ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

ฟิลเลอร์

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

EJAL40 คือฟิลเลอร์ไหม ดียังไง เหมาะกับใคร ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ติดตามผลการรักษา

D’ EJAL40 คืออะไร?

D’ EJAL40 คือโปรแกรมฟื้นฟูและบำรุงผิวจากประเทศอิตาลี ที่ออกแบบมาเพื่อคืนความอ่อนเยาว์และความมีชีวิตชีวาให้กับผิวพรรณของคุณอย่างล้ำลึกค่ะ ด้วยนวัตกรรมการใช้กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) ในรูปแบบพิเศษที่ไม่ใช่แค่การเติมเต็ม แต่เป็นการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิว Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาเองตามธรรมชาติ ทำให้ผิวแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก

การทำงานของ D’ EJAL40 มุ่งเน้นไปที่จุดสำคัญของการฟื้นฟูผิว (Bio-Revitalization Points หรือ BRPs) เพื่อให้สารบำรุงกระจายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วใบหน้า ส่งผลให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างครอบคลุม และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในการปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวมค่ะ

ฉีดจุดไหนดี?

Ejal40 (ผสม Hyaluronic Acid 40mg ใน 2ml) จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเมื่อใช้ร่วมกับเทคนิค 4-Point Bio-Revitalization Protocol (4BRP) ซึ่งเป็นวิธีที่ “จัดตำแหน่งฉีดอย่างแม่นยำ” เพื่อส่งตัวยาไปยังบริเวณที่ผิวต้องการมากที่สุดค่ะ

  1. โหนกแก้ม (Cheek Bone Protrusion)
    • ตำแหน่งตำกว่้า canthus ด้านข้าง 2.5 ซม.
  2. หน้าหู (Pre Auricular)
    • ตั้งอยู่ด้านหน้าของกระดูกทรากัส 1.5 ซม.
  3. มุมขากรรไกรล่าง (Mandibular Angle)
    • วางตำแหน่งสูงกว่ามุมขากรรไกรล่าง 1.5 ซม.
  4. ร่องแก้ม (Lateral to nasolabial fold)
    • ห่างจากขอบจมูกถึงขอบข้าง 1.5 ซม.

4BRP คืออะไร?

4BRP (4-Point Bio-Revitalization Protocol) คือเทคนิคการฉีดแบบเฉพาะเจาะจงสำหรับบริเวณใบหน้า โดยจะใช้ จุดฉีดเพียง 4 จุดในแต่ละข้าง เพื่อให้ตัวยากระจายอย่างเหมาะสมและได้ประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ โดยมีจุดเด่นดังนี้

  • ช่วยให้ กระจาย Hyaluronic Acid ได้อย่างทั่วถึง
  • ช่วยให้ ความรู้สึกไม่สบายตัวน้อย แต่ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ
  • กระตุ้น fibroblasts เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน อีลาสติน และไฮยาลูรอนิก แอซิด ในชั้นลึกขึ้น
  • ช่วยเรื่อง ความชุ่มชื้น ความกระชับ และความยืดหยุ่น ได้ตรงกับบริเวณที่ผิวมีปัญหามากที่สุดค่ะ

ด้วย Ejal40 + เทคนิค 4BRP คุณจะไม่เพียงแค่แก้ปัญหาที่ผิวชั้นบน แต่ยังช่วย ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน และช่วยปรับสภาพ Extracellular Matrix (ECM) เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและยั่งยืนมากขึ้นค่ะ

D’ EJAL40 ช่วยดูแลผิวเรื่องอะไรบ้าง?

โปรแกรม D’ EJAL40 โดดเด่นด้วยคุณสมบัติหลากหลายที่ช่วยแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูสภาพผิวได้อย่างตรงจุด ทำให้คุณมีผิวที่แลดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

