันตก

รายละเอียดชาวไทย/เอเชียชาวตะวันตก
อัตราส่วนริมฝีปากบน:ล่าง1:1.61:1.8 (ริมฝีปากล่างอวบอิ่มกว่า)
ระยะห่างจมูก-ริมฝีปากบน18-20 มม.19-22 มม.
ระยะห่างริมฝีปากล่าง-คาง36-40 มม.38-42 มม.
ความหนาของริมฝีปากบางกว่า เน้นความนุ่มนวลหนากว่า เน้นความอวบอิ่ม
ลักษณะที่นิยม• ปากบางเรียวสวย
• รูปกระจับ
• ดูนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ
• ปากอวบอิ่ม
• เน้นความเซ็กซี่
• ริมฝีปากล่างหนากว่าบน

ข้อสังเกตเพิ่มเติม:

ความแตกต่างทางวัฒนธรรม:

  • ชาวไทย/เอเชีย นิยมความสวยแบบธรรมชาติ ไม่โดดเด่นจนเกินไป
  • ชาวตะวันตก นิยมริมฝีปากที่เต็มอิ่ม แสดงความมั่นใจและเซ็กซี่

แนวโน้มการทำศัลยกรรม

  • ชาวไทย: มักเน้นการแก้ไขความไม่สมมาตร และเพิ่มความชัดของรูปปาก
  • ชาวตะวันตก: นิยมเพิ่มปริมาตรให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มมากขึ้น

การปรับให้เหมาะกับใบหน้า

  • ชาวไทย: ต้องคำนึงถึงโครงหน้าที่เล็กกว่า
  • ชาวตะวันตก: โครงหน้าใหญ่กว่า รับกับริมฝีปากที่หนากว่าได้

ฟิลเลอร์ปากกระจับ Vs ศัลยกรรมปากกระจับ เลือกแบบไหนดี?

ปากกระจับ หรือปากปีกนก เป็นรูปทรงปากที่มีลักษณะโค้งขึ้นที่มุมปากคล้ายดอกกระจับหรือปีกนก ซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบันเพราะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ น่ารัก และยิ้มแล้วสวยงาม จากประสบการณ์ทางการแพทย์ พบว่าผู้ที่ต้องการทำปากกระจับส่วนใหญ่มักมีปากที่หนา ใหญ่ ไม่เป็นทรง อาจมีมุมปากตกร่วมด้วยในบางเคส

ปัจจุบันมี 2 วิธีหลักๆในการทำปากกระจับ

รายละเอียดฟิลเลอร์ปากกระจับศัลยกรรมปากกระจับ
วิธีการฉีด HA FILLERS เพื่อเพิ่มปริมาตรและยกมุมปากผ่าตัดสลีฟเนื้อเยื่อปากเพื่อยกมุมปาก
ระยะเวลาทำ15-30 นาที ไม่ต้องผ่าตัด1-2 ชั่วโมง มีการผ่าตัด
การพักฟื้นพักฟื้น 1-2 วัน อาจมีรอยช้ำเล็กน้อยพักฟื้น 7-14 วัน มีแผลและอาการบวม
ความคงทนอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ละลายเองตามธรรมชาติถาวร เนื่องจากใช้การเย็บแผล
ความเสี่ยงต่ำ สามารถแก้ไขได้หากไม่พอใจสูงกว่า เนื่องจากเป็นการผ่าตัด
ราคาค่าใช้จ่ายต่ำกว่า แต่ต้องทำซ้ำค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ทำครั้งเดียว
ทั้งนี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพปากและเลือกวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เนื่องจากโครงสร้างใบหน้าและปากของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ฟิลเลอร์ปากกระจับ เหมาะสำหรับ:

  • ผู้ที่ต้องการทดลองรูปทรงปากก่อน
  • ไม่ต้องการการผ่าตัด
  • ต้องการการพักฟื้นที่สั้น
  • ยอมรับได้กับการทำซ้ำทุกปี

ศัลยกรรมปากกระจับ เหมาะสำหรับ:

  • ผู้ที่แน่ใจในรูปทรงที่ต้องการ
  • ต้องการผลลัพธ์ถาวร
  • ยอมรับการผ่าตัดและระยะพักฟื้นที่นานขึ้นได้
  • ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

ฟิลเลอร์ปาก มีข้อดี-ข้อเสีย อย่างไร?

หัวข้อรายละเอียดคุ้มค่า?
ข้อดี
ความรวดเร็วใช้เวลาทำเพียง 15-30 นาที⭐⭐⭐⭐
การพักฟื้นใช้เวลาพักฟื้นน้อย 1-2 วัน⭐⭐⭐⭐⭐
ความปลอดภัยใช้สาร HA ที่ละลายได้เองตามธรรมชาติ⭐⭐⭐⭐⭐
ความยืดหยุ่นสามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมได้ตามต้องการ⭐⭐⭐⭐
การแก้ไขหากไม่พอใจสามารถรอให้สารละลายเองได้⭐⭐⭐⭐
ข้อเสีย
ความคงทนอยู่ได้เพียง 6-12 เดือน ต้องทำซ้ำ🟢
ค่าใช้จ่ายต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำทุกปี🟡
การบวมอาจมีอาการบวมหรือช้ำ 1-2 วัน🟠
ข้อจำกัดปรับแต่งได้ในระดับหนึ่ง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมากเกินไป🔵
ความเสี่ยงอาจเกิดการติดเชื้อหรือการอุดตันหลอดเลือดได้ (น้อยมาก)🔴

ศัลยกรรมปากบางมาแล้ว สามารถฉีดฟิลเลอร์ปากได้ไหม?

กรณีที่พบบ่อยคือ ตัดปากมาแล้วรู้สึกบางเกินไป บางคนแทบจะไม่เหลือเนื้อเลย หรือบางเคสก็ไม่เท่ากัน เกิดเป็นรู เป็นช่อง ปิดริมฝีปากไม่สนิทก็เยอะ โดยหลักการแล้ว สามารถฉีดฟิลเลอร์ปากได้แม้จะเคยทำศัลยกรรมปากมาก่อน แต่มีข้อควรพิจารณาสำคัญ และต้องดูเป็นรายบุคคลไปค่ะ

ระยะเวลา

  • ควรรอให้แผลจากการทำศัลยกรรมหายสนิทก่อน (โดยทั่วไปประมาณ 4-6 เดือน)
  • การรอให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวเต็มที่จะช่วยลดความเสี่ยงและให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

ระมัดระวังเป็นพิเศษ

  • อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเนื่องจากเคยผ่านการผ่าตัดมาแล้ว
  • เนื้อเยื่อบริเวณปากอาจมีความอ่อนไหวมากกว่าปกติ
  • อาจมีพังผืดจากการผ่าตัดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

คำแนะนำ

  • ควรส่งภาพ หรือเข้ามาปรึกษาให้แน่ใจก่อนว่าสามารถรักษา แก้ไขให้ดีขึ้นได้
  • แจ้งประวัติการทำศัลยกรรมให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
  • พกรูปก่อน-หลังทำศัลยกรรมไปด้วยจะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้ดีขึ้น
  • อาจพิจารณาทางเลือกอื่นๆ ตามคำแนะนำของแพทย์

ฉีดฟิลเลอร์ปาก อยู่ได้นานแค่ไหน?

ระยะเวลาโดยเฉลี่ย ฟิลเลอร์ปาก จะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน

ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลา

  • ชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้
  • ไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล
  • การเผาผลาญของร่างกาย

ในบางกรณีผลลัพธ์อาจอยู่ได้นานถึง 18-24 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ แต่เนื่องจากบริเวณริมฝีปากเป็นผิวที่บอบบาง อาจทำให้ระยะเวลาการอยู่ตัวสั้นกว่าที่ระบุไว้บนกล่องผลิตภัณฑ์ ซึ่งแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้นถึงจะเลือกใช้ได้เหมาะสม

ปัจจัยที่ทำให้ฟิลเลอร์ปากสลายเร็วปัจจัยที่ทำให้ฟิลเลอร์อยู่นาน
1. การออกกำลังกายหนัก/บ่อย เพราะเพิ่มการเผาผลาญ1. การออกกำลังกายพอประมาณ ไม่หักโหม
2. พูดมาก/แสดงออกทางสีหน้าบ่อย ทำให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวมาก2. การแสดงออกทางสีหน้าพอประมาณ
3. สูบบุหรี่ เพราะทำให้เลือดไหลเวียนแย่ลง3. ไม่สูบบุหรี่
4. ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย ทำให้ร่างกายขาดน้ำ4. ดื่มน้ำเพียงพอ (8-10 แก้วต่อวัน)
5. อยู่กลางแดดบ่อย/ไม่ทาครีมกันแดด5. ดูแลผิวและทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
6. มีการเผาผลาญเร็ว/น้ำหนักขึ้นลงบ่อย6. น้ำหนักคงที่ การเผาผลาญปกติ
7. นอนคว่ำ กดทับบริเวณริมฝีปาก7. นอนหงาย ไม่กดทับริมฝีปาก
8. ทานอาหารร้อนจัด/เผ็ดจัดบ่อย8. ทานอาหารอุณหภูมิปกติ
9. ความเครียดสูง ส่งผลต่อฮอร์โมน9. จัดการความเครียดได้ดี
10. ใช้ลิปสติกที่มีสารระคายเคือง10. ใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยนกับริมฝีปาก

หมายเหตุ: แม้จะฉีดฟิลเลอร์พร้อมกันและใช้รุ่นเดียวกัน แต่พฤติกรรมและสภาพร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน จึงส่งผลต่อระยะเวลาการอยู่ตัวของฟิลเลอร์ที่แตกต่างกันได้

ฉีดฟิลเลอร์ปากอันตรายไหม?

การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นหัตถการที่ปลอดภัย หากดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน FDA ในปัจจุบัน ฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ผลิตจากสาร Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์อยู่แล้ว ทำให้มีความเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อของเรา

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับหัตถการทางการแพทย์ทั่วไป การฉีดฟิลเลอร์ปากอาจมีความเสี่ยงเรื่องบวมช้ำบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ และสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน

ฟิลเลอร์ปากยี่ห้อไหนดี เหมาะกับใช้ฉีดปากที่สุด?

สำหรับฟิลเลอร์ที่เหมาะกับการฉีดปาก สามารถแบ่งตามความต้องการและการใช้งานได้ดังนี้

ต้องการปากอวบอิ่มมาก

  • Juvederm Ultra Plus: เนื้อนิ่ม ฟูมาก เหมาะกับลุคแบบฝรั่ง (อยู่ได้ 12 เดือน)
  • Juvederm Voluma: เนื้อแข็งแน่น ฟูปานกลาง อยู่ได้นานถึง 18 เดือน

สำหรับลุคธรรมชาติ

  • Restylane Refyne: เจลยืดหยุ่น ดูเป็นธรรมชาติ (12 เดือน)
  • Restylane Volyme: เนื้อนิ่มปานกลาง ไม่เป็นก้อน (18 เดือน)
  • Belotero Soft: เนื้อเหลว ให้ลุคธรรมชาติ (6-12 เดือน)

สำหรับเน้นขอบปากชัด

  • Restylane Kysse: สร้างขอบปากชัด พร้อมความอวบอิ่ม (12 เดือน)
  • Belotero Lips Contour: ปรับความคมชัดขอบปาก (9-12 เดือน)

สำหรับเพิ่มความชุ่มชื้น

  • Juvederm Volite: เน้นความชุ่มชื่นพร้อมความอวบอิ่ม (8-12 เดือน)
  • Restylane Vital Light: แก้ปากแห้ง เพิ่มความชุ่มชื้น (6-12 เดือน)

อย่างไรก็ตาม การเลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะสมที่สุดควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น

  • สภาพริมฝีปากปัจจุบัน
  • ผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • ระยะเวลาที่ต้องการให้อยู่
  • ความเหมาะสมกับสรีระใบหน้าโดยรวม

ทั้งนี้ แพทย์อาจแนะนำการผสมผสานฟิลเลอร์หลายชนิดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดตามความต้องการของแต่ละบุคคล ดีเลิฟเวอรี่คลินิกไม่ได้แนะนำแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งโดยเฉพาะ คุณหมอแนะนำตามปัญหา และผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นหลัก

