ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ดริปวิตามิน ฉีดวิตามิน ฟื้นฟูผิว longevity therapy สาขา cdc

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

ดริปวิตามินผิว

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

IV Therapy โปรแกรมดริปวิตามิน มีแบบไหนบ้าง ราคาเท่าไหร่

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง ติดตามผลการรักษา

เติมเต็มสุขภาพและความงามจากภายใน

ที่ D’ Lovevery Clinic เราเชื่อว่าผิวพรรณที่ดีและสุขภาพที่แข็งแรง ต้องดูแลตั้งแต่ภายใน โปรแกรมดริปวิตามินผิวของเราจึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการ ตั้งแต่การปรับผิวให้กระจ่างใส เสริมภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงการฟื้นฟูร่างกายสำหรับผู้ที่พักผ่อนน้อยหรือใช้ชีวิตหนัก

จุดเด่นของบริการดริปวิตามินผิว

  • เลือกได้ 4 สูตร ตอบโจทย์ทุกเป้าหมาย ทั้งผิวใส ผิวสุขภาพดี หรือดูแลร่างกายลึกถึงภายใน
  • สูตรเฉพาะแพทย์ ปรับวิตามินและสารอาหารตามปัญหาและความต้องการเฉพาะบุคคล
  • ปลอดภัย เห็นผลจริง ใช้วิตามินแท้ คุณภาพสูง ผ่านการรับรองมาตรฐาน
ฉีดวิตามินผิว มีกี่สูตร

5 สูตรยอดนิยม เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์

1. D’ Signature Booster

เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน เหมาะกับคนใช้ชีวิตหนัก พักผ่อนน้อย หรือเหนื่อยล้าเป็นประจำ
จุดเด่น:

  • เสริมภูมิคุ้มกัน ฟื้นฟูร่างกาย
  • ลดความเหนื่อยล้า
  • ต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • ฟื้นฟูสุขภาพผิวและร่างกายโดยรวม
  • แนะนำรับบริการเดือนละ 1 ครั้ง

ราคา: ครั้งละ 4,500.- (5 ครั้ง 18,000.-)

2. D’ Aura Basic

เหมาะสำหรับ คนอยากเริ่มต้นดูแลผิว ให้ผิวสุขภาพดี ดูอ่อนเยาว์ เผยผิวกระจ่างใส
จุดเด่น:

  • ผิวเนียน กระจ่างใส
  • เสริมความแข็งแรงของผิว
  • ต่อต้านการเกิดเม็ดสีและรอยดำจากแดด
  • ปกป้องผิวจากมลภาวะและรังสี UV
  • แนะนำรับบริการสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต่อเนื่อง

ราคา: ครั้งละ 2,500.- (5 ครั้ง 10,000.-)

3. D’ Aura Drip X2

สูตรเข้มข้น สำหรับคนต้องการฟื้นฟูผิวอย่างจริงจัง ช่วยให้ผิวเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอ ผิวใสขึ้นหลายระดับ
จุดเด่น:

  • เสริมโปรตีนและช่วยผลัดเซลล์ผิว
  • ผิวใสขึ้น เห็นผลเร็ว
  • ลดความหมองคล้ำ ฝ้ากระจุดด่างดำ
  • สมานรอยแผลและฟื้นฟูผิวที่ไวต่อแดด
  • แนะนำรับบริการสัปดาห์เว้นสัปดาห์ ต่อเนื่อง

ราคา: ครั้งละ 3,500.- (5 ครั้ง 14,000.-)

ฉีดผิวขาว ราคา 4500 บาท

4. D’ Aura Drip X4

สูตรเข้มข้นสูงสุด สำหรับใครที่อยากเร่งฟื้นฟูผิวและสุขภาพแบบจัดเต็ม
จุดเด่น:

  • วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า 12 ชนิด
  • ผิวใส กระจ่าง ดูสุขภาพดี
  • ลดจุดด่างดำและความหมองคล้ำ
  • ฟื้นฟูร่างกายให้สดชื่น รู้สึกมีพลัง
  • แนะนำรับบริการสัปดาห์เว้นสัปดาห์ ต่อเนื่อง

ราคา: ครั้งละ 5,000.- (5 ครั้ง 20,000.-)

วิตามินผิวคลินิก
Myer’s Cocktail เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ภูมิแพ้ ไมเกรน หรือเครียดสะสม ต้องการฟื้นฟูสุขภาพร่างกายแบบองค์รวมด้วยสูตรวิตามินต้นตำรับระดับโลก ราคา: ครั้งละ 4,500.- (5 ครั้ง 18,000.-)