ประโยชน์หลักที่ได้รับจากการทำ D’ EJAL40

  • ฟื้นฟูคุณภาพผิวอย่างล้ำลึก: ช่วยปรับปรุงโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและสุขภาพดีขึ้นจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและต้านทานต่อปัจจัยภายนอกได้ดีขึ้นค่ะ
  • คืนความชุ่มชื้นและผิวอิ่มฟู: เติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างล้ำลึก ทำให้ผิวแลดูฉ่ำวาว เรียบเนียน ละเอียด และอิ่มฟูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน: ส่งเสริมการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มความยืดหยุ่น ความกระชับ และลดปัญหาผิวหย่อนคล้อย
  • ลดเลือนริ้วรอยและปรับกรอบหน้า: ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และริ้วรอยร่องลึก ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และยังช่วยให้กรอบหน้าแลดูยกกระชับและคมชัดขึ้นด้วยนะคะ
  • ปกป้องผิวจากความเสียหายในระยะยาว: เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ทำให้ผิวมีสุขภาพดีและเปล่งปลั่งอย่างยั่งยืน
  • ฟื้นบำรุงใต้ตาคล้ำ: ช่วยลดปัญหาใต้ตาคล้ำ แห้งกร้าน และริ้วรอยรอบดวงตา ทำให้ดวงตาดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ

ใครที่เหมาะกับโปรแกรม D’ EJAL40?

D’ EJAL40 เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูและดูแลผิวพรรณอย่างเป็นองค์รวม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้ค่ะ

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย: ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือแม้กระทั่งริ้วรอยบริเวณลำคอที่ทำให้ใบหน้าดูไม่สดใสและมีอายุค่ะ
  • ผู้ที่มีผิวแห้งกร้านและไม่เรียบเนียน: ผิวที่ขาดความชุ่มชื้น ดูหยาบกร้าน และไม่เปล่งปลั่ง ต้องการการบำรุงอย่างล้ำลึกเพื่อคืนความเนียนนุ่มน่าสัมผัส
  • ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว: ผิวที่มีรอยบุ๋มหรือหลุมสิว ต้องการการฟื้นฟูโครงสร้างผิวเพื่อช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
  • ผู้ที่ประสบปัญหาใต้ตาคล้ำและหย่อนคล้อย: ผิวรอบดวงตาที่แห้งกร้าน มีรอยคล้ำ หรือหย่อนคล้อย ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและไม่อ่อนเยาว์
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิว: ผู้ที่ต้องการให้ผิวแข็งแรงจากภายใน คืนความยืดหยุ่น และลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยให้กลับมาดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
ผิวหน้าแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ผิวที่การมาส์กหน้าไม่สามารถแก้ปัญหาให้ได้
เปรียบเทียบการมาส์กหน้าทั่วไปโปรแกรม D’ EJAL40
ระดับการบำรุงเคลือบและบำรุงเพียง ผิวชั้นนอก (Epidermis)ฟื้นฟูโครงสร้างผิวลึกถึง ชั้นหนังแท้ (Dermis)
สารอาหารหลักวิตามิน, สารสกัดต่างๆ, HA โมเลกุลใหญ่ที่ซึมลงได้จำกัดHyaluronic Acid (HA) เข้มข้น 40mg/2ml แบบบริสุทธิ์
กลไกการออกฤทธิ์เติมความชุ่มชื้นและล็อคน้ำไว้บนผิวแบบชั่วคราวกระตุ้นเซลล์ Fibroblasts ให้สร้างคอลลาเจน อีลาสติน และ HA ใหม่จากภายใน
ระยะเวลาของผลลัพธ์คงอยู่ประมาณ 1-2 วัน (ผิวกลับมาแห้งหากหยุดทำ)คงผลลัพธ์ยาวนาน 3-6 เดือน ต่อการดูแลอย่างต่อเนื่อง
ความถี่ในการทำต้องทำบ่อยๆ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ หรือทำได้ทุกวันช่วงแรก 1 ครั้ง/เดือน (1-2 เดือนแรก) หลังจากนั้น ทุก 3-6 เดือน
ผลลัพธ์ที่โดดเด่นผิวดูสดใส ชุ่มชื้นขึ้นทันที ผ่อนคลายความตึงเครียดของผิวผิวฉ่ำวาว อิ่มฟู ยกกระชับ ริ้วรอยจางลง โครงสร้างผิวแข็งแรงดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
ความรู้สึกขณะรับบริการสบายผิว ผ่อนคลายอาจรู้สึกเล็กน้อยขณะเดินยา แต่เจ็บน้อยมาก

กลไกการออกฤทธิ์

  • กระตุ้น Fibroblasts
  • ช่วยให้ร่างกายผลิต Collagen, Elastin, Hyaluronic Acid มากขึ้น
  • เป็นกระบวนการที่ ไม่ก่อให้เกิดการอักเสบ (ทำให้ผลลัพธ์ดูละมุน/เป็นธรรมชาติ)

ผิวที่แข็งแรง คืออะไร ?