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ปาก

  1. ปรึกษาและประเมิน: คุณหมอต้าร์จะซักประวัติ ประเมินสภาพริมฝีปาก รูปทรง ปัญหา และความต้องการ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
  2. ทำความสะอาด: ทำความสะอาดริมฝีปากและบริเวณโดยรอบอย่างละเอียดด้วยคลีนซิ่ง เพื่อกำจัดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรก
  3. แปะยาชา: ทายาชาบริเวณริมฝีปาก ทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที เพื่อลดความรู้สึกเจ็บขณะฉีด
  4. ฉีดฟิลเลอร์: คุณหมอต้าร์จะฉีดฟิลเลอร์โดยใช้เทคนิคเฉพาะ เจ้าหน้าที่จะแจ้งชื่อยี่ห้อ รุ่น และปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ให้ทราบ สามารถตรวจสอบได้ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที
  5. ประคบเย็น: หลังฉีดเสร็จ จะประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและรอยช้ำ
  6. รับคำแนะนำและติดตามผล: คุณหมอต้าร์จะให้คำแนะนำในการดูแลหลังการฉีด รวมถึงนัดหมายเพื่อติดตามผลและประเมินผลลัพธ์

ฉีดฟิลเลอร์ปากต้องเตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ปากนั้นคล้ายคลึงกับการเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่นๆ ดังนี้

  • งดวิตามินและอาหารเสริมบางชนิด: อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนการฉีด ควรงดวิตามิน อาหารเสริม หรือยาสมุนไพรบางชนิดที่อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา โสม กระเทียม ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาและอาหารเสริมที่ทานเป็นประจำ
  • งดยาแอสไพรินและ ibuprofen: อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนการฉีด ควรงดยาแอสไพริน ibuprofen และยาต้านการอักเสบ NSAIDs อื่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์: อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการฉีด ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำ
  • แจ้งประวัติแพ้ยา/สารต่างๆ: แจ้งแพทย์ให้ทราบถึงประวัติการแพ้ยา แพ้อาหาร หรือการแพ้สารอื่นๆ รวมถึงโรคประจำตัวที่เป็นอยู่
  • งดแต่งหน้าบริเวณริมฝีปาก: ในวันที่เข้ารับการฉีด ควรงดทาลิปสติก ลิปกลอส หรือเครื่องสำอางอื่นๆ บริเวณริมฝีปาก
  • เตรียมคำถาม: เตรียมคำถามที่ต้องการสอบถามแพทย์เกี่ยวกับขั้นตอนการฉีด ผลข้างเคียง และการดูแลหลังการฉีด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: พักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันนัดหมาย เพื่อให้ร่างกายอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการรักษา

หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก-มีข้อห้าม หรือควรดูแลตัวเองอย่างไร

การดูแลตัวเองหลังเติมฟิลเลอร์ปาก 24 ชั่วโมงแรก

ห้ามสัมผัสริมฝีปาก

  • เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่
  • ปากอาจเบี้ยวหรือผิดรูปได้

งดกิจกรรมที่ต้องขยับปากมาก

  • ลดการพูดคุย
  • หลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้าง
  • ไม่ควรเคี้ยวอาหารชิ้นใหญ่

ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ

  • ช่วยให้ฟิลเลอร์ดูดซึมน้ำได้ดี
  • ทำให้ริมฝีปากดูอิ่มฟู
  • ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

งดแอลกอฮอล์และบุหรี่

  • ป้องกันการอักเสบ
  • ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน

งดอาหารเสริมและวิตามิน

  • ลดความเสี่ยงการเกิดรอยช้ำ
  • ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกลับมาทานอีกครั้ง
การฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ที่ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ความปลอดภัย ต้องมาควบคู่กับความสวยงาม ธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ปากที่ไหนถึงจะดี ปลอดภัย

เมื่อคลินิกความงามมีให้เลือกมากมาย สิ่งสำคัญคือต้องเลือกด้วยวิจารณญาณ ไม่หลงกับกับดักราคาถูกหรือโปรโมชั่นล่อใจ เพราะความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด การเสียเวลาศึกษาข้อมูลและตรวจสอบมาตรฐานคลินิกย่อมคุ้มค่ากว่าการต้องมาแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการตัดสินใจผิดพลาด อ่านบทความ การเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์อย่างละเอียด ได้ที่นี่

มาตรฐานสถานพยาบาลที่จะฉีดฟิลเลอร์

  • ต้องเป็นคลินิกที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลอย่างถูกต้อง
  • มีการแสดงใบอนุญาตและใบประกอบวิชาชีพของแพทย์อย่างชัดเจน
  • มีมาตรฐานด้านความสะอาดและความปลอดภัย

