D’ EJAL40 คืออะไร?
D’ EJAL40 คือโปรแกรมฟื้นฟูและบำรุงผิวจากประเทศอิตาลี ที่ออกแบบมาเพื่อคืนความอ่อนเยาว์และความมีชีวิตชีวาให้กับผิวพรรณของคุณอย่างล้ำลึกค่ะ ด้วยนวัตกรรมการใช้กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) ในรูปแบบพิเศษที่ไม่ใช่แค่การเติมเต็ม แต่เป็นการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิว Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาเองตามธรรมชาติ ทำให้ผิวแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก

การทำงานของ D’ EJAL40 มุ่งเน้นไปที่จุดสำคัญของการฟื้นฟูผิว (Bio-Revitalization Points หรือ BRPs) เพื่อให้สารบำรุงกระจายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพทั่วใบหน้า ส่งผลให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างครอบคลุม และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในการปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวมค่ะ
ฉีดจุดไหนดี?
Ejal40 (ผสม Hyaluronic Acid 40mg ใน 2ml) จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเมื่อใช้ร่วมกับเทคนิค 4-Point Bio-Revitalization Protocol (4BRP) ซึ่งเป็นวิธีที่ “จัดตำแหน่งฉีดอย่างแม่นยำ” เพื่อส่งตัวยาไปยังบริเวณที่ผิวต้องการมากที่สุดค่ะ

- โหนกแก้ม (Cheek Bone Protrusion)
- ตำแหน่งตำกว่้า canthus ด้านข้าง 2.5 ซม.
- หน้าหู (Pre Auricular)
- ตั้งอยู่ด้านหน้าของกระดูกทรากัส 1.5 ซม.
- มุมขากรรไกรล่าง (Mandibular Angle)
- วางตำแหน่งสูงกว่ามุมขากรรไกรล่าง 1.5 ซม.
- ร่องแก้ม (Lateral to nasolabial fold)
- ห่างจากขอบจมูกถึงขอบข้าง 1.5 ซม.
4BRP คืออะไร?
4BRP (4-Point Bio-Revitalization Protocol) คือเทคนิคการฉีดแบบเฉพาะเจาะจงสำหรับบริเวณใบหน้า โดยจะใช้ จุดฉีดเพียง 4 จุดในแต่ละข้าง เพื่อให้ตัวยากระจายอย่างเหมาะสมและได้ประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ โดยมีจุดเด่นดังนี้
- ช่วยให้ กระจาย Hyaluronic Acid ได้อย่างทั่วถึง
- ช่วยให้ ความรู้สึกไม่สบายตัวน้อย แต่ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ
- กระตุ้น fibroblasts เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน อีลาสติน และไฮยาลูรอนิก แอซิด ในชั้นลึกขึ้น
- ช่วยเรื่อง ความชุ่มชื้น ความกระชับ และความยืดหยุ่น ได้ตรงกับบริเวณที่ผิวมีปัญหามากที่สุดค่ะ
ด้วย Ejal40 + เทคนิค 4BRP คุณจะไม่เพียงแค่แก้ปัญหาที่ผิวชั้นบน แต่ยังช่วย ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน และช่วยปรับสภาพ Extracellular Matrix (ECM) เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและยั่งยืนมากขึ้นค่ะ

D’ EJAL40 ช่วยดูแลผิวเรื่องอะไรบ้าง?
โปรแกรม D’ EJAL40 โดดเด่นด้วยคุณสมบัติหลากหลายที่ช่วยแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูสภาพผิวได้อย่างตรงจุด ทำให้คุณมีผิวที่แลดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