โครงสร้างผิวคืออะไร?

ทำไมโครงสร้างผิวจึงสำคัญ?

โปรแกรม D’ EJAL40 แก้ปัญหานี้ได้ไหม?

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ D’ EJAL40

หัวข้อควรรู้คำอธิบาย
ที่มาD’ EJAL40 คือนวัตกรรมฟื้นฟูและบำรุงผิวที่พัฒนาและผลิตจากประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการความงามระดับสากลค่ะ
ส่วนประกอบโปรแกรมนี้ใช้กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) บริสุทธิ์คุณภาพสูง ที่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวตามธรรมชาติ
จุดเด่นเน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่น และมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนค่ะ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาชั่วคราว
ผลลัพธ์คุณจะสัมผัสได้ถึงผิวที่ชุ่มชื้น อิ่มฟู เรียบเนียน กระชับขึ้น ริ้วรอยลดเลือนลง และโดยรวมแล้วผิวจะแลดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้าน มีริ้วรอย ผิวขาดความยืดหยุ่น หรือผู้ที่ต้องการบำรุงและดูแลผิวให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก
ความรู้สึกขณะรับบริการ (ตัวยาแสบไหม?)ตัวยาของ D’ EJAL40 เป็น Hyaluronic Acid (HA) บริสุทธิ์ จึงมีความแสบน้อยมากหรือแทบไม่แสบเลยค่ะ เมื่อเทียบกับสารบำรุงกลุ่ม PN (Polynucleotide) ที่มักจะมีความแสบเวลาเดินยามากกว่า นอกจากนี้ D’ EJAL40 ยังใช้เทคนิค 4BRP (ฉีดเพียง 4 จุดต่อข้าง) ทำให้เจ็บน้อย ระบมน้อย และใช้เวลาทำรวดเร็วมากค่ะ
ใครไม่เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อน กังวลเรื่องความเจ็บตอนทำ สามารถรับน้องไปบีบเล่นได้ค่ะ 🙂

ตารางเปรียบเทียบ D’ EJAL40 vs Profhilo

หากคนไข้คนไหนกำลังเปรียบเทียบโปรแกรมบำรุงผิวแบบฉีดเพื่อ “ยกกระชับ + เติมความสดใสให้ผิว” ตารางนี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมได้ชัดเจนค่ะ

หัวข้อD’ EJAL40Profhilo
เป้าหมายBio-Revitalization ฟื้นฟูและปรับโครงสร้างผิวให้ดูอ่อนเยาว์ค่ะBio-Remodeling ปรับโครงสร้างผิวให้มีความกระชับและฟื้นสภาพค่ะ
คอนเซ็ปต์ผลลัพธ์Lifting & Revitalizing ให้ผิวแลดูยกกระชับและฟื้นความสดใสLifting & Tightening ช่วยยกกระชับและทำให้ผิวดูแน่นขึ้น
หลักคิดด้านขนาดจุด/การกระจายสารเน้น “ขนาดใหญ่และขนาดพิเศษ” เหมาะต่อการกระตุ้นเซลล์และสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนอย่างมีประสิทธิภาพมีทั้ง “ขนาดเล็กและขนาดใหญ่” เพื่อเหมาะกับการให้ความชุ่มชื้นและยกผิวค่ะ
เทคนิคการฉีด4 BRP Technique (4 จุด)BAP Technique (5 จุด)
จำนวนครั้งโดยประมาณ2–3 Sessions2 Sessions
ระยะเวลาเห็นผลต่อเนื่อง6–12 Months10-12 Months
เหมาะกับใครผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แนว “ยกผิว” ผิวดูแข็งแรงขึ้น ลดความหย่อน/ริ้วรอยเล็กน้อย และเพิ่มความชุ่มชื้นค่ะผู้ที่กังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อยเป็นหลัก และต้องการผิวที่ดูแน่นขึ้น ยกกระชับมากขึ้นค่ะ
หมายเหตุ: ผลลัพธ์จริงขึ้นกับสภาพผิว ปริมาณการรักษาที่เหมาะสม และการดูแลต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์นะคะ
Profhilo ราคา โปรโมชั่น คลินิกมี 2 สาขา CDC รามคำแหง
หัวข้อD’ EJAL40RADIESSE
ประเภทของตัวยาBio-Revitalization (HA)Biostimulator (CaHA)
จุดเด่นฟื้นฟูคุณภาพผิวสร้างคอลลาเจนใหม่
เป้าหมาย/ผลลัพธ์หลักรั้งผิวตึงๆซึมโครงสร้างใต้ผิว
ลักษณะผิวที่ได้ผิวชุ่มชื้น ฉ่ำใ เรียบเนียนยกกระชับ ผิวดูแน่นขึ้น
จำนวนครั้ง2-3 ครั้ง2 ครั้ง
ระยะเวลาอยู่ได้6-12 เดือน12-18 เดือน
เหมาะกับปัญหาผิวหมัก โทรม ริ้วรอยลึกๆหน้างตึงหย่อนคล้อย ขาดคอ
บริเวณที่ทำได้หน้า คอหน้า คอ หลังมือ
หมายเหตุ: ผลลัพธ์จริงขึ้นกับสภาพผิว ปริมาณการรักษาที่เหมาะสม และการดูแลต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์นะคะ

