ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

สลายฟิลเลอร์ คืออะไร ราคาเท่าไหร่ คลินิกไหนดี ใต้ตาเป็นก้อน ฉีดมาแล้วไม่เรียบเนียน สลายออกได้ เริ่มต้นที่ 5000 บาท

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

ฉีดสลายฟิลเลอร์

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

ฉีดสลายฟิลเลอร์ กี่วันยุบ ราคาเท่าไหร่ เตรียมตัวอย่างไร คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง ติดตามผลการรักษา
เลือกอ่านเนื้อหา

คุณผู้หญิงคนไหนที่กำลังกลุ้มใจกับปัญหาฟิลเลอร์หลังจากไปฉีดมาจากที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์เป็นก้อน ผิดรูป ไม่เป็นธรรมชาติ หรือรู้สึกไม่มั่นใจ เราเข้าใจความรู้สึกกังวลใจเหล่านี้เป็นอย่างดีเลยค่ะ เพราะ “Every problem has a solution. You just have to be brave enough to find it.” การปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญคือทางออกที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้เรากลับมาสวย มั่นใจได้อีกครั้งค่ะ

ฉีดสลายฟิลเลอร์ เห็นผลทันทีเลยไหมคะคุณหมอ? #ดีเลิฟเวอรี่คลินิก #หมอต้าร์ #filler

คลิปรีวิวสลายฟิลเลอร์

สลายฟิลเลอร์คางครั้งแรก! คางเบี้ยวหายวับ หมอต้าร์ D

การแก้ไขปัญหาฟิลเลอร์ ทำได้ทั้งฉีดสลายและขูด

เมื่อเกิดปัญหาจากการฉีดฟิลเลอร์ มีสองวิธีหลักในการแก้ไขคือ “การฉีดสลายฟิลเลอร์” และ “การขูดฟิลเลอร์” ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อบ่งใช้และกระบวนการที่แตกต่างกัน

  • การฉีดสลายฟิลเลอร์คืออะไร และเหมาะกับสาวๆ แบบไหน
    การฉีดสลายฟิลเลอร์เป็นการใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase HYAL) เพื่อย่อยสลายฟิลเลอร์ประเภทกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) ที่ฉีดเข้าไปในร่างกาย เอนไซม์จะเข้าไปลดการกักเก็บน้ำ ไขมัน และทำลายการยึดเกาะของเนื้อฟิลเลอร์ ทำให้โมเลกุลฟิลเลอร์สลายตัวกลายเป็นน้ำและสารอื่นๆ ที่ร่างกายสามารถดูดซึมและกำจัดออกได้อย่างปลอดภัย
    วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีฟิลเลอร์เป็นก้อน ผลลัพธ์ไม่เป็นธรรมชาติ ต้องการแก้ไขรูปหน้า หรือมีอาการแพ้ฟิลเลอร์แท้ เช่น บวมแดง คัน
  • การขูดฟิลเลอร์คืออะไร ต้องทำเมื่อไหร่ดีนะ
    การขูดฟิลเลอร์เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีจุดประสงค์เพื่อกำจัดฟิลเลอร์ที่อยู่ใต้ผิวหนังออกด้วยวิธีทางกายภาพ มักจะทำเมื่อฟิลเลอร์ก่อให้เกิดปัญหา เช่น ฟิลเลอร์เป็นก้อน ไหลย้อย อักเสบติดเชื้อ หรือในกรณีที่ไม่สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วยเอนไซม์ได้ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ปลอม (ซิลิโคนเหลว พาราฟิน) ซึ่งเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสไม่สามารถสลายได้

รีวิวฉีดสลายฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์เติมเต็มผิวได้ยังไง แก้มตอบ ขมับตอบ ใต้ตาลึก
การเติมที่พอดีกับปัญหาถึงจะได้ความเป็นธรรมชาติ ไม่ Overfill ไม่เกิดภาวะหน้าล้นฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์แท้กับฟิลเลอร์ปลอม ต่างกันยังไงนะ และแก้ไขยังไงดี

การทำความเข้าใจประเภทของฟิลเลอร์ที่ฉีดไปมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเลือกวิธีแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม

  • ฟิลเลอร์แท้ (Hyaluronic Acid) สลายได้เอง แถมยังฉีดสลายได้ 100% เลยนะ
    ฟิลเลอร์แท้ชนิดกรดไฮยาลูรอนิกสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ โดยใช้เวลาแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดและยี่ห้อของฟิลเลอร์ หากต้องการให้สลายเร็วขึ้น สามารถฉีดสลายด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase ซึ่งสามารถสลายได้หมด 100% และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว
  • ระวังฟิลเลอร์ปลอม (ซิลิโคนเหลว, พาราฟิน) เอนไซม์สลายไม่ได้ ต้องขูดออกเท่านั้นจ้ะ
    ฟิลเลอร์กึ่งถาวรและฟิลเลอร์ถาวร เช่น ซิลิโคนเหลว หรือพาราฟิน จะไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติหรือไม่ตอบสนองต่อเอนไซม์ Hyaluronidase หากฉีดสารเหล่านี้เข้าไปและเกิดปัญหา การแก้ไขมักจะต้องใช้วิธีขูดออกหรือผ่าตัดเท่านั้น และอาจไม่สามารถกำจัดออกได้หมด 100% เนื่องจากบางส่วนอาจผสานกับเนื้อเยื่อภายในไปแล้ว

สัญญาณอะไรบ้างที่บอกว่าเราต้องแก้ไขฟิลเลอร์

มีหลายสาเหตุที่ทำให้ต้องพิจารณาแก้ไขฟิลเลอร์ ซึ่งแบ่งได้ดังนี้

  • อาการแบบไหนที่ต้องขูดหรือฉีดสลายฟิลเลอร์ออกบ้าง
    • บวม แดง อักเสบ หรือติดเชื้อ หากบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์มีอาการบวม แดง ร้อน หรือติดเชื้อ อาจเกิดจากการแพ้ฟิลเลอร์ หรือฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐาน
    • ฟิลเลอร์เป็นก้อนแข็ง หรือไม่สลายตัว ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนแข็ง ไม่สามารถนวดให้เรียบได้ หรือไหลย้อยผิดรูป เป็นสัญญาณว่าฟิลเลอร์ไม่ได้สลายตัวตามธรรมชาติ หรือเป็นฟิลเลอร์ปลอม
    • ฟิลเลอร์ไหลผิดตำแหน่ง ทำให้ใบหน้าผิดรูป หรือเกิดความไม่สมมาตร
    • ฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐาน หรือเป็นฟิลเลอร์ปลอม หากทราบว่าฉีดฟิลเลอร์ปลอม (เช่น ซิลิโคนเหลว) แม้ยังไม่มีอาการรุนแรง ก็ควรพิจารณาแก้ไข เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังและกำจัดได้ยากขึ้นหากปล่อยไว้นาน
  • อันตรายที่เราต้องรู้ จากฟิลเลอร์ปลอมและสารเติมเต็มที่ไม่ได้มาตรฐาน
    การฉีดฟิลเลอร์ปลอมส่งผลร้ายแรงต่อร่างกาย เช่น การติดเชื้อ อักเสบรุนแรง แพ้รุนแรง (Anaphylactic Shock) การอุดตันหลอดเลือด เกิดแผลเป็น เป็นก้อนแข็ง ทำให้เนื้อตาย หรือเกิดพังผืด หากไม่มีอาการแสดงในระยะแรก อาจยิ่งอันตราย เพราะฟิลเลอร์ปลอมจะทำลายโครงสร้างใบหน้า เกิดเนื้องอกหรือก้อนเนื้อแปลกปลอม และมีการติดเชื้อรุนแรงได้ในระยะยาว
  • ทำไมนะ ฟิลเลอร์ของเราถึงเป็นก้อนหรือไม่สวย
    ปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อนหรือไม่สวยงามอาจเกิดจากหลายสาเหตุ
    • คุณหมอขาดประสบการณ์ ใช้เทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้อง เช่น ฉีดตื้นเกินไปในผู้ที่มีผิวบาง ทำให้เห็นฟิลเลอร์เป็นก้อนชัดเจน
    • เลือกใช้ฟิลเลอร์ผิดประเภท การนำฟิลเลอร์เนื้อแข็งมาฉีดในบริเวณผิวตื้น หรือบริเวณที่มีการขยับบ่อย เช่น ใต้ตาหรือริมฝีปาก อาจทำให้เกิดการเป็นก้อน
    • ใช้ปริมาณฟิลเลอร์มากเกินไป การใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมากเกินความจำเป็นในบริเวณเล็กๆ อาจทำให้เกิดการสะสมเป็นก้อน หรือดูบวมผิดธรรมชาติ

จุดไหนบ้าง ที่เจอปัญหา ต้องฉีดสลายบ่อย

ฟิลเลอร์สามารถฉีดสลายหรือขูดออกได้ทุกจุดที่เป็นฟิลเลอร์แท้ (HA) โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่มักพบปัญหาบ่อยๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ

  • ฟิลเลอร์คาง ปัญหาคางเบี้ยว เสียทรง แก้ไขได้
    หากฟิลเลอร์คางเป็นก้อน แข็ง หรือผิดรูปทรง ทำให้คางเบี้ยว เสียทรง ดูไม่เป็นธรรมชาติ และไม่สามารถฉีดสลายได้ อาจต้องขูดออก
  • ฟิลเลอร์จมูกเคลื่อนที่ เป็นก้อน ทำยังไงดี
    ฟิลเลอร์จมูกที่ฉีดผิดตำแหน่งหรือเคลื่อนตัวจนเป็นก้อน อาจต้องขูดออกก่อนแก้ไขด้วยวิธีอื่น
  • ปัญหาฟิลเลอร์ปาก บวม ไม่สมมาตร
    หากฟิลเลอร์ปากมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่สมมาตร หรือเป็นก้อน สามารถฉีดสลายเพื่อแก้ไขรูปทรงได้
  • ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน นูน ไม่เรียบเนียน แก้ไขยังไงให้สวย
    เป็นจุดที่มักพบปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน เป็นไต นูนเห็นเป็นลำบ่อยที่สุด ซึ่งอาจเกิดจากฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐาน หรือเทคนิคการฉีดที่ไม่ถูกต้อง การฉีดสลายฟิลเลอร์ใต้ตาด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase เป็นวิธีแก้ไขที่ง่ายที่สุดและได้ผลดี
  • ฟิลเลอร์ร่องแก้ม, ขมับ และหน้าผาก ถ้ามีปัญหาต้องแก้ไข
    หากเกิดปัญหาเป็นก้อนหรือไม่เป็นธรรมชาติ สามารถขูดออกหรือสลายได้ในบริเวณร่องแก้ม การขูดหรือสลายฟิลเลอร์ในบริเวณขมับและหน้าผากจะทำในกรณีที่เป็นก้อน แข็งตัว หรือเป็นฟิลเลอร์ปลอมที่ไม่สามารถสลายได้เอง โดยเฉพาะหน้าผากเป็นตำแหน่งที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีเส้นเลือดและเส้นประสาทที่สำคัญอยู่มาก
  • แก้มส้ม ดอลลี่อาย ถ้าไม่ธรรมชาติ แก้ไขได้
    แม้จะไม่ใช่คำเรียกทางการแพทย์ แต่ปัญหาฟิลเลอร์บริเวณแก้มส้ม (โหนกแก้ม) หรือดอลลี่อาย (ถุงใต้ตาที่ทำให้ดูตากลมโต) หากฉีดแล้วเป็นก้อน ไม่เป็นธรรมชาติ มักจะเข้าข่ายปัญหาเดียวกับฟิลเลอร์ใต้ตาหรือร่องแก้ม ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์หรือขูดออก ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และอาการ
pie
    title จุดสลายฟิลเลอร์ยอดนิยม
    "ติ่งปากบน" : 45
    "ใต้ตา" : 35
    "ร่องแก้ม" : 30
อ้างอิงข้อมูลคนไข้ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ตั้งแต่ปี 2022-2025

ทำไม 3 จุดนี้รับเคสฉีดสลายบ่อยที่สุด?

ทั้งสามจุดนี้ ได้แก่ ติ่งปากบน, ใต้ตา, และร่องแก้ม เป็นบริเวณที่คลินิกมักจะได้รับเคสแก้ไขสลายฟิลเลอร์จากที่อื่นมากที่สุด ด้วยเหตุผลหลักๆ ดังนี้ค่ะ:

  1. ติ่งปากบน (Cupid’s Bow/Lip Border):
    • ความต้องการรูปทรงที่ชัดเจนแต่เป็นธรรมชาติ: คนไข้มักต้องการให้ขอบปากดูอวบอิ่ม มีกระจับที่ชัดเจน แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ
    • การฉีดที่ผิดพลาดเห็นได้ชัด: หากฉีดมากเกินไป, ไม่สมดุล หรือเทคนิคไม่ดี จะทำให้ปากดูแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า “ปากเป็ด” (duck lips) ซึ่งเป็นที่สังเกตได้ง่ายมาก
    • ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ได้: หากฉีดในชั้นที่ไม่เหมาะสม ฟิลเลอร์อาจมีการเคลื่อนที่ไปยังบริเวณเหนือริมฝีปาก ทำให้ดูเหมือนมี “หนวด” หรือร่องปากดูตื้นและไม่สวยงาม
  2. ใต้ตา (Tear Trough/Undereye):
    • ความละเอียดอ่อนของผิวหนัง: บริเวณใต้ตามีผิวหนังที่บางและละเอียดอ่อนมาก จึงต้องใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะและเทคนิคการฉีดที่ประณีต
    • โอกาสเกิดผลข้างเคียงสูง: หากฉีดผิดชั้น, มากเกินไป หรือใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสม อาจเกิดปัญหา Tyndall Effect (เห็นฟิลเลอร์เป็นสีน้ำเงิน/เขียว), การบวมค้าง, เป็นก้อน, หรือดูไม่เป็นธรรมชาติได้ง่าย
    • ต้องการความเชี่ยวชาญสูง: การฉีดใต้ตาเป็นหนึ่งในจุดที่ยากที่สุด ต้องใช้ความเข้าใจกายวิภาคและประสบการณ์ของแพทย์สูงมาก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ
  3. ร่องแก้ม (Nasolabial Folds):
    • การฉีดที่ทำให้ดูบวม: หากฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไป หรือฉีดในชั้นที่ตื้นเกินไป อาจทำให้บริเวณร่องแก้มดูนูน บวม และไม่เป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะเวลาแสดงสีหน้า
    • ความต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ: คนไข้ต้องการให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้น แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การทำให้ร่องแก้มหายไปจนหน้าดูแบนราบ หรือแข็งทื่อ
    • ฟิลเลอร์อาจกองรวมกัน: ในบางกรณี ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปอาจมีการรวมตัวกันเป็นก้อน ทำให้เกิดความไม่เรียบเนียนหรือเป็นแนวชัดเจนบริเวณร่องแก้ม
"Overfill Syndrome" หรือภาวะใบหน้าอูมผิดธรรมชาติจากการฉีดฟิลเลอร์มากเกินไป เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและทำให้ใบหน้าดูแปลก ไม่สมส่วน แทนที่จะดูอ่อนเยาว์ค่ะ

ตารางเปรียบเทียบ ผลที่จะเกิดขึ้นหากปล่อยฟิลเลอร์และสารแปลกปลอมทิ้งไว้ในร่างกาย

กรณีฟิลเลอร์แท้ (Hyaluronic Acid – HA)สารเหลว/ฟิลเลอร์ปลอม (ซิลิโคนเหลว, พาราฟิน)
เมื่อเวลาผ่านไปสลายไปเองตามธรรมชาติ 100% ภายใน 1-2 ปี ไม่ตกค้างไม่สลายไปไหน ยังคงอยู่ในร่างกายตลอดชีวิต
ผลกระทบต่อผิวอาจเกิดการคล้อยตัวลงตามแรงโน้มถ่วงเล็กน้อยเมื่อใกล้สลายหมด แต่ไม่ทำลายเนื้อเยื่อเดิม– ไหลย้อยไปบริเวณอื่น ทำให้รูปหน้าผิดเพี้ยน
– จับตัวเป็นก้อนแข็ง ผิวหนังขรุขระ
– เกิดพังผืดรัดตัว ทำให้เนื้อเยื่อผิดรูป
การอักเสบมีโอกาสเกิดการอักเสบน้อยมาก หากฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน– เกิดการอักเสบเรื้อรังได้ตลอดเวลา
– อาจติดเชื้อรุนแรงจนเป็นหนอง
– ผิวหนังบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนสี (แดง, คล้ำ)
การรักษา/แก้ไขฉีดสลายได้ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase
เห็นผลเร็วใน 24-72 ชั่วโมง และสามารถฉีดฟิลเลอร์ใหม่ได้
ไม่สามารถฉีดสลายได้
การรักษาทำได้เพียง
การผ่าตัดขูดออก: ซึ่งไม่สามารถเอาออกได้ 100% และเสี่ยงต่อการทำลายเนื้อเยื่อปกติ
การใช้เลเซอร์: เพื่อสลายบางส่วนและลดการอักเสบ
การฉีดสเตียรอยด์: เพื่อควบคุมการอักเสบ
ความเสี่ยงระยะยาวปลอดภัยสูง ไม่มีความเสี่ยงระยะยาวเมื่อสลายหมดแล้ว– เสี่ยงต่อการเกิดเนื้อร้าย หรือมะเร็งในอนาคต
– รูปหน้าผิดรูปอย่างถาวร
– การอักเสบเรื้อรังที่ยากต่อการควบคุม
สลายฟิลเลอร์ คืออะไร ราคาเท่าไหร่ คลินิกไหนดี

สิ่งที่ต้อง “สูญเสีย” ไปกับการแก้ไขฟิลเลอร์ที่ผิดพลาด

ประเภทของการสูญเสียสิ่งที่ต้องเผชิญ
1. ความมั่นใจ (Confidence)– กังวลใจเรื่องใบหน้าที่ผิดรูป ไม่เป็นธรรมชาติ
– ไม่กล้าสบตาผู้คน ไม่ชอบถ่ายรูป หรือส่องกระจก
– เกิดความเครียดสะสมและความทุกข์ใจ
2. เวลา (Time)– เวลาที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลและคลินิกเพื่อแก้ไข
– เวลาที่ต้องลางานเพื่อไปพบแพทย์และทำการรักษา
– เวลาในการพักฟื้นและรอให้เนื้อเยื่อฟื้นตัว (อาจนานเป็นเดือน/ปี)
3. เงิน (Money)– ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้วางแผนไว้ เช่น ค่าฉีดสลาย, ค่าเลเซอร์
– ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมากในกรณีที่ต้องผ่าตัดขูดออก
– ค่ารักษาภาวะแทรกซ้อน (การอักเสบ, ติดเชื้อ)
– ค่าฟิลเลอร์เพื่อฉีดแก้ไขใหม่ในภายหลัง
4. โอกาส (Opportunity)– พลาดโอกาสสำคัญทั้งในชีวิตส่วนตัวและการงาน
– การเข้าสังคมและการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นกลายเป็นเรื่องยาก
– สูญเสียความสุขง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน
5. เนื้อเยื่อร่างกาย (Healthy Tissue)– (กรณีรุนแรง/สารเหลว) เสี่ยงต่อการสูญเสียเนื้อเยื่อปกติจากการผ่าตัดขูดออกอย่างถาวร
– อาจเกิดแผลเป็น หรือผิวหนังบริเวณที่รักษาไม่เรียบเนียนเหมือนเดิม

ขั้นตอนการแก้ไขฟิลเลอร์ การเตรียมตัวและการดูแลตัวเองหลังทำ

วางใจได้กับฟิลเลอร์ที่ได้คุณภาพ ปรับรูปหน้ากับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ที่ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

ไม่ว่าจะเป็นการฉีดสลายหรือการขูดฟิลเลอร์ กระบวนการควรทำโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญและมีการวางแผนอย่างรอบคอบ

  • ก่อนจะฉีดสลายหรือขูดฟิลเลอร์ มีอะไรที่ควรรู้และเตรียมตัวบ้างนะ
    • ประเมินปัญหา คุณหมอจะตรวจสอบบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์อย่างละเอียด พร้อมวางแผนการรักษาเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด
    • ข้อมูลฟิลเลอร์เดิม เราควรแจ้งคุณหมอให้มากที่สุดเกี่ยวกับฟิลเลอร์ที่เคยฉีดมา เช่น ปริมาณ (กี่ CC) ยี่ห้อ ตำแหน่งที่ฉีด ระยะเวลาที่ฉีดมานานเท่าไหร่ และที่สำคัญที่สุดคือเป็นฟิลเลอร์แท้หรือไม่ หากมีกล่องฟิลเลอร์หรือรูปถ่ายกล่องมาด้วยจะช่วยให้คุณหมอประเมินและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
    • เตรียมบริเวณฉีด ทำความสะอาดผิวบริเวณที่ฉีดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • มาดูขั้นตอนการฉีดสลายฟิลเลอร์กัน
    คุณหมอจะฉีดเอนไซม์ Hyaluronidase ในปริมาณที่เหมาะสมและในตำแหน่งที่ต้องการสลายฟิลเลอร์ เพื่อย่อยสลายฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid
  • แล้วกระบวนการขูดฟิลเลอร์ล่ะ เป็นยังไง
    การขูดฟิลเลอร์เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ใช้เทคนิคและเครื่องมือเฉพาะทางในการกำจัดฟิลเลอร์ออก มักทำในกรณีฟิลเลอร์ปลอมหรือไม่สามารถสลายได้
  • การดูแลตัวเองหลังแก้ไขฟิลเลอร์ เพื่อผลลัพธ์ที่ปังที่สุด
    หลังการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการฉีดสลายหรือขูดฟิลเลอร์ เราควรปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดผลข้างเคียง เช่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดบริเวณที่รักษา และกลับมาตรวจตามนัด

ความปลอดภัยและข้อควรรู้เกี่ยวกับผลข้างเคียง

ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาฟิลเลอร์

  • ฉีดสลายฟิลเลอร์ปลอดภัยไหม จะมีผลข้างเคียงอะไรรึเปล่า
    การฉีดสลายฟิลเลอร์เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับว่าปลอดภัย หากดำเนินการโดยคุณหมอที่มีประสบการณ์ในคลินิกที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังการใช้ปริมาณยาที่มากเกินไป เพราะอาจสลายคอลลาเจนที่มีอยู่เดิมได้ บางรายอาจมีอาการแพ้ยาฉีดสลายฟิลเลอร์ เช่น บวม แดง คัน ซึ่งควรรีบปรึกษาคุณหมอทันที
  • การขูดฟิลเลอร์ปลอดภัยไหมนะ มีความเสี่ยงอะไรที่เราต้องรู้บ้าง
    การขูดฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยหากทำโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในบริเวณใบหน้าที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทสำคัญ การขูดฟิลเลอร์ต้องดำเนินการโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงกระทบกับเนื้อเยื่อสำคัญๆ ในบางกรณีอาจมีร่องรอยหรือริ้วรอยที่ไม่พึงประสงค์ได้

ตารางเปรียบเทียบ ผิว “หลังแก้ไข” จะกลับมาเหมือนเดิมแค่ไหน?

หัวข้อการฉีดสลายฟิลเลอร์แท้ (HA Filler)การขูด/ผ่าตัด (สารเหลว, พังผืด)
สภาพผิว/เนื้อเยื่อเดิมกลับสู่สภาพเดิมได้เกือบ 100%
– เนื้อเยื่อไม่ถูกทำลาย เพราะเป็นการใช้เอนไซม์เข้าไปสลายโมเลกุลฟิลเลอร์โดยเฉพาะ
– ผิวจะกลับมาเหมือนช่วงก่อนฉีด
ไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ 100%
– ต้องสูญเสียเนื้อเยื่อดีบางส่วนไปพร้อมกับสารแปลกปลอมและพังผืด
– โอกาสเกิดผิวไม่เรียบ, เป็นคลื่น, หรือเป็นหลุมบุ๋มสูง
ความเรียบเนียนผิวจะกลับมาเรียบเนียนเป็นปกติ หลังอาการบวมจากการฉีดสลายหายไปมีโอกาสสูงที่ผิวจะขรุขระ ไม่เรียบเนียน หรือแข็งเป็นไต จากแผลเป็นภายในและการสูญเสียเนื้อเยื่อ
ความรู้สึก (สัมผัส)เนื้อเยื่อจะนิ่มเป็นปกติ ไม่มีความรู้สึกผิดแปลกอาจมีความรู้สึกชา, ผิวแข็งกระด้าง, หรือความรู้สึกรับสัมผัสลดลงในบริเวณที่ผ่าตัด
รูปทรง/ปริมาตร (Volume)ปริมาตรจะยุบลงกลับสู่สภาพตั้งต้นก่อนฉีดฟิลเลอร์ อาจดูตอบลงชั่วคราวหากเคยฉีดในปริมาณมากรูปทรงจะเปลี่ยนไปอย่างถาวร อาจเกิดการยุบตัวหรือบุ๋มลงอย่างชัดเจนในบริเวณที่ขูดสารออกไป
แผลเป็นไม่มีแผลเป็น มีเพียงรอยเข็มเล็กๆ ซึ่งจะหายไปเองใน 1-3 วันมีแผลเป็นจากการผ่าตัด ซึ่งอาจซ่อนในตำแหน่งที่มองเห็นได้ยาก (เช่น ในปาก, ในผม) แต่เป็นแผลเป็นถาวร
ระยะเวลาฟื้นตัวสั้นมาก: อาการบวมเล็กน้อยหายใน 2-3 วัน
กลับสู่ปกติใน 1-2 สัปดาห์ ก็สามารถแต่งหน้า ใช้ชีวิตได้ตามปกติ และพร้อมสำหรับการรักษาขั้นต่อไป (เช่น ฉีดฟิลเลอร์ใหม่)
ยาวนาน: บวมช้ำนาน 1-2 สัปดาห์ หรือมากกว่า
ใช้เวลาหลายเดือน กว่าแผลผ่าตัดจะเข้าที่และเนื้อเยื่อจะฟื้นตัวเต็มที่
สรุปผลลัพธ์คืนสภาพเดิม: เป็นการรีเซ็ตผิวให้กลับสู่จุดเริ่มต้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแก้ไขให้สวยงามอีกครั้งการควบคุมความเสียหาย: เป็นการผ่าตัดเพื่อเอาสิ่งแปลกปลอมออกและหยุดการลุกลาม ไม่สามารถทำให้กลับมาเหมือนเดิมได้สมบูรณ์

ข้อควรรู้ก่อนสลายฟิลเลอร์

  • ฉีดสลายฟิลเลอร์กี่ครั้งถึงจะหายดี ฉีดซ้ำได้ไหมเอ่ย
    ปกติแล้วการฉีดสลายฟิลเลอร์มักจะสลายได้หมดภายใน 1-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับปริมาณ ชนิดของฟิลเลอร์ และตำแหน่งที่ฉีด หากคุณหมอประเมินแล้วว่าจำเป็น ก็สามารถฉีดสลายเพิ่มได้
  • หลังฉีดสลายฟิลเลอร์ จะเห็นผลลัพธ์ภายในกี่วันนะ
    หลังฉีดสลายฟิลเลอร์ เอนไซม์จะออกฤทธิ์ทันทีไปจนถึง 48 ชั่วโมง โดยจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนภายใน 24-72 ชั่วโมง อาจมีอาการบวมเข็มเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองภายใน 7 วัน
  • ฉีดสลายฟิลเลอร์เสร็จแล้ว เราจะฉีดฟิลเลอร์ใหม่ได้เมื่อไหร่
    ไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ใหม่ทันที ควรเว้นระยะเวลาไว้ 5-7 วัน เพื่อให้ยาสลายฟิลเลอร์ออกฤทธิ์ให้หมดก่อน และเนื้อเยื่อเริ่มเข้าที่แล้วจึงปรึกษาคุณหมอเพื่อฉีดฟิลเลอร์ใหม่ได้
  • ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการสลายฟิลเลอร์ด้วยตัวเอง เช่น ประคบร้อน
    วิธีที่ดีที่สุดและเร็วที่สุดในการทำให้ฟิลเลอร์สลายคือการฉีดสลายด้วย Hyaluronidase การสลายฟิลเลอร์ด้วยตัวเองไม่สามารถทำได้ ส่วนความเชื่อเรื่องการประคบร้อนช่วยสลายฟิลเลอร์นั้น ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน การประคบร้อนไม่มีผลทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้นในบริเวณส่วนใหญ่บนใบหน้า ยกเว้นบริเวณที่มีการสัมผัสความร้อนบ่อยและการขยับเยอะ เช่น ปาก อาจทำให้สลายเร็วกว่าอายุจริงได้เล็กน้อย
เลือกแพทย์ที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูง
แพทย์ที่ชำนาญจะเข้าใจกายวิภาคบนใบหน้าอย่างลึกซึ้ง และมี "ศิลปะ" ในการออกแบบการฉีดให้เหมาะกับเฉพาะบุคคล ไม่ใช่แค่การเติมให้เต็ม

เลือกคลินิกและคุณหมอ แก้ไขฟิลเลอร์ยังไงให้ปลอดภัย

เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด การเลือกคลินิกและคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

