ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ภูมิตก คืออะไร อาการเป็นอย่างไร

จากผลการศึกษาของศูนย์วิจัยสุขภาพจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อปี 2566 พบว่า คนไทยวัยทำงานมากกว่า 60% มีระดับความเครียดสะสมในระดับปานกลางถึงสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ เม็ดเลือดขาวชนิด Lymphocyte ลดลงถึง 15% โดยเฉลี่ยในกลุ่มตัวอย่าง ทำให้มีความเสี่ยงต่อภาวะภูมิตกสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ว่ากันให้เข้าใจง่ายๆมันก็คือ ภูมิคุ้มกันเราอ่อนแอชั่วคราวค่ะ “ภูมิตก” ทำให้เรา ป่วยง่าย หายช้า อ่อนเพลีย ผิวพรรณไม่สดใส และอาจมีปัญหาแผลหายช้าหรือภูมิแพ้กำเริบได้ สาเหตุหลักมาจาก ความเครียด พักผ่อนไม่พอ โภชนาการไม่ดี และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การที่รู้แล้วเข้ามาพบหมอนั้นจะช่วย ประเมินสุขภาพ แนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เสริมวิตามิน และดูแลผิวพรรณ เพื่อฟื้นฟูภูมิคุ้มกันให้กลับมาแข็งแรง เพื่อสุขภาพที่ดีและความงามที่ยั่งยืนค่ะ


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

ภูมิตกคืออะไร? สัญญาณเตือนที่ผิวและร่างกาย

“ภูมิตก” หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไม่ได้หมายถึงการที่เราป่วยเป็นโรคภูมิแพ้หรือโรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันโดยตรงนะคะ แต่เป็นภาวะที่ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราทำงานได้ไม่เต็มที่ หรืออ่อนแอลง ค่ะ ทำให้ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส หรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนปกติ ส่งผลให้เราเจ็บป่วยง่ายขึ้น หายป่วยช้าลง และอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวม รวมถึงผิวพรรณและความสดใสของเราด้วยค่ะ

อาการแบบไหนที่บอกว่าเรากำลัง “ภูมิตก” ?

คนไข้หลายคนอาจไม่ทันสังเกตว่าตัวเองกำลังมีภาวะภูมิตกอยู่ค่ะ หมอจะบอกเล่าอาการที่พบบ่อยๆ ให้ฟังนะคะ หากคนไข้มีอาการเหล่านี้บ่อยๆ หรือเป็นเรื้อรัง ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าภูมิคุ้มกันของเรากำลังอ่อนแอค่ะ

  • ป่วยบ่อย หายช้า: เป็นไข้หวัด ไอ เจ็บคอบ่อยกว่าปกติ หรือเมื่อเป็นแล้วใช้เวลานานกว่าจะหายสนิท เหมือนตัวอย่างที่ว่า “เพื่อนร่วมงานไอจามแค่ 2-3 วันหาย แต่เราลากยาวเป็นอาทิตย์เลยค่ะหมอ” แบบนี้ต้องระวังเลยค่ะ
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่สดใส: รู้สึกไม่สดชื่น นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ ตื่นมายังรู้สึกเพลียๆ เหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม หรือรู้สึกว่า “ช่วงบ่ายๆ ก็เริ่มง่วง หาวบ่อยๆ ไม่มีแรงทำงานแล้วค่ะ” แบบนี้ก็อาจเป็นได้ค่ะ
  • ผิวพรรณไม่สดใส สิวขึ้นง่าย หายช้า: สังเกตว่าผิวดูหมองคล้ำ ไม่เปล่งปลั่งเหมือนเคย หรือมีสิวอักเสบขึ้นบ่อยๆ แม้จะดูแลดีแล้ว และสิวก็หายช้า ทิ้งรอยดำรอยแดงไว้นานกว่าปกติ
  • แผลหายช้า: เมื่อเกิดบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ เช่น โดนมีดบาด หรือยุงกัด แผลจะใช้เวลานานกว่าจะหายสนิท และอาจเกิดการติดเชื้อได้ง่าย
  • เป็นเริม งูสวัด หรือตุ่มใสๆ บ่อยๆ: ไวรัสเหล่านี้จะฉวยโอกาสแสดงอาการเมื่อภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอลงค่ะ หากคนไข้เคยเป็นแล้วกลับมาเป็นซ้ำบ่อยๆ ก็เป็นสัญญาณสำคัญเลยค่ะ
  • ท้องผูก ท้องเสียบ่อย: ระบบภูมิคุ้มกันของเรามีความเชื่อมโยงกับระบบทางเดินอาหารอย่างใกล้ชิดค่ะ หากภูมิคุ้มกันไม่ดี ก็อาจส่งผลให้การทำงานของลำไส้ผิดปกติได้
  • ภูมิแพ้กำเริบ: สำหรับคนไข้ที่มีภูมิแพ้อยู่แล้ว อาจสังเกตว่าอาการภูมิแพ้แย่ลงกว่าเดิม หรือกำเริบบ่อยขึ้นค่ะ

