กว่า 70% ของคนไทยที่มีผิวมัน มักประสบภาวะผิวขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เมคอัพหลุดลอกภายใน 3-4 ชั่วโมง หลังแต่งหน้า
pie
title "ผิวขาดน้ำ" (ที่ไม่ใช่แค่ดื่มน้ำน้อย)
"ดูแลผิวผิดวิธี (ล้างหน้าตึง/สครับแรง/ใช้กรดเยอะ)" : 40
"สภาพแวดล้อม (แอร์เย็นจัด/แดด/มลภาวะ)" : 25
"ไลฟ์สไตล์ (นอนดึก/เครียด/แอลกอฮอล์)" : 20
"อายุที่เพิ่มขึ้น (Hyaluronic Acid ตามธรรมชาติลดลง)" : 10
"ยาบางชนิดและฮอร์โมน" : 5
คนไข้ต้องเข้าใจก่อนว่า ผิวที่แต่งหน้าไม่ติด หรือที่เรียกว่าหน้าบ้วนเครื่องสำอาง มักเกิดจากภาวะ “ผิวขาดน้ำแต่หน้ามัน” (Dehydrated Skin) ค่ะ ลองนึกภาพตามหมอนะคะ เหมือนดินที่แห้งแตกระแหง พอเราเอาน้ำ (รองพื้น) เทลงไป มันจะไม่ซึม แต่จะลอยอยู่ข้างบน แถมผิวยังพยายามผลิตน้ำมันออกมาเคลือบเพื่อปกป้องตัวเอง ผลลัพธ์คือ รองพื้นผสมกับน้ำมันจนเป็นคราบ หรือหลุดร่อนออกมาระหว่างวันนั่นเองค่ะ

ทางออกที่ 1 เติมน้ำให้ผิวแบบเร่งด่วนด้วย Skin Booster
ถ้าคนไข้อยากได้ผลลัพธ์เรื่องงานผิวฉ่ำ แต่งหน้าติดทน หมอแนะนำตัวนี้เป็นอันดับแรกค่ะ คือกลุ่มที่เป็นฟิลเลอร์งานผิว
- จุดเด่น: มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid และ Glycerol ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีมาก
- เหมาะกับใคร: คนที่ผิวแห้งกร้าน รูขุมขนกว้าง แต่งหน้าแล้วตกร่อง
- ผลลัพธ์: หลังทำผิวจะดูอิ่มน้ำ เรียบเนียนขึ้นทันที เหมือนเรา “Primer ผิว” ไว้ตลอดเวลา ทำให้รองพื้นเกาะหน้าแน่นขึ้นมากค่ะ
ทางออกที่ 2 ซ่อมแซมโครงสร้างผิวด้วย Polynucleotide (PN)
สำหรับคนไข้ที่ผิวพังจากการแพ้ หรือผิวบางจนแต่งหน้าไม่ติด หมอแนะนำให้ “ซ่อมบ้าน” ก่อนค่ะ อย่างเช่นโปรแกรม Rejuran, Plinest
- การทำงาน: ใช้สารสกัด Polynucleotide (PN) จากปลาแซลมอน เข้าไปซ่อมแซมลึกถึงระดับ DNA ของเซลล์ผิว
- ผลลัพธ์: ช่วยให้ ผิวแข็งแรงขึ้น หนาตัวขึ้น และปรับสมดุลน้ำและน้ำมันในผิว (Oil-Water Balance) เมื่อผิวสมดุลแล้ว หน้าจะไม่มันเยิ้มเร็วเกินไป เครื่องสำอางจึงติดทนนานขึ้นค่ะ
| เปรียบเทียบ | SKINVIVE | REJURAN HB PLUS |
|---|---|---|
| จุดเด่นหลัก (Key Benefit) | “Smooth & Glow” เน้นผิวเรียบเนียน รูขุมขนเบลอ ผิวฉ่ำเล่นแสงเหมือนกระจก | “Repair & Hydrate” เน้นซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวที่พัง + เติมน้ำให้ผิวทันที |
| ส่วนผสม (Ingredients) | Hyaluronic Acid (HA) แบบ Cross-linked โมเลกุลละเอียดพิเศษ (เทคโนโลยี Vycross) | Polynucleotide (PN) จากปลาแซลมอน (ซ่อมผิว) ผสม HA (เติมน้ำ) และมียาชาในตัว |
| แก้ปัญหาแต่งหน้าไม่ติดยังไง? | ช่วยให้ผิวเรียบกริบ (Texture ดีขึ้น) ลดความสากของผิว ทำให้ลงรองพื้นแล้วลื่น เนียน แนบสนิทไปกับผิว | ช่วยฟื้นฟูผิวที่ “แพ้ง่าย/ระคายเคือง” จนบ้วนรองพื้น ให้กลับมาแข็งแรง และอุ้มน้ำได้ดีขึ้น |
| ความเจ็บ & รอยหลังทำ | เจ็บน้อยมาก รอยเข็มเล็กมาก แทบไม่มีตุ่มนูน (Downtime น้อยมาก) ทำเสร็จไปเดทต่อได้เลย | เจ็บปานกลาง (แต่น้อยกว่ากล่องดำ) หลังทำจะมีตุ่มนูนๆ เหมือนยุงกัดทั่วหน้า (ตุ่มยุบไวขึ้นภายใน 24 ชม.) |
| ความถี่ในการทำ | Single Treatment ทำครั้งเดียวจบ อยู่ได้นาน 6-9 เดือน | Course Treatment แนะนำทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง (ห่างกันทุก 1 เดือน) เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด |
| หมอแนะนำตัวไหน? | เลือกตัวนี้ถ้า: พื้นฐานผิวโอเคอยู่แล้ว แต่อยากได้ความเป๊ะ ผิวเล่นแสง ต้องการผลลัพธ์ยาวๆ ไม่อยากมาหาหมอบ่อย | เลือกตัวนี้ถ้า: ผิวพัง ผิวแห้งกร้านแบบลอกเป็นขุย หรือเพิ่งไปตากแดดแรงๆ มา ต้องการการเยียวยาพร้อมเติมน้ำ |
ทางออกที่ 3 เคลียร์ผิวเก่าด้วย Program ผลัดเซลล์ผิว (Chemical Peel / Laser)
บางครั้งที่แต่งหน้าไม่ติด เพราะมี “ขี้ไคล” หรือเซลล์ผิวที่ตายแล้วทับถมกันหนาเกินไปค่ะ
- สิ่งที่หมอแนะนำ: การทำ Pico Laser โหมดปรับสภาพผิว หรือการทำทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน เพื่อเปิดผิวใหม่
- ข้อควรระวัง: ช่วงแรกหลังทำผิวอาจจะแห้งนิดหน่อย ต้องอัดมอยส์เจอไรเซอร์เยอะๆ แต่หลังจากลอกแล้ว ผิวจะเนียนกริบ แต่งหน้าง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ


![[รีวิวฟื้นฟูหน้าแห้ง] ทำไมหมอถึงแนะนำทรีทเมนท์ D’ Aura Plus ใครมาทำก็ประทับใจ 1,200 บาทคุ้ม](https://dloveveryclinic.com/storage/2025/11/case-102-aura-plus-cover.webp)
![[รีวิวฉีดหน้า] กับโปรแกรม 3 ตัวตึง ฟื้นฟูผิว Rejuran hifu sculptra](https://dloveveryclinic.com/storage/2025/06/2025-1-1-before-after-75-2.webp)



