ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ฟิลเลอร์แก้มตอบ คืออะไร ราคาเท่าไหร่

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

ฟิลเลอร์แก้มตอบ

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

ฟิลเลอร์แก้มตอบ ฉีดยังไง ฟิลเลอร์ตัวไหนเหมาะ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ติดตามผลการรักษา
เลือกอ่านเนื้อหา

รีวิวฟิลเลอร์แก้มตอบ

แก้มตอบ ฟิลเลอร์ช่วยได้จริงหรือ?

หลายคนคงเคยส่องกระจกแล้วรู้สึกว่า “ทำไมใบหน้าดูโทรมลงจัง” โดยเฉพาะเมื่อสังเกตเห็นแก้มที่ดูตอบลง ทำให้ใบหน้าดูมีอายุขึ้นทั้งที่ยังรู้สึกสดใสอยู่ข้างใน แต่รู้หรือไม่ว่า แก้มตอบที่คุณกำลังกังวลอยู่นั้น อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ และแต่ละสาเหตุก็ต้องการการแก้ไขที่แตกต่างกัน

แก้มตอบเกิดจากอะไรได้บ้าง

แก้มตอบเกิดจากอะไรได้บ้าง

ลำดับสาเหตุของแก้มตอบในคนไทยและคนเอเชียจากพบมากไปน้อยได้ดังนี้

สาเหตุของแก้มตอบ

  1. พันธุกรรม/กรรมพันธุ์ – โครงสร้างใบหน้าและโหนกแก้มที่สูงตามลักษณะของคนเอเชีย
  2. อายุที่มากขึ้น – ทำให้ไขมันและคอลลาเจนลดลงตามธรรมชาติ
  3. การจัดฟันหรือถอนฟัน – ส่งผลให้โครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนแปลง
  4. การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
  5. การถูกรังสี UV ทำร้ายผิว
  6. โรคและความผิดปกติของร่างกาย
  7. ผลข้างเคียงจากการฉีดโบท็อกลดกราม

ความแตกต่างระหว่างแก้มตอบจากพันธุกรรมและอายุที่มากขึ้น

หัวข้อแก้มตอบจากพันธุกรรมแก้มตอบจากอายุ
ลักษณะที่มองเห็น– โหนกแก้มสูงชัดเจน
– ใต้โหนกแก้มจะดูตอบเข้าไปเป็นแนวยาว
– ผิวยังดูตึงกระชับ
– แก้มหย่อนคล้อย
– ผิวหนังหย่อนยาน
– มีร่องเว้าเข้าลึกเข้าไปเป็นแนวยาวหน้าหู-กระพุ้งแก้ม
ตำแหน่งที่เกิดบริเวณใต้โหนกแก้มโดยตรงทั่วบริเวณแก้มและใบหน้าส่วนกลาง
ช่วงอายุที่พบพบได้ตั้งแต่อายุน้อย (20+)มักพบชัดในช่วงอายุ 40+
การเปลี่ยนแปลงคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงมากค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามอายุ
ผลกระทบต่อใบหน้าทำให้หน้าดูซูบผอม ดูสุขภาพไม่ดีทำให้ใบหน้าดูอ่อนเพลียและมีอายุ
ภาพซ้ายแก้มตอบแม้อายุน้อยจากพันธุกรรม ด้านขวา ตอบเพราะผิวยุบตัวจากอายุที่มากขึ้น

ลองดูภาพเปรียบเทียบเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น:
จากภาพด้านบน จะเห็นความแตกต่างระหว่างแก้มตอบทั้ง 2 ประเภทได้ชัดเจน โดยด้านซ้ายแสดงลักษณะแก้มตอบจากพันธุกรรมที่มีโหนกแก้มสูง ส่วนด้านขวาแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเมื่ออายุมากขึ้น ที่มีการหย่อนคล้อยของผิวและการสูญเสียปริมาตรของใบหน้า

แก้มตอบ เป็นอุปสรรคต่อความสวยอย่างไรบ้าง

อุปสรรคในการแต่งหน้าของสาวแก้มตอบที่ทำให้หลายคนหงุดหงิด

ปัญหาการลงรองพื้น

  • รองพื้นเกาะเป็นคราบตามร่องแก้ม
  • เครื่องสำอางเลื่อนไหลง่าย โดยเฉพาะบริเวณแก้ม
  • ต้องคอยเติมแป้งบ่อยๆ เพราะมักดูมัน
  • รองพื้นดูไม่กลมกลืน เห็นรอยต่อชัดเจน

ปัญหาการปัดแก้ม

  • บลัชออนไม่ติดทรง กระจายไม่สม่ำเสมอ
  • ปัดแก้มแล้วยิ่งเน้นให้เห็นร่องแก้มชัดขึ้น
  • ยากที่จะสร้างพวงแก้มแบบสาวเกาหลี
  • สีแก้มจางเร็ว ต้องเติมบ่อย

ปัญหาการไฮไลท์และคอนทัวร์

  • ไฮไลท์ยิ่งทำให้แก้มดูตอบ
  • คอนทัวร์แล้วใบหน้าดูโทรม แก่กว่าอายุ
  • เฉดดิ้งทำให้หน้าดูผอมกว่าความเป็นจริง
  • ยากที่จะสร้างมิติให้ใบหน้า

ปัญหาความมั่นใจ

  • ถ่ายรูปแล้วมักไม่สวย เห็นร่องแก้มชัด
  • แต่งหน้าเท่าไหร่ก็ไม่สดใส
  • มุมกล้องบางมุมทำให้หน้าดูโทรมมาก
  • ต้องคอยระวังแสงไฟที่จะทำให้เห็นเงา

ปัญหาการเซ็ตเมคอัพ

  • เมคอัพไม่อยู่ทรงในระหว่างวัน
  • สเปรย์น้ำแร่แล้วรองพื้นแยกเป็นคราบ
  • แป้งฝุ่นเกาะตามร่องแก้ม
  • เครื่องสำอางเยิ้มง่ายตามร่องแก้ม

