ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

แต่งหน้าไม่ติด ผิวบ้วนรองพื้น ต้องทำโปรแกรมไหน

ศัพท์วัยรุ่นยุคใหม่เลยนะคะ ผิวบ้วนรองพื้น 🙂 ปัญหาแต่งหน้าไม่ติดมักเกิดจากภาวะ ผิวขาดน้ำ (Dehydrated Skin) ทำให้ผิวผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาดันเครื่องสำอางจนเป็นคราบ หมอแนะนำให้แก้ที่ต้นเหตุด้วยการปรับสมดุลผิวค่ะ โดยโปรแกรมที่ตรงจุดที่สุดคือการฉีด Skin Booster (มีหลายตัวเลยตอนนี้) เพื่อเติมน้ำและสร้างฟิล์มเคลือบผิวให้เรียบเนียน หรือหากผิวอ่อนแอมาก ควรใช้ PN (ตัวเลือกเริ่มเยอะขึ้น) เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและปรับสมดุลน้ำมัน การเตรียมผิวให้ดีเปรียบเสมือนการลง Primer จากภายใน ช่วยให้ เครื่องสำอางเกาะติดทนยาวนาน และเผยผิวสวยใสได้อย่างมั่นใจค่ะ


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

pie
    title "ผิวขาดน้ำ" (ที่ไม่ใช่แค่ดื่มน้ำน้อย)
    "ดูแลผิวผิดวิธี (ล้างหน้าตึง/สครับแรง/ใช้กรดเยอะ)" : 40
    "สภาพแวดล้อม (แอร์เย็นจัด/แดด/มลภาวะ)" : 25
    "ไลฟ์สไตล์ (นอนดึก/เครียด/แอลกอฮอล์)" : 20
    "อายุที่เพิ่มขึ้น (Hyaluronic Acid ตามธรรมชาติลดลง)" : 10
    "ยาบางชนิดและฮอร์โมน" : 5

คนไข้ต้องเข้าใจก่อนว่า ผิวที่แต่งหน้าไม่ติด หรือที่เรียกว่าหน้าบ้วนเครื่องสำอาง มักเกิดจากภาวะ “ผิวขาดน้ำแต่หน้ามัน” (Dehydrated Skin) ค่ะ ลองนึกภาพตามหมอนะคะ เหมือนดินที่แห้งแตกระแหง พอเราเอาน้ำ (รองพื้น) เทลงไป มันจะไม่ซึม แต่จะลอยอยู่ข้างบน แถมผิวยังพยายามผลิตน้ำมันออกมาเคลือบเพื่อปกป้องตัวเอง ผลลัพธ์คือ รองพื้นผสมกับน้ำมันจนเป็นคราบ หรือหลุดร่อนออกมาระหว่างวันนั่นเองค่ะ

ทางออกที่ 1 เติมน้ำให้ผิวแบบเร่งด่วนด้วย Skin Booster

ถ้าคนไข้อยากได้ผลลัพธ์เรื่องงานผิวฉ่ำ แต่งหน้าติดทน หมอแนะนำตัวนี้เป็นอันดับแรกค่ะ คือกลุ่มที่เป็นฟิลเลอร์งานผิว

  • จุดเด่น: มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid และ Glycerol ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีมาก
  • เหมาะกับใคร: คนที่ผิวแห้งกร้าน รูขุมขนกว้าง แต่งหน้าแล้วตกร่อง
  • ผลลัพธ์: หลังทำผิวจะดูอิ่มน้ำ เรียบเนียนขึ้นทันที เหมือนเรา “Primer ผิว” ไว้ตลอดเวลา ทำให้รองพื้นเกาะหน้าแน่นขึ้นมากค่ะ

ทางออกที่ 2 ซ่อมแซมโครงสร้างผิวด้วย Polynucleotide (PN)

สำหรับคนไข้ที่ผิวพังจากการแพ้ หรือผิวบางจนแต่งหน้าไม่ติด หมอแนะนำให้ “ซ่อมบ้าน” ก่อนค่ะ อย่างเช่นโปรแกรม Rejuran, Plinest