5. Myer’s Cocktail

เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ภูมิแพ้ ไมเกรน หรือเครียดสะสม ต้องการฟื้นฟูสุขภาพร่างกายแบบองค์รวมด้วยสูตรวิตามินต้นตำรับ
จุดเด่น:

  • ลดอาการเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย
  • บรรเทาอาการภูมิแพ้ หอบหืด และไมเกรน
  • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
  • ช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า
  • แนะนำรับบริการช่วงแรก สัปดาห์เว้นสัปดาห์ หรือตามคำแนะนำแพทย์

ราคา: ครั้งละ 4,500.- (5 ครั้ง 18,000.-)

กู้ร่างพัง เติมความสดชื่น! มารู้จัก "Myer

สาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ผิวหมองคล้ำและเสียสุขภาพ

  1. แสงแดด
    รังสี UV จากแสงแดดเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวคล้ำ เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำได้ง่าย
  2. มลภาวะ
    ฝุ่นควัน สารเคมี และมลพิษต่าง ๆ ทำให้ผิวอุดตัน หมองคล้ำ สูญเสียความกระจ่างใส
  3. การพักผ่อนไม่เพียงพอ
    นอนหลับไม่เพียงพอ ทำให้ผิวดูโทรม หมองคล้ำ และฟื้นฟูตัวเองได้น้อยลง
  4. อาหารการกิน
    การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง ส่งผลต่อสุขภาพผิวโดยตรง ทำให้ผิวดูไม่สดใส
  5. ฮอร์โมน
    ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย เช่น ช่วงวัยรุ่น หรือวัยทอง มีผลทำให้ผิวหมองคล้ำได้
  6. อายุ
    เมื่ออายุมากขึ้น การผลัดเซลล์ผิวและการผลิตคอลลาเจนจะลดลง ผิวเสี่ยงต่อการเสียความยืดหยุ่นและหมองคล้ำได้ง่าย
วิตามินดริป คลินิกให้บริการโดยแพทย์ประจำ

วิตามินที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย ผิวพรรณ

  • Vitamin C
    ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ส่งเสริมให้ผิวดูสดใส เปล่งปลั่ง พร้อมทั้งลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ
  • Vitamin B1
    มีบทบาทสำคัญในการบำรุงระบบประสาทและสมอง ช่วยดูแลสุขภาพผิวหนังและเส้นผม พร้อมทั้งลดความเสี่ยงของอาการเหน็บชาและตะคริว
  • Vitamin B2
    สำคัญต่อการบำรุงสายตา ส่งเสริมกระบวนการเผาผลาญไขมันและเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวหนังและเส้นผม
  • Vitamin B5
    ช่วยดูแลและซ่อมแซมผิวหนัง บำรุงระบบประสาท ระบบหายใจ และระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Vitamin B6
    มีส่วนสำคัญในการสร้างและบำรุงเซลล์เม็ดเลือดแดง ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีและแข็งแรงจากภายใน
  • Vitamin B12
    ส่งเสริมการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง ดูแลระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ และยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
  • Alpha-Lipoic Acid (ALA)
    สารต้านอนุมูลอิสระทรงพลัง ปกป้องเซลล์จากการเสื่อมสภาพ เร่งอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ปรับการไหลเวียนโลหิตให้ดีขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดอาการภูมิแพ้และหวัด
  • Vitamin E (วิตามินอี)
    สารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ป้องกันการทำลายคอลลาเจนจากรังสี UV ทำให้ผิวเรียบเนียนและชุ่มชื้น
  • Glutathione (กลูต้าไธโอน)
    สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ลดความหมองคล้ำ และเสริมภูมิคุ้มกัน
  • Zinc (สังกะสี)
    แร่ธาตุสำคัญในการรักษาสิวและแผลบนผิวหนัง ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ และควบคุมความมัน
  • Vitamin A (วิตามินเอ)
    ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อผิว ลดปัญหาสิว และป้องกันผิวแห้งหยาบกร้าน
  • Coenzyme Q10 (โคเอนไซม์ คิวเท็น)
    สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างพลังงานให้เซลล์ผิว ลดริ้วรอยและการเสื่อมสภาพของผิว
  • Collagen (คอลลาเจน)
    โปรตีนสำคัญที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น กระชับ และแข็งแรง ลดความหย่อนคล้อยของผิว
  • Vitamin D (วิตามินดี)
    มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ผิวและคงความชุ่มชื้นให้ผิว
  • Biotin (ไบโอติน หรือ วิตามิน H)
    บำรุงเล็บ เส้นผม และผิวพรรณ ช่วยให้ผิวแข็งแรงและลดผื่นแพ้
วิตามินบำรุงร่างกาย