สิ่งที่สาวแก้มตอบต้องทำเพิ่ม

  • ใช้เวลาในการเตรียมผิวมากกว่าปกติ
  • ต้องหาเทคนิคพิเศษในการแต่งหน้า
  • ลงทุนกับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงขึ้น
  • ต้องคอยเช็คและเติมเมคอัพบ่อยกว่าปกติ

การเติมฟิลเลอร์แก้มตอบ ช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัยได้อย่างไร

ทำไมการเติมฟิลเลอร์แก้มจึงช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ได้ ตามธรรมชาติแล้ว เมื่อเราอายุมากขึ้น ใบหน้าของเราจะสูญเสียไขมัน (Fat atrophy) และมวลกระดูก (Bone resorption) โดยเฉพาะบริเวณแก้ม ทำให้เกิดภาวะแก้มตอบ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Malar fat pad ptosis ค่ะ

เมื่อเติมฟิลเลอร์บริเวณแก้มตอบ จะส่งผลให้

  1. เกิดร่องแก้มลึก (Nasolabial folds) ชัดเจน
  2. ผิวหย่อนคล้อยลงด้านล่าง ทำให้เกิดร่องเหี่ยวย่น
  3. ใบหน้าดูผอม ทรุดโทรม และแก่กว่าวัย

การเติมฟิลเลอร์แก้มจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้

โดยหมอจะฉีดสาร Hyaluronic acid เข้าไปในชั้น Deep fat compartments ของแก้ม เพื่อ

  • เติมเต็มปริมาตรที่สูญเสียไป
  • ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย
  • สร้างโครงหน้าให้ดูอ่อนเยาว์
  • ลดความลึกของร่องแก้ม

ผลลัพธ์ที่จะได้หลังเติมฟิลเลอร์แก้มตอบ

  • ใบหน้าดูกระชับ เต่งตึง
  • แก้มดูอิ่มเอิบเป็นธรรมชาติ
  • ร่องที่ดูลึก ไม่เรียบก็จะตื้นขึ้น
  • โครงหน้าชัดเจน สมดุล
  • ดูอ่อนเยาว์ขึ้น 5-10 ปี *แล้วแต่บุคคล

ร่องแก้ม กับแก้มตอบ ใกล้กัน แต่คนละตำแหน่ง รักษาต่างกัน

ร่องแก้ม (Nasolabial folds)

  • คือร่องลึกที่พาดจากข้างจมูกลงมาถึงมุมปาก
  • เกิดจากการหย่อนคล้อยของผิวและไขมันใต้ผิวหนัง
  • การเติมฟิลเลอร์จะฉีดตรงร่องเพื่อยกและเติมเต็มร่องให้ตื้นขึ้น

แก้มตอบ (Malar fat pad ptosis)

  • คือบริเวณแก้มส่วนกลางใบหน้า ใต้ต่อกระดูก Zygomatic bone
  • เกิดจากการสูญเสียไขมันและการย่อยสลายของกระดูกแก้มตามวัย
  • การเติมฟิลเลอร์จะฉีดลึกลงไปในชั้น Deep fat compartments เพื่อเพิ่มปริมาตร

ทำไมต้องแยกการรักษา

  1. ตำแหน่งการฉีดต่างกัน
    • ร่องแก้ม: ฉีดตื้นกว่า ตามแนวร่อง
    • แก้มตอบ: ฉีดลึกกว่า กระจายเป็นบริเวณกว้าง
  2. เทคนิคการฉีดต่างกัน
    • ร่องแก้ม: ใช้เทคนิค Linear threading หรือ Micro-bolus
    • แก้มตอบ: ใช้เทคนิค Bolus injection หรือ Fanning
  3. ผลลัพธ์ที่ได้ต่างกัน
    • เติมร่องแก้มอย่างเดียว: ร่องจะตื้นขึ้น แต่แก้มยังตอบ
    • เติมแก้มอย่างเดียว: แก้มจะอิ่ม แต่ร่องแก้มอาจยังชัด

ในกรณีที่คุณมีทั้งร่องแก้มและแก้มตอบ หมอแนะนำให้รักษาทั้งสองจุดควบคู่กันค่ะ โดย

  1. เริ่มจากเติมแก้มก่อน เพื่อสร้างโครงสร้างและการรองรับ
  2. ตามด้วยการเติมร่องแก้ม เพื่อปรับให้ใบหน้าดูกลมกลืน

ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้จะแตกต่างกัน

  • แก้มตอบ: ใช้ประมาณ 1-2 cc ต่อข้าง
  • ร่องแก้ม: ใช้ประมาณ 0.5-1 cc ต่อข้าง
  • ในบางเคสอาจจะมี 2 ปัญหานี้ทั้งคู่ รักษาไปพร้อมกันได้ แต่จะใช้ฟิลเลอร์คนละโมเลกุล

ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก มั่นใจดีเลิฟเวอรี่คลินิก

แบบไหนที่เรียกแก้มตอบ แบบไหน เรียกโหนกแก้มสูง

หมอขอสรุปความแตกต่างระหว่างแก้มตอบและโหนกแก้มสูงในรูปแบบตารางนะคะ

หัวข้อแก้มตอบโหนกแก้มสูง
ลักษณะที่เห็น– แก้มดูแบน ไม่มีปริมาตร
– ใบหน้าดูทรุดโทรม
– อาจมีร่องข้างแก้มชัดเจน
– กระดูกแก้มนูนสูง
– ใบหน้าด้านข้างกว้าง
– มองเห็นส่วนนูนของแก้มชัดเจน
โครงสร้างที่เกี่ยวข้อง– ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
– เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง
– กระดูกแก้ม
– โครงสร้างกระดูกใบหน้า
สาเหตุ– อายุที่มากขึ้น
– การสูญเสียไขมัน
– น้ำหนักลดมาก
– พันธุกรรม
– ลักษณะเฉพาะของเชื้อชาติ
– โครงสร้างกระดูกแต่กำเนิด
การรักษา– ฉีดฟิลเลอร์
– ฉีดไขมันตัวเอง
– ร้อยไหม *ทำได้ในบางเคส
– ผ่าตัดลดกระดูกแก้ม
– ในบางกรณีอาจใช้โบท็อกซ์ช่วยลดกล้ามเนื้อบดเคี้ยว
– เติมฟิลเลอร์อำพรางโหนกแก้ม *ดูเป็นรายบุคคลไป
การประเมิน– ดูจากความยุบตัวของแก้ม
– การคลำชั้นไขมัน
– ดูจากความนูนของกระดูก
– อาจต้องถ่ายภาพรังสี
ระยะเวลาการเกิด– เกิดขึ้นตามอายุที่มากขึ้น
– สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง
– เป็นมาตั้งแต่กำเนิด
– ชัดเจนขึ้นในวัยผู้ใหญ่
ผลต่อการมองอายุ– ทำให้ดูแก่กว่าอายุ
– ใบหน้าดูอ่อนล้า
– บางคนอาจชอบ หรือไม่ชอบ รูปหน้สไตล์นี้
– เป็นลักษณะเฉพาะของใบหน้า
การแก้ไขชั่วคราวทำได้ด้วยการเติมฟิลเลอร์
(อยู่ได้ 12-18 เดือน)
ทำได้ยาก ต้องใช้การผ่าตัดถาวร
หรือถ้าเติมฟิลเลอร์ก็ต้องมีการเติมต่อเนื่อง

หมายเหตุ: บางคนอาจมีทั้งแก้มตอบและโหนกแก้มสูงพร้อมกัน การรักษาจึงต้องพิจารณาทั้งสองปัจจัยร่วมกัน และวางแผนการรักษาให้เหมาะสมเป็นรายบุคคลค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบอยู่ได้นานไหม

เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบและระยะเวลาการอยู่ของฟิลเลอร์นะคะ เริ่มจากชั้นผิวหนังที่เราฉีดฟิลเลอร์ จากตื้นไปลึก

  1. ชั้นผิวหนัง (Dermis)
  2. ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous)
  3. ชั้นกล้ามเนื้อ (Muscle layer)
  4. ชั้นกระดูก (Supraperiosteal)

สำหรับแก้มตอบ หมอจะฉีดฟิลเลอร์ลงลึกถึง 2 ชั้น

  • ชั้นลึก: ฉีดชิดกระดูก (Supraperiosteal) → อยู่ได้นาน 18-24 เดือน
  • ชั้นกลาง: ฉีดในชั้นไขมัน (Subcutaneous) → อยู่ได้ 12-18 เดือน

ทำไมความลึกถึงมีผลต่อระยะเวลา

ชั้นลึก (ชิดกระดูก)

  • มีการเคลื่อนไหวน้อย
  • เลือดมาเลี้ยงน้อยกว่า
  • การย่อยสลายช้ากว่า
    → ฟิลเลอร์จึงอยู่ได้นานกว่า

ชั้นตื้น-กลาง

  • มีการเคลื่อนไหวมาก
  • เลือดมาเลี้ยงมากกว่า
  • การย่อยสลายเร็วกว่า
    → ฟิลเลอร์อยู่ได้สั้นกว่า

ปัจจัยที่มีผลต่อการอยู่นานของฟิลเลอร์

ชนิดของฟิลเลอร์

  • ความเข้มข้น
  • การเชื่อมโยงของโมเลกุล
  • ขนาดของเม็ดเจล

พฤติกรรมของคนไข้

  • การออกกำลังกายหนัก
  • การนวดหน้าบ่อย
  • การนอนคว่ำ
    → ทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น

สภาพผิวและร่างกาย

  • อายุ
  • การเผาผลาญ
  • ระบบภูมิคุ้มกัน
  • ฮอร์โมน

คำแนะนำเพื่อให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นาน

  1. เลือกฟิลเลอร์คุณภาพดี
  2. ฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  3. ดูแลตัวเองหลังฉีดตามคำแนะนำ
  4. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้สลายเร็ว
  5. อาจแบ่งฉีด 2-3 ครั้งเพื่อสะสมปริมาณ

โดยทั่วไป การฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบจะอยู่ได้ประมาณ 12-24 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยข้างต้น หมอแนะนำให้มาติดตามผลทุก 12-18 เดือน เพื่อรักษาผลลัพธ์ที่สวยงามอย่างต่อเนื่องค่ะ

อยากหน้าเด็ก เติมฟิลเลอร์จุดไหนดี ใช้รุ่นไหนดี ราคาเท่าไหร่ ใช้กี่ cc

ฟิลเลอร์รุ่นไหน เหมาะกับการเติมแก้มตอบ

หมอขอสรุปข้อมูลฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์ที่เหมาะกับการเติมแก้มในรูปแบบตารางนะคะ

แบรนด์รุ่นคุณสมบัติความเหมาะสมกับแก้มตอบ
RestylaneLyft/Perlane– ความเข้มข้น HA สูง
– การเชื่อมโยงโมเลกุลแน่น
– เม็ดเจลขนาดใหญ่
ดีมาก – เหมาะกับการเติมปริมาตรแก้ม โดยเฉพาะชั้นลึก
RestylaneDefyne– ยืดหยุ่นสูง
– การกระจายตัวดี
ดี – เหมาะกับการเติมชั้นกลาง
JuvedermVoluma– ความหนืดสูงสุด
– เทคโนโลยี Vycross
– การอยู่นาน 18-24 เดือน
ดีมาก – เหมาะกับการเติมปริมาตรแก้มทั้งชั้นลึกและกลาง
JuvedermVolift– ความยืดหยุ่นดี
– การกระจายตัวดี
ดี – เหมาะกับการเติมชั้นกลาง
Ultra V HyalPlus– เทคโนโลยี BDDE crosslink
– การกระจายตัวดี
ดี – เหมาะกับการเติมชั้นกลาง-ลึก
BeloteroVolume– เทคโนโลยี CPM
– การกระจายตัวสม่ำเสมอ
ดี – เหมาะกับการเติมชั้นกลาง
คลินิกไม่ได้แนะนำยี่ห้อใด รุ่นใดเป็นพิเศษ แต่เลือกจากปัญหาคนไข้เป็นหลัก

การเชื่อมโยงโมเลกุล

  • ควรเป็นแบบ Highly cross-linked
  • มีความเสถียรสูง
    → ช่วยให้อยู่ทนและคงรูปได้ดี

กรณีแก้มตอบมาก ต้องการปริมาตรเยอะ

  • Juvederm Voluma
  • Restylane Lyft
    → เพราะให้ปริมาตรสูง อยู่ได้นาน

กรณีแก้มตอบปานกลาง

  • Restylane Defyne
  • Ultra V Hyal Hard
  • Belotero Volume
    → เพราะมีความยืดหยุ่นดี กระจายตัวสม่ำเสมอ

กรณีต้องการเติมหลายชั้น

  • ชั้นลึก: ใช้รุ่นที่มีความหนืดสูง
  • ชั้นกลาง: ใช้รุ่นที่มีความยืดหยุ่นดี
    → เพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบใช้กี่ ซีซี

คำถามที่หมอเจอบ่อยมากเลยคือ “หมอคะ ฉีดฟิลเลอร์แก้มต้องใช้กี่ซีซี?” จริงๆ แล้วไม่มีคำตอบตายตัวนะคะ เพราะแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เหมือนเสื้อผ้าที่ไม่ได้ไซส์เดียวใส่ได้ทุกคนค่ะ

ปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณฟิลเลอร์

  • โครงสร้างใบหน้า
  • ความรุนแรงของแก้มตอบ
  • อายุ
  • ประวัติการฉีดที่ผ่านมา
  • เป้าหมายที่ต้องการ

แต่เพื่อให้เห็นภาพคร่าวๆ หมอมีตารางแนะนำเบื้องต้น

ระดับแก้มตอบปริมาณต่อข้างปริมาณรวมหมายเหตุ
เล็กน้อย0.5-1 cc1-2 ccเหมาะสำหรับอายุ 25-35 ปี เริ่มมีแก้มตอบ
ปานกลาง1-1.5 cc2-3 ccพบบ่อยในช่วงอายุ 35-45 ปี
มาก1.5-3 cc3-5 ccมักพบในอายุ 45+ หรือน้ำหนักลดมาก

คำแนะนำการเติมฟิลเลอร์แก้มตอบ

ไม่จำเป็นต้องฉีดทั้งหมดในครั้งเดียว

  • สามารถทยอยฉีดได้
  • ดูผลลัพธ์ไปทีละสเต็ป
  • ปรับแต่งได้ตามต้องการ

การฉีดครั้งแรก

  • มักเริ่มที่ปริมาณน้อยก่อน
  • รอดูการตอบสนอง 2-4 สัปดาห์
  • ค่อยเพิ่มเติมถ้าต้องการ

การฉีดครั้งต่อไป

  • ใช้ปริมาณน้อยลง
  • เพราะมี Foundation จากครั้งแรก
  • เน้น Maintain มากกว่า Build-up

เทคนิคพิเศษจากหมอ

  • บางคนอาจต้องการความอิ่มมากหรือน้อยต่างกัน
  • สามารถปรับสัดส่วนซ้าย-ขวาไม่เท่ากันได้ ถ้าใบหน้าไม่สมมาตร
  • ควรถ่ายรูปก่อน-หลังเพื่อดูพัฒนาการ

ข้อควรระวัง

  • ปริมาณมากไป อาจทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ
  • น้อยไป อาจไม่เห็นผลชัดเจน
  • ต้องคำนึงถึงความสมดุลของใบหน้าโดยรวม

ฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ VS ฉีดไขมันแก้มตอบ

หมอเจอคำถามนี้บ่อยมากเลยค่ะ หลายคนกำลังลังเลระหว่างการฉีดฟิลเลอร์กับฉีดไขมันตัวเองเพื่อแก้ปัญหาแก้มตอบ ซึ่งทั้งสองวิธีนี้ก็มีข้อดีข้อด้อยต่างกันไป วันนี้หมอเลยอยากมาแชร์ข้อมูลให้ทุกคนได้ตัดสินใจกันง่ายขึ้น

หัวข้อเปรียบเทียบฉีดฟิลเลอร์ฉีดไขมันตัวเอง
ขั้นตอนการทำ– ใช้เวลา 15-30 นาที
– ทำเฉพาะที่
– ยาชาเฉพาะจุด
– ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง
– ต้องดูดไขมันก่อน
– อาจต้องดมยาสลบ แล้วแต่แพทย์จะประเมิน
ความรู้สึก– เจ็บน้อย
– ไม่มีแผล
– เจ็บบริเวณที่ดูดไขมัน
– มีแผลเล็กๆ ที่จุดดูดไขมัน
การฟื้นตัว– น้อยกว่า
– อาจมีรอยช้ำเล็กน้อย
– กลับบ้านได้ทันที
– 7-14 วัน
– บวมนานกว่า
– ต้องพักฟื้น มีทำแผล ใส่ผ้าพันแหล
ผลลัพธ์– เห็นผลทันที
– ควบคุมปริมาณแน่นอน
– แก้ไขง่ายถ้าไม่พอใจ
– หมอต้องฉีดเผื่อ ช่วงแรกหน้าจะบวมๆ
– ผลลัพธ์ชัดเจนหลัง 3 เดือน
– ไม่สามารถแก้ไขได้ทันที
ความคงทน– อยู่ได้ 12-18 เดือน
– ต้องทำซ้ำ
– ผลลัพธ์คาดเดาได้
– อยู่ได้ถาวร (30-70% ของไขมันที่อยู่รอด)
– ทำครั้งเดียว
– ผลลัพธ์อาจไม่แน่นอน
ค่าใช้จ่าย– 15,000-30,000 บาท/ครั้ง
– ทำซ้ำทุก 1-2 ปี
– 30,000-100,000 บาท
– ทำครั้งเดียว
ข้อดี– ไม่ต้องผ่าตัด
– ฟื้นตัวเร็ว
– ปรับแต่งง่าย
– ควบคุมได้แม่นยำ
– ผลถาวร
– ใช้เนื้อเยื่อตัวเอง
– ดูธรรมชาติ
– คุ้มค่าระยะยาว
ข้อด้อย– ต้องทำซ้ำ
– ค่าใช้จ่ายสะสม
– ระวังฟิลเลอร์ปลอม
– ใช้เวลาฟื้นตัวนาน
– ควบคุมปริมาณยาก
– ผลลัพธ์ไม่แน่นอน

ฉีดฟิลเลอร์ เหมาะกับ

  • ต้องการเห็นผลเร็ว
  • ไม่มีเวลาพักฟื้นนาน
  • อยากลองผลลัพธ์ก่อน
  • กลัวการผ่าตัด
  • ต้องการควบคุมปริมาณแน่นอน

ฉีดไขมัน เหมาะกับ

  • ต้องการผลลัพธ์ถาวร
  • มีเวลาพักฟื้น
  • ต้องการความธรรมชาติสูง
  • มีไขมันส่วนเกินที่ต้องการกำจัด
  • คำนึงถึงความคุ้มค่าระยะยาว

ขั้นตอนฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบที่ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

  • พบแพทย์ ประเมินปัญหา หมอต้าร์จะต้องสอบถามประวัติ และประเมินปัญหาผิวหน้า ก่อนรับบริการทุกเคส
  • ทำความสะอาดผิวหน้า ทำความสะอาดผิวด้วยคลีนซิ่ง ลบเครื่องสำอาง ก่อนเริ่มทำการรักษา
  • แปะยาชา เพื่อความสบายผิว เจ้าหน้าที่จะแปะยาชา ให้คนไข้ก่อนรับบริการ ทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
  • แพทย์เริ่มทำการรักษา โดยมีเจ้าหน้าที่แจ้งตัวยา ตรงรุ่น ตรงตามคำแนะนำของแพทย์ ตรวจสอบฟิลเลอร์ได้ และใช้เวลาในการรักษาไม่นาน 20-30 นาที
  • รับยาตามแพทย์สั่ง แพทย์จ่ายยา (ถ้ามี) และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเอง
  • ติดตามผล ควรเข้ามาพบแพทย์ตามนัด เพื่อติดตามผลลัพธ์การรักษาให้ออกมาอย่างที่คาดหวัง

ฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบที่ไหนดี

เมื่อคลินิกความงามมีให้เลือกมากมาย สิ่งสำคัญคือต้องเลือกด้วยวิจารณญาณ ไม่หลงกับกับดักราคาถูกหรือโปรโมชั่นล่อใจ เพราะความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด การเสียเวลาศึกษาข้อมูลและตรวจสอบมาตรฐานคลินิกย่อมคุ้มค่ากว่าการต้องมาแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการตัดสินใจผิดพลาด อ่านบทความ การเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์อย่างละเอียด ได้ที่นี่

มาตรฐานสถานพยาบาลที่จะฉีดฟิลเลอร์

  • ต้องเป็นคลินิกที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลอย่างถูกต้อง
  • มีการแสดงใบอนุญาตและใบประกอบวิชาชีพของแพทย์อย่างชัดเจน
  • มีมาตรฐานด้านความสะอาดและความปลอดภัย

คุณสมบัติแพทย์ผู้ทำหัตถการฟิลเลอร์

  • ต้องเป็นแพทย์ที่ได้รับการรับรองและมีความเชี่ยวชาญด้านความงาม
  • มีประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ
  • ควรมีผลงานที่สามารถตรวจสอบได้

วิธีการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์

  • สามารถตรวจสอบใบอนุญาตคลินิกผ่านเว็บไซต์กองกฎหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
  • สอบถามประวัติและประสบการณ์ของแพทย์ได้
  • มีการให้คำปรึกษาและประเมินสภาพผิวก่อนทำหัตถการ
หมอปลอม หมอเถื่อน ตรวจสอบ แพทยสภาพ
รีวิวฟิลเลอร์ ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี หมอต้าร์

เตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดรอยช้ำ และทำให้คุณเข้าใจกระบวนการรักษาได้ดียิ่งขึ้น ดังนี้

การเตรียมตัวล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์

  • งดการรับประทานยาต้านการอักเสบ เช่น แอสไพริน
  • งดอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้าหรือทำทรีตเมนต์ที่กระตุ้นผิวรุนแรง

การเตรียมตัวก่อนวันทำ 1-3 วัน

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำให้มากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ
  • งดการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของกรด

วันที่มาทำหัตถการ

  • มาถึงคลินิกก่อนเวลานัดอย่างน้อย 15 นาที
  • ล้างหน้าให้สะอาด ไม่แต่งหน้ามา หรือถ้าแต่งมาคลินิกก็จะมีการคลีนหน้า ฆ่าเชื้อก่อนทำอยู่แล้ว
  • แจ้งประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากค่ะ สำหรับคนที่เคยฉีดมาแล้วคงคุ้นเคยกับข้อปฏิบัติเหล่านี้ดี แต่ถ้าเป็นมือใหม่ที่เพิ่งฉีดครั้งแรก หรือมีผิวบอบบางเป็นพิเศษ แนะนำให้ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดนะคะ

คำแนะนำหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • หลังการฉีด อาจมีอาการบวม เขียวช้ำได้ ซึ่งจะดีขึ้นภายใน 3 วัน ถ้าอาการแย่ลงให้รีบติดต่อคลินิก
  • ใน 48 ชั่วโมงแรก ควรประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมช้ำ
  • ระวังไม่ให้ใบหน้ากระทบกระแทก และหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวหน้าแรงๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • งดกิจกรรมที่ใช้ความร้อนทั้งหมด เช่น เลเซอร์หน้า อบไอน้ำ ซาวน่า อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  • ห้ามนวดหน้า ทำทรีทเม้นท์ใดๆ เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารหมักดองทุกชนิด 2 สัปดาห์ (หากจำเป็น ให้งดอย่างน้อย 48 ชั่วโมง)

ฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ ราคาเท่าไหร่

สำหรับราคาการฉีดแก้มตอบนั้น จะอยู่ในช่วงประมาณ 15,000 – 40,000 บาทต่อครั้ง ทั้งนี้ราคาจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยหลักๆ ดังนี้

ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้

  • โดยทั่วไปใช้ประมาณ 1-2 cc ต่อข้าง
  • ยิ่งใช้ปริมาณมาก ราคาก็จะสูงขึ้น

ยี่ห้อและคุณภาพของฟิลเลอร์

  • แบรนด์ที่เป็นที่นิยม เช่น Juvederm, Restylane จะมีราคาสูงกว่า
  • แบรนด์อื่นๆจะมีราคาถูกกว่า เป็นทางเลือก

สถานที่ให้บริการ

  • คลินิกความงามมาตรฐาน
  • โรงพยาบาลเอกชน
  • คลินิกแพทย์เฉพาะทาง

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater
  • สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
  • สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546

หากคนไข้อยากมีหน้าผากที่ดูเงาวาว สามารถเลือกทำได้ทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับปัญหาตั้งต้นค่ะ หากคนไข้มีโครงหน้าผากสวยอยู่แล้ว การฉีด โบท็อกซ์ จะตอบโจทย์มากค่ะ โดยเหตุผลที่หน้าผากดูสะท้อนแสงและเงาวาวได้นั้น เป็นเพราะโบท็อกซ์ไปช่วยให้ผิวหน้าผากของเราตึงกระชับขึ้น และไม่มีริ้วรอยมากวนใจ เมื่อผิวเรียบเนียนเสมอกันก็นำมาซึ่งการตกกระทบและสะท้อนแสงได้ดีเยี่ยมเหมือนกระจกนั่นเองค่ะ แต่หากคนไข้มีปัญหาหน้าผากแบน แฟบ หรือเป็นแอ่ง การฉีด ฟิลเลอร์ จะช่วยเติมมิติให้หน้าผากดูโหนกนูน โค้งมนรับแสง และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟูฉ่ำน้ำ สรุปง่ายๆ คือ โบท็อกซ์เน้นสร้างผิวตึงไร้ริ้วรอยเพื่อสะท้อนแสง ส่วน ฟิลเลอร์เน้นปรับโครงสร้างให้โค้งนูนรับแสง ซึ่งคนไข้สามารถเข้ามาให้หมอประเมินโครงหน้าก่อนได้ เพื่อเลือกวิธีที่ปังและตรงจุดที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

เรื่องนี้หมอบอกเลยว่าหลายคนจะเดาผิด โดยเฉพาะคนที่คิดจะฉีดฟิลเลอร์หลายๆซีซีเพื่อปรับรูปหน้า

การฉีดฟิลเลอร์จะได้ผลลัพธ์ที่สวยและพอดีที่สุดเมื่อ คนไข้มีน้ำหนักตัวที่คงที่หรืออยู่ในช่วงน้ำหนักเป้าหมายแล้ว ค่ะ หากฉีดตอนกำลังลดน้ำหนัก ควรรอให้น้ำหนักนิ่งก่อนเพื่อประเมินระดับไขมันบนหน้าที่หายไปได้อย่างแม่นยำ ส่วนการฉีดตอนน้ำหนักตัวเยอะแล้วไปลดน้ำหนักทีหลัง อาจทำให้หน้าดูตอบลงจนต้องกลับมาเสียเงินเติมฟิลเลอร์เพิ่ม ในขณะที่ถ้าฉีดตอนผอมแล้วปล่อยให้น้ำหนักขึ้น หน้าก็อาจจะดูบวมล้นผิดปกติได้ ดังนั้น การรักษาน้ำหนักให้เสถียรทั้งก่อนและหลังทำ จะช่วยให้หมอประเมินโครงหน้าได้แม่นยำที่สุด ฟิลเลอร์อยู่ทรงสวย และดูเป็นธรรมชาติในระยะยาวค่ะ

อยากแน่ใจเรื่องช่วงเวลา จำนวนซีซีที่ต้องใช้ หรือจะต้องรอจังหวะเหมาะที่สุด เข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกได้ตลอดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หลังยาชาในฟิลเลอร์หมดฤทธิ์ คนไข้จะไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดรุนแรง ค่ะ รวมถึงยาชาในบางเคส บางจุดที่หมอฉีดเพิ่มให้ด้วยนะคะ แต่จะมีเพียงอาการ รู้สึกตึง หน่วง หรือระบมเล็กน้อยเมื่อสัมผัส ในบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายที่กำลังปรับตัว อาการเหล่านี้จะ ค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเอง ยาชาในฟิลเลอร์อยู่ได้สั้นมาก ไม่กี่ชั่วโมงก็หายไป หากคนไข้รู้สึกไม่สบายผิว สามารถ ทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ ทันที แต่หากมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติอื่นๆ ควรรีบแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบโดยทันทีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอก็เคยเป็นค่ะ แต่ตอนนี้เข้าที่แล้ว ปัญหาใบหน้าไม่เท่ากันเวลายิ้มเป็นเรื่องที่ทำให้กังวลใจ แต่หมออยากให้คุณคนไข้สบายใจได้เลยนะคะ เพราะปัญหานี้เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยแต่แก้ไขได้ และโดยธรรมชาติแล้วใบหน้าของคนเราก็มักจะไม่ได้สมมาตรกัน 100% ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ซึ่งบางคนเป็นตอนยิ้ม บางคนเห็นได้ตั้งแต่ยังไม่ยิ้ม