  • การทำงาน: ใช้สารสกัด Polynucleotide (PN) จากปลาแซลมอน เข้าไปซ่อมแซมลึกถึงระดับ DNA ของเซลล์ผิว
  • ผลลัพธ์: ช่วยให้ ผิวแข็งแรงขึ้น หนาตัวขึ้น และปรับสมดุลน้ำและน้ำมันในผิว (Oil-Water Balance) เมื่อผิวสมดุลแล้ว หน้าจะไม่มันเยิ้มเร็วเกินไป เครื่องสำอางจึงติดทนนานขึ้นค่ะ
เปรียบเทียบSKINVIVEREJURAN HB PLUS
จุดเด่นหลัก (Key Benefit)“Smooth & Glow”
เน้นผิวเรียบเนียน รูขุมขนเบลอ ผิวฉ่ำเล่นแสงเหมือนกระจก
“Repair & Hydrate”
เน้นซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวที่พัง + เติมน้ำให้ผิวทันที
ส่วนผสม (Ingredients)Hyaluronic Acid (HA) แบบ Cross-linked โมเลกุลละเอียดพิเศษ (เทคโนโลยี Vycross)Polynucleotide (PN) จากปลาแซลมอน (ซ่อมผิว) ผสม HA (เติมน้ำ) และมียาชาในตัว
แก้ปัญหาแต่งหน้าไม่ติดยังไง?ช่วยให้ผิวเรียบกริบ (Texture ดีขึ้น) ลดความสากของผิว ทำให้ลงรองพื้นแล้วลื่น เนียน แนบสนิทไปกับผิวช่วยฟื้นฟูผิวที่ “แพ้ง่าย/ระคายเคือง” จนบ้วนรองพื้น ให้กลับมาแข็งแรง และอุ้มน้ำได้ดีขึ้น
ความเจ็บ & รอยหลังทำเจ็บน้อยมาก
รอยเข็มเล็กมาก แทบไม่มีตุ่มนูน (Downtime น้อยมาก) ทำเสร็จไปเดทต่อได้เลย
เจ็บปานกลาง (แต่น้อยกว่ากล่องดำ)
หลังทำจะมีตุ่มนูนๆ เหมือนยุงกัดทั่วหน้า (ตุ่มยุบไวขึ้นภายใน 24 ชม.)
ความถี่ในการทำSingle Treatment
ทำครั้งเดียวจบ อยู่ได้นาน 6-9 เดือน
Course Treatment
แนะนำทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง (ห่างกันทุก 1 เดือน) เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
หมอแนะนำตัวไหน?เลือกตัวนี้ถ้า: พื้นฐานผิวโอเคอยู่แล้ว แต่อยากได้ความเป๊ะ ผิวเล่นแสง ต้องการผลลัพธ์ยาวๆ ไม่อยากมาหาหมอบ่อยเลือกตัวนี้ถ้า: ผิวพัง ผิวแห้งกร้านแบบลอกเป็นขุย หรือเพิ่งไปตากแดดแรงๆ มา ต้องการการเยียวยาพร้อมเติมน้ำ

ทางออกที่ 3 เคลียร์ผิวเก่าด้วย Program ผลัดเซลล์ผิว (Chemical Peel / Laser)

บางครั้งที่แต่งหน้าไม่ติด เพราะมี “ขี้ไคล” หรือเซลล์ผิวที่ตายแล้วทับถมกันหนาเกินไปค่ะ

  • สิ่งที่หมอแนะนำ: การทำ Pico Laser โหมดปรับสภาพผิว หรือการทำทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน เพื่อเปิดผิวใหม่
  • ข้อควรระวัง: ช่วงแรกหลังทำผิวอาจจะแห้งนิดหน่อย ต้องอัดมอยส์เจอไรเซอร์เยอะๆ แต่หลังจากลอกแล้ว ผิวจะเนียนกริบ แต่งหน้าง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ
pico-รอยสิว รูขุมขน dlovevery clinic สาขา CDC

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย