D’ Acne L คืออะไร
D’ Acne L คือโปรแกรมทรีตเมนต์รักษาสิวที่ดูแล สิวบริเวณใบหน้า + ลดรอยสิว ด้วย IPL เพื่อช่วยลดรอยดำรอยแดงสิวได้ดียิ่งขึ้น โดยแนวทางจะเน้นการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน (Acne Peel) ร่วมกับการดูแลสิวแบบเป็นขั้นตอนภายใต้การประเมินของแพทย์

โปรแกรม D’ Acne L (สิวทั่วใบหน้า + IPL)
- ทรีตเมนต์พื้นฐานสำหรับสิวระดับเริ่มต้น-ระดับกลาง
- ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนด้วย Acne Peel สูตรเฉพาะ
- กดสิวและทำความสะอาดผิวหน้าโดยผู้เชี่ยวชาญ
- มาส์กหน้า 2 ชนิด ในโปรแกรมเดียว
- มีขั้นตอนการยิงลำแสง IPL เพื่อลดรอยสิว รอยแดง รอยดำให้จางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
- ลำแสง IPL ให้บริการโดยแพทย์ประจำคลินิก

รักษาสิวแต่ไม่รักษารอย จะต้องใช้เวลานานแค่ไหน?
| ประเด็น | รักษาสิว “อย่างเดียว” | รักษาสิว + ใช้ IPL ช่วยลดรอย | “ร่นเวลา” ได้ประมาณ |
|---|---|---|---|
| รอยแดงจากสิว (PIE) | มักค่อยๆ จางเอง 3–12 เดือน | มักเห็นว่ารอยแดงจางไวขึ้นประมาณ 4–12 สัปดาห์ (ทำต่อเนื่องเป็นคอร์ส) | ประมาณ 30–60% (จาก “หลายเดือน” เหลือ “หลักสัปดาห์–ไม่กี่เดือน”) |
| รอยดำ/รอยคล้ำหลังสิว (PIH) | มักจางเอง 3–6 เดือน (บางคนยาวกว่านั้น) | มักจางไวขึ้นเป็น 6–12 สัปดาห์ เมื่อทำร่วมกับการกันแดด/การทายาที่เหมาะสม | ประมาณ 25–50% |
| ผิวดูสม่ำเสมอ/ความใสโดยรวม | ดีขึ้นตามจังหวะรอยจางเอง มักต้องรอ 2–6 เดือน หลังสิวเริ่มสงบ | มักเห็น “ผิวดูใสขึ้น” ไวขึ้นราว 4–10 สัปดาห์ | ประมาณ 20–50% |
| โอกาส “หน้ากลับมาใสดังเดิม” | ทำได้ แต่ขึ้นกับว่ามีรอยเยอะ/เป็นสิวนานแค่ไหน และดูแลกันแดดดีหรือไม่ | โอกาสได้ “ลุคใสขึ้นไว” สูงขึ้น โดยเฉพาะคนที่เด่นเป็น รอยแดง/รอยดำ | เร็วขึ้นแบบเห็นได้ชัดในเคสที่รอยเป็นหลัก |
| ข้อจำกัดสำคัญ | รอยจะค่อยๆ ไปตามเวลา บางจุดที่อักเสบเม็ดใหญ่ รอยนั้นอาจจะอยู่นานเป็นปี | IPL ช่วยเด่นกับ รอยแดง/รอยดำ แต่ ไม่ทำให้หลุมสิวหาย (หลุมต้องอีกกลุ่มหัตถการ) | — |

D’ Acne L เหมาะกับใคร
- มีสิว ที่ใบหน้า ครอบคลุมทุกสิว อักเสบ อุดตัน ติดสาร อยากดูแลให้ครอบคลุมมากขึ้น
- เป็นสิว ซ้ำ ๆ / อักเสบง่าย และอยากทำแบบ “เคลียร์สิว + ดูแลด้วยแสง” ในครั้งเดียว
- มีปัญหา รอยแดง/ผิวระคายเคืองจากสิว และอยากได้ตัวช่วยที่เน้นปลอบผิวร่วมกับการกดสิวอย่างเหมาะสม
| D’ Acne L | รายครั้ง | คอร์ส 5 ครั้ง |
|---|---|---|
| – รักษาสิวทั่วหน้า + IPL ลดรอยสิว – มาส์กละลายหัวสิว – กดสิว – มาส์กลดการอักเสบของสิว – มาส์กช่วยสมานรอยแผลของการเกิดสิว – ยิงลำแสง IPL ช่วยฆ่าเชื้อสิว ลดรอยแดงหลังจากการกดสิว | 1,500 บาท | 6,000 บาท |


7 เหตุผลที่ต้องรีบรักษาสิว
pie title ทำไมต้องรีบรักษาสิว "ลดโอกาสเกิดหลุมสิว/แผลเป็นถาวร" : 30 "ลดการอักเสบลุกลามและสิวขึ้นซ้ำ" : 20 "ลดรอยแดง/รอยดำสะสม (รักษานานขึ้นถ้าปล่อยไว้)" : 15 "ลดความเสี่ยงติดเชื้อ/หนองจากการบีบเอง" : 10 "คุมความมันและการอุดตันได้เร็วขึ้น" : 10 "ลดผลกระทบต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิต" : 10 "ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายระยะยาว" : 5

บรรยากาศการรับบริการ

ทำไมต้องรักษาสิว ที่ D’ Lovevery Clinic
- ดูแลโดยแพทย์อย่างเป็นระบบ เริ่มจากการซักประวัติและประเมินสภาพผิว เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับ “ชนิดสิว–ระดับความรุนแรง–เป้าหมายของผู้รับบริการ”
- มุ่งเน้นค้นหาสาเหตุของการเกิดสิว แพทย์ให้ความสำคัญกับการหาปัจจัยกระตุ้นและต้นเหตุ (เช่น การอุดตัน การอักเสบ พฤติกรรมการดูแลผิว) เพื่อช่วยให้การรักษา “ตรงจุด” และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
- ทีมเข้าใจผู้มีปัญหาสิวอย่างแท้จริง แพทย์และพนักงานจำนวนมากมีประสบการณ์เคยเป็นสิวมาก่อน จึงเข้าใจข้อกังวล ความไม่มั่นใจ และความต้องการของผู้รับบริการเป็นอย่างดี
- รองรับสิวทุกประเภท ทุกระดับ ครอบคลุมตั้งแต่สิวเริ่มต้น สิวอุดตัน ไปจนถึงสิวอักเสบเป็นๆ หายๆ โดยปรับแนวทางให้เหมาะกับแต่ละเคส
- ดูแลสิวแบบครบขั้นตอน เน้นกระบวนการดูแลที่เป็นลำดับขั้น ตั้งแต่เตรียมผิว ลดการอุดตัน กดสิวอย่างเหมาะสม ลดการอักเสบ และปลอบประโลมผิวหลังทำ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของผิวและลดความเสี่ยงการทิ้งรอย
- มีทางเลือกโปรแกรมหลายขนาด (Size) ตามปัญหาและพื้นที่ สามารถเลือกให้เหมาะกับการดูแลเฉพาะบริเวณ เช่น ใบหน้า หรือกรณีสิวลามลงลำคอ รวมถึงกรณีต้องการดูแลรอยสิวร่วมด้วย (ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล)
- ทางเลือกเลเซอร์หลากหลาย ครอบคลุมความต้องการ คลินิกมีตัวเลือกเลเซอร์/เทคโนโลยีที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนการรักษาสิวและการดูแลผิวในแผนที่เหมาะสมกับแต่ละเคส
- ดูแลทั้ง “สิว” และ “รอย” อย่างสมดุล สำหรับผู้ที่มีรอยแดง/รอยดำหลังสิว แพทย์สามารถพิจารณาแนวทางการดูแลให้สอดคล้องกับการรักษาสิว เพื่อให้ผิวดูสม่ำเสมอขึ้นอย่างเหมาะสม
- มีรีวิวความประทับใจจากเคสจริงจำนวนมาก สะท้อนประสบการณ์ของผู้รับบริการในด้านการดูแล การติดตาม และความใส่ใจของทีม
- ให้คำแนะนำหลังทำที่ชัดเจนและทำได้จริง เพื่อสนับสนุนผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง ลดการระคายเคือง และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดี
- ช่องทางปรึกษาและความสะดวกในการรับบริการ สามารถขอคำแนะนำ/ประเมินเบื้องต้นได้ และรองรับการชำระเงินที่หลากหลาย (เช่น แบ่งจ่าย สแกนจ่าย บัตรเครดิต SpayLater) เพื่อความสะดวกของผู้รับบริการ

สาเหตุการเกิดสิว
- ต่อมไขมันหลั่งมากเกินปกติ จากการกระตุ้นของฮอร์โมนแอนโดรเจน
- ผิวหนังชั้นนอกหนาตัวผิดปกติ ทำให้เกิดการอุดตันที่รูขุมขน
- แบคทีเรีย C.acnes เจริญเติบโตมากเกิน
- เกิดปฏิกิริยาการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย

หลักการรักษาสิว โดย ดีเลิฟเวอรี่คลินิก
การรักษาครอบคลุมทุกสาเหตุของการเกิดสิว สิวเป็นโรคผิวหนังที่รักษาให้หายขาดได้ แต่จะต้องพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุการเกิดสิวร่วมกัน เพื่อป้องกัน แก้ไข รักษาสิวให้ตรงจุด และใช้เวลาให้สั้นที่สุด
- ลดการทำงานของต่อมไขมัน
- ละลายหัวสิวและผลัดเซลล์ที่อุดตัน
- ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย C.acnes
- ลดการอักเสบและปลอบประโลมผิว
- กดสิวเท่าที่จำเป็น ป้องกันการเกิดรอยสิว
- ลดรอยดำรอยแดงด้วยเลเซอร์ที่เหมาะสม
- ทะนุถนอมผิวในทุกขั้นตอน
- แนะนำการดูสิวให้คนไข้ เพื่อป้องกันการเป็นหลุมสิว
ขั้นตอนการทำ IPL
- ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างละเอียด
- ทาเจลเย็นและปิดตาก่อนยิงเลเซอร์
- รู้สึกดีดเบาๆ คล้ายยางดีด ไม่เจ็บ
- มีแสงคล้ายแฟลชกล้องถ่ายรูป
- ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที
- เช็ดทำความสะอาดผิวหลังทำ
- ทาครีมบำรุงผิวที่เหมาะสม
- ทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิว


ขั้นตอนการทำ PICO Laser
- ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างละเอียด
- ทาเจลเย็นลงบนผิวหน้าเพื่อปกป้องผิว
- สวมแว่นครอบตาพิเศษเพื่อป้องกันแสงเลเซอร์
- แพทย์ทำการยิงเลเซอร์บนผิวหน้า (จะรู้สึกเหมือนถูกดีดเบาๆ คล้ายยางรัด)
- ระหว่างยิงเลเซอร์จะได้ยินเสียงตลอดการรักษา
- ใช้เวลาในการทำประมาณ 5-10 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่
- เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าหลังทำเสร็จ
- ทาครีมบำรุงผิวที่เหมาะสม
- ทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิว

การดูแลหลังทรีตเมนต์
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด 2-3 วัน
- สามารถล้างหน้า แต่งหน้า ใช้ครีมบำรุงได้ตามปกติ
- ปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลผิวอย่างเคร่งครัด
- ติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง
รีวิวรักษาสิว ก่อน-หลัง














รีวิวรักษาสิว รอยสิว
การเกิดฝ้าหลังเลเซอร์หลุมสิวมี โอกาสเกิดขึ้นได้จริง แม้จะใช้นวัตกรรมหรือเครื่องเลเซอร์ รุ่นล่าสุดจากอเมริกา ที่โฆษณาว่าดีที่สุดก็ตามค่ะ เพราะต้องไม่ลืมว่า ทุกโปรแกรมการรักษามีผลข้างเคียง (Side Effects) แฝงอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่อง พลังงานความร้อนสะสม ที่อาจไปกระตุ้นเม็ดสีในคนไข้ที่มีพื้นฐานผิวไวต่อแสง ดังนั้น เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุดไม่ได้หมายความว่าเหมาะสมที่สุดเสมอไป สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเครื่องคือการให้ แพทย์ประเมินสภาพผิวและโรคประจำตัวอย่างละเอียด เพื่อเลือกค่าพลังงานและเครื่องมือที่ “เข้ากับผิวคนไข้” จริงๆ ควบคู่ไปกับการดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้หลุมสิวตื้นขึ้นโดยไม่ทิ้งรอยดำไว้เป็นของแถมค่ะ
แม้เครื่องเลเซอร์จะผ่านการรับรองจาก US-FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) แต่ใบรับรองนั้นหมายถึงความปลอดภัยในการใช้งาน ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ไม่ได้การันตีว่าจะไม่มีผลข้างเคียง 100% หากใช้ค่าพลังงานที่ไม่เหมาะสมกับผิวคนเอเชีย
อาการสิวเห่อข้ามคืนจากการใช้น้ำตบ ส่วนใหญ่มักเกิดจาก ส่วนผสมจากการหมักบ่ม (Fermented Ingredients) เช่น ยีสต์ Galactomyces หรือแพลงก์ตอน ซึ่งทำหน้าที่เป็นอาหารให้กับเชื้อราประจำถิ่นบนผิวหนัง ทำให้เกิดภาวะ “สิวยีสต์” (Fungal Acne) หรือรูขุมขนอักเสบจากเชื้อราที่มีลักษณะเป็นตุ่มแดงคันคล้ายสิวผด ซึ่ง ไม่ใช่การดันสิว แต่เป็นอาการแพ้ระคายเคือง ดังนั้นผู้ที่มีประวัติผิวแพ้ง่ายหรือเป็นเซ็บเดิร์ม ควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมกลุ่มนี้เพื่อป้องกันการเห่อของสิวค่ะ
ควรเว้นการกดสิวบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 14 วัน ชัวร์เลยคือ 30 วัน บริเวณที่หมอพบบ่อยคือใต้ตา และก็คาง เพื่อป้องกันไม่ให้ ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือเสียรูปทรง จากแรงกด และลดความเสี่ยงในการ ติดเชื้อแบคทีเรีย จากสิวเข้าสู่ตัวยาฟิลเลอร์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงได้ หากจำเป็นจริง ๆ ควรใช้การ แต้มยาแต้มสิว แทนการบีบหรือกดในช่วงนี้ค่ะ
การใช้ CO2 Laser เหมาะที่สุดสำหรับ กลุ่มสิวอุดตันหัวปิด (Closed Comedones) ที่ไม่มีรูระบายตามธรรมชาติ, สิวหิน (Milia), และ ต่อมไขมันโต ซึ่งยาไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หลักการคือการใช้เลเซอร์เปิดช่องทางระบายเล็กๆ อย่างแม่นยำ เพื่อให้สามารถกำจัดหัวสิวหรือสิ่งอุดตันออกมาได้โดย ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อข้างเคียง และลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็นจากการกดสิวด้วยแรงที่มากเกินไป ข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้กับสิวอักเสบแดง (Inflammatory Acne) เพราะความร้อนอาจกระตุ้นให้การอักเสบลุกลามได้ค่ะ
หมอบอกแบบคนเคยทำแบบนี้มาก่อนตอนวัยรุ่นได้เลยว่า เหมือนซื้อหวยเสี่ยงดวงเลยค่ะ เพราะหมอตามคลินิกเขาไม่ได้จ่ายยาสิวให้คนไข้ทานทุกเคสนะ ต้องมีข้อบ่งชี้ว่าควรทานยาด้วย
การซื้อยารักษาสิวทานเองอาจทำให้สิวยุบได้จริงหรืออาจจะไม่ได้ผลใดๆ แต่ มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดภาวะดื้อยา ตับอักเสบ และอันตรายร้ายแรงต่อทารกในครรภ์ กรณีตั้งครรภ์อยู่ หากไม่ได้อยู่ในการดูแลของแพทย์ การรักษาที่ถูกต้องควรเริ่มจากการประเมินความรุนแรงของสิว เพราะ สิวส่วนใหญ่หายได้ด้วยยาทาโดยไม่ต้องพึ่งยากิน หากจำเป็นต้องใช้ยา แพทย์จะต้องคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวและติดตามผลข้างเคียงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ หายจากสิวอย่างยั่งยืนและปลอดภัยที่สุด ค่ะ
ถ้าระดับหลายปี ถือว่าสมควรตรวจค่ะ ทุกวันนี้ราคาตรวจก็ไม่ได้สูงเหมือนก่อน หากคนไข้มีปัญหา สิวอักเสบเรื้อรังบริเวณกรอบหน้าและคาง (U-Zone) ที่รักษาด้วยยาทาแล้วไม่ดีขึ้น หรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อยครั้ง ร่วมกับมีอาการ ประจำเดือนมาไม่ปกติ ขนดก หรือน้ำหนักตัวขึ้นง่าย หมอแนะนำให้เข้า ตรวจหาภาวะ PCOS (ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ) เพราะอาการเหล่านี้เกิดจาก ภาวะฮอร์โมนเพศชายเกิน ซึ่งต้องแก้ไขที่ต้นเหตุด้วยการปรับสมดุลฮอร์โมน ไม่ใช่แค่การรักษาที่ผิวหนังภายนอก การตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องจะช่วยวางแผนการรักษาให้สิวหายขาดและป้องกันปัญหาสุขภาพระยะยาวได้ค่ะ
จากงานวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่เป็นสิวในวัยผู้ใหญ่กว่า 19-37% มีสาเหตุมาจากภาวะ PCOS แอบแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัว
จะไม่ใช้เบตาดีนเช็ดหน้าก่อนกดสิว เพราะมีความรุนแรงและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหน้าได้เกินความจำเป็นค่ะ หัวใจสำคัญคือ “เทคนิคปลอดเชื้อ” (Aseptic Technique) ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน ซึ่งมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับผิวหน้าคือการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่อ่อนโยนแต่ประสิทธิภาพสูงอย่าง “คลอเฮกซิดีน” (Chlorhexidine) เพื่อฆ่าเชื้อโรคอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ทำลายเกราะป้องกันผิวอันบอบบางของคนไข้ค่ะ
ปกติการทาเบตาดีน ที่จะต้องเป็นเคสผ่าตัดเล็ก เช่นผ่าไฝ หรือผ่าไขมันนูนใต้ผิว หรือผ่าตัดใหญ่ๆอื่นๆค่ะ