กลไกหลัก ของปัญหานี้มักเกิดจาก การทำงานที่ไม่สมดุลกันของกล้ามเนื้อใบหน้า ค่ะ คือกล้ามเนื้อที่ใช้ในการแสดงสีหน้า โดยเฉพาะเวลายิ้ม อาจมีการดึงรั้งที่แตกต่างกันในแต่ละข้าง เช่น กล้ามเนื้อด้านหนึ่งอาจแข็งแรงกว่า หรือถูกใช้งานมากกว่าอีกด้าน ทำให้เวลายิ้ม ใบหน้าข้างนั้นมีการยกตัวหรือดึงรั้งที่มากกว่าค่ะ นอกจากนี้ โครงสร้างใบหน้าเดิม หรือความหย่อนคล้อยของผิวที่แตกต่างกัน ก็เป็นปัจจัยร่วมได้เช่นกัน

ข่าวดีก็คือ การแก้ไขปัญหานี้ ส่วนใหญ่แล้วไม่จำเป็นต้องถึงขั้นผ่าตัดศัลยกรรม เลยค่ะ แพทย์ส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีการปรับสมดุลด้วยหัตถการทางการแพทย์ เช่น การฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน (Botox) เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดึงรั้งมากเกินไป ให้กล้ามเนื้อทั้งสองข้างทำงานได้สมดุลกันมากขึ้น หรือ การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อเติมเต็มวอลลุ่ม ในส่วนที่ขาดหายไป ให้ใบหน้าดูเต็มและสมมาตรขึ้นไม่ว่าจะตอนนิ่งหรือเวลายิ้มค่ะ เครื่องยกกระชับก็มีส่วนช่วย แต่ข้อเสียคือมันจะไม่เห็นผลในทันที แต่ก็เป็นตัวเลือกให้คนไข้ได้ค่ะ

บางคนอาจจะสงสัยเพิ่มว่า หากไม่ได้ทำหัตถการแล้ว จะมีโอกาสกลับมาเป็นปกติไหม ได้ แต่ไม่ทุกกรณี! ในบางกรณีที่สาเหตุเกิดจากพฤติกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น การเคี้ยวอาหารข้างเดียว การฝึกบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างถูกวิธี อาจช่วยให้ดีขึ้นได้บ้างค่ะ แต่ถ้าเป็นจากความแตกต่างของโครงสร้าง หรือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ชัดเจน การทำหัตถการจะเป็นวิธีที่ช่วยปรับสมดุลได้ตรงจุดและเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่ามากค่ะ อย่างไรก็ตาม การปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณคนไข้แต่ละท่าน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ถ้าใครฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก ไม่ว่าจะใต้ตาหรือจุดไหนก็ตามแต่ หมอสรุปให้เข้าใจง่ายๆแบบนี้นะคะ

ถ้าอาการนี้เกิดขึ้นในช่วง 1-3 วันแรก ยังถือว่าปกติค่ะ เพราะเรียกง่ายๆว่าอาการบวมเข็ม หรืออาการที่ฟิลเลอร์มันอุ้มน้ำดูดน้ำมารวมกันบริเวณที่ฉีด ร่างกายกำลังสับสนว่าที่เจลฟิลเลอร์ตรงนี้คืออะไร และอีกหลายประการ แต่ถือว่าเกิดขึ้นได้ทางการแพทย์ บางครั้งมันจะทำให้ดูไม่เท่ากันได้ ทั้งๆที่ฉีดฟิลเลอร์ปริมาณเท่าๆกันเข้าไป แต่สิ่งที่จะไม่ปกติ ถ้าฉีดจากที่อื่นมาแล้วรู้สึกว่าผ่านมาเป็นเดือนแล้ว ยังนูน ยังบวมๆตุ่ยๆอยู่ แบบนี้ถือว่าผิดปกติได้

ชัดสุดคือ หากมีอาการรุนแรง เช่น ปวด แดงร้อนชัดเจน หรือมีก้อนแข็ง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ถ้าแบบนี้จะต้องประเมินการรักษาเรื่องการฉีดสลาย หรือขูดออก ขึ้นอยู่กับสารที่ฉีดมาค่ะ

ดังนั้นคนไข้ที่จะมาฉีดกับหมอจะมีคำแนะนำ ก่อนมารับบริการ และหลังรับบริการชัดเจนมากกว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้างเพื่อลดอาการบวมเข็มหลังทำ เพื่อที่คนไข้จะได้ไม่ตกใจเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ มันเป็นอาการที่เลี่ยงได้หากทำตามคำแนะนำของแพทย์ได้ค่ะ อ้อ อีกอย่าง อาหารที่ส่งผลต่อการบวมหลังทำหัตถการทุกประเภท ที่ถือว่าเป็นตัวดีเลยก็คือพวกโซเดียม บางคนชอบทานรสจัดๆ เค็มๆ นัวๆ แซ่บๆ บอกเลยว่าอาการจัดชัดมากกว่าใครเพื่อนเลยละค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