ประโยชน์หลักที่ได้รับจากการทำ D’ EJAL40
- ฟื้นฟูคุณภาพผิวอย่างล้ำลึก: ช่วยปรับปรุงโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและสุขภาพดีขึ้นจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและต้านทานต่อปัจจัยภายนอกได้ดีขึ้นค่ะ
- คืนความชุ่มชื้นและผิวอิ่มฟู: เติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างล้ำลึก ทำให้ผิวแลดูฉ่ำวาว เรียบเนียน ละเอียด และอิ่มฟูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน: ส่งเสริมการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มความยืดหยุ่น ความกระชับ และลดปัญหาผิวหย่อนคล้อย
- ลดเลือนริ้วรอยและปรับกรอบหน้า: ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และริ้วรอยร่องลึก ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น และยังช่วยให้กรอบหน้าแลดูยกกระชับและคมชัดขึ้นด้วยนะคะ
- ปกป้องผิวจากความเสียหายในระยะยาว: เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ทำให้ผิวมีสุขภาพดีและเปล่งปลั่งอย่างยั่งยืน
- ฟื้นบำรุงใต้ตาคล้ำ: ช่วยลดปัญหาใต้ตาคล้ำ แห้งกร้าน และริ้วรอยรอบดวงตา ทำให้ดวงตาดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ
ใครที่เหมาะกับโปรแกรม D’ EJAL40?
D’ EJAL40 เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูและดูแลผิวพรรณอย่างเป็นองค์รวม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้ค่ะ
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย: ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยบริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือแม้กระทั่งริ้วรอยบริเวณลำคอที่ทำให้ใบหน้าดูไม่สดใสและมีอายุค่ะ
- ผู้ที่มีผิวแห้งกร้านและไม่เรียบเนียน: ผิวที่ขาดความชุ่มชื้น ดูหยาบกร้าน และไม่เปล่งปลั่ง ต้องการการบำรุงอย่างล้ำลึกเพื่อคืนความเนียนนุ่มน่าสัมผัส
- ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว: ผิวที่มีรอยบุ๋มหรือหลุมสิว ต้องการการฟื้นฟูโครงสร้างผิวเพื่อช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- ผู้ที่ประสบปัญหาใต้ตาคล้ำและหย่อนคล้อย: ผิวรอบดวงตาที่แห้งกร้าน มีรอยคล้ำ หรือหย่อนคล้อย ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและไม่อ่อนเยาว์
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิว: ผู้ที่ต้องการให้ผิวแข็งแรงจากภายใน คืนความยืดหยุ่น และลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยให้กลับมาดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

| เปรียบเทียบ | การมาส์กหน้าทั่วไป | โปรแกรม D’ EJAL40 |
|---|---|---|
| ระดับการบำรุง | เคลือบและบำรุงเพียง ผิวชั้นนอก (Epidermis) | ฟื้นฟูโครงสร้างผิวลึกถึง ชั้นหนังแท้ (Dermis) |
| สารอาหารหลัก | วิตามิน, สารสกัดต่างๆ, HA โมเลกุลใหญ่ที่ซึมลงได้จำกัด | Hyaluronic Acid (HA) เข้มข้น 40mg/2ml แบบบริสุทธิ์ |
| กลไกการออกฤทธิ์ | เติมความชุ่มชื้นและล็อคน้ำไว้บนผิวแบบชั่วคราว | กระตุ้นเซลล์ Fibroblasts ให้สร้างคอลลาเจน อีลาสติน และ HA ใหม่จากภายใน |
| ระยะเวลาของผลลัพธ์ | คงอยู่ประมาณ 1-2 วัน (ผิวกลับมาแห้งหากหยุดทำ) | คงผลลัพธ์ยาวนาน 3-6 เดือน ต่อการดูแลอย่างต่อเนื่อง |
| ความถี่ในการทำ | ต้องทำบ่อยๆ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ หรือทำได้ทุกวัน | ช่วงแรก 1 ครั้ง/เดือน (1-2 เดือนแรก) หลังจากนั้น ทุก 3-6 เดือน |
| ผลลัพธ์ที่โดดเด่น | ผิวดูสดใส ชุ่มชื้นขึ้นทันที ผ่อนคลายความตึงเครียดของผิว | ผิวฉ่ำวาว อิ่มฟู ยกกระชับ ริ้วรอยจางลง โครงสร้างผิวแข็งแรงดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ |
| ความรู้สึกขณะรับบริการ | สบายผิว ผ่อนคลาย | อาจรู้สึกเล็กน้อยขณะเดินยา แต่เจ็บน้อยมาก |
กลไกการออกฤทธิ์
- กระตุ้น Fibroblasts
- ช่วยให้ร่างกายผลิต Collagen, Elastin, Hyaluronic Acid มากขึ้น
- เป็นกระบวนการที่ ไม่ก่อให้เกิดการอักเสบ (ทำให้ผลลัพธ์ดูละมุน/เป็นธรรมชาติ)

ผิวที่แข็งแรง คืออะไร ?
โครงสร้างผิวคืออะไร?
ผิวเราไม่ได้มีแค่ชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้เท่านั้นแต่ผิวมีส่วนที่อยู่ลึกลงไปอีก และอีลาสติน ก็เปรียบเหมือน โครงเหล็ก คอยดึงให้ผิวกระชับ เรียบตึง และยืดหยุ่น

ทำไมโครงสร้างผิวจึงสำคัญ?
เมื่อเราแก่ขึ้นหรือเจอมลภาวะ คอลลาเจนและอีลาสตินจะเสื่อมลงผิวจึงหย่อนคล้อย ไม่กระชับ เกิดริ้วรอยและผิวแห้งกร้าน
โปรแกรม D’ EJAL40 แก้ปัญหานี้ได้ไหม?
กรดไฮยาลูรอนิกโมเลกุลใหญ่ (HMWHA) ชนิด Hybrid กลุ่ม Bio-Revitalizing ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ในชั้นผิวให้สร้างคอลลาเจน แก้ปัญหาผิวเสื่อมจากอายุที่เพิ่มขึ้นและซ่อมแซมผิว เช่นหลุมสิว
ข้อควรรู้เกี่ยวกับ D’ EJAL40
| หัวข้อควรรู้ | คำอธิบาย |
|---|---|
| ที่มา | D’ EJAL40 คือนวัตกรรมฟื้นฟูและบำรุงผิวที่พัฒนาและผลิตจากประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการความงามระดับสากลค่ะ |
| ส่วนประกอบ | โปรแกรมนี้ใช้กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) บริสุทธิ์คุณภาพสูง ที่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวตามธรรมชาติ |
| จุดเด่น | เน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่น และมีคุณภาพผิวที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนค่ะ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาชั่วคราว |
| ผลลัพธ์ | คุณจะสัมผัสได้ถึงผิวที่ชุ่มชื้น อิ่มฟู เรียบเนียน กระชับขึ้น ริ้วรอยลดเลือนลง และโดยรวมแล้วผิวจะแลดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ |
| เหมาะกับ | ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้าน มีริ้วรอย ผิวขาดความยืดหยุ่น หรือผู้ที่ต้องการบำรุงและดูแลผิวให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก |
| ความรู้สึกขณะรับบริการ (ตัวยาแสบไหม?) | ตัวยาของ D’ EJAL40 เป็น Hyaluronic Acid (HA) บริสุทธิ์ จึงมีความแสบน้อยมากหรือแทบไม่แสบเลยค่ะ เมื่อเทียบกับสารบำรุงกลุ่ม PN (Polynucleotide) ที่มักจะมีความแสบเวลาเดินยามากกว่า นอกจากนี้ D’ EJAL40 ยังใช้เทคนิค 4BRP (ฉีดเพียง 4 จุดต่อข้าง) ทำให้เจ็บน้อย ระบมน้อย และใช้เวลาทำรวดเร็วมากค่ะ |

ตารางเปรียบเทียบ D’ EJAL40 vs Profhilo
หากคนไข้คนไหนกำลังเปรียบเทียบโปรแกรมบำรุงผิวแบบฉีดเพื่อ “ยกกระชับ + เติมความสดใสให้ผิว” ตารางนี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมได้ชัดเจนค่ะ
| หัวข้อ | D’ EJAL40 | Profhilo |
|---|---|---|
| เป้าหมาย | Bio-Revitalization ฟื้นฟูและปรับโครงสร้างผิวให้ดูอ่อนเยาว์ค่ะ | Bio-Remodeling ปรับโครงสร้างผิวให้มีความกระชับและฟื้นสภาพค่ะ |
| คอนเซ็ปต์ผลลัพธ์ | Lifting & Revitalizing ให้ผิวแลดูยกกระชับและฟื้นความสดใส | Lifting & Tightening ช่วยยกกระชับและทำให้ผิวดูแน่นขึ้น |
| หลักคิดด้านขนาดจุด/การกระจายสาร | เน้น “ขนาดใหญ่และขนาดพิเศษ” เหมาะต่อการกระตุ้นเซลล์และสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนอย่างมีประสิทธิภาพ | มีทั้ง “ขนาดเล็กและขนาดใหญ่” เพื่อเหมาะกับการให้ความชุ่มชื้นและยกผิวค่ะ |
| เทคนิคการฉีด | 4 BRP Technique (4 จุด) | BAP Technique (5 จุด) |
| จำนวนครั้งโดยประมาณ | 2–3 Sessions | 2 Sessions |
| ระยะเวลาเห็นผลต่อเนื่อง | 6–12 Months | 10-12 Months |
| เหมาะกับใคร | ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แนว “ยกผิว” ผิวดูแข็งแรงขึ้น ลดความหย่อน/ริ้วรอยเล็กน้อย และเพิ่มความชุ่มชื้นค่ะ | ผู้ที่กังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อยเป็นหลัก และต้องการผิวที่ดูแน่นขึ้น ยกกระชับมากขึ้นค่ะ |