การเตรียมตัวและดูแลหลังฉีดวิตามินผิว

ก่อนเข้ารับบริการ

  • ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ไม่จำเป็นต้องอดอาหารหรืออดน้ำ สามารถดื่มน้ำได้ตามปกติ แนะนำให้ดื่มน้ำเยอะๆ
  • ควรสำรวจปัญหาผิวหรือความกังวลของตัวเอง เพื่อเลือกสูตรวิตามินให้เหมาะสม

อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีด

  • อาการปวดหรือเมื่อยแขน เกิดขึ้นได้และจะหายไปเองภายในระยะสั้น
  • อาจมีรอยเข็มหรือรอยช้ำซึ่งจะค่อยๆ จางลงใน 7-14 วัน
  • บางรายอาจรู้สึกวิงเวียน หน้ามืด หรือคลื่นไส้ โดยเฉพาะหากพักผ่อนน้อยหรือท้องว่าง แนะนำให้นั่งพักและดื่มน้ำหวาน
  • อาจสังเกตว่าปัสสาวะมีสีหรือกลิ่นของวิตามิน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ให้ดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยให้จางลง

วิธีดูแลหลังฉีดวิตามินผิว

  • ควรงดดื่มแอลกอฮอล์หนักๆ อย่างน้อย 3 วัน เพื่อป้องกันรอยช้ำ
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
  • เน้นดื่มน้ำวันละ 8-12 แก้ว เพื่อคงความชุ่มชื้นให้ผิว
Refresh, revive, and reveal your inner radiance.

การจะระบุว่าเป็น “โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง” หรือไม่ เราใช้เกณฑ์วินิจฉัยมาตรฐานที่เรียกว่า “กฎเลข 3” คือต้องมีอาการนอนไม่หลับ หลับยาก หรือหลับๆ ตื่นๆ อย่างน้อย 3 คืนต่อสัปดาห์ และเป็นติดต่อกันนานเกิน 3 เดือน ขึ้นไป โดยอาการเหล่านี้ต้องส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตหรือสุขภาพ (เช่น อ่อนเพลีย ผิวโทรม สมาธิสั้น) หากเข้าข่ายนี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรซื้อยานอนหลับทานเองต่อเนื่องค่ะ

ปลายทางของการนอนไม่หลับเรื้อรังนั้นแย่กว่าคือ

  • “ผู้ที่มีภาวะนอนไม่หลับเรื้อรัง มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า และประสิทธิภาพการทำงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • จากสถิติพบว่าประชากรวัยผู้ใหญ่กว่า 10% ป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกันและผิวพรรณ

อ่านเพิ่มเติม

การจะนอนหลับให้สนิทเพื่อผิวสวยและสุขภาพดี ไม่ได้พึ่งแค่วิตามินตัวใดตัวหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันค่ะ หัวใจสำคัญคือการลดความเครียดและปรับสมดุลฮอร์โมน

จากการศึกษาในผู้สูงอายุ ของ Journal of Research in Medical Sciences พบว่าการทานแมกนีเซียม 500 มก. ต่อวัน ต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับ (Sleep Efficiency) และระดับเมลาโทนินได้อย่างมีนัยสำคัญ

หมอแนะนำให้เริ่มจาก แมกนีเซียม (Magnesium) เพื่อคลายกล้ามเนื้อ ตามด้วย วิตามิน B Complex เพื่อช่วยสร้างสารสื่อประสาท และเสริมด้วย L-Theanine หากคนไข้เป็นคนคิดเยอะหรือกังวลก่อนนอน ส่วน เมลาโทนิน ให้ใช้เป็นตัวช่วยปรับเวลาในวันที่นอนไม่หลับจริงๆ การทานวิตามินเหล่านี้อย่างถูกต้อง ควบคู่กับการงดจอมือถือก่อนนอน จะช่วยให้คนไข้ หลับลึก (Deep Sleep) ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ได้เต็มที่ ตื่นมาพร้อมผิวพรรณที่สดใสแน่นอนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