สำหรับคนไข้ที่กังวลเรื่อง หน้าแบนเพราะไม่มีโหนกแก้ม ทางเลือกยอดนิยมในการเติมเต็มคือ ฟิลเลอร์ และ การฉีดไขมันตัวเอง โดยฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์ที่ เห็นผลทันที ไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่ถาวร ต้องฉีดซ้ำทุก 6-18 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็ว ปรับเปลี่ยนได้ และที่สำคัญคือ ฟิลเลอร์มีน้ำหนักเบากว่า จึงเหมาะกับการสร้างมิติโหนกแก้มที่ต้องการปริมาณมากโดยไม่เพิ่มภาระให้กับโครงสร้างใบหน้าค่ะ นึกภาพตามหมอก็ได้ค่ะว่าหมอต้องเอาดินน้ำมันไปแปะฝาผนังที่มันเรียบๆ จะต้องปั้นยังไงให้มันไม่หล่นลงพื้น ปริมาณฟิลเลอร์ เนื้อฟิลเลอร์ที่ใช้มีผลเยอะมาก ในทางกลับกัน การฉีดไขมันตัวเองแม้จะให้ผลลัพธ์ที่ เป็นธรรมชาติ และหากติดแล้วจะอยู่ได้นานกว่า แต่ก็มีข้อจำกัดที่ว่า ไขมันมีน้ำหนักมากกว่าฟิลเลอร์มาก และที่สำคัญคือ อัตราการติดของเซลล์ไขมันไม่แน่นอน ทำให้ผลลัพธ์ในระยะยาวอาจไม่คงที่เท่าตอนแรก ซึ่งเป็นข้อกังวลที่คนไข้หลายท่านพบเจอได้ค่ะ นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนการดูดไขมันและระยะเวลาพักฟื้นนานกว่า 1-2 สัปดาห์ การเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดจึงควร ปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินรูปหน้าและพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างละเอียดนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอเจอเคสคนไข้วัยเรียน วัยทำงานเยอะนะคะ ที่จากคนที่หน้าดูอิ่มปกติดี แต่พอจัดฟันซึ่งบางเคสลากยาวเป็นปี ทำให้ใบหน้าตอบลง ไม่ว่าจะด้วยทานได้น้อยลง หรืออาจจะเป็นเพราะแนวกระดูกกรามยุบตัว ใบหน้าดูแคบลงใดๆ ก็ตามแต่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจอย่างมาก เพราะทำให้ ใบหน้าดูโทรม ดูเหนื่อย และดูมีอายุขึ้น โดยที่คนไข้เองก็ไม่ได้ตั้งใจค่ะ

สาเหตุหลักๆ ที่หมอมักจะเจอคือ เมื่อเราใส่เครื่องมือจัดฟัน เรามักจะ เลี่ยงการเคี้ยวของแข็ง ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกราม (Masseter Muscle) ไม่ค่อยได้ใช้งานจนเกิดการฝ่อตัวลง (Atrophy) ประกอบกับโครงสร้างฟันที่เคลื่อนที่เข้าหาตำแหน่งใหม่ ทำให้เนื้อแก้มที่เคยมีที่เกาะดูยุบตัวลงไปนั่นเองค่ะ

แนวทางสำหรับคนไข้ที่มีปัญหา คือการเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะกับความต้องการและสภาพผิวของคนไข้เป็นหลักค่ะ โดยแนวทางแรกคือ Biostimulator ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ทำให้ผิวค่อยๆ ฟูและแน่นกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดโอกาสที่ใบหน้าจะดูล้นเกินไป แต่ผลจะค่อยเป็นค่อยไป (เห็นชัดช้ากว่า) ค่ะ ส่วนแนวทางที่สองคือ Filler ซึ่งทำหน้าที่เติมเต็มปริมาตรที่ขาดหายไปโดยตรง ส่งผลให้เห็นผลลัพธ์ทันที และสามารถปรับรูปหน้าให้ชัดเจนขึ้นได้ หลักๆของคนไข้หมอเองคือสื่อสารเป้าหมายอย่างละเอียดชัดเจนว่าประเมินแล้วตัวไหนเหมาะสมสุด และคนไข้ก็ตัดสินใจจากข้อดีข้อด้อยแต่ละโปรแกรมได้เลย การมาพบหมอเพื่อดูโครงหน้าโดยรวมจะดีที่สุด

อ่านเพิ่มเติม

การสลายฟิลเลอร์ด้วย Hyaluronidase มีอัตราความสำเร็จสูงกว่า 95-99% ในการลดหรือกำจัดฟิลเลอร์ที่ไม่พึงประสงค์ แต่หลายคนก็กังวลว่า ในร่างกายเรามีคอลลาเจนอยู่ จะถูกสลายไปด้วยไหม ผิวบริเวณนั้นจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า หมอสรุปให้แบบนี้ค่ะ

การฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วย เอนไซม์ Hyaluronidase นั้นเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีความจำเพาะสูง โดยเอนไซม์ชนิดนี้จะออกฤทธิ์ ย่อยสลายเฉพาะกรดไฮยาลูรอนิก ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของฟิลเลอร์ส่วนใหญ่เท่านั้น ไม่ส่งผลกระทบสำคัญต่อคอลลาเจนหรือกรดไฮยาลูรอนิกธรรมชาติ ในร่างกายของเรา เนื่องจาก Hyaluronidase ถูกออกแบบมาให้จดจำและทำงานกับฟิลเลอร์โดยตรง แม้ในบางกรณีอาจมีการสลายกรดไฮยาลูรอนิกธรรมชาติไปบ้างเล็กน้อย แต่ร่างกายจะสามารถ สร้างขึ้นมาทดแทนได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญสุดที่หมอบอกคนไข้ที่ฉีดฟิลเลอร์จากที่อื่นมาแล้วอยากจะสลาย เริ่มต้นใหม่ สิ่งสำคัญคือประสบการณ์และการผสมความเข้มข้นของตัวยา ถ้าใช้ในปริมาณที่พอดี จะไม่เกิดปัญหา ทำให้ไม่มีผลเสียระยะยาวต่อโครงสร้างผิวตามธรรมชาติ การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

40

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

เพียงเติมเต็มแก้มตอบ แค่เล็กน้อย คุณก็พร้อมเผยความสวยที่อิ่มเอิบและสมดุลอย่างเป็นธรรมชาติ

★★ ความประทับใจ ★★

google
Salilya Pinyo
Salilya Pinyo
26/03/2026
facebook
Jib Than
Jib Than
แนะนำเลย
03/01/2026
facebook
Darinda Nina
Darinda Nina
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Palung Boonma
Palung Boonma
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Jenifer Rich
Jenifer Rich
แนะนำเลย
28/06/2024
facebook
Natanicha Charbumrung
Natanicha Charbumrung
แนะนำเลย
16/06/2024
facebook
Rose Anytime
Rose Anytime
แนะนำเลย
28/02/2024