ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

PA++ ในครีมกันแดด หมายถึงอะไร

เบื้องต้นต้องเข้าใจเรื่องนี้ก่อนค่ะ ไม่ตากแดด ไม่ได้หมายความว่า ผิวไม่โดนรังสีจากแดด

รังสี UVA มีความยาวคลื่นอยู่ที่ 320-400 นาโนเมตร ซึ่งสามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างอาคารได้ถึง 90% การใช้ค่า PA จึงจำเป็นแม้คนไข้จะไม่ได้อยู่กลางแจ้ง

สรุปคือ PA++ หมายถึงค่าการป้องกันรังสี UVA ในระดับปานกลาง ค่ะ โดยรังสี UVA เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ ผิวแก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอย และฝ้ากระ (Photoaging) ซึ่งต่างจาก SPF ที่เน้นกันผิวไหม้แดด การเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า PA++ เหมาะสำหรับคนที่ใช้ชีวิตในร่มหรือพนักงานออฟฟิศ เป็นหลัก แต่หากต้องออกแดดจัด หมอแนะนำให้เลือกค่าที่สูงกว่านี้เพื่อให้ผิวแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ไปนานๆ ค่ะ


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

PA คืออะไร? ทำไมต้องมีเครื่องหมายบวก (+)

คำว่า PA (Protection Grade of UVA) คือค่าที่บอกถึงประสิทธิภาพในการป้องกัน รังสี UVA ค่ะ ซึ่งรังสีตัวนี้ร้ายกาจมาก เพราะมันสามารถทะลุผ่านกระจกและก้อนเมฆเข้ามาทำลายคอลลาเจนใต้ผิวเราได้ตลอดเวลา

  • UVA = Aging: ท่องง่ายๆ ว่า A คือ Aging ค่ะ มันทำให้ผิวเรา เหี่ยว ย่น มีริ้วรอย และเกิดฝ้ากระ
  • เครื่องหมายบวก (+): ยิ่งมีบวกเยอะ แปลว่าป้องกันได้นานและดีขึ้นค่ะ โดยค่า PA++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ในระดับ ปานกลาง (Moderate Protection) นั่นเองค่ะ

PA++ ต่างกับ SPF อย่างไร? (เปรียบเทียบให้เห็นภาพ)

คนไข้หลายคนสับสนระหว่างสองค่านี้ หมอขอเปรียบเทียบแบบนี้ค่ะ

  • SPF (Sun Protection Factor): เหมือน “ชุดดับเพลิง” ที่กันผิวเราไม่ให้ เบิร์นหรือไหม้แดด (ป้องกันรังสี UVB)
  • PA (Protection Grade of UVA): เหมือน “ร่มกันแดด” ที่กันไม่ให้ผิวเรา ดำคล้ำหรือแก่ก่อนวัย (ป้องกันรังสี UVA)

ตัวอย่างง่ายๆ: ถ้าคนไข้ทากันแดดที่มีแค่ SPF สูงๆ แต่ไม่มีค่า PA เลย ผิวคนไว้อาจจะไม่แดงไม่ไหม้ค่ะ แต่พอกลับบ้านมาจะรู้สึกว่า หน้าหมองคล้ำลง หรือผ่านไปสักพักริ้วรอยถามหา เพราะรังสี UVA มันทะลุเข้าไปทำลายผิวชั้นลึกได้นั่นเองค่ะ

แล้ว PA++ เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันไหม?

  • พนักงานออฟฟิศ: หากคนไข้นั่งทำงานในตึก ไม่ได้โดนแดดตรงๆ ค่า PA++ ถือว่าเพียงพอ ในระดับหนึ่งค่ะ
  • สายกิจกรรมกลางแจ้ง: แต่ถ้าต้องไปทะเล ออกแดดจัด หรือขับรถนานๆ หมอแนะนำให้ขยับไปใช้ PA+++ หรือ PA++++ เพื่อการปกป้องที่สูงสุดนะคะ เพราะค่า PA++ อาจจะเอาไม่อยู่สำหรับแดดเมืองไทยค่ะ

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย