ฝ้าเป็นภาวะผิวหนังที่เกิดจากการกระจายตัวของเม็ดสีที่มากเกินไป ทำให้เกิดเป็นจุดด่างดำบนใบหน้า ฝ้ามีหลายประเภท และการรักษาให้ได้ผลดีนั้นต้องพิจารณาตามประเภทของฝ้า
ฝ้าเป็นภาวะผิวหนังที่เกิดจากการกระจายตัวของเม็ดสีที่มากเกินไป ทำให้เกิดเป็นจุดด่างดำบนใบหน้า การรักษาฝ้าให้ได้ผลดีนั้นต้องใช้เวลาและความอดทน เนื่องจากเม็ดสีที่สะสมอยู่จะค่อยๆ จางลงทีละเล็กละน้อย
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาใดที่สามารถกำจัดฝ้าได้แบบครั้งเดียวหายถาวร การรักษาปัจจุบันสามารถช่วยให้ฝ้าจางลงได้ และต้องทำควบคู่กับการป้องกันไม่ให้ฝ้ากลับมาได้อีก
ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน เพื่อป้องกันผิวจากรังสี UV หมั่นสังเกตใบหน้าตัวเอง ใช้ทรีทเมนท์หน้า บำรุงหน้า เพื่อไม่ให้เม็ดสีก่อตัวเป็นกลุ่ม หรือปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อหาทางป้องกัน
สาเหตุหลักที่คนไข้ติดสินใจมารักษาฝ้า
pie title ความในใจลึกๆ ของคนที่มารักษาฝ้า "ยิ้มได้ แต่ลึกๆ ไม่มั่นใจเวลาเห็นหน้าในกระจก" : 30 "กลัวคนทัก/กลัวถูกมองว่าโทรม เลยพยายามปกปิดตลอด" : 25 "เวลาอยู่ใกล้คนสำคัญ รู้สึกต้องคุมมุมหน้าและแสงตลอด" : 25 "อยากกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง โดยไม่ต้องพึ่งรองพื้นทุกวัน" : 20
อ้างอิงคนไข้ดีเลิฟเวอรี่คลินิกตั้งแต่ปี 2023



ฝ้าจางลงทีละนิด จะให้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวได้มากกว่า ฝ้าไม่กลับมาเร็ว
ตำแหน่งที่พบเม็ดสีผิวปกติได้มากที่สุด
ตำแหน่งที่พบฝ้ามากที่สุดจากการตรวจคนไข้มานานกว่า 10 ปี
- ใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้ม สันจมูก หน้าผาก และคาง เรียงจากมากไปน้อย
- คอ พบได้มากในคนที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป


เม็ดสีเข้มที่เราเห็นบริเวณอื่น เรียกว่า Age Spot พบได้มากเมื่ออายุมากขึ้น
- แขน พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
- มือ พบน้อยได้บ่อยเช่นกัน


เมโสเพื่อลดฝ้ากระเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่ช่วยให้ผิวหน้าผ่อนคลายแข็งแรง ปรับสีผิวหมองคล้ำ ลดเลือนฝ้ากระและจุดด่างดำอย่างปลอดภัยและดูสุขภาพดี เมโสเป็นการแก้ปัญาผิวหน้าเฉพาะจุด โดยซึมเข้าสู่ผิวชั้นกลางเพื่อเสริมสร้างคอลลาเจน ลดการเกิดเม็ดสี ลดเลือนฝ้ากระ ปรับสภาพผิวหน้าให้ขาวใส ช่วยให้ฝ้าจางลงได้