| หัวข้อ | D’ EJAL40 | RADIESSE |
|---|---|---|
| ประเภทของตัวยา | Bio-Revitalization (HA) | Biostimulator (CaHA) |
| จุดเด่น | ฟื้นฟูคุณภาพผิว | สร้างคอลลาเจนใหม่ |
| เป้าหมาย/ผลลัพธ์หลัก | รั้งผิวตึงๆ | ซึมโครงสร้างใต้ผิว |
| ลักษณะผิวที่ได้ | ผิวชุ่มชื้น ฉ่ำใ เรียบเนียน | ยกกระชับ ผิวดูแน่นขึ้น |
| จำนวนครั้ง | 2-3 ครั้ง | 2 ครั้ง |
| ระยะเวลาอยู่ได้ | 6-12 เดือน | 12-18 เดือน |
| เหมาะกับปัญหา | ผิวหมัก โทรม ริ้วรอยลึกๆ | หน้างตึงหย่อนคล้อย ขาดคอ |
| บริเวณที่ทำได้ | หน้า คอ | หน้า คอ หลังมือ |

ข้อปฏิบัติก่อนและหลังการเข้ารับบริการ D’ EJAL40
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำทั้งก่อนและหลังการเข้ารับบริการ D’ EJAL40 อย่างเคร่งครัดนะคะ
ข้อปฏิบัติก่อนทำ D’ EJAL40
- ปรึกษาแพทย์: แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่กำลังรับประทานอยู่ รวมถึงวิตามินและอาหารเสริม เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องค่ะ
- หลีกเลี่ยงยาและอาหารเสริมบางชนิด: งดการใช้ยาละลายลิ่มเลือด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน รวมถึงวิตามินอี น้ำมันปลา สารสกัดจากใบแปะก๊วย และสมุนไพรบางชนิด ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดรอยช้ำค่ะ
- พักผ่อนให้เพียงพอ: ควรพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อให้ร่างกายและผิวพรรณพร้อมสำหรับการเข้ารับบริการ
- งดการทำหัตถการอื่น: หลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่น ๆ บนใบหน้า เช่น การเลเซอร์ การผลัดเซลล์ผิว หรือการกดสิว ในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
ข้อปฏิบัติหลังทำ D’ EJAL40
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวด: งดการสัมผัส นวด หรือกดคลึงบริเวณที่ทำอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้สารบำรุงกระจายตัวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
- งดแต่งหน้าและผลิตภัณฑ์บางชนิด: หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า และงดใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ หรือสารผลัดเซลล์ผิว ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและความร้อนสูง: ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง การออกกำลังกายหนัก การอบซาวน่า หรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายได้รับความร้อนสูงประมาณ 2-3 วันหลังทำ
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ: การดื่มน้ำเปล่าให้มากเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายและผิวพรรณฟื้นฟูได้เร็วขึ้น และส่งเสริมให้ผลลัพธ์ของ D’ EJAL40 มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์: หากมีข้อสงสัยหรือมีอาการผิดปกติใด ๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและความปลอดภัยของคุณนะคะ
ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก มั่นใจดีเลิฟเวอรี่คลินิก
EJAL40 ราคาเท่าไหร่

