ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ไฝเม็ดไม่ใหญ่ แต่ทำไมหมอให้ผ่า ทำไมไม่ใช้ Co2 Laser

การจะเลือกกำจัดไฝด้วยวิธีเลเซอร์หรือผ่าตัดนั้นขึ้นอยู่กับความลึกของรากไฝและลักษณะของไฝเป็นสำคัญค่ะ เลเซอร์เหมาะกับไฝรากตื้น เพราะสะดวกและแผลเล็ก แต่ถ้าไฝมีรากลึกหรือมีลักษณะที่น่าสงสัย เช่น โตเร็ว ขอบไม่ชัด หรือมีเลือดออก การผ่าตัดจะเป็นวิธีที่ดีกว่า เพราะสามารถเอาไฝออกได้หมดจดถึงราก ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ และที่สำคัญที่สุดคือ สามารถส่งชิ้นเนื้อไปตรวจเพื่อยืนยันได้ว่าไม่ใช่เนื้อร้าย ทำให้คนไข้มั่นใจและปลอดภัยในระยะยาวค่ะ


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

Close-up of mole excision stitches on antiseptic-stained skin
CO2 laser mole and skin tag removal cross-section illustration with before, during, after

โดยปกติแล้ว เวลาคนไข้มาปรึกษาเรื่องไฝ หมอจะพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ใช่แค่ขนาดอย่างเดียว แต่จะดูไปถึงลักษณะของไฝ ความลึกของราก และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยค่ะ

CO2 Laser เหมาะกับไฝแบบไหน?

การใช้เลเซอร์ CO2 (คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์) เป็นวิธีที่นิยมมากในการกำจัดไฝ ติ่งเนื้อ หรือสิวหิน เพราะสะดวก รวดเร็ว และแผลเล็กนิดเดียวค่ะ หลักการของเลเซอร์คือการใช้พลังงานความร้อนสูงไปทำลายเนื้อเยื่อบริเวณผิวชั้นบนให้หายไป

  • เหมาะกับ: ไฝที่มีลักษณะนูนขึ้นมาจากผิวเพียงเล็กน้อย ขนาดไม่ใหญ่ และที่สำคัญคือต้องมีรากตื้นๆ อยู่แค่ในชั้นหนังกำพร้าหรือหนังแท้ส่วนบนเท่านั้นค่ะ
  • ข้อจำกัด: ถ้าไฝของคนไข้มีรากลึกลงไปในชั้นหนังแท้ส่วนลึก การใช้เลเซอร์อาจจะเอาเซลล์ไฝออกได้ไม่หมดจด ทำให้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำที่จุดเดิมได้สูงค่ะ แถมบางครั้งการกลับมาอาจมีสีที่เข้มขึ้นหรือขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมด้วยนะคะ

แล้วทำไมบางเคสถึงต้องผ่าตัด?

การผ่าตัดเป็นวิธีมาตรฐาน (Gold Standard) ในการเอาไฝออก โดยเฉพาะไฝที่คุณหมอประเมินแล้วว่าอาจมีความเสี่ยง หรือมีลักษณะบางอย่างที่ไม่เหมาะกับการทำเลเซอร์ค่ะ

  • เหมาะกับ:
    1. ไฝที่มีรากลึก: การผ่าตัดจะทำให้หมอสามารถตัดเอาเซลล์ไฝออกมาได้ทั้งหมดจนถึงราก ซึ่งเป็นการลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้ดีที่สุดค่ะ
    2. ไฝที่น่าสงสัย: หากไฝของคนไข้มีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น โตเร็วผิดปกติ, ขอบเขตไม่ชัดเจน, มีหลายสีปนกัน, มีอาการคัน หรือมีเลือดออก ลักษณะเหล่านี้เป็นสัญญาณที่อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของเซลล์ผิวหนัง หรืออาจมีแนวโน้มพัฒนาไปเป็นมะเร็งผิวหนังได้ค่ะ
    3. เพื่อการส่งตรวจชิ้นเนื้อ: ข้อดีที่สุดของการผ่าตัดคือ หมอจะได้ชิ้นเนื้อไฝที่สมบูรณ์ไปส่งตรวจทางพยาธิวิทยา (Biopsy) เพื่อยืนยันให้แน่ใจ 100% ว่าไฝเม็ดนั้นเป็นเพียงไฝธรรมดา ไม่มีเซลล์ที่น่ากังวลแอบซ่อนอยู่ การทำเลเซอร์จะไม่สามารถส่งตรวจชิ้นเนื้อได้ เพราะเซลล์จะถูกทำลายไปหมดค่ะ

ลองนึกภาพไฝเหมือนต้นไม้ค่ะ ถ้าเป็นแค่ต้นหญ้าเล็ก ๆ รากตื้น ๆ เราใช้เครื่องตัดหญ้า (เหมือนเลเซอร์) เล็มที่ผิวดินก็เรียบแล้ว แต่ถ้าเป็นต้นไม้ที่หยั่งรากลึกลงไปในดิน การใช้แค่เครื่องตัดหญ้าเล็มแต่ข้างบน ไม่นานต้นไม้ก็จะงอกกลับขึ้นมาใหม่ได้อยู่ดี วิธีที่ดีที่สุดคือต้องขุดถอนออกมาทั้งราก (เหมือนการผ่าตัด) นั่นเองค่ะ

หัวข้อเหมาะกับการผ่าตัดคำอธิบาย
1. ไฝมีรากลึก✔️การผ่าตัดจะช่วยให้หมอเอาเซลล์ไฝออกได้หมดจด ลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ดีที่สุดค่ะ
2. ไฝมีขนาดใหญ่ (โดยทั่วไปเกิน 0.6 ซม.)✔️ไฝที่ใหญ่มากๆ มักจะมีรากลึก การใช้เลเซอร์อาจต้องทำหลายครั้งและเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นมากกว่าค่ะ
3. ไฝมีลักษณะน่าสงสัย✔️สำคัญมาก! หากไฝโตเร็ว, ขอบไม่เรียบ, มีหลายสีปนกัน, คัน หรือมีเลือดออก ต้องผ่าเพื่อส่งชิ้นเนื้อตรวจวินิจฉัยโรคค่ะ
4. ต้องการความแน่นอน 100%✔️การผ่าตัดเป็นวิธีเดียวที่สามารถส่งชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อยืนยันว่าไม่ใช่เซลล์มะเร็งผิวหนังได้ค่ะ
5. ตำแหน่งไฝอยู่ในร่มผ้า✔️บริเวณที่ซ่อนในเสื้อผ้าได้ เช่น ลำตัว แผ่นหลัง การเกิดรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดมักจะไม่มีผลกระทบเรื่องความสวยงามมากนักค่ะ
6. ตำแหน่งไฝอยู่บนใบหน้ากรณีนี้ต้องพิจารณาเป็นพิเศษค่ะ หากไฝบนใบหน้าไม่มีลักษณะน่าสงสัยและมีรากตื้น หมอมักจะแนะนำเลเซอร์เพื่อลดโอกาสการเกิดรอยแผลเป็น แต่หากเข้าข่ายน่าสงสัย ยังไงการผ่าตัดก็ยังจำเป็นกว่าเพื่อความปลอดภัยนะคะ
7. เคยทำเลเซอร์แล้วไฝกลับมาซ้ำ✔️หากไฝกลับมาที่จุดเดิม แสดงว่ารากไฝยังอยู่และอาจอยู่ลึกเกินกว่าที่เลเซอร์จะกำจัดได้หมด การผ่าตัดจึงเป็นคำตอบสุดท้ายค่ะ

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย