
| คุณภาพผิว | คะแนน |
|---|---|
| ชุ่มชื้น | ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ |
| กระจ่างใส | ⭐️⭐️⭐️ |
| รูขุมขนกระชับ | ⭐️⭐️⭐️ |
| ริ้วรอยจางลง | ⭐️⭐️⭐️⭐️ |
| ลดผดผื่นคัน | ⭐️⭐️⭐️ |
| ลดการเกิดสิว | ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️ |
D’ Aura Plus คือโปรแกรมทรีตเมนต์บำรุงผิวหน้าที่ช่วยบำรุงผิวหน้าให้ฉ่ำน้ำมากกว่าการทาครีมหรือการมาส์กหน้าทั่วไปถึง 3 เท่า โดยจะได้รับวิตามินที่จำเป็นต่อผิว 5 ชนิด ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและช่วยกักเก็บน้ำใต้ผิว ไม่ให้ผิวหน้าแห้ง ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวหน้าหมองคล้ำและมีริ้วรอยก่อนวัย
xychart-beta
title "ประสิทธิภาพการซึมซาบสู่ผิว (%)"
x-axis ["การทาครีมด้วยมือทั่วไป", "โปรแกรม D' Aura Plus"]
y-axis "เปอร์เซ็นต์การดูดซึม" 0 --> 100
bar [15, 90]
D’ Aura Plus ทรีทเมนท์นี้เหมาะกับใคร
ทรีทเมนท์หน้าชุ่มชื้นเหมาะกับผู้ที่มีสภาพผิวดังนี้
- ผิวแห้ง
- ผิวขาดน้ำ
- ผิวแพ้ง่าย
- ผิวเป็นขุย
- ผิวหมองคล้ำ
- ผิวที่โดนทำร้ายจากแสงแดดหรือมลภาวะ
- ผิวที่เพิ่งได้รับการผลัดเซลล์ผิวหรือเลเซอร์
- ผิวที่ต้องการการบำรุงอย่างล้ำลึก
- ครีมบำรุงที่ใช้เริ่มไม่ตอบโจทย์หรือไม่เพียงพอ
xychart-beta
title "ระดับความชุ่มชื้นในผิวตลอด 7 วัน (%)"
x-axis ["วันที่ 1", "วันที่ 2", "วันที่ 3", "วันที่ 4", "วันที่ 5", "วันที่ 6", "วันที่ 7"]
y-axis "ระดับความชุ่มชื้น (%)" 0 --> 100
line [95, 85, 75, 65, 50, 40, 30]
line [40, 10, 5, 0, 0, 0, 0]
ขั้นตอนทรีทเมนท์ D’ Aura Plus
- ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหมดจด
- กดสิวทั่วใบหน้าอย่างอ่อนโยน
- ผลักวิตามินที่จำเป็นต่อผิว 5 ชนิด
- นวดหน้ากดจุดเพื่อผ่อนคลายและกระตุ้นการไหลเวียน
- มาส์กหน้า Anti Stress ลดการระคายเคืองผิว
- มาส์ก Aloe Vera คืนความชุ่มชื่นให้ผิวที่แห้ง
- ทาครีมบำรุงกันแดด Aloe, SPF 50 PA+++ ปกป้องผิวจากแสงแดด
- นวดผ่อนคลาย ต้นคอ บ่าไหล่ แขน เพื่อความสบายตัว
ทำความสะอาดผิวหน้า

กดสิวทั่วใบหน้า

ผลักวิตามินเข้าสู่ผิว

นวดหน้ากดจุด

มาส์ก Anti Stress

มาส์ก Aloe Vera

ทาครีมบำรุง

นวดผ่อนคลาย คอ บ่าไหล่

ความถี่ในการทำทรีตเมนต์
ทำบ่อยแค่ไหน แนะนำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
ต้องทำกี่ครั้ง 4-5 ครั้ง อย่างต่อเนื่อง
การทำทรีทเมนท์อย่างต่อเนื่องมีความสำคัญ
- ผลลัพธ์ที่ยาวนานขึ้น: การทำทรีทเมนท์เพียงครั้งเดียวอาจให้ผลลัพธ์ที่มองเห็นได้ แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยาวนานและคงอยู่ จำเป็นต้องทำต่อเนื่องเป็นประจำ
- การสะสมผลลัพธ์: การทำทรีทเมนท์หลายครั้งจะช่วยให้ผลลัพธ์ค่อยๆ สะสมและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
- การคงสภาพผลลัพธ์: เมื่อหยุดทำทรีทเมนท์ ผลลัพธ์ที่ได้อาจค่อยๆ ลดลง การทำทรีทเมนท์อย่างต่อเนื่องจะช่วยคงสภาพผลลัพธ์และป้องกันไม่ให้ผิวกลับสู่สภาพเดิม
- การแก้ไขปัญหาผิวอย่างต่อเนื่อง: ทรีทเมนท์หลายประเภทมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาผิวเฉพาะ เช่น ริ้วรอย สิว หรือผิวหมองคล้ำ การทำทรีทเมนท์อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- การบำรุงผิวอย่างล้ำลึก: ทรีทเมนท์หลายประเภทให้การบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ซึ่งช่วยปรับปรุงสุขภาพผิวโดยรวมและทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น การทำทรีทเมนท์อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างสม่ำเสมอ


บรรยากาศการรับบริการ
ข้อควรรู้ ในการทำทรีทเมนท์ผิวหน้า
| ข้อควรรู้ | คำอธิบาย |
|---|---|
| อันตรายจากการปล่อยให้ผิวแห้งเรื้อรัง | การปล่อยให้ผิวแห้งนานๆ จะทำให้ Skin Barrier (ปราการผิว) อ่อนแอ นำไปสู่ริ้วรอยก่อนวัย (Fine Lines) ผิวจะอักเสบง่าย กลายเป็นผิวแพ้ง่าย และเกิดจุดด่างดำหรือความหมองคล้ำได้ชัดเจนกว่าผิวปกติ |
| ทำไมการทาครีมอย่างเดียวถึง “เอาไม่อยู่” | ครีมบำรุงส่วนใหญ่ทำหน้าที่ “เคลือบ” และบำรุงผิวชั้นบนสุดเท่านั้น แต่ปัญหาผิวแห้งมักเกิดจากโครงสร้างผิวชั้นในขาดน้ำ ซึ่งโมเลกุลครีมมักจะใหญ่เกินกว่าจะซึมลงไปเติมเต็มได้ลึกพอ ความชุ่มชื้นจึงระเหยออกหมดในเวลาอันสั้น |
| ทรีทเมนท์ความเย็น (Cryotherapy) ดีอย่างไร | ความเย็นช่วยปลอบประโลมผิวที่แห้งตึงจนระคายเคือง ช่วยกระชับรูขุมขน และที่สำคัญคือช่วย “ผลักวิตามิน” เข้าสู่ผิวได้ลึกกว่าการทาด้วยมือหลายเท่า ทำให้ผิวได้รับสารอาหารและความชุ่มชื้นทันทีหลังทำ |
| ความถี่ที่เหมาะสมในการทำทรีทเมนท์ | สำหรับคนผิวแห้งมาก แนะนำให้ทำ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง (หรือ 3-4 ครั้งต่อเดือน) ในช่วงแรกเพื่อฟื้นฟูระดับน้ำในผิวให้เต็มเปี่ยม เมื่อผิวเริ่มสมดุลแล้วสามารถลดลงเหลือเดือนละ 2 ครั้งเพื่อคงความฉ่ำวาวได้ |
| ระดับความคาดหวังหลังทำทรีทเมนท์ | หลังทำทันทีผิวจะรู้สึกนุ่ม เด้ง และแต่งหน้าติดทนขึ้น รอยแดงจากการขาดน้ำจะจางลง แต่หากต้องการให้ผิว “ฉ่ำน้ำถาวร” และริ้วรอยจางลงชัดเจน ต้องทำต่อเนื่องเพื่อปรับสภาพผิวสะสม |
| เมื่อไหร่ที่ควรเลือก “การฉีดตัวยาโดยตรง” | หากผิวแห้งจนเป็นขุย ทาครีมไม่เข้า หรือต้องการผลลัพธ์แบบเร่งด่วน การฉีด Skin Booster หรือ Mesotherapy เป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะเป็นการส่งตัวยา (เช่น Hyaluronic Acid) เข้าสู่ชั้นผิวแท้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านการดูดซึม |
| การดูแลควบคู่ระหว่างวัน | แม้จะทำทรีทเมนท์แล้ว ยังต้องดื่มน้ำให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด เพราะความร้อนจะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวที่เพิ่งบำรุงมา ทำให้ผลลัพธ์ของทรีทเมนท์อยู่ได้สั้นลง |
ทรีทเมนท์หน้า D’ Aura Plus ราคาเท่าไหร่

| จำนวนครั้ง | ราคา |
|---|---|
| 1 ครั้ง | 1,200 บาท |
| 5 ครั้ง | 4,800 บาท |
| 10 ครั้ง | ลด 30% |
ข้อควรระวัง หลังทำทรีทเมนท์หน้า
หลังการทำทรีทเมนท์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรงหลังทำ และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรตินเอ ภายใน 3 วันหลังทำ
- สามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตามปกติได้
- งดการขัดผิวเป็นเวลา 2 วัน หลังทำ เนื่องจากผิวจะบอบบาง
- สามารถแต่งหน้าได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมีหรือน้ำหอม

ทำไมต้องทำทรีทเมนท์ ที่ D’ Lovevery Clinic
- ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเป็นระบบ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณจะดูแลคุณอย่างใกล้ชิด เริ่มจากการซักประวัติและประเมินสภาพผิวอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจปัญหาผิวหมองคล้ำ รูขุมขน หรือความต้องการด้านความกระจ่างใส เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะกับ “สภาพผิว–ปัญหาเฉพาะบุคคล–และเป้าหมายสู่ผิวหน้าที่เปล่งประกาย”
- มุ่งหาสาเหตุของปัญหาผิวที่ทำให้หน้าไม่ใส แพทย์ให้ความสำคัญกับการหาสาเหตุที่ทำให้ผิวไม่กระจ่างใส (เช่น การสะสมของเซลล์ผิวเก่า การอุดตันในรูขุมขน หรือปัจจัยจากพฤติกรรม) เพื่อให้การดูแลผิว “ตรงจุด” และช่วยคงความใสได้อย่างยั่งยืน
- ทีมเข้าใจผู้ที่ต้องการมีผิวหน้ากระจ่างใสอย่างแท้จริง ทีมแพทย์และพนักงานจำนวนมากมีความเข้าใจและเห็นความสำคัญของผิวที่สุขภาพดีและกระจ่างใส จึงเข้าใจข้อกังวล ความต้องการ และปรารถนาของผู้รับบริการเป็นอย่างดี
- รองรับปัญหาผิวเพื่อความกระจ่างใสทุกรูปแบบ ครอบคลุมการดูแลผิวที่มีปัญหาความหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง หรือมีสิ่งอุดตันที่ทำให้ผิวไม่เรียบเนียน โดยปรับแนวทางให้เหมาะกับแต่ละเคส เพื่อเผยผิวที่สดใสและสุขภาพดี
- ดูแลผิวอย่างเป็นขั้นตอนสู่ผิวใส ไม่พึ่งเข็ม ทรีทเมนท์ D’ Aura Bright เน้นกระบวนการดูแลผิวที่อ่อนโยนแต่ล้ำลึก โดยไม่ใช้เข็ม ตั้งแต่เตรียมผิวอย่างสะอาด กำจัดสิ่งอุดตันอย่างเหมาะสม ผลักวิตามินบำรุงผิว ลดความหมองคล้ำ และปลอบประโลมผิวหลังทำ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของผิวและส่งเสริมความกระจ่างใส
- มีทางเลือกเทคโนโลยีที่สนับสนุนผิวใส (ไม่พึ่งเข็ม) คลินิกมีตัวเลือกเทคโนโลยีและโปรแกรมที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนการดูแลผิวให้กระจ่างใสและสุขภาพดี ในแผนที่เหมาะสมกับแต่ละเคส โดยเน้นวิธีที่อ่อนโยนและไม่พึ่งเข็ม
- ดูแลทั้ง “ความหมองคล้ำ” และ “รอยต่างๆ” อย่างสมดุล สำหรับผู้ที่มีรอยแดง รอยดำ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ แพทย์สามารถพิจารณาแนวทางการดูแลให้สอดคล้องกับการฟื้นบำรุงผิว เพื่อให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสยิ่งขึ้น
- มีรีวิวความประทับใจจากเคสจริงจำนวนมาก สะท้อนประสบการณ์ของผู้รับบริการในด้านการดูแล การติดตาม และความใส่ใจของทีมที่ช่วยให้ผิวใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- ให้คำแนะนำหลังทำที่ชัดเจนและทำได้จริง ให้คำแนะนำการดูแลผิวหลังทำที่ชัดเจนและทำได้จริง เพื่อสนับสนุนผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง ลดโอกาสเกิดปัญหาผิว และช่วยให้ผิวคงความกระจ่างใสได้นานยิ่งขึ้น
- ช่องทางปรึกษาและความสะดวกในการรับบริการ สามารถขอคำแนะนำ/ประเมินเบื้องต้นได้ และรองรับการชำระเงินที่หลากหลาย (เช่น แบ่งจ่าย สแกนจ่าย บัตรเครดิต SpayLater) เพื่อความสะดวกของผู้รับบริการ

พร้อมเผยความงามในแบบฉบับของคุณแล้วหรือยัง ปรึกษาปัญหาผิวและรูปหน้ากับทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ มีรีวิวจำนวนมากที่อาจจะมีปัญหาคล้ายกับของคุณ ปรึกษาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ จองคิวเพื่อรับคำปรึกษาได้แล้ววันนี้
- สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
- สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546
การลอกกระแดด ลอกจุดด่างดำ ที่ D’ Lovevery Clinic คือกระบวนการ ผลัดเซลล์ผิวเม็ดสีที่เสื่อมสภาพ ออกอย่างถูกวิธี โดยเน้นการรักษาแบบ ผสมผสาน (Combined Therapy) ทั้งเลเซอร์ ยาทา นวัตกรรมทางการแพทย์อื่นๆ และการดูแลชั้นผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและ ปลอดภัยกว่าการลอกผิวแบบเดิมๆ สิ่งสำคัญคือคนไข้ต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละบุคคล และต้อง มีวินัยในการป้องกันแสงแดด เพื่อรักษาผิวให้กระจ่างใสอย่างยั่งยืนค่ะ
อาการสิวเห่อข้ามคืนจากการใช้น้ำตบ ส่วนใหญ่มักเกิดจาก ส่วนผสมจากการหมักบ่ม (Fermented Ingredients) เช่น ยีสต์ Galactomyces หรือแพลงก์ตอน ซึ่งทำหน้าที่เป็นอาหารให้กับเชื้อราประจำถิ่นบนผิวหนัง ทำให้เกิดภาวะ “สิวยีสต์” (Fungal Acne) หรือรูขุมขนอักเสบจากเชื้อราที่มีลักษณะเป็นตุ่มแดงคันคล้ายสิวผด ซึ่ง ไม่ใช่การดันสิว แต่เป็นอาการแพ้ระคายเคือง ดังนั้นผู้ที่มีประวัติผิวแพ้ง่ายหรือเป็นเซ็บเดิร์ม ควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมกลุ่มนี้เพื่อป้องกันการเห่อของสิวค่ะ
หมอบอกแบบคนเคยทำแบบนี้มาก่อนตอนวัยรุ่นได้เลยว่า เหมือนซื้อหวยเสี่ยงดวงเลยค่ะ เพราะหมอตามคลินิกเขาไม่ได้จ่ายยาสิวให้คนไข้ทานทุกเคสนะ ต้องมีข้อบ่งชี้ว่าควรทานยาด้วย
การซื้อยารักษาสิวทานเองอาจทำให้สิวยุบได้จริงหรืออาจจะไม่ได้ผลใดๆ แต่ มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดภาวะดื้อยา ตับอักเสบ และอันตรายร้ายแรงต่อทารกในครรภ์ กรณีตั้งครรภ์อยู่ หากไม่ได้อยู่ในการดูแลของแพทย์ การรักษาที่ถูกต้องควรเริ่มจากการประเมินความรุนแรงของสิว เพราะ สิวส่วนใหญ่หายได้ด้วยยาทาโดยไม่ต้องพึ่งยากิน หากจำเป็นต้องใช้ยา แพทย์จะต้องคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวและติดตามผลข้างเคียงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ หายจากสิวอย่างยั่งยืนและปลอดภัยที่สุด ค่ะ








