
ข้อมูลจากเครือข่ายลดบริโภคเค็มและหวานระบุว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยสูงถึง วันละ 23 ช้อนชา ซึ่งเกินกว่าความต้องการพื้นฐานของร่างกายถึงเกือบ 400% ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลล้นเกินจนเป็นพิษสะสม
น้ำตาลคือ “ถ่าน” ไม่ใช่ “สารพิษ” (ถ้าใช้หมด)
หมออยากปรับความเข้าใจใหม่ก่อนค่ะ น้ำตาล หรือ กลูโคส จริงๆ แล้วคือ แหล่งพลังงานหลักของเซลล์ สมองของคนไข้ต้องใช้กลูโคสเพื่อคิดงาน หัวใจต้องใช้เพื่อเต้น กล้ามเนื้อต้องใช้เพื่อขยับ
- เปรียบเทียบง่ายๆ: ร่างกายเราเหมือน “รถยนต์” น้ำตาลเหมือน “น้ำมัน” ถ้าเราเติมน้ำมัน แล้วขับรถออกไปเที่ยว (ใช้พลังงาน) น้ำมันนั้นก็ถูกเผาผลาญหมดไป เครื่องยนต์ก็ทำงานปกติ ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ
แล้วทำไมใครๆ ก็บอกว่ามันเป็นพิษ?
ที่บรรดาอินฟลูเอนเซอร์หรือหมอในคลิปต่างๆ บอกว่าเป็นพิษ เพราะ “คนส่วนใหญ่เติมน้ำมันล้นถัง” ค่ะ
ในยุคปัจจุบัน เรานั่งทำงานออฟฟิศ ขยับตัวน้อย (Sedentary Lifestyle) เครื่องยนต์เราเดินเบามาก แต่เราดันกินชาไข่มุก เค้ก หรือน้ำหวาน เหมือนเรากำลังขับรถแข่ง F1
- จุดเปลี่ยนเป็นพิษ: เมื่อ “รับเข้า” มากกว่า “ใช้ออก” น้ำตาลที่ล้นถังจะไม่มีที่ไป มันจึงเปลี่ยนร่างเป็น ไขมันสะสม (พุงหมาน้อย), ไปเกาะตามโปรตีนทำให้เซลล์เสื่อม (หน้าเหี่ยว) และทำให้ระบบเผาผลาญพัง (Metabolic Dysfunction) ซึ่งนี่คือต้นเหตุของการแก่ไวและอายุสั้นค่ะ
คนทั่วไป VS สายลุย… ลิมิตอยู่ตรงไหน?
ความยุติธรรมไม่มีในโลกของน้ำตาลค่ะ เพราะ “ไลฟ์สไตล์” กำหนดโควตาของแต่ละคน
- กลุ่มคนทำงานทั่วไป (Sedentary): นั่งโต๊ะ ประชุม ขับรถ กลับบ้านนอน
- กลุ่มนี้ใช้พลังงานน้อย หมอแนะนำตามเกณฑ์มาตรฐาน คือ ไม่ควรเกิน 6 ช้อนชา (24-25 กรัม) ต่อวัน แค่นี้ก็แทบจะเหลือเฟือแล้วค่ะ
- กลุ่มใช้แรงงาน/นักกีฬา (Active): กรรมกรแบกหาม นักวิ่งมาราธอน เทรนเนอร์
- กลุ่มนี้เครื่องยนต์ร้อนตลอดเวลา เขาอาจต้องการน้ำตาลมากกว่าคนทั่วไป 2-3 เท่า และ เขากินแล้วไม่เป็นพิษเท่าเรา เพราะเขากินปุ๊บ ร่างกายดึงไปเผาผลาญทันที ไม่เหลือตกค้างให้เกิดการอักเสบค่ะ
สรุปสูตรชะลอวัย กินให้แมตช์กับกิจกรรม
ถ้ารู้ตัวว่าวันนี้ไม่ได้ไปยิม ไม่ได้เดินเยอะ “อย่าเติมน้ำตาลเพิ่ม” ให้ทานแค่ที่มีในอาหารธรรมชาติก็พอค่ะ แต่ถ้าวันไหนคนไข้จะไปวิ่ง 10 กิโลฯ การทานกล้วยหรือเกลือแร่ที่มีน้ำตาล กลับเป็นเรื่องดีที่ช่วยให้ร่างกายมีแรง
- สรุปก็คือน้ำตาลจะเป็นพิษ ก็ต่อเมื่อมัน “เหลือๆ” อยู่ในร่างกายเราเท่านั้นค่ะ
- ดูโปรแกรมการคำนวณแคลลอรี่
- ดูแผนการคุมน้ำหนัก
| หมวดหมู่ | เมนูอาหาร/เครื่องดื่ม | ปริมาณน้ำตาลโดยประมาณ (ช้อนชา) | เทียบโควตาต่อวัน (Max 6 ช้อนชา) |
|---|---|---|---|
| เครื่องดื่ม | ชานมไข่มุก (หวานปกติ) | 15 – 18 | 🚨 เกินโควตา 3 เท่า! |
| น้ำแดงโซดา / น้ำอัดลม (1 แก้ว/กระป๋อง) | 9 – 12 | ❌ เกินโควตา | |
| กาแฟเย็น / ชาเย็น (รถเข็น/คาเฟ่) | 10 – 12 | ❌ เกินโควตา | |
| นมเปรี้ยวขวดใหญ่ (ที่คิดว่าผอม) | 10 – 14 | ❌ เกินโควตา | |
| อาหารจานเดียว | ผัดไทยกุ้งสด | 4 – 6 | ⚠️ เกือบเต็มโควตา |
| ส้มตำไทย | 3 – 5 | ⚠️ ครึ่งหนึ่งของโควตา | |
| ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ (แบบปรุงมาแล้ว) | 4 – 5 | ⚠️ ครึ่งหนึ่งของโควตา | |
| หมูปิ้ง (3 ไม้) | 3 – 4 | ⚠️ น้ำตาลอยู่ในซอสหมัก | |
| เครื่องจิ้ม | น้ำปลาหวาน (ถ้วยเล็กจิ้มมะม่วง) | 6 – 8 | 🚨 เกิน/เต็มโควตา |
| น้ำจิ้มสุกี้ / น้ำจิ้มไก่ (2 ช้อนโต๊ะ) | 2 – 3 | ✅ 1/3 ของโควตา | |
| พริกน้ำปลา (โดยทั่วไป) | 0 | ✅ ไม่มีน้ำตาล* |