IV Drip (ไอวี ดริป) เป็นชื่อเรียกของ “วิธีการ” ให้สารละลายต่างๆ ไม่ใช่ชื่อของตัวยาค่ะ คำว่า IV ย่อมาจาก Intravenous คือการให้สารต่างๆ เข้าทางหลอดเลือดดำโดยตรง ส่วน Drip คือการค่อยๆ หยด เหมือนเวลาเราไปนอนโรงพยาบาลแล้วได้รับน้ำเกลือนั่นเองค่ะ กระบวนการนี้จึงเป็นช่องทางลัดในการนำส่งตัวยา วิตามิน หรือสารอาหารต่างๆ เข้าสู่กระแสเลือดได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านการย่อยหรือดูดซึมที่กระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพค่ะ

ดังนั้น สิ่งที่จะให้ผ่านกระบวนการ IV Drip นั้นมีได้หลากหลายมากค่ะ หากเราป่วยท้องเสียแล้วไปโรงพยาบาล คุณหมอก็อาจจะให้ยาฆ่าเชื้อผ่านทาง IV Drip เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น ในขณะที่ตามคลินิกเสริมความงาม เราก็จะเน้นการให้สารอาหาร เช่น วิตามินเพื่อบำรุงผิวพรรณ (สูตรผิวใส) หรือสารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน (สูตรป้องกันหวัด) หรือแม้แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงอย่างการทำ Stem Cell เพื่อฟื้นฟูร่างกายในระดับเซลล์ ก็สามารถให้ผ่านวิธีการ IV Drip ได้เช่นกันค่ะ สรุปคือ IV Drip คือ “ช่องทาง” ส่วนสิ่งที่เราจะได้รับผ่านช่องทางนั้น ก็จะแตกต่างกันไปตาม “เป้าหมาย” ของการรักษาหรือการบำรุงในครั้งนั้นๆ ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หลังฉีดผิวหรือดริปวิตามิน NAD หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง จริงๆ แล้วการดูแลหลังดริปวิตามินสำคัญมากค่ะ เพื่อช่วยป้องกันอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น รอยช้ำบริเวณที่เจาะเข็ม หรืออาการปวดแขน ซึ่ง หากดูแลถูกวิธีจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวไว และวิตามินออกฤทธิ์ได้เต็มที่ยิ่งขึ้น หมอขอแนะนำว่าใน 24 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานแขนด้านที่เจาะเข็มมากๆ และยังไม่ควรแกะพลาสเตอร์ออกก่อนเวลา เพื่อป้องกันการติดเชื้อค่ะ

หลังจากนั้น หากมี รอยช้ำหรือรู้สึกปวดให้ประคบเย็น และหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวด บวม แดง ร้อนผิดปกติ สามารถส่งรูปมาให้แพทย์ดูได้เสมอ หมออยากฝากให้ดูแลร่างกายให้ดี ดื่มน้ำเยอะๆ และถ้ามีการฉีดวิตามินผิวควรเลี่ยงแสงแดดและทาครีมกันแดดด้วยนะคะ การดูแลตามคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยให้ผิวและร่างกายปลอดภัย พร้อมทั้งเห็นผลลัพธ์ของการดริปวิตามินได้อย่างเต็มประสิทธิภาพค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ต่อเนื่อง 4-5 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อปรับโปรแกรมเฉพาะบุคคล

ความถี่ในการฉีดวิตามินผิวขึ้นอยู่กับเป้าหมายและสภาพร่างกายของแต่ละคนด้วย เช่นในกรณีที่หมอเน้นสูตรเพื่อเพิ่ม Energy หรือเน้นฟื้นฟูร่างกาย สำหรับคนไข้สุขภาพแข็งแรงโดยรวม สามารถรับบริการฉีดถี่ได้มากที่สุดไม่เกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้ร่างกายดูดซึมและนำวิตามินไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำให้ฉีดถี่กว่านี้หรือฉีดต่อเนื่องโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะวิตามินบางชนิดอาจสะสมในร่างกาย หรือเกิดผลข้างเคียงโดยไม่รู้ตัว แนะนำให้พบแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพทุกครั้ง และออกแบบโปรแกรมฉีดวิตามินผิวให้เหมาะสมกับเป้าหมายเฉพาะตัวค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ถ้าฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด และตรวจสอบส่วนประกอบของวิตามินทุกครั้ง โอกาสเกิดอันตรายน้อยมากค่ะ ผลข้างเคียงที่พบได้มักเป็นเพียงอาการชั่วคราวเช่นได้กลิ่นยา เวียนหัวเล็กน้อย ซึ่งมักหายเอง ก่อนรับบริการแนะนำทานอาหารมา ที่สำคัญควรแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบทุกครั้งก่อนดริป เพื่อป้องกันการแพ้หรือภาวะแทรกซ้อน