  • มาตรฐานคลินิกและประสบการณ์คุณหมอ สำคัญแค่ไหน
    ควรเลือกคลินิกที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ปลอดเชื้อ สะอาด คุณหมอที่มีประสบการณ์จะสามารถประเมินการใช้ตัวยาและตำแหน่งที่ฉีดได้อย่างถูกต้อง ลดความเสี่ยงผลข้างเคียง
  • เรื่องสำคัญของการใช้ยาแท้และฟิลเลอร์แท้
    ต้องใช้ยาที่เป็นเอนไซม์ Hyaluronidase ของแท้ ผ่าน อย. ตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ และเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่าน อย. เท่านั้น ควรตรวจสอบและให้คุณหมอเปิดกล่องใหม่ให้ดูต่อหน้าทุกครั้ง พร้อมตรวจสอบชื่อยี่ห้อ รุ่น และเลขที่ล็อต (Batch Number) เพื่อความมั่นใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้และใหม่ 100%
  • อย่าลืมตรวจสอบรีวิวและความน่าเชื่อถือของคลินิกด้วยนะ
    ควรอ่านรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการเพื่อดูผลลัพธ์และความพึงพอใจ รวมถึงการรับผิดชอบหากเกิดปัญหา

สลายฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่

อยากสลายฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่
ระดับปัญหาราคาให้บริการ
พื้นที่เล็ก ปริมาณไม่เกิน 1CC เช่น คางเริ่มต้น 5,000.-
พื้นที่ขนาดกลาง ปริมาณไม่เกิน 2CC เช่นใต้ตา ร่องแก้มเริ่มต้น 7,000.-
พื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น เหมาทั่วใบหน้าเริ่มต้น 10,000.-
*ส่งภาพประเมิน หรือเข้าพบแพทย์ประเมินตรงจุดที่สุดปรึกษาฟรี
**รับสิทธิ์ส่วนลดเพิ่ม หากมีการเติมฟิลเลอร์หลังฉีดสลาย

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

นัดหมายหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

  • D’ Lovevery Clinic สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
  • D’ Lovevery Clinic สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546
dlovevery-clinic

หากคนไข้อยากมีหน้าผากที่ดูเงาวาว สามารถเลือกทำได้ทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับปัญหาตั้งต้นค่ะ หากคนไข้มีโครงหน้าผากสวยอยู่แล้ว การฉีด โบท็อกซ์ จะตอบโจทย์มากค่ะ โดยเหตุผลที่หน้าผากดูสะท้อนแสงและเงาวาวได้นั้น เป็นเพราะโบท็อกซ์ไปช่วยให้ผิวหน้าผากของเราตึงกระชับขึ้น และไม่มีริ้วรอยมากวนใจ เมื่อผิวเรียบเนียนเสมอกันก็นำมาซึ่งการตกกระทบและสะท้อนแสงได้ดีเยี่ยมเหมือนกระจกนั่นเองค่ะ แต่หากคนไข้มีปัญหาหน้าผากแบน แฟบ หรือเป็นแอ่ง การฉีด ฟิลเลอร์ จะช่วยเติมมิติให้หน้าผากดูโหนกนูน โค้งมนรับแสง และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟูฉ่ำน้ำ สรุปง่ายๆ คือ โบท็อกซ์เน้นสร้างผิวตึงไร้ริ้วรอยเพื่อสะท้อนแสง ส่วน ฟิลเลอร์เน้นปรับโครงสร้างให้โค้งนูนรับแสง ซึ่งคนไข้สามารถเข้ามาให้หมอประเมินโครงหน้าก่อนได้ เพื่อเลือกวิธีที่ปังและตรงจุดที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

เรื่องนี้หมอบอกเลยว่าหลายคนจะเดาผิด โดยเฉพาะคนที่คิดจะฉีดฟิลเลอร์หลายๆซีซีเพื่อปรับรูปหน้า

การฉีดฟิลเลอร์จะได้ผลลัพธ์ที่สวยและพอดีที่สุดเมื่อ คนไข้มีน้ำหนักตัวที่คงที่หรืออยู่ในช่วงน้ำหนักเป้าหมายแล้ว ค่ะ หากฉีดตอนกำลังลดน้ำหนัก ควรรอให้น้ำหนักนิ่งก่อนเพื่อประเมินระดับไขมันบนหน้าที่หายไปได้อย่างแม่นยำ ส่วนการฉีดตอนน้ำหนักตัวเยอะแล้วไปลดน้ำหนักทีหลัง อาจทำให้หน้าดูตอบลงจนต้องกลับมาเสียเงินเติมฟิลเลอร์เพิ่ม ในขณะที่ถ้าฉีดตอนผอมแล้วปล่อยให้น้ำหนักขึ้น หน้าก็อาจจะดูบวมล้นผิดปกติได้ ดังนั้น การรักษาน้ำหนักให้เสถียรทั้งก่อนและหลังทำ จะช่วยให้หมอประเมินโครงหน้าได้แม่นยำที่สุด ฟิลเลอร์อยู่ทรงสวย และดูเป็นธรรมชาติในระยะยาวค่ะ

อยากแน่ใจเรื่องช่วงเวลา จำนวนซีซีที่ต้องใช้ หรือจะต้องรอจังหวะเหมาะที่สุด เข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกได้ตลอดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หลังยาชาในฟิลเลอร์หมดฤทธิ์ คนไข้จะไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดรุนแรง ค่ะ รวมถึงยาชาในบางเคส บางจุดที่หมอฉีดเพิ่มให้ด้วยนะคะ แต่จะมีเพียงอาการ รู้สึกตึง หน่วง หรือระบมเล็กน้อยเมื่อสัมผัส ในบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายที่กำลังปรับตัว อาการเหล่านี้จะ ค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเอง ยาชาในฟิลเลอร์อยู่ได้สั้นมาก ไม่กี่ชั่วโมงก็หายไป หากคนไข้รู้สึกไม่สบายผิว สามารถ ทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ ทันที แต่หากมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติอื่นๆ ควรรีบแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบโดยทันทีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอก็เคยเป็นค่ะ แต่ตอนนี้เข้าที่แล้ว ปัญหาใบหน้าไม่เท่ากันเวลายิ้มเป็นเรื่องที่ทำให้กังวลใจ แต่หมออยากให้คุณคนไข้สบายใจได้เลยนะคะ เพราะปัญหานี้เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยแต่แก้ไขได้ และโดยธรรมชาติแล้วใบหน้าของคนเราก็มักจะไม่ได้สมมาตรกัน 100% ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ซึ่งบางคนเป็นตอนยิ้ม บางคนเห็นได้ตั้งแต่ยังไม่ยิ้ม

กลไกหลัก ของปัญหานี้มักเกิดจาก การทำงานที่ไม่สมดุลกันของกล้ามเนื้อใบหน้า ค่ะ คือกล้ามเนื้อที่ใช้ในการแสดงสีหน้า โดยเฉพาะเวลายิ้ม อาจมีการดึงรั้งที่แตกต่างกันในแต่ละข้าง เช่น กล้ามเนื้อด้านหนึ่งอาจแข็งแรงกว่า หรือถูกใช้งานมากกว่าอีกด้าน ทำให้เวลายิ้ม ใบหน้าข้างนั้นมีการยกตัวหรือดึงรั้งที่มากกว่าค่ะ นอกจากนี้ โครงสร้างใบหน้าเดิม หรือความหย่อนคล้อยของผิวที่แตกต่างกัน ก็เป็นปัจจัยร่วมได้เช่นกัน

ข่าวดีก็คือ การแก้ไขปัญหานี้ ส่วนใหญ่แล้วไม่จำเป็นต้องถึงขั้นผ่าตัดศัลยกรรม เลยค่ะ แพทย์ส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีการปรับสมดุลด้วยหัตถการทางการแพทย์ เช่น การฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน (Botox) เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดึงรั้งมากเกินไป ให้กล้ามเนื้อทั้งสองข้างทำงานได้สมดุลกันมากขึ้น หรือ การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อเติมเต็มวอลลุ่ม ในส่วนที่ขาดหายไป ให้ใบหน้าดูเต็มและสมมาตรขึ้นไม่ว่าจะตอนนิ่งหรือเวลายิ้มค่ะ เครื่องยกกระชับก็มีส่วนช่วย แต่ข้อเสียคือมันจะไม่เห็นผลในทันที แต่ก็เป็นตัวเลือกให้คนไข้ได้ค่ะ

บางคนอาจจะสงสัยเพิ่มว่า หากไม่ได้ทำหัตถการแล้ว จะมีโอกาสกลับมาเป็นปกติไหม ได้ แต่ไม่ทุกกรณี! ในบางกรณีที่สาเหตุเกิดจากพฤติกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น การเคี้ยวอาหารข้างเดียว การฝึกบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างถูกวิธี อาจช่วยให้ดีขึ้นได้บ้างค่ะ แต่ถ้าเป็นจากความแตกต่างของโครงสร้าง หรือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ชัดเจน การทำหัตถการจะเป็นวิธีที่ช่วยปรับสมดุลได้ตรงจุดและเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่ามากค่ะ อย่างไรก็ตาม การปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณคนไข้แต่ละท่าน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ถ้าใครฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก ไม่ว่าจะใต้ตาหรือจุดไหนก็ตามแต่ หมอสรุปให้เข้าใจง่ายๆแบบนี้นะคะ

ถ้าอาการนี้เกิดขึ้นในช่วง 1-3 วันแรก ยังถือว่าปกติค่ะ เพราะเรียกง่ายๆว่าอาการบวมเข็ม หรืออาการที่ฟิลเลอร์มันอุ้มน้ำดูดน้ำมารวมกันบริเวณที่ฉีด ร่างกายกำลังสับสนว่าที่เจลฟิลเลอร์ตรงนี้คืออะไร และอีกหลายประการ แต่ถือว่าเกิดขึ้นได้ทางการแพทย์ บางครั้งมันจะทำให้ดูไม่เท่ากันได้ ทั้งๆที่ฉีดฟิลเลอร์ปริมาณเท่าๆกันเข้าไป แต่สิ่งที่จะไม่ปกติ ถ้าฉีดจากที่อื่นมาแล้วรู้สึกว่าผ่านมาเป็นเดือนแล้ว ยังนูน ยังบวมๆตุ่ยๆอยู่ แบบนี้ถือว่าผิดปกติได้

ชัดสุดคือ หากมีอาการรุนแรง เช่น ปวด แดงร้อนชัดเจน หรือมีก้อนแข็ง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ถ้าแบบนี้จะต้องประเมินการรักษาเรื่องการฉีดสลาย หรือขูดออก ขึ้นอยู่กับสารที่ฉีดมาค่ะ

ดังนั้นคนไข้ที่จะมาฉีดกับหมอจะมีคำแนะนำ ก่อนมารับบริการ และหลังรับบริการชัดเจนมากกว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้างเพื่อลดอาการบวมเข็มหลังทำ เพื่อที่คนไข้จะได้ไม่ตกใจเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ มันเป็นอาการที่เลี่ยงได้หากทำตามคำแนะนำของแพทย์ได้ค่ะ อ้อ อีกอย่าง อาหารที่ส่งผลต่อการบวมหลังทำหัตถการทุกประเภท ที่ถือว่าเป็นตัวดีเลยก็คือพวกโซเดียม บางคนชอบทานรสจัดๆ เค็มๆ นัวๆ แซ่บๆ บอกเลยว่าอาการจัดชัดมากกว่าใครเพื่อนเลยละค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