| รายการ | รายละเอียด | ราคา (บาท) |
|---|---|---|
| EJAL40 (1 หลอด / 2 cc) | ฟื้นฟูผิวล้ำลึกด้วย HA 40mg | 9,000 – 15,000.- |
ทำไมต้องเลือก D’ EJAL40 ที่ D’ Lovevery Clinic?
การตัดสินใจเลือกคลินิกเพื่อดูแลผิวพรรณเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งค่ะ ที่ D’ Lovevery Clinic เราเข้าใจความต้องการของคุณและมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การฟื้นฟูผิวที่ดีที่สุดให้กับคุณด้วยเหตุผลดังนี้ค่ะ
- ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์: คลินิกของเรามีทีมแพทย์ที่มีความรู้ และประสบการณ์ด้านสุขภาพและความงามโดยตรง แพทย์ของเราจะทำการประเมินสภาพผิว วิเคราะห์ปัญหา และวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ
- ผลิตภัณฑ์ คุณภาพสูงของแท้: เราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ 100% ที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรองความปลอดภัยจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ คุณจึงมั่นใจได้ในคุณภาพและประสิทธิภาพของสารบำรุงที่ใช้กับผิวของคุณค่ะ
- การดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด: ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการปรึกษา ไปจนถึงการทำหัตถการ และการดูแลหลังทำ เรามีทีมงานคอยให้คำแนะนำและตอบทุกข้อสงสัยอย่างเป็นกันเองและใส่ใจ เพื่อให้คุณรู้สึกสบายใจและมั่นใจตลอดกระบวนการค่ะ
- บรรยากาศคลินิกสะอาด ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว: D’ Lovevery Clinic ให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและความปลอดภัยสูงสุด สถานที่ของเราสะอาด ปลอดเชื้อ และถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและได้รับความเป็นส่วนตัวในทุกครั้งที่มาใช้บริการค่ะ
- ผลลัพธ์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ: เราเชื่อว่าความงามที่แท้จริงคือความงามที่มาจากภายในและเป็นธรรมชาติ ที่ D’ Lovevery Clinic จึงเน้นการฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ โดยคงเอกลักษณ์ของใบหน้าคุณไว้ค่ะ

- สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
- สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546


1 ในข้อพิจารณาของการฉีดฟิลเลอร์คือระยะที่จะคงอยู่ในผิวของเราได้นานแค่ไหน แต่ละตัวมีข้อดีข้อเสียต่างกัน บางตัวชุ่มชื้นมาก แต่อายุสั้น บางตัวชุ่มชื้นน้อยกว่ามี HA น้อยกว่า แต่อยู่ได้นานกว่า เลือกให้เหมาะกับปัญหาและความต้องการ
โปรแกรม EJAL40 ควรฉีดต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2-4 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน และกลับมาฉีดซ้ำทุก 6-9 เดือน ส่วนคำถามที่ว่าอยู่ได้นานกว่ากลุ่ม PN (Polynucleotide) หรือไม่ คำตอบคือ อยู่ได้นานพอๆ กันคือประมาณ 6-12 เดือน ค่ะ แต่จุดเด่นจะต่างกันตรงที่ EJAL40 เน้นเติมน้ำให้ผิวฉ่ำฟูและยกกระชับทันที (เหมาะกับผิวแห้ง/มีริ้วรอย) ในขณะที่ PN เน้นซ่อมแซมเซลล์ผิวระดับลึกและกระชับรูขุมขน (เหมาะกับผิวมีรอยสิว/รูขุมขนกว้าง) ดังนั้นการเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของคนไข้เป็นหลักค่ะ
หมอเจอเคสคนไข้วัยเรียน วัยทำงานเยอะนะคะ ที่จากคนที่หน้าดูอิ่มปกติดี แต่พอจัดฟันซึ่งบางเคสลากยาวเป็นปี ทำให้ใบหน้าตอบลง ไม่ว่าจะด้วยทานได้น้อยลง หรืออาจจะเป็นเพราะแนวกระดูกกรามยุบตัว ใบหน้าดูแคบลงใดๆ ก็ตามแต่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจอย่างมาก เพราะทำให้ ใบหน้าดูโทรม ดูเหนื่อย และดูมีอายุขึ้น โดยที่คนไข้เองก็ไม่ได้ตั้งใจค่ะ
สาเหตุหลักๆ ที่หมอมักจะเจอคือ เมื่อเราใส่เครื่องมือจัดฟัน เรามักจะ เลี่ยงการเคี้ยวของแข็ง ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกราม (Masseter Muscle) ไม่ค่อยได้ใช้งานจนเกิดการฝ่อตัวลง (Atrophy) ประกอบกับโครงสร้างฟันที่เคลื่อนที่เข้าหาตำแหน่งใหม่ ทำให้เนื้อแก้มที่เคยมีที่เกาะดูยุบตัวลงไปนั่นเองค่ะ
แนวทางสำหรับคนไข้ที่มีปัญหา คือการเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะกับความต้องการและสภาพผิวของคนไข้เป็นหลักค่ะ โดยแนวทางแรกคือ Biostimulator ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ทำให้ผิวค่อยๆ ฟูและแน่นกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดโอกาสที่ใบหน้าจะดูล้นเกินไป แต่ผลจะค่อยเป็นค่อยไป (เห็นชัดช้ากว่า) ค่ะ ส่วนแนวทางที่สองคือ Filler ซึ่งทำหน้าที่เติมเต็มปริมาตรที่ขาดหายไปโดยตรง ส่งผลให้เห็นผลลัพธ์ทันที และสามารถปรับรูปหน้าให้ชัดเจนขึ้นได้ หลักๆของคนไข้หมอเองคือสื่อสารเป้าหมายอย่างละเอียดชัดเจนว่าประเมินแล้วตัวไหนเหมาะสมสุด และคนไข้ก็ตัดสินใจจากข้อดีข้อด้อยแต่ละโปรแกรมได้เลย การมาพบหมอเพื่อดูโครงหน้าโดยรวมจะดีที่สุด
โดยสรุปแล้ว การทำหัตถการฉีดหน้าต่างๆ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือกลุ่มฟื้นฟูผิว Biostimulator คอลลาเจนสดต่างๆนั้น ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อการฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณโดยตรง การดูแลหลังทำที่สำคัญคือ การงดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวได้พักและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ แม้บางจุดคนไข้หลายคนอาจจะถามว่า มีรอยเข็มแค่จุดเดียวเองนะคะ แต่งเลยไม่ได้หรอ เช่น ฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกบางบริเวณ ฟิลเลอร์แก้มตอบ หรือโบท็อกลดกราม อาจจะแต่งหน้าได้เลย แต่ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงการกดนวดบริเวณที่ฉีดค่ะ
สิ่งสำคัญที่สุด ที่คุณหมอย้ำเสมอคือ การปรึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำหัตถการอย่างเคร่งครัด เพราะผิวและปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การดูแลเฉพาะบุคคลจะช่วยให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดค่ะ หมอสรุปตารางให้เข้าใจง่ายด้านล่างนะคะ
ทั้งสองโปรแกรม Ejal40 และ Profhilo เป็นสารบำรุงผิวกลุ่ม Skin Booster ที่มีกรดไฮยาลูรอนิกเป็นส่วนประกอบหลัก ช่วย กระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูผิว และเพิ่มความชุ่มชื้น Ejal40 เน้นฟื้นฟูเมทริกซ์ผิวและแก้ริ้วรอยเล็กๆ ในขณะที่ Profhilo เด่นเรื่องปรับโครงสร้างผิวให้ยกกระชับและยืดหยุ่นขึ้น โดยทั่วไปหมอจะแนะนำให้เลือกฉีดทีละตัว หรือจัดโปรแกรมสลับกันไปตามความต้องการของผิวคนไข้ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยมักเป็นแค่รอยเข็มไม่รุนแรงและหายไปเองได้ การปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ
- ริ้วรอยตอนอายุน้อย: เหมือนกระดาษใหม่ที่เพิ่งพับ พอเรากางออก (ด้วยโบท็อกซ์) รอยพับก็หายไปได้ง่าย
- ริ้วรอยตอนอายุเยอะ + ผิวบาง: เหมือน กระดาษที่ถูกพับซ้ำๆ มานานหลายสิบปีจนเกิดเป็นรอยหักลึก แม้หมอจะใช้โบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (กางกระดาษออก) แต่ “รอยหักบนเนื้อกระดาษ” ก็ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็นอยู่ดีค่ะ
โบท็อกซ์ยังคงเห็นผลในการคลายกล้ามเนื้อเสมอ แม้คนไข้จะอายุเยอะหรือผิวบางค่ะ แต่สาเหตุที่ดูเหมือนเห็นผลน้อยลง เป็นเพราะผิวที่บางขาดความยืดหยุ่นมักจะมี ริ้วรอยร่องลึกแบบถาวร (Static Lines) ที่ฝังลงไปในเนื้อผิวแล้ว ซึ่งโบท็อกซ์จัดการไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คนไข้ควรฉีดโบท็อกซ์ควบคู่ไปกับ การเติมเต็มสารอาหารผิวหรือใช้เทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อสร้างความหนาแน่นให้ผิวแข็งแรงและเรียบเนียนขึ้นนั่นเองค่ะ น่าจะพอเห็นภาพและเข้าใจผิวมากขึ้นนะคะ สงสัยตรงไหนเพิ่มเติม อยากดูแลผิวส่วนไหนเป็นพิเศษ ลองทำนัดเข้ามาปรึกษาหมอก่อนได้ค่ะ
การใช้ไหมน้ำกลุ่ม PDLLA ต้องใช้เทคนิคการกระจายยาแบบหลายจุด (Multiple Injections) ทำให้มีการสัมผัสเข็มบ่อยกว่าฟิลเลอร์ ดังนั้นไหมน้ำอาจจะโดนจิ้มหน้าบ่อยกว่า
สรุปสั้นๆ คือ ฟิลเลอร์ใต้ตาจะเน้นความสบายขณะฉีด เพราะมียาชาผสมมาในตัวยาและใช้เข็มปลายทื่อลดการระคายเคือง ในขณะที่ ไหมน้ำใต้ตาอาจมีความรู้สึกแสบผิวหรือยิบๆ มากกว่า เนื่องจากเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ฉีดในชั้นผิวตื้นและมักไม่มีผสมยาชา อย่างไรก็ตาม การแปะยาชาก่อนทำ และเทคนิคการประคบเย็นของหมอจะช่วยให้ทั้งสองหัตถการเป็นเรื่องที่ เจ็บน้อยมากและไม่ต้องพักฟื้น นานค่ะ
แต่โดยรวมหมอจะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็คงไม่ใช่ เจ็บ ทนได้ หมอขอยืมคำพูดติดปากของคนไข้มาพูดต่อนะคะ ก็จะประมาณว่า เพื่อความสวยค่ะหมอ ต้องทนได้ ต่อเลยค่ะ!
ฟังเผินๆเหมือนจะเป็นเรื่องคล้ายกัน แต่ความจริงนั้นต่างกันมากค่ะ “ผิวตึง” เป็นเพียง ความรู้สึกชั่วคราว ที่อาจเกิดจากผิวขาดน้ำหรือผลิตภัณฑ์ที่เคลือบผิว แต่ “ผิวกระชับ” คือ คุณภาพโครงสร้างผิวที่แท้จริง ซึ่งเกิดจาก คอลลาเจนและอีลาสตินที่แข็งแรง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เด้งกลับ และดูอ่อนเยาว์ การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจึงต้องเน้นการกระตุ้นโครงสร้างภายในผิว ไม่ใช่แค่ความรู้สึกตึงบนผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและสุขภาพผิวที่ดีค่ะ
Skinbooster ถูกออกแบบมาเพื่อ “งานผิว” ไม่ใช่ “งานโครงสร้าง” เหมือนฟิลเลอร์ทั่วไปค่ะ ตัวยาเป็น Hyaluronic Acid โมเลกุลเล็กที่มีหน้าที่หลักคือการกระจายตัวเพื่อ ดึงดูดน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นหนังแท้ ซึ่งกระบวนการนี้ต้องอาศัยเวลาในการทำงานประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ตัวยากลืนไปกับผิวและอุ้มน้ำได้เต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่ใบหน้าที่เปลี่ยนทรงทันที แต่เป็น คุณภาพผิวที่ละเอียดขึ้น ฉ่ำวาว และยืดหยุ่นขึ้น ซึ่งเป็นผลลัพธ์ระยะยาวที่ยั่งยืนกว่าการทาครีมทั่วไปค่ะ