ทำไมเราถึงภูมิตกได้ง่ายจัง?

สาเหตุที่ทำให้ภูมิคุ้มกันของเราอ่อนแอลงมีหลายปัจจัยเลยค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเรานี่แหละค่ะ

  • ความเครียดสะสม: นี่คือตัวการสำคัญเลยค่ะ เมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนบางชนิดที่ไปกดภูมิคุ้มกันของเรา ทำให้ภูมิอ่อนแอลง
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ: การนอนหลับที่มีคุณภาพสำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกายและระบบภูมิคุ้มกันค่ะ หากอดนอน หรือนอนไม่พอเป็นประจำ ภูมิต้านทานก็จะลดลง
  • ภาวะโภชนาการที่ไม่ดี: การรับประทานอาหารที่ไม่ครบ 5 หมู่ หรือเน้นอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น อาหารแปรรูป น้ำตาลสูง จะทำให้ร่างกายขาดวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันค่ะ
  • การออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสม: การไม่ออกกำลังกายเลย หรือออกกำลังกายที่หักโหมเกินไป ก็ส่งผลเสียต่อภูมิคุ้มกันได้ทั้งคู่
  • การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่: สารพิษในแอลกอฮอล์และบุหรี่จะทำลายเซลล์ภูมิคุ้มกัน และลดประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง
  • โรคประจำตัวบางชนิด: เช่น เบาหวาน โรคไต หรือการใช้ยาบางประเภท ก็อาจส่งผลกระทบต่อภูมิคุ้มกันได้ค่ะ
แพ็คเกจตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุ 20 รายการ ราคา 12999 บาท

แล้วหมอจะช่วยอะไรคนไข้เรื่องภูมิตกได้บ้างคะ?

แน่นอนค่ะ! เมื่อคนไข้รู้สึกว่าตัวเองกำลังมีอาการภูมิตก ไม่ต้องกังวลนะคะ หมอสามารถช่วยดูแลและให้คำแนะนำได้ค่ะ

  1. การตรวจสุขภาพและประเมิน: หมอจะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจมีการ ตรวจเลือดเพื่อดูระดับวิตามิน แร่ธาตุ และค่าเม็ดเลือดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
  2. ให้คำแนะนำเรื่องโภชนาการและการใช้ชีวิต: หมอจะให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การจัดการความเครียด และการนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ
  3. การเสริมวิตามินและแร่ธาตุ: ในบางกรณีที่คนไข้ขาดวิตามินหรือแร่ธาตุที่สำคัญมากๆ หมออาจพิจารณาให้ การเสริมวิตามินและแร่ธาตุ ทั้งในรูปแบบรับประทาน หรือการฉีด เช่น วิตามิน C, วิตามิน D หรือวิตามินรวม เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันให้กลับมาแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  4. ทรีทเมนต์ดูแลผิวพรรณ: สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผิวพรรณ หมอมีทรีทเมนต์ที่ช่วย ฟื้นฟูผิวให้กลับมาสดใส เปล่งปลั่ง ลดการอักเสบของสิว และช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ได้ค่ะ เพื่อให้คนไข้กลับมามั่นใจอีกครั้ง

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย