เป็นสิวอักเสบนานแรมปี
มาดีใจกับน้องเสือหน่อยคร้า หลังจากทนกับสิวอักเสบอยู่นานเกือบๆปี เข้ามาพบหมอต้าร์และได้รับคำแนะนำ และรักษาที่ถูกต้อง และน้องก็มีวินัยในการใช้ยา และเข้ารับการรักษาต่อเนื่อง จนตอนนี้สิวอักเสบได้หายไปจนเกลี้ยง ผิวหน้าเริ่มกลับมาเรียบเนียนขึ้น น้องก็มั่นใจในตัวเองมากขึ้นด้วย ไปติดตามรีวิวน้องเสือกันค่ะ

สิวอักเสบจากการใส่แมสเปื้อนเหงื่อ
ส่งภาพมาวันแรกพี่ดีดี้ตอบแชทน้องเอง เห็นภาพก็ตกใจเลย จากรูปจะเห็น่าสิวน้องมีทั้งอักเสบ อุดตัน และรอยสิวชัดเจน แบบนี้จะเจ็บมากๆ แม้ล้างหน้าเบาๆ น้ำตาอาจจะไหลพรากๆได้เลย เป็นความทรมานที่แอดมินเข้าใจดี เพราะเคยผ่านการเป็นสิวหนักมากมาเช่นเดียวกัน

รักษาสิวที่ดีเลิฟเวอรี่คลินิก จะต้องได้ตรวจผิวหน้ากับแพทย์ทุกเคส ประเมินปัญหาความร้ายแรงของสิว แนวทางการรักษา และประเมินระยะเวลาให้คนไข้ได้เข้าใจ รวมถึงแจ้งค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน
วิธีรักษาสิวอักเสบ
1. การตรวจวิเคราะห์ผิว
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะตรวจประเมินผิวหน้าและสภาพสิวอย่างละเอียด เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับความรุนแรงของสิวและลักษณะผิว
2. ทรีตเมนต์ดูแลสิว (Acne Treatment Facials)
ทรีตเมนต์ช่วยดูแลให้สิวอักเสบยุบเร็วขึ้น ลดหน้ามันและลดโอกาสเกิดสิวซ้ำ เช่น:
- การทำความสะอาดล้ำลึก (Deep Cleansing): ขจัดสิ่งอุดตัน เช่น ความมัน และสิ่งสกปรกในรูขุมขน
- ผลัดเซลล์ผิวอ่อน ๆ (Gentle Exfoliation): เช่น การใช้กรดอ่อนๆ อย่าง Salicylic Acid เพื่อป้องกันสิวอุดตันใหม่
3. กดสิว (Comedone Extraction)
- ใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการกดหรือดูดหัวสิวโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันการลุกลามของการอักเสบ
- เหมาะกับสิวอุดตัน (ที่กลายเป็นสิวอักเสบ) และสิวหัวดำที่ไม่สามารถหลุดได้เอง
4. การฉีดสิว (Corticosteroid Injection)
- สิวอักเสบหัวใหญ่/หัวช้าง สามารถฉีด “ยาสเตียรอยด์” ในปริมาณเล็กน้อยเข้าไปที่หัวสิวโดยตรง เพื่อลดการอักเสบอย่างรวดเร็ว
- ผลลัพธ์: สิวยุบลงภายใน 1-2 วัน
5. การใช้เลเซอร์รักษาสิว (Acne Laser):
เลเซอร์ช่วยลดการอักเสบ สิวอุดตัน รวมถึงรอยแดงหลังสิว เช่น:
- IPL (Intense Pulsed Light): ลดการอักเสบและรอยแดงที่เกิดจากสิว
- เลเซอร์ Q-Switch หรือ Nd:YAG: ลดรอยดำและรอยแดงจากสิว พร้อมทำลายแบคทีเรีย P. acnes
- Fractional Laser: ฟื้นฟูเนื้อเยื่อผิวบริเวณที่อักเสบมาก
6. การใช้ยาภายนอก/ยาทาเฉพาะจุด
- หลังทำหัตถการ แพทย์อาจจ่ายยาที่มีส่วนผสมสำหรับรักษาสิว เช่น:
- Benzoyl Peroxide (BPO): ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
- Retinoid: ดันสิวและผลัดเซลล์ผิว
- กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid): แก้ปัญหารูขุมขนอุดตัน
7. การใช้ยารับประทาน (ถ้าสิวรุนแรง)
- ยาแก้อักเสบหรือยาปฏิชีวนะ เช่น Doxycycline หรือ Clindamycin เพื่อฆ่าเชื้อในระดับลึก
- ยาลดการผลิตน้ำมัน เช่น Isotretinoin (โรแอคคิวเทน) แนะนำเฉพาะในกรณีสิวรุนแรง
8. การมาส์กผิวเพื่อลดการอักเสบ
- ใช้มาส์กที่มีส่วนผสมช่วยลดการอักเสบ เช่น สารสกัดทีทรี (Tea Tree Extract) หรือซิงค์ เพื่อช่วยปลอบประโลมผิว

กดสิวทั่วหน้า

ทำความสะอาดผิวหน้า
กดสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด สิวสเตียรอยด์ ทั่วใบหน้า
ใช้เวลา 15-20 นาที
D’ Acne S

รับคำแนะนำจากแพทย์ แก้ปัญหาสิว ตัดวงจรสิว
มาส์กละลายหัวสิว
กดสิวทั่วหน้า
มาส์กลดการอักเสบของสิว
มาส์กช่วยสมานรอยแผลจากการเกิดสิว
รับยาเท่าที่จำเป็นต่อการลดการเกิดสิว
ใช้เวลา 20-30 นาที
บอกเลยว่าพนักงานกดสิวของเรา รีวิว 5 ดาวเยอะมาก เพราะสิวทุกเม็ดต้องละเอียด เพื่อไม่เกิดการอักเสบซ้ำ หรือเป็นรอยสิว หรือเกิดหลุมสิวตามมาภายหลัง

กดสิววันแรก เจ้าหน้าที่กดได้ทั้งหมด 4 แผ่น และสัปดาห์ต่อมา สิวลดลงเหลือ 2 แผ่น
ข้อดีของการกดสิว
- ลดการอักเสบ: การกดสิวช่วยลดการอักเสบของสิวที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง โดยการกดจะทำให้สิวแตกและเปิดทางให้ของเสียที่อยู่ภายในสิวออกมา ทำให้การอักเสบลดลงและสิวหายไปเร็วขึ้น
- ลดการอักเสบรอบๆ: การกดสิวช่วยลดการอักเสบของสิวในบริเวณใกล้เคียงที่กำลังเป็นอุดตันอยู่ โดยการกดจะช่วยเปิดทางให้ของเสียที่อุดตันอยู่ในสิวออกไปภายนอก ทำให้สิวไม่ต้องอักเสบมากขึ้นและลดความเสี่ยงในการเกิดสิวอื่นๆ
- ลดการติดเชื้อ: การกดสิวช่วยลดการติดเชื้อในสิวที่เกิดขึ้น ทำให้สิวไม่มีโอกาสเป็นที่อยู่ของเชื้อโรคและลดความเสี่ยงในการเกิดการอักเสบเรื้อรัง
- ช่วยให้สิวหายไปเร็วขึ้น: การกดสิวช่วยให้สิวหายได่เร็วขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดสิวซ้ำในช่วงเวลาใกล้เคียง

- ลดรอยดำ รอยแดง จากสิว
- กระชับรูขุมขน
- ฆ่าเชื้อสิวได้อย่างอ่อนโยน
- ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ
- ช่วยให้หน้าขาว กระจ่างใส



หลังจากการรักษาต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่างๆที่จะก่อให้เกิดสิวใหม่ น้องเสือก็มีวินัยในการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น จนทำให้สิวหาย สิวลดลงในที่สุดค่ะ