คนไข้ที่อยากมีผิวกระจ่างใสด้วยวิธีนี้ หรืออยากจะเพิ่ม Energy ให้ร่างกายให้เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ ไม่เลือกบริการราคาถูกเกินจริง หรือฉีดเองเด็ดขาด การเปิดเส้นต้องให้แพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพเท่านั้น ที่ดีเลิฟเวอรี่คลินิก หมอประจำจะซักประวัติและให้บริการเองทุกเคส

อ่านเพิ่มเติม

โปรแกรม “ดริปวิตามินเฉพาะบุคคล” จาก D’ Lovevery Clinic คือโปรแกรมบำรุงสุขภาพที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะบุคคล เน้นการเติมวิตามินและสารอาหารที่ร่างกายขาด โดยมีบริการตรวจเลือดเชิงลึก (Advanced Blood Test) ฟรี เพื่อตรวจสอบระดับวิตามินในร่างกาย ช่วยให้การฟื้นฟูสุขภาพเป็นไปอย่างตรงจุด โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูพลังจากความเหนื่อยล้า เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกัน และลดความเครียดไปพร้อมกับการปรับสมดุลสุขภาพในระยะยาว

ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ 8 ครั้ง ในราคา 45,900 บาท ผู้เข้ารับบริการยังได้รับการแถมพิเศษเป็นบริการนวดเพื่อการผ่อนคลายอีก 1 ครั้ง เพื่อช่วยเติมเต็มการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร โปรแกรมนี้จึงเป็นทางเลือกที่ลงตัวสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพในเชิงลึก พร้อมความคุ้มค่าที่มากกว่าการลงทุนทั่วไปในเรื่องสุขภาพ

อ่านเพิ่มเติม

รู้ได้จากอาการที่เป็นแสดงออกเช่น อาการตาบอดกลางคืนหรือ มองกลางคืนไม่ค่อยชัด จากการขาดวิตามินเอ ซึ่งหากมีการแสดงออกของโรค แปลว่าร่างกายขาดวิตามินชนิดนั้นมาก

ปัจจุบันมีความสะดวก รวดเร็ว การตรวจเลือด ตรวจหาวิตามินง่ายกว่าสมัยก่อนมากค่ะ ในคลินิกก็สามารถทำได้แล้ว หมอจะเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็ป อย่างละเอียดว่าร่างกายของคนไข้ขาดวิตามินหรือแร่ธาตุอะไรบ้าง โดยไม่จำเป็นต้องคาดเดาเองให้ยุ่งยากหรือกังวลเกี่ยวกับอาการที่ไม่ชัดเจน ซึ่งผลตรวจมีมาตรฐานและความแม่นยำสูง และเมื่อผลออกมาแล้ว หมอจะช่วยอธิบายอย่างละเอียดว่าคนไข้ขาดสารอาหารตัวใด และควรเสริมสารอาหารเหล่านั้นด้วยวิธีที่เหมาะสม เช่น การรับประทานอาหาร วิตามินเสริม หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้สุขภาพดีขึ้นอย่างปลอดภัยค่ะ

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการตรวจแบบนี้ช่วยให้การดูแลสุขภาพของคุณตรงจุดและเฉพาะบุคคล ไม่จำเป็นต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง จึงช่วยประหยัดทั้งเวลาและลดความเสี่ยงจากการเสริมวิตามินเองโดยไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง สำหรับคนไข้ที่มีเวลาจำกัด บริการเสริม เช่น IV Drip วิตามิน ซึ่งช่วยฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

40

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

Experience wellness reserved for the select few

★★ ความประทับใจ ★★

google
Gyb Thapanee
Gyb Thapanee
24/12/2025
google
พิชช่ง พิชชี่
พิชช่ง พิชชี่
24/12/2025
facebook
Thaa Nita
Thaa Nita
แนะนำเลย
20/12/2025
facebook
คาสโนวี่ขี้เมา ที่โลกต้องจารึก
คาสโนวี่ขี้เมา ที่โลกต้องจารึก
แนะนำเลย
04/12/2025
google
Patcha Komol
Patcha Komol
03/12/2025
google
Sujeerat Phoosapan
Sujeerat Phoosapan
28/10/2025
google
Thanyalak Denwiriyaolan
Thanyalak Denwiriyaolan
26/10/2025
google
Manop Kongsak
Manop Kongsak
22/10/2025
google
Chayaphat Kadeetham
Chayaphat Kadeetham
15/10/2025