คุณสมบัติแพทย์ผู้ทำหัตถการฟิลเลอร์

  • ต้องเป็นแพทย์ที่ได้รับการรับรองและมีความเชี่ยวชาญด้านความงาม
  • มีประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ
  • ควรมีผลงานที่สามารถตรวจสอบได้

วิธีการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์

  • สามารถตรวจสอบใบอนุญาตคลินิกผ่านเว็บไซต์กองกฎหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
  • สอบถามประวัติและประสบการณ์ของแพทย์ได้
  • มีการให้คำปรึกษาและประเมินสภาพผิวก่อนทำหัตถการ

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater
หมอปลอม หมอเถื่อน ตรวจสอบ แพทยสภาพ
รีวิวฟิลเลอร์ ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี หมอต้าร์

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ราคาเท่าไหร่?

โดยราคาการฉีดฟิลเลอร์ปากนั้นมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ โดยทั่วไป ราคาการฉีดฟิลเลอร์เริ่มต้นประมาณ 8,000-15,000 บาทต่อ 1 ซีซี/กล่อง ทั้งนี้ ราคาจะแตกต่างกันตามปัจจัยต่างๆ เช่น

  • ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้
  • แบรนด์และคุณภาพของฟิลเลอร์
  • ความเชี่ยวชาญของแพทย์
  • ความยากง่ายของแต่ละเคส เพราะบางครั้งเป็นเคสแก้ไขความผิดพลาดจากที่อื่นหรือผิดพลาดจากการทำศัลยกรรมมา

สำหรับผู้ที่สนใจทำศัลยกรรมฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ มากกว่าการพิจารณาเรื่องราคาเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและความปลอดภัยสูงสุด

ฉีดฟิลเลอร์ปาก ราคาเท่าไหร่ ฉีดที่ไหนดี
ฟิลเลอร์ราคา คลินิกฉีดฟิลเลอร์ เลียบด่วน รามอินทรา ดีเลิฟเวอรี่คลินิก อย. แท้ทุกกล่อง

ก่อนอื่นหมอและทีมขอเป็นกำลังใจให้คนไข้ทุกคนที่กำลังเผชิญกับโรคนี้อยู่นะคะ

สำหรับคนไข้มะเร็ง การฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ ไม่ได้เป็นข้อห้ามถาวร แต่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาค่ะ หากอยู่ในช่วง การให้คีโม ฉายแสง หรือรับประทานยากดภูมิ หมอขอให้งดทำหัตถการที่มีเข็มทุกชนิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อและระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรง แต่หาก รักษาหายขาดแล้วและโรคสงบ (Remission) เกิน 6 เดือนขึ้นไป สามารถทำได้ โดยหมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์มะเร็งเจ้าของไข้เพื่อประเมินค่าเลือดก่อนเสมอ และ หลีกเลี่ยงการฉีดในบริเวณที่เคยผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ

Cancer is just a chapter in your life, not the whole story. Turn the page and keep writing.

อ่านเพิ่มเติม

ฟังเผินๆเหมือนจะเป็นเรื่องคล้ายกัน แต่ความจริงนั้นต่างกันมากค่ะ “ผิวตึง” เป็นเพียง ความรู้สึกชั่วคราว ที่อาจเกิดจากผิวขาดน้ำหรือผลิตภัณฑ์ที่เคลือบผิว แต่ “ผิวกระชับ” คือ คุณภาพโครงสร้างผิวที่แท้จริง ซึ่งเกิดจาก คอลลาเจนและอีลาสตินที่แข็งแรง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เด้งกลับ และดูอ่อนเยาว์ การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจึงต้องเน้นการกระตุ้นโครงสร้างภายในผิว ไม่ใช่แค่ความรู้สึกตึงบนผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและสุขภาพผิวที่ดีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อย่างแรกที่หมอจะบอกก็คือ มันต้องเป็นโปรแกรมฉีด ซึ่งตัวไหนจะเหมาะกับเรานั้นจะต้องประเมินผิวกันแบบเคสต่อเคส ผิวแห้ง มีหลายแบบ สาเหตุการแห้งอาจจะต่างกัน เลือกใช้ตามสภาพผิว แต่หลักๆแล้ว ก็จะเป็นกลุ่มฟิลเลอร์งานผิว ที่มุ่งเป้าที่การเติมน้ำเข้าสู่ผิว เห็นความแตกต่างได้เร็ว

ส่วนการอยากให้ผิว อิ่ม ฟู เด้ง เล่นแสง อันนี้แล้วแต่ความชอบ แต่สิ่งที่ได้ในโปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวคือเรื่องความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่ข้อเสียของฟิลเลอร์กลุ่มนี้คือ มักอยู่ได้ไม่นาน ต้องเติมบ่อยกว่าฟิลเลอร์ที่เป็นกลุ่มปรับรูปหน้า เพราะทำงานคนละแบบกัน ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกันค่ะ

“การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวเฉพาะบุคคล” จะช่วยให้คุณหมอสามารถออกแบบโปรแกรมที่ดีที่สุดเพื่อผิวสวยในฝันของคุณได้อย่างตรงจุดที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การนอนตะแคงนั้น มีผลไม่มากก็น้อย ต่อการเกิด ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก ค่ะ หมอพบว่าในประสบการณ์การทำงาน มีคนไข้จำนวนมาก แม้กระทั่งคนที่อายุยังไม่มาก แต่ถ้านอนตะแคงมานานเป็นสิบปี ร่องเหล่านี้ก็จะ ปรากฏชัดเจนมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยในต่างประเทศที่ยืนยันว่า แรงกดทับของใบหน้ากับหมอนที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกคืน ทำให้ผิวบริเวณนั้นถูกทำร้ายและเกิดเป็นริ้วรอยถาวรได้ง่ายขึ้น โดยระดับความชัดเจนจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

แต่ถ้าเป็นการตอบแบบอิงทางการแพทย์โครงสร้างหน้า ส่วนใหญ่คุณหมอท่านอื่นอาจจะมองว่าการที่มีร่องแก้มนั้น เกิดจากการทรุดตัวของฐานกระดูกหน้าแก้มข้างจมูก หรือทรุดตัวของฐานกระดูกจากเบ้ากระโหลกตา หรือ volume loss จากชั้นไขมันหน้าแก้ม ซึ่งก็ถูกเหมือนกัน ดังนั้น สาเหตุอาจจะเกิดจากหลายส่วน แต่ประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ร่องน้ำหมากคนไข้หมอ 70% มีนอนตะแคงกันมาครึ่งค่อนชีวิต

แม้คนไข้หลายคนจะบอกว่านอนท่าอื่นแล้วนอนไม่หลับ แต่การตระหนักถึงปัญหานี้เป็นก้าวแรกที่ดีค่ะ หากกังวล คุณหมอสามารถแนะนำวิธีดูแลและรักษา เช่น ฟิลเลอร์ หรือเครื่อง HIFU ยกกระชับ เพื่อช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มความมั่นใจให้คนไข้ได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

จากประสบการณ์ที่หมอ เจอเคสต้องมานั่งแก้เยอะมาก อยากเตือนคนไข้ว่า “อย่าเอายี่ห้อหรือราคาถูกเป็นที่ตั้ง” นะคะ การฉีดตามรีวิวเพื่อนหรือเห็นโปรโมชั่นถูกมากๆ โดยไม่ดูความเหมาะสม คือความเสี่ยงที่สุด เพราะฟิลเลอร์แต่ละรุ่นถูกออกแบบมาแก้ปัญหาใน “ชั้นผิวที่ต่างกัน” ค่ะ บางตัวเพื่อนฉีดคางแล้วสวย แต่เราเอามาฉีดใต้ตาอาจจะเป็นก้อนแข็งได้ ดังนั้น และคางเพื่อนคางนักรีวิวก็ไม่ใช่คางเรา เนื้อหนังคนแบบกัน วิธีที่ดีที่สุดคือ “เลือกฉีดตามปัญหาผิวจริง” ให้หมอได้จับเนื้อเยื่อและประเมินโครงหน้าก่อน แล้วค่อยเลือกยาที่ตอบโจทย์จุดนั้นจริงๆ จะได้สวยปลอดภัยแบบครั้งเดียวจบ ไม่ต้องมาเสียเงินแก้ทีหลังค่ะ