ข้อปฏิบัติก่อนและหลังการเข้ารับบริการ D’ EJAL40

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำทั้งก่อนและหลังการเข้ารับบริการ D’ EJAL40 อย่างเคร่งครัดนะคะ

ข้อปฏิบัติก่อนทำ D’ EJAL40

  • ปรึกษาแพทย์: แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่กำลังรับประทานอยู่ รวมถึงวิตามินและอาหารเสริม เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องค่ะ
  • หลีกเลี่ยงยาและอาหารเสริมบางชนิด: งดการใช้ยาละลายลิ่มเลือด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน รวมถึงวิตามินอี น้ำมันปลา สารสกัดจากใบแปะก๊วย และสมุนไพรบางชนิด ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดรอยช้ำค่ะ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: ควรพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อให้ร่างกายและผิวพรรณพร้อมสำหรับการเข้ารับบริการ
  • งดการทำหัตถการอื่น: หลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่น ๆ บนใบหน้า เช่น การเลเซอร์ การผลัดเซลล์ผิว หรือการกดสิว ในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ

ข้อปฏิบัติหลังทำ D’ EJAL40

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวด: งดการสัมผัส นวด หรือกดคลึงบริเวณที่ทำอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้สารบำรุงกระจายตัวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
  • งดแต่งหน้าและผลิตภัณฑ์บางชนิด: หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า และงดใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือสารผลัดเซลล์ผิว ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและความร้อนสูง: ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง การออกกำลังกายหนัก การอบซาวน่า หรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายได้รับความร้อนสูงประมาณ 2-3 วันหลังทำ
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ: การดื่มน้ำเปล่าให้มากเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายและผิวพรรณฟื้นฟูได้เร็วขึ้น และส่งเสริมให้ผลลัพธ์ของ D’ EJAL40 มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์: หากมีข้อสงสัยหรือมีอาการผิดปกติใด ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและความปลอดภัยของคุณนะคะ

ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก มั่นใจดีเลิฟเวอรี่คลินิก

EJAL40 ราคาเท่าไหร่

รายการรายละเอียดราคา (บาท)
EJAL40 (1 หลอด / 2 cc)ฟื้นฟูผิวล้ำลึกด้วย HA 40mg9,000 – 15,000.-
*ราคาขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละสถานพยาบาล

ทำไมต้องเลือก D’ EJAL40 ที่ D’ Lovevery Clinic?

การตัดสินใจเลือกคลินิกเพื่อดูแลผิวพรรณเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งค่ะ ที่ D’ Lovevery Clinic เราเข้าใจความต้องการของคุณและมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การฟื้นฟูผิวที่ดีที่สุดให้กับคุณด้วยเหตุผลดังนี้ค่ะ

  • ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์: คลินิกของเรามีทีมแพทย์ที่มีความรู้ และประสบการณ์ด้านสุขภาพและความงามโดยตรง แพทย์ของเราจะทำการประเมินสภาพผิว วิเคราะห์ปัญหา และวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ
  • ผลิตภัณฑ์ คุณภาพสูงของแท้: เราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ 100% ที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรองความปลอดภัยจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ คุณจึงมั่นใจได้ในคุณภาพและประสิทธิภาพของสารบำรุงที่ใช้กับผิวของคุณค่ะ
  • การดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด: ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการปรึกษา ไปจนถึงการทำหัตถการ และการดูแลหลังทำ เรามีทีมงานคอยให้คำแนะนำและตอบทุกข้อสงสัยอย่างเป็นกันเองและใส่ใจ เพื่อให้คุณรู้สึกสบายใจและมั่นใจตลอดกระบวนการค่ะ
  • บรรยากาศคลินิกสะอาด ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว: D’ Lovevery Clinic ให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและความปลอดภัยสูงสุด สถานที่ของเราสะอาด ปลอดเชื้อ และถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและได้รับความเป็นส่วนตัวในทุกครั้งที่มาใช้บริการค่ะ
  • ผลลัพธ์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ: เราเชื่อว่าความงามที่แท้จริงคือความงามที่มาจากภายในและเป็นธรรมชาติ ที่ D’ Lovevery Clinic จึงเน้นการฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ โดยคงเอกลักษณ์ของใบหน้าคุณไว้ค่ะ
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater
  • สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
  • สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546

1 ในข้อพิจารณาของการฉีดฟิลเลอร์คือระยะที่จะคงอยู่ในผิวของเราได้นานแค่ไหน แต่ละตัวมีข้อดีข้อเสียต่างกัน บางตัวชุ่มชื้นมาก แต่อายุสั้น บางตัวชุ่มชื้นน้อยกว่ามี HA น้อยกว่า แต่อยู่ได้นานกว่า เลือกให้เหมาะกับปัญหาและความต้องการ

โปรแกรม EJAL40 ควรฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2-4 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน และกลับมาฉีดซ้ำทุก 6-9 เดือน ส่วนคำถามที่ว่าอยู่ได้นานกว่ากลุ่ม PN (Polynucleotide) หรือไม่ คำตอบคือ อยู่ได้นานพอๆ กันคือประมาณ 6-12 เดือน ค่ะ แต่จุดเด่นจะต่างกันตรงที่ EJAL40 เน้นเติมน้ำให้ผิวฉ่ำฟูและยกกระชับทันที (เหมาะกับผิวแห้ง/มีริ้วรอย) ในขณะที่ PN เน้นซ่อมแซมเซลล์ผิวระดับลึกและกระชับรูขุมขน (เหมาะกับผิวมีรอยสิว/รูขุมขนกว้าง) ดังนั้นการเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของคนไข้เป็นหลักค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอเจอเคสคนไข้วัยเรียน วัยทำงานเยอะนะคะ ที่จากคนที่หน้าดูอิ่มปกติดี แต่พอจัดฟันซึ่งบางเคสลากยาวเป็นปี ทำให้ใบหน้าตอบลง ไม่ว่าจะด้วยทานได้น้อยลง หรืออาจจะเป็นเพราะแนวกระดูกกรามยุบตัว ใบหน้าดูแคบลงใดๆ ก็ตามแต่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจอย่างมาก เพราะทำให้ ใบหน้าดูโทรม ดูเหนื่อย และดูมีอายุขึ้น โดยที่คนไข้เองก็ไม่ได้ตั้งใจค่ะ

สาเหตุหลักๆ ที่หมอมักจะเจอคือ เมื่อเราใส่เครื่องมือจัดฟัน เรามักจะ เลี่ยงการเคี้ยวของแข็ง ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกราม (Masseter Muscle) ไม่ค่อยได้ใช้งานจนเกิดการฝ่อตัวลง (Atrophy) ประกอบกับโครงสร้างฟันที่เคลื่อนที่เข้าหาตำแหน่งใหม่ ทำให้เนื้อแก้มที่เคยมีที่เกาะดูยุบตัวลงไปนั่นเองค่ะ