สำหรับคนไข้ที่กังวลเรื่อง หน้าแบนเพราะไม่มีโหนกแก้ม ทางเลือกยอดนิยมในการเติมเต็มคือ ฟิลเลอร์ และ การฉีดไขมันตัวเอง โดยฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์ที่ เห็นผลทันที ไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่ถาวร ต้องฉีดซ้ำทุก 6-18 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็ว ปรับเปลี่ยนได้ และที่สำคัญคือ ฟิลเลอร์มีน้ำหนักเบากว่า จึงเหมาะกับการสร้างมิติโหนกแก้มที่ต้องการปริมาณมากโดยไม่เพิ่มภาระให้กับโครงสร้างใบหน้าค่ะ นึกภาพตามหมอก็ได้ค่ะว่าหมอต้องเอาดินน้ำมันไปแปะฝาผนังที่มันเรียบๆ จะต้องปั้นยังไงให้มันไม่หล่นลงพื้น ปริมาณฟิลเลอร์ เนื้อฟิลเลอร์ที่ใช้มีผลเยอะมาก ในทางกลับกัน การฉีดไขมันตัวเองแม้จะให้ผลลัพธ์ที่ เป็นธรรมชาติ และหากติดแล้วจะอยู่ได้นานกว่า แต่ก็มีข้อจำกัดที่ว่า ไขมันมีน้ำหนักมากกว่าฟิลเลอร์มาก และที่สำคัญคือ อัตราการติดของเซลล์ไขมันไม่แน่นอน ทำให้ผลลัพธ์ในระยะยาวอาจไม่คงที่เท่าตอนแรก ซึ่งเป็นข้อกังวลที่คนไข้หลายท่านพบเจอได้ค่ะ นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนการดูดไขมันและระยะเวลาพักฟื้นนานกว่า 1-2 สัปดาห์ การเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดจึงควร ปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินรูปหน้าและพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างละเอียดนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอเจอเคสคนไข้วัยเรียน วัยทำงานเยอะนะคะ ที่จากคนที่หน้าดูอิ่มปกติดี แต่พอจัดฟันซึ่งบางเคสลากยาวเป็นปี ทำให้ใบหน้าตอบลง ไม่ว่าจะด้วยทานได้น้อยลง หรืออาจจะเป็นเพราะแนวกระดูกกรามยุบตัว ใบหน้าดูแคบลงใดๆ ก็ตามแต่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจอย่างมาก เพราะทำให้ ใบหน้าดูโทรม ดูเหนื่อย และดูมีอายุขึ้น โดยที่คนไข้เองก็ไม่ได้ตั้งใจค่ะ

สาเหตุหลักๆ ที่หมอมักจะเจอคือ เมื่อเราใส่เครื่องมือจัดฟัน เรามักจะ เลี่ยงการเคี้ยวของแข็ง ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกราม (Masseter Muscle) ไม่ค่อยได้ใช้งานจนเกิดการฝ่อตัวลง (Atrophy) ประกอบกับโครงสร้างฟันที่เคลื่อนที่เข้าหาตำแหน่งใหม่ ทำให้เนื้อแก้มที่เคยมีที่เกาะดูยุบตัวลงไปนั่นเองค่ะ

แนวทางสำหรับคนไข้ที่มีปัญหา คือการเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะกับความต้องการและสภาพผิวของคนไข้เป็นหลักค่ะ โดยแนวทางแรกคือ Biostimulator ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ทำให้ผิวค่อยๆ ฟูและแน่นกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดโอกาสที่ใบหน้าจะดูล้นเกินไป แต่ผลจะค่อยเป็นค่อยไป (เห็นชัดช้ากว่า) ค่ะ ส่วนแนวทางที่สองคือ Filler ซึ่งทำหน้าที่เติมเต็มปริมาตรที่ขาดหายไปโดยตรง ส่งผลให้เห็นผลลัพธ์ทันที และสามารถปรับรูปหน้าให้ชัดเจนขึ้นได้ หลักๆของคนไข้หมอเองคือสื่อสารเป้าหมายอย่างละเอียดชัดเจนว่าประเมินแล้วตัวไหนเหมาะสมสุด และคนไข้ก็ตัดสินใจจากข้อดีข้อด้อยแต่ละโปรแกรมได้เลย การมาพบหมอเพื่อดูโครงหน้าโดยรวมจะดีที่สุด

อ่านเพิ่มเติม

การสลายฟิลเลอร์ด้วย Hyaluronidase มีอัตราความสำเร็จสูงกว่า 95-99% ในการลดหรือกำจัดฟิลเลอร์ที่ไม่พึงประสงค์ แต่หลายคนก็กังวลว่า ในร่างกายเรามีคอลลาเจนอยู่ จะถูกสลายไปด้วยไหม ผิวบริเวณนั้นจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า หมอสรุปให้แบบนี้ค่ะ

การฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วย เอนไซม์ Hyaluronidase นั้นเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีความจำเพาะสูง โดยเอนไซม์ชนิดนี้จะออกฤทธิ์ ย่อยสลายเฉพาะกรดไฮยาลูรอนิก ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของฟิลเลอร์ส่วนใหญ่เท่านั้น ไม่ส่งผลกระทบสำคัญต่อคอลลาเจนหรือกรดไฮยาลูรอนิกธรรมชาติ ในร่างกายของเรา เนื่องจาก Hyaluronidase ถูกออกแบบมาให้จดจำและทำงานกับฟิลเลอร์โดยตรง แม้ในบางกรณีอาจมีการสลายกรดไฮยาลูรอนิกธรรมชาติไปบ้างเล็กน้อย แต่ร่างกายจะสามารถ สร้างขึ้นมาทดแทนได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญสุดที่หมอบอกคนไข้ที่ฉีดฟิลเลอร์จากที่อื่นมาแล้วอยากจะสลาย เริ่มต้นใหม่ สิ่งสำคัญคือประสบการณ์และการผสมความเข้มข้นของตัวยา ถ้าใช้ในปริมาณที่พอดี จะไม่เกิดปัญหา ทำให้ไม่มีผลเสียระยะยาวต่อโครงสร้างผิวตามธรรมชาติ การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

20

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

Authenticity is the new luxury. Overfilling is obsolete

★★ ความประทับใจ ★★

google
Salilya Pinyo
Salilya Pinyo
26/03/2026
facebook
Jib Than
Jib Than
แนะนำเลย
03/01/2026
facebook
Darinda Nina
Darinda Nina
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Palung Boonma
Palung Boonma
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Jenifer Rich
Jenifer Rich
แนะนำเลย
28/06/2024
facebook
Natanicha Charbumrung
Natanicha Charbumrung
แนะนำเลย
16/06/2024
facebook
Rose Anytime
Rose Anytime
แนะนำเลย
28/02/2024