ฝ้าในผู้หญิง ผู้ชายแตกต่างกันยังไง
| หัวข้อ | ผู้หญิง | ผู้ชาย |
|---|---|---|
| สาเหตุ/ตัวกระตุ้นที่พบบ่อย | ฮอร์โมน (ตั้งครรภ์/ยาคุม), แสงแดด, พันธุกรรม, ความร้อน/แสง, การระคายเคืองจากสกินแคร์ | แสงแดดจัด/ทำงานกลางแจ้ง, ความร้อน, การเสียดสี/โกนหนวด, พันธุกรรม; ฮอร์โมนมักเกี่ยวข้องน้อยกว่า |
| ลักษณะผิวที่เจอร่วม | ผิวไว/ระคายง่ายจากการลองหลายผลิตภัณฑ์, ผิวแห้งหรือผสม | ผิวหนาและมันกว่าโดยเฉลี่ย แต่ระคายจากการโกนหนวด/อาฟเตอร์เชฟได้ |
| พฤติกรรมที่ทำให้รักษายาก | แต่งหน้า/ล้างหน้าแรง/สครับ, ใช้ไวท์เทนนิ่งหลายตัวพร้อมกันจนผิวอักเสบ | ไม่ทากันแดดสม่ำเสมอ, ทากันแดดไม่พอ/ไม่เติม, ไม่ชอบขั้นตอนหลายอย่าง |
| กันแดด (จุดที่ต้องเน้น) | เลือกสูตรอ่อนโยน ไม่แสบตา เติมระหว่างวัน (ทับเมคอัพได้) | เน้น “ทาจริง-ทาพอ” สูตรบางเบาไม่เหนอะ เติมง่าย ไม่วอก |
| สกินแคร์ที่มักตอบโจทย์ | เน้นลดการอักเสบ+ยับยั้งเม็ดสีแบบค่อยเป็นค่อยไป (ผิวไม่บาง/ไม่พัง) | เน้นสเต็ปน้อยๆ แต่ได้ผล: กันแดด + ยาทาฝ้าหลัก 1–2 ตัว + มอยส์เจอร์ |
| จุดเสี่ยงของการระคาย/แพ้ | สูงกว่า (ใช้หลายชิ้น/ลองบ่อย) และบางรายไวต่อกรด/เรตินอยด์ | ระคายจากการโกนหนวด, น้ำหอม/แอลกอฮอล์ในผลิตภัณฑ์, การเสียดสี |
| หัตถการ/เลเซอร์ (แนวทาง) | มักเน้นพลังงานนุ่มๆ ลดโอกาส PIH* และดูแลผิวบอบบางร่วม | ทำได้เหมือนกัน แต่ต้องคุมแดดและลดการระคายหลังทำ โดยเฉพาะคนทำงานกลางแจ้ง |
| ความคาดหวัง/แรงจูงใจที่พบบ่อย | อยากหน้าใสสม่ำเสมอ แต่งหน้าง่ายขึ้น | อยากดูสดใส ไม่โทรม ลดรอยคล้ำ/สีผิวไม่สม่ำเสมอแบบดูเป็นธรรมชาติ |
| อุปสรรคในการมาต่อเนื่อง | เวลานัด/งบ/กลัวหน้าบาง | เวลา/ความสม่ำเสมอในการทาและเติมกันแดด |
| ตัวชี้วัดความสำเร็จที่ควรใช้ | รูปเทียบแสงเดียวกัน + คะแนนความเข้มฝ้า + ความทนต่อผลิตภัณฑ์ | รูปเทียบแสงเดียวกัน + ความเข้มฝ้า + ความสม่ำเสมอของกันแดด/กิจกรรมกลางแจ้ง |


เมโสฝ้ากระช่วยลดเลือนจุดด่างดำ โดยการให้ตัวยาเข้าสู่ผิวโดยตรงซึมเข้าสู่ผิวทันที และควบคุมการทำงานของเซลล์เม็ดสีเพื่อลดการเกิดเม็ดสีที่เป็นจุดด่างดำ และรอยฝ้ากระจางลงได้

ข้อเสียของการที่ใบหน้ามีฝ้า

ส่องกระจกเห็นฝ้า → รู้สึกหน้าดูมีอายุ/ดูเหนื่อยกว่าปกติ → ความมั่นใจลดลง → เลี่ยงกล้อง/เลี่ยงแสงจ้า → พยายามปกปิด (แต่งหน้าหนักขึ้น/โฟกัสตำหนิมากขึ้น) → ผิวล้า/ไวขึ้น (ระคายเคือง เครียด นอนน้อย) → ฝ้าดูเข้มและชัดขึ้น → เสียเวลา+เสียเงินกับการเลือกครีม/คลินิก/วิธีรักษาหลายอย่าง → กลับมาส่องกระจกเห็นฝ้าอีกครั้ง → วนซ้ำ
ดีเมลาสม่า ลดฝ้าทำงานอย่างไร
เมโสลดฝ้า (D’ Melasma) เป็นโปรแกรมของทางคลินิก รักษาฝ้าโดยการให้ตัวยาเข้าไปในชั้นหนังแท้ใต้ผิวหนัง โดยสารออกฤทธิ์ที่มีส่วนผสม ได้แก่
อัลฟาอาร์บูติน 2% (Alpha Arbutin)
อาบูตินบริสุทธิ์ เข้มข้นลดเลือนฝ้ารอยแดง และรอยดำ

กลูต้าไธโอน (GSH)
เผยผิวกระจ่างใส เป็นสารต้านอนมูลอิสระ ประสิทธิภาพสูง

วิตามินบี 3 (Niacinamide)
เพิ่มความเห็งแรงให้กับผิว ปรับผิวให้กระจ่างใส รูขุมขนกระชับ

- วิตามินซี: ช่วยยับยั้งการผลิตเมลานิน ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ทำให้เกิดฝ้า
- กลูตาไธโอน: มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการสร้างเมลานินและทำให้ผิวกระจ่างใส
- สารสกัดจากพืช: เช่น สารสกัดจากมะนาวหรือว่านหางจระเข้ ซึ่งมีคุณสมบัติในการยับยั้งการสร้างเมลานินและลดการอักเสบ
- กรดไกลโคลิก: ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก ทำให้เม็ดสีฝ้าค่อยๆ จางลง
กลไกการลดฝ้า
- ยับยั้งการผลิตเมลานิน
- กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว
- ลดการอักเสบ
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งช่วยให้ผิวแข็งแรงและกระจ่างใส
กลไกช่วยหน้ากระจ่างใส
ตัวยาที่มีส่วนผสมนี้นอกจากจะช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี ยังมีส่วนช่วยให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ADENOSINE: ลดเลือนริ้วรอยและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- SODIUM DNA: ปกป้องเซลล์ผิวจากความเสียหายของอนุมูลอิสระ
- HYDROLYZED COLLAGEN: เติมเต็มริ้วรอยและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว
- HYALURONIC ACID: กักเก็บความชุ่มชื้นและทำให้ผิวอิ่มน้ำ
- MULTI-PEPTIDES: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน


รักษาฝ้า กี่ครั้งเห็นผล
เมื่อรับบริการต่อเนื่อง 3-5 ครั้ง ต่อเนื่อง ฝ้าจะค่อยๆจางลง เม็ดสีที่เข้มๆจะสีอ่อนลง การกระจายตัวของฝ้าจะคงที่หรือลดน้อยลง ควรดูแลและเข้ามารับบริการตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดค่ะ
รีวิวรักษาฝ้า



ผลลัพธ์หลังรับบริการต่อเนื่องจะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UV พักผ่อนให้พอเพื่อให้ผิวได้รับการซ่อมแซมและฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ และควรเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลง เข้าพบแพทย์เป็นระยะๆ
ทำไมจึงต้องรักษาฝ้าให้ค่อยๆจางลง
- การรักษาที่รุนแรงเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ผิวระคายเคือง ผิวแห้ง และการเปลี่ยนสีผิว
- การรักษาที่รวดเร็วเกินไปอาจทำให้ฝ้ากลับมาอีก เนื่องจากเม็ดสีที่สะสมอยู่ยังไม่ถูกกำจัดออกไปอย่างสมบูรณ์
- การรักษาที่ค่อยเป็นค่อยไปช่วยให้ผิวมีเวลาปรับตัว และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง
D’ Melasma ราคาเท่าไหร่

| จำนวนครั้ง | ราคา |
|---|---|
| 1 ครั้ง | 4,500 บาท |
| 5 ครั้ง | 18,000 บาท |
| 10 ครั้ง | 29,000 บาท |
แนะนำให้รับบริการ ลดฝ้าอย่างน้อย 3-5 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและแนะนำแผนการรักษาที่เหมาะสม
โปรแกรมหน้าใสอื่นๆ