แนวทางสำหรับคนไข้ที่มีปัญหา คือการเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะกับความต้องการและสภาพผิวของคนไข้เป็นหลักค่ะ โดยแนวทางแรกคือ Biostimulator ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ทำให้ผิวค่อยๆ ฟูและแน่นกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดโอกาสที่ใบหน้าจะดูล้นเกินไป แต่ผลจะค่อยเป็นค่อยไป (เห็นชัดช้ากว่า) ค่ะ ส่วนแนวทางที่สองคือ Filler ซึ่งทำหน้าที่เติมเต็มปริมาตรที่ขาดหายไปโดยตรง ส่งผลให้เห็นผลลัพธ์ทันที และสามารถปรับรูปหน้าให้ชัดเจนขึ้นได้ หลักๆของคนไข้หมอเองคือสื่อสารเป้าหมายอย่างละเอียดชัดเจนว่าประเมินแล้วตัวไหนเหมาะสมสุด และคนไข้ก็ตัดสินใจจากข้อดีข้อด้อยแต่ละโปรแกรมได้เลย การมาพบหมอเพื่อดูโครงหน้าโดยรวมจะดีที่สุด

อ่านเพิ่มเติม

โดยสรุปแล้ว การทำหัตถการฉีดหน้าต่างๆ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือกลุ่มฟื้นฟูผิว Biostimulator คอลลาเจนสดต่างๆนั้น ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อการฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณโดยตรง การดูแลหลังทำที่สำคัญคือ การงดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวได้พักและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ แม้บางจุดคนไข้หลายคนอาจจะถามว่า มีรอยเข็มแค่จุดเดียวเองนะคะ แต่งเลยไม่ได้หรอ เช่น ฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกบางบริเวณ ฟิลเลอร์แก้มตอบ หรือโบท็อกลดกราม อาจจะแต่งหน้าได้เลย แต่ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงการกดนวดบริเวณที่ฉีดค่ะ

สิ่งสำคัญที่สุด ที่คุณหมอย้ำเสมอคือ การปรึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำหัตถการอย่างเคร่งครัด เพราะผิวและปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การดูแลเฉพาะบุคคลจะช่วยให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดค่ะ หมอสรุปตารางให้เข้าใจง่ายด้านล่างนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

ทั้งสองโปรแกรม Ejal40 และ Profhilo เป็นสารบำรุงผิวกลุ่ม Skin Booster ที่มีกรดไฮยาลูรอนิกเป็นส่วนประกอบหลัก ช่วย กระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูผิว และเพิ่มความชุ่มชื้น Ejal40 เน้นฟื้นฟูเมทริกซ์ผิวและแก้ริ้วรอยเล็กๆ ในขณะที่ Profhilo เด่นเรื่องปรับโครงสร้างผิวให้ยกกระชับและยืดหยุ่นขึ้น โดยทั่วไปหมอจะแนะนำให้เลือกฉีดทีละตัว หรือจัดโปรแกรมสลับกันไปตามความต้องการของผิวคนไข้ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยมักเป็นแค่รอยเข็มไม่รุนแรงและหายไปเองได้ การปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

  • ริ้วรอยตอนอายุน้อย: เหมือนกระดาษใหม่ที่เพิ่งพับ พอเรากางออก (ด้วยโบท็อกซ์) รอยพับก็หายไปได้ง่าย
  • ริ้วรอยตอนอายุเยอะ + ผิวบาง: เหมือน กระดาษที่ถูกพับซ้ำๆ มานานหลายสิบปีจนเกิดเป็นรอยหักลึก แม้หมอจะใช้โบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (กางกระดาษออก) แต่ “รอยหักบนเนื้อกระดาษ” ก็ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็นอยู่ดีค่ะ

โบท็อกซ์ยังคงเห็นผลในการคลายกล้ามเนื้อเสมอ แม้คนไข้จะอายุเยอะหรือผิวบางค่ะ แต่สาเหตุที่ดูเหมือนเห็นผลน้อยลง เป็นเพราะผิวที่บางขาดความยืดหยุ่นมักจะมี ริ้วรอยร่องลึกแบบถาวร (Static Lines) ที่ฝังลงไปในเนื้อผิวแล้ว ซึ่งโบท็อกซ์จัดการไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คนไข้ควรฉีดโบท็อกซ์ควบคู่ไปกับ การเติมเต็มสารอาหารผิวหรือใช้เทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อสร้างความหนาแน่นให้ผิวแข็งแรงและเรียบเนียนขึ้นนั่นเองค่ะ น่าจะพอเห็นภาพและเข้าใจผิวมากขึ้นนะคะ สงสัยตรงไหนเพิ่มเติม อยากดูแลผิวส่วนไหนเป็นพิเศษ ลองทำนัดเข้ามาปรึกษาหมอก่อนได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การใช้ไหมน้ำกลุ่ม PDLLA  ต้องใช้เทคนิคการกระจายยาแบบหลายจุด (Multiple Injections) ทำให้มีการสัมผัสเข็มบ่อยกว่าฟิลเลอร์ ดังนั้นไหมน้ำอาจจะโดนจิ้มหน้าบ่อยกว่า

สรุปสั้นๆ คือ ฟิลเลอร์ใต้ตาจะเน้นความสบายขณะฉีด เพราะมียาชาผสมมาในตัวยาและใช้เข็มปลายทื่อลดการระคายเคือง ในขณะที่ ไหมน้ำใต้ตาอาจมีความรู้สึกแสบผิวหรือยิบๆ มากกว่า เนื่องจากเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ฉีดในชั้นผิวตื้นและมักไม่มีผสมยาชา อย่างไรก็ตาม การแปะยาชาก่อนทำ และเทคนิคการประคบเย็นของหมอจะช่วยให้ทั้งสองหัตถการเป็นเรื่องที่ เจ็บน้อยมากและไม่ต้องพักฟื้น นานค่ะ

แต่โดยรวมหมอจะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็คงไม่ใช่ เจ็บ ทนได้ หมอขอยืมคำพูดติดปากของคนไข้มาพูดต่อนะคะ ก็จะประมาณว่า เพื่อความสวยค่ะหมอ ต้องทนได้ ต่อเลยค่ะ!

อ่านเพิ่มเติม

ฟังเผินๆเหมือนจะเป็นเรื่องคล้ายกัน แต่ความจริงนั้นต่างกันมากค่ะ “ผิวตึง” เป็นเพียง ความรู้สึกชั่วคราว ที่อาจเกิดจากผิวขาดน้ำหรือผลิตภัณฑ์ที่เคลือบผิว แต่ “ผิวกระชับ” คือ คุณภาพโครงสร้างผิวที่แท้จริง ซึ่งเกิดจาก คอลลาเจนและอีลาสตินที่แข็งแรง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เด้งกลับ และดูอ่อนเยาว์ การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจึงต้องเน้นการกระตุ้นโครงสร้างภายในผิว ไม่ใช่แค่ความรู้สึกตึงบนผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและสุขภาพผิวที่ดีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

Skinbooster ถูกออกแบบมาเพื่อ “งานผิว” ไม่ใช่ “งานโครงสร้าง” เหมือนฟิลเลอร์ทั่วไปค่ะ ตัวยาเป็น Hyaluronic Acid โมเลกุลเล็กที่มีหน้าที่หลักคือการกระจายตัวเพื่อ ดึงดูดน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นหนังแท้ ซึ่งกระบวนการนี้ต้องอาศัยเวลาในการทำงานประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ตัวยากลืนไปกับผิวและอุ้มน้ำได้เต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่ใบหน้าที่เปลี่ยนทรงทันที แต่เป็น คุณภาพผิวที่ละเอียดขึ้น ฉ่ำวาว และยืดหยุ่นขึ้น ซึ่งเป็นผลลัพธ์ระยะยาวที่ยั่งยืนกว่าการทาครีมทั่วไปค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

40

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

Reclaim your skin's vitality. With D' EJAL40, experience the science of Italian bio-revitalization that truly understands and restores your natural youthful complexion.

★★ ความประทับใจ ★★

google
Salilya Pinyo
Salilya Pinyo
26/03/2026
facebook
Jib Than
Jib Than
แนะนำเลย
03/01/2026
facebook
Darinda Nina
Darinda Nina
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Palung Boonma
Palung Boonma
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Jenifer Rich
Jenifer Rich
แนะนำเลย
28/06/2024
facebook
Natanicha Charbumrung
Natanicha Charbumrung
แนะนำเลย
16/06/2024
facebook
Rose Anytime
Rose Anytime
แนะนำเลย
28/02/2024