ราคาฟิลเลอร์จริงอยู่ว่าอาจจะเป็นตัวแปรที่คนฉีดครั้งแรกกังวล แต่มั่นใจว่า ณ วันที่หมอเขียนคอนเทนท์นี้ฟิลเลอร์ราคาย่อมเยาว์นั้นมีเยอะมากที่ได้มาตรฐาน แต่สำคัญสุดก็ยังเป็นแพทย์ผู้ประเมินและแนะนำตามปัญหาผิวเพื่อแก้ปัญหาให้คนไข้ได้อย่างตรงจุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อาการ “ดื้อยา” หรือการที่ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน จะเกิดขึ้นเฉพาะกับโบท็อกซ์เท่านั้น ส่วนฟิลเลอร์และเครื่องยกกระชับ ไม่มีภาวะดื้อยา ค่ะ ความรู้สึกว่าฉีดฟิลเลอร์แล้วหายไว มักเกิดจาก ไลฟ์สไตล์ที่เร่งการเผาผลาญ หรือการขยับกล้ามเนื้อบริเวณนั้นบ่อยๆ ส่วนเครื่องยกกระชับ หากรู้สึกว่าทำแล้วไม่เห็นผล มักเกิดจาก ความเสื่อมของผิวตามวัยที่แซงหน้าการกระตุ้น หรือการทำถี่เกินความจำเป็น ดังนั้น สบายใจได้เลยค่ะ เพียงแค่ปรับพฤติกรรมและวางแผนการรักษาร่วมกับหมอ ผลลัพธ์ก็จะยังดีอยู่ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

Skinbooster ถูกออกแบบมาเพื่อ “งานผิว” ไม่ใช่ “งานโครงสร้าง” เหมือนฟิลเลอร์ทั่วไปค่ะ ตัวยาเป็น Hyaluronic Acid โมเลกุลเล็กที่มีหน้าที่หลักคือการกระจายตัวเพื่อ ดึงดูดน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นหนังแท้ ซึ่งกระบวนการนี้ต้องอาศัยเวลาในการทำงานประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ตัวยากลืนไปกับผิวและอุ้มน้ำได้เต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่ใบหน้าที่เปลี่ยนทรงทันที แต่เป็น คุณภาพผิวที่ละเอียดขึ้น ฉ่ำวาว และยืดหยุ่นขึ้น ซึ่งเป็นผลลัพธ์ระยะยาวที่ยั่งยืนกว่าการทาครีมทั่วไปค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอจะบอกว่าจริง ๆ แล้ว Sculptra ไม่ใช่ฟิลเลอร์ นะคะ ถ้าคนไข้บอกว่าเคยฉีดฟิลเลอร์เท่านั้นเท่านี้ CC มาเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้จะมาเปลี่ยนเป็นฉีดกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจนแทน ในจำนวน cc ที่เท่ากันนั้นอาจจะเป็นความเข้าใจที่ผิดอยู่ค่ะ

Sculptra เป็นสารกลุ่ม PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ทำหน้าที่เข้าไป กระตุ้น เซลล์ Fibroblast ให้ร่างกายสร้างและซ่อมแซมผิวด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการสร้าง คอลลาเจน Type I

ผลลัพธ์ที่ได้คือการ ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้ผิวแน่น กระชับ แข็งแรง และดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การเติมวอลุ่มแบบทันทีเหมือนฟิลเลอร์ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

40

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

ปลดล็อกความสวย สะกด ด้วยริมฝีปากอวบอิ่ม ที่จะทำให้ทุกรอยยิ้มของคุณน่าจดจำ

★★ ความประทับใจ ★★

facebook
Jib Than
Jib Than
แนะนำเลย
03/01/2026
facebook
Darinda Nina
Darinda Nina
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Palung Boonma
Palung Boonma
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Jenifer Rich
Jenifer Rich
แนะนำเลย
28/06/2024
facebook
Natanicha Charbumrung
Natanicha Charbumrung
แนะนำเลย
16/06/2024
facebook
Rose Anytime
Rose Anytime
แนะนำเลย
28/02/2024
facebook
ฐิตารีย์ ธนาเดชจิรธันย์
ฐิตารีย์ ธนาเดชจิรธันย์
แนะนำเลย
07/02/2024