NCTF 135 HA
1 ในเมโสเพื่อผิวกระจ่างใส ลดเม็ดสีผิวที่เข้มให้จางลงได้ในทุกบริเวณ
- Filorga NCTF 135 HA ครั้งละ 9,999.- ,คอร์ส 5 ครั้ง 35,000.-
- Channel ครั้งละ 4,900.- ,คอร์ส 5 ครั้ง 19,000.-
- Inno Glitter ครั้งละ 2,500.- ,คอร์ส 5 ครั้ง 10,000.-
คุณเป็นฝ้าชนิดไหน ดูอย่างไร

ต้องรู้ประเภทฝ้า การรักษาจะตรงจุด
ฝ้าเป็นภาวะผิวหนังที่เกิดจากการกระจายตัวของเม็ดสีที่มากเกินไป ทำให้เกิดเป็นจุดด่างดำบนใบหน้า ฝ้ามีหลายประเภท และการรักษาให้ได้ผลดีนั้นต้องพิจารณาตามประเภทของฝ้า
ประเภทของฝ้า
- ฝ้าตื้น (Epidermal melasma) เกิดจากการสะสมของเม็ดสีที่ชั้นหนังกำพร้า ซึ่งเป็นชั้นผิวหนังชั้นนอกสุด ฝ้าประเภทนี้มักมีสีน้ำตาลอ่อนและตอบสนองต่อการรักษาได้ดี
- ฝ้าลึก (Dermal melasma) เกิดจากการสะสมของเม็ดสีที่ชั้นหนังแท้ ซึ่งเป็นชั้นผิวหนังชั้นล่าง ฝ้าประเภทนี้มักมีสีน้ำตาลเข้มหรือเทา และตอบสนองต่อการรักษาได้ยากกว่าฝ้าตื้น
- ฝ้าเส้นเลือด (Telangiectasia) เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง โดยเส้นเลือดฝอยเหล่านี้จะไปกระจุกตัวกันในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ทำให้เกิดปื้นแดงๆ หรือสีม่วงแดงปรากฏบนผิวหนัง
- ฝ้าฮอร์โมน (Hormone Melasma) พบได้บ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์ เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะสูงขึ้นอย่างมากในช่วงนี้ นอกจากนี้ ฝ้าฮอร์โมนยังอาจเกิดได้ในผู้หญิงที่รับประทานยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนทดแทน
- ฝ้าผสม (Mixed melasma) เป็นฝ้าที่เกิดจากการสะสมของเม็ดสีทั้งที่ชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ ฝ้าประเภทนี้มีลักษณะสีน้ำตาลปานกลางและตอบสนองต่อการรักษาได้ปานกลาง
การรักษาฝ้าขึ้นอยู่กับประเภทของฝ้าและความรุนแรงของอาการ แพทย์จะพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อกำหนดแผนการรักษาที่เหมาะสม



การป้องกันคือหนทางที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับฝ้า ครีมกันแดดเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV อันเป็นสาเหตุหลักของฝ้า เพื่อผิวที่กระจ่างใสของคุณ
การป้องกันแสงแดดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันฝ้าและการกลับมาของฝ้าหลังการรักษา ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน และสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดผิวเมื่อออกแดด แดดประเทศไทยต้องบอกว่าอันตรายทุกช่วงเวลา ที่ควรเลี่ยงมากที่สุดคือช่วง 11.00 – 14.00 น.

สลายฝ้า กับเลเซอร์ เลือกแบบไหนดี
| ลักษณะ | เมโสลดฝ้า | Pico Laser |
|---|---|---|
| กลไกการออกฤทธิ์ | ทาหรือเติมสารเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน | ใช้คลื่นแสงเลเซอร์ยิงทำลายเม็ดสีเมลานิน |
| ระยะเวลาในการเห็นผล | อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน | อาจต้องใช้เวลาหลายครั้งในการรักษา |
| ความถี่ในการรักษา | ทุก 1-3 สัปดาห์ | ทุก 2-4 สัปดาห์ |
| ระยะเวลาในการรักษาแต่ละครั้ง | ประมาณ 10 นาที | ประมาณ 20 นาที |
| ความรู้สึกตอนทำ | ||
| ผลข้างเคียง | อาจเกิดรอยแดงหรือบวมชั่วคราว | อาจเกิดรอยแดงหรือบวมชั่วคราว |
| ระยะเวลาพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น | อาจมีพักหน้าตามโหมดที่เลือกรักษา |
| เหมาะกับฝ้าประเภท | ฝ้าตื้น ฝ้าที่เกิดจากฮอร์โมน | ฝ้าตื้น ฝ้าที่เกิดจากแสงแดด |
| ราคา | 1,500-4,500 /ครั้ง | 5,500-9,000/ครั้ง |
| ความเสี่ยง | ตัวยาไม่ได้คุณภาพ | Pico ปลอม แอบอ้าง |
| ผลลัพธ์ | รักษาอย่างต่อเนื่อง | รักษาอย่างต่อเนื่อง |
| ข้อจำกัด | ไม่เหมาะกับผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร | ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวคล้ำหรือผิวบอบบาง |
ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ เราให้ความสำคัญกับเวลาของคุณ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวอย่างละเอียด ไม่เร่งรีบ เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน เราไม่มีเซลส์คอยปิดการขายหรือบังคับซื้อคอร์ส คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระและสบายใจที่สุด
- จ่ายสบายเลือกได้ เรามีระบบมัดจำที่ยืดหยุ่น สามารถแบ่งจ่ายได้ พร้อมรองรับ Shopee PayLater และโปรแกรมผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม คุณจะได้ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง เพื่อความต่อเนื่องและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง ความภาคภูมิใจของเราคือเสียงตอบรับจากผู้ใช้บริการจริง ไม่มีการจ้างดาราหรือ Influencer เพื่อให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์ที่แท้จริง
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้ ทีมแพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้าและดูแลผิวพรรณโดยตรง สามารถตรวจสอบรายชื่อได้จากแพทยสภา
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกของเราทั้งสองสาขาผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข ตั้งอยู่ในโครงการที่เดินทางสะดวกและมีที่จอดรถฟรี
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ เราให้ข้อมูลอย่างรวดเร็ว คุณสามารถเช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่ใช้ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และสามารถตรวจสอบได้ทุกชิ้น

ตอบแบบสั้นๆ ตัดบทก่อนเลยว่า อย่าเสียเวลาเลยค่ะ เพราะนอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังจะได้ของแถมไม่พึงประสงค์อีกเยอะ คือต้องเข้าใจก่อนว่า ฝ้ามันไม่ได้อยู่ผิวบนสุด เหมือนเราเอาปากกาเคมีมาแต้มผิว แล้วเราจะลบมันออกอะไรแบบนั้น ฝ้า จุดดำๆ ด่างๆที่เราเห็นนั้น มันซึมอยู่ข้างล่างนานมากแล้ว และวันนี้มันแค่โผล่ขึ้นมาให้เราเห็น
การขัดหน้าจะช่วยแค่กำจัดขี้ไคลให้ผิวดูใสขึ้นชั่วคราว แต่ แรงเสียดสี (Friction) จากการขัดจะไปกระตุ้นการอักเสบใต้ผิว ทำให้เซลล์เม็ดสีตื่นตัวและผลิตฝ้าออกมา เข้มและลึกกว่าเดิม หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสครับผิวหน้าแรงๆ แล้วหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวกลุ่ม Chemical Exfoliant (AHA/PHA) หรือปรึกษาแพทย์เพื่อทำเลเซอร์หรือฉีดตัวยาที่ตรงจุด จะปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ที่ดีต่อการรักษาฝ้ามากกว่าค่ะ
ถือว่าจริงค่ะ คนไข้คนไหนเป็นอยู่ถึงจะเข้าใจมากที่สุด เพราะยื้อกันนานเลยแหล่ะ
การรักษา ฝ้าลึก (Dermal Melasma) ถือเป็นความท้าทายที่สุดในวงการผิวพรรณ เพราะเม็ดสีฝังตัวอยู่ในชั้นหนังแท้ ซึ่งครีมทั่วไปเข้าถึงได้ยากและ ห้ามใช้ความรุนแรงเด็ดขาด ประเภทจะเอาเลเซอร์มายิงโป้งๆ อย่างเดียวคือไม่ได้เลย การรักษาที่มีประสิทธิภาพจึงต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ปล่อยพลังงานจำเพาะเจาะจงเพื่อย่อยสลายเม็ดสีโดย ไม่ก่อให้เกิดความร้อนสะสม (Heat Accumulation) ที่จะไปกระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้น (Rebound)
การลอกกระแดดสามารถทำได้ ทุกบริเวณของร่างกาย ที่เกิดปัญหา ไม่จำกัดเฉพาะใบหน้า โดยจุดยอดนิยมคือ หลังมือ แขน เนินอก และแผ่นหลัง ซึ่งใช้วิธีการรักษาด้วยเลเซอร์ (เช่น CO2 หรือ Pico Laser) เหมือนกัน แต่ข้อแตกต่างสำคัญที่คนไข้ต้องทราบคือ ผิวกายจะใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าผิวหน้า โดยสะเก็ดแผลตามร่างกายอาจใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ ในการหลุดลอกจนหมด ในขณะที่ใบหน้าใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ เนื่องจากผิวกายมีต่อมไขมันน้อยกว่า ดังนั้นหลังทำต้องเน้น การทามอยส์เจอไรเซอร์และการกันแดดอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันรอยดำและกระเกิดซ้ำค่ะ
การรักษาด้วย Pico Second Laser ในช่วงคลื่น 532 nm สามารถกำจัดเม็ดสี Solar Lentigo ได้จางลงกว่า 75-90% ตั้งแต่การทำครั้งแรก แต่อาจต้องทำซ้ำ 1-2 ครั้งในปัญหากระลึกหรือหนาตัวมากๆค่ะ ซึ่งคลินิกจะติดตามผลการรักษาทุกเคสค่ะ
หลังการลอกกระแดด ผิวไม่ได้บางลงถาวร แต่เป็นกระบวนการ ผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสียหายออก เพื่อเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสกว่าเดิม ซึ่งผิวใหม่นี้จะ บอบบางและไวต่อแสงแดดชั่วคราว ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเท่านั้น การดูแลผิวด้วยการ ปกป้องแสงแดดและบำรุงให้ชุ่มชื้นอย่างเคร่งครัด คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรงและสุขภาพดีในระยะยาว โดยกระบวนการนี้ยังช่วย กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่และคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นได้ค่ะ
ทางคลินิกไม่มีแผ่นลอกกระ ลอกฝ้าแยกจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปค่ะ ผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีข้อบ่งใช้เฉพาะทาง และต้องใช้ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ในสถานพยาบาลเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษา
การใช้แผ่นลอกกระ แผ่นลอกฝ้าที่คลินิกนั้น จะถูกผสานเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษาแบบองค์รวมสำหรับเคสที่มีกระแดดหรือฝ้าโดยเฉพาะ ซึ่งมักจะใช้ร่วมกับการทำเลเซอร์และการดูแลอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ไม่สามารถนำไปใช้เองที่บ้านได้ เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ค่ะ
ถ้ากระแดด จุดเล็กแต่กระจาย ถ้าอยู่ใกล้ๆกันหมอจะรักษาและแปะแผ่นลอกเป็นแผ่นใหญ่ๆ คลุมพื้นที่เลยค่ะ แต่ถ้าห่างกันก็จะแปะแยก การคิดราคาถ้าจุดเล็กๆหลายจุด คลินิกจะประเมินเป็นราคาเหมาให้ได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับจำนวน และขนาด แต่ถ้ามีจุดเดียว วงใหญ่ๆ คิดตามขนาดตามปกติค่ะ เริ่มต้นที่จุดละ 1,500 บาทค่ะ ทุกเคสประเมินราคาให้ชัดเจนก่อนรับบริการ และมีค่ายาเพิ่มเติม 200 บาทค่ะ
หมอสรุปแบบ 1 บรรทัดให้เข้าใจเรื่องกระแดด กับฝ้าก่อนว่า ยังไม่มีการรักษาให้หายขาด แต่ทำให้จางลงได้จนแทบจะมองไม่เห็นได้ แต่พร้อมจะกลับมาได้ตลอดเวลา ถ้าเราไม่ดูแลหรือดูแลผิดวิธี
เซลล์สร้างเม็ดสีที่ซ่อนอยุ่ใต้ผิวเรานั้นยังคงตอบสนองต่อปัจจัยกระตุ้นอย่าง แสงแดด ฮอร์โมน ความร้อน และมลภาวะ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการ ป้องกันผิวจากแสงแดดอย่างสม่ำเสมอด้วยครีมกันแดด SPF 50+ PA++++ รวมถึงการ ปรึกษาแพทย์เพื่อการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม จะช่วยควบคุมและป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้กลับมาอีกครั้ง เพื่อให้ผิวของคุณคนไข้ สวยกระจ่างใสได้อย่างยั่งยืน ค่ะ
หมอเห็นเพื่อนและคนไข้หลายคนที่เข้าใจผิดว่าเมืองหนาว อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น แดดไม่ร้อน แท้จริงแล้วระดับ UV นั้นไม่แพ้ใครในโลก รวมถึงไทยด้วย ใครเคยไปเกาหลีหน้าร้อน จะเข้าใจว่าร้อนระดับไหน บางเดือนแดดจัดอุณหภูมิสูงกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ หมอบอกเลยว่าเลือกครีมกันแดด เลือกตามฤดูกาลและการใช้ชีวิตคือดีที่สุดเลย
การเลือกกันแดด สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูที่ค่าการปกป้องค่ะ หากคนไข้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี ค่า SPF50+ และ PA++++ (หรือ Broad Spectrum สำหรับกันแดดฝั่งอเมริกา/ยุโรป) ซึ่งหมายถึงการป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้อย่างครบถ้วน และมีคุณสมบัติ กันน้ำ กันเหงื่อ (Water/Sweat resistant) ก็จะสามารถปกป้องผิวบอบบางจากแดดเมืองไทยที่แผดเผาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดไม่แพ้กันแดดที่ผลิตในประเทศเลยค่ะ
แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ การเลือกใช้ให้เหมาะกับกิจกรรมและสภาพผิวของคนไข้ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ วิธีการใช้ที่ถูกต้อง ค่ะ หมอเน้นย้ำเลยนะคะว่าคนไข้ต้อง ทาในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับใบหน้าและลำคอ) และ ทาซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคนไข้อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือมีเหงื่อออกมากค่ะ ไม่ว่ากันแดดจะเริ่ดแค่ไหน ถ้าทาไม่ถูกวิธี หรือไม่ทาซ้ำ ก็อาจทำให้การปกป้องไม่เต็มที่นะคะ ขอให้คนไข้มั่นใจและเลือกกันแดดคู่ใจที่ใช่สำหรับผิวเราได้เลยค่ะ!








