Teoxane คืออะไร ดียังไง?
Teoxane เป็นฟิลเลอร์ที่ออกแบบมาเพื่อมอบผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและให้ความรู้สึกนุ่มนวลเมื่อสัมผัส นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยลดอาการบวมและรอยฟกช้ำหลังฉีด เป็น Dynamic Filler สามารถยืดหยุ่นไปตามการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ

ฟิลเลอร์ Teoxane ผลิตจากประเทศไหน ?
Teoxane ผลิตจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์

Teoxane Filler
Teoxane Filler ผลิตด้วยเทคโนโลยี RHA (Resilient Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Teoxane ที่ทำให้ฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถปรับตัวเข้ากับการแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
“‘Dynamic Filler’ มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกใช้หลากหลาย สามารถฉีดได้ทั้งชั้นใต้ผิวหนัง (subdermal) และชั้นไขมันตื้น (superficial fat layers) โดยเมื่อแสดงสีหน้า (facial expression) แล้วจะไม่เกิดเป็นก้อนหรือลำนูน สังเกตได้จากโฆษณาที่นางแบบจะแสดงสีหน้าอย่างเต็มที่ ทั้งยิ้มและพูด
เทคโนโลยี ‘RHA’ ใช้สายโมเลกุล Hyaluronic Acid (HA) ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงมาก (Very long High Molecular Weight – HMW) และพับไปมา ทำให้เกิดพันธะที่เป็นธรรมชาติและเคลื่อนไหวได้ (Natural & mobile bonds) จึงช่วยลดการดัดแปลงโครงสร้างของ HA และลดปริมาณสารเชื่อมโยง BDDE (1,4-butanediol diglycidyl ether) ที่ใช้ในกระบวนการผลิต”
Dynamic Filler เป็นฟิลเลอร์ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถฉีดได้ในชั้นผิวหนังที่ต่างกัน และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ เคลื่อนไหวตามสีหน้าได้อย่างอิสระ โดยไม่เกิดเป็นก้อนหรือลำนูน ทั้งนี้เป็นผลมาจากเทคโนโลยี RHA ที่ใช้ HA น้ำหนักโมเลกุลสูงและลดการใช้สารเชื่อมโยง ทำให้ได้ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติเหมือนกับ HA ตามธรรมชาติในผิวหนังมากขึ้น


ฟิลเลอร์ Teoxane แก้ปัญหาอะไรบ้าง ?
ฟิลเลอร์ HA ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาต่อไปนี้
- ริ้วรอยและร่องลึก ทุกตำแหน่ง เช่น ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมาก ร่องใต้ตา
- ริมฝีปากบาง
- แก้มตอบ ขมับตอบ
- คางสั้น คางบุ๋ม
- ต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัด
จุดเด่น Teoxane Filler
- ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
- รู้สึกนุ่มนวลเมื่อสัมผัส
- เทคโนโลยี RHA ช่วยลดอาการบวมและรอยฟกช้ำ
- มีความยืดหยุ่นสูง ปรับตัวเข้ากับการแสดงสีหน้าได้ดี
- มีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองจาก อย.

ข้อดี-ข้อเสียของ ฟิลเลอร์ Teoxane
ข้อดี:
- ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
- มีหลายโมเลกุลให้เลือกตามปัญหา
- เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนหลังทำ
- ปลอดภัย ผ่านการรับรอง
ข้อต้องพิจารณา:
- ราคาค่อนข้างสูง
- อาจต้องฉีดซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์
ฟิลเลอร์ Teoxane เหมาะกับใครบ้าง ?
Teoxane เป็นฟิลเลอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ปรารถนาผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ สามารถกลืนกับชั้นผิวได้อย่างกลมกลืน และยังคงให้ผู้ใช้สามารถแสดงสีหน้าได้ตามปกติ เช่น เวลายิ้ม ใบหน้าจะไม่ดูเป็นก้อนหรือยิ้มไม่เต็มที่
ด้วยการผสมผสานคุณสมบัติเรื่องความยืดหยุ่นและความคงตัวเข้าด้วยกัน ทำให้ฟิลเลอร์ชนิดนี้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมใต้ชั้นผิวหนัง สามารถคงรูปและปริมาตรได้คงที่แม้ใบหน้ามีการเคลื่อนไหวบ่อยครั้ง โดยเฉพาะบริเวณรอบปากและแก้ม ซึ่งเป็นจุดที่มีการขยับตัวอยู่ตลอดเวลา
ความโดดเด่นของฟิลเลอร์ Teoxane อยู่ที่สาร hyaluronic acid ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Preserved Network Technology (PNT) ช่วยรักษาโครงสร้างโมเลกุลและพันธะของ hyaluronic acid ให้มีความคล้ายคลึงกับ hyaluronic acid ตามธรรมชาติในร่างกาย ส่งผลให้ฟิลเลอร์สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใต้ชั้นผิวหนังได้เป็นอย่างดี แม้จะมีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ แต่ก็ยังคงรูปร่างได้โดยไม่เสื่อมสภาพในระหว่างนั้น
- ริ้วรอยและร่องลึก
- ริมฝีปากบาง
- โหนกแก้มตอบ
- คางสั้น
- ใต้ตาคล้ำลึก
- ร่องแก้มชัด
- ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นผิว

ฟิลเลอร์ Teoxane ฉีดจุดไหนได้บ้าง ?
ฟิลเลอร์ สามารถฉีดได้บริเวณต่อไปนี้
- ร่องแก้ม
- ร่องมุมปาก
- ริมฝีปาก
- โหนกแก้ม
- จมูก
- คาง

ริ้วรอยร่องลึกทั่ว ๆ ไป Teoxane สามารถช่วยแก้ได้ไหม ?
ได้ Teoxane สามารถช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกทั่ว ๆ ไปได้ ด้วยเทคโนโลยี RHA ที่ช่วยให้ฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถปรับตัวเข้ากับการแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Teoxane Filler มีกี่รุ่น ?
Teoxane Filler ที่ผลิตออกมามีทั้งหมด 9 รุ่น แต่ผ่านการรับรองจาก อย. ประเทศไทย 7 รุ่น (อัพเดท 13 ม.ค. 2569)
| รุ่น Teoxane Filler ทั้งหมด | รุ่น Teoxane Filler ที่ผ่าน อย. ไทย |
|---|---|
| Teoxane Redensity 1 | ✔ |
| Teoxane RHA 1 | ✔ |
| Teoxane RHA 2 | ✔ |
| Teoxane RHA 3 | ✔ |
| Teoxane RHA 4 | ✔ |
| Teoxane Ultra Deep | ✔ |
| Teoxane Redensity 2 | ✔ |
| Teoxane RHA Kiss | ✘ |
| Teoxane Kiss | ✘ |

กลุ่ม Teoxane RHA Series (เน้นความยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหว)
- ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น RHA 1
ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยเล็กๆ บนผิวชั้นตื้น และใช้สำหรับเติมเต็มใต้ตาชั้นตื้น ช่วยลดความคล้ำและเพิ่มความชุ่มชื้นฉ่ำวาวให้ผิวดูสุขภาพดี - ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น RHA 2
รุ่นยอดนิยมสำหรับเติมเต็มริ้วรอยถาวร เช่น บริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว และหางตา นอกจากนี้ยังโดดเด่นเรื่องการใช้เติมริมฝีปากให้อวบอิ่ม ดูเป็นธรรมชาติตามการขยับของปาก - ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น RHA 3
เหมาะสำหรับแก้ไขริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก รวมถึงการใช้ปั้นทรงริมฝีปากสำหรับผู้ที่ต้องการขอบปากที่ชัดเจนและมีทรงสวย เนื่องจากมีเนื้อฟิลเลอร์ที่แข็งแรงกว่ารุ่น RHA 2 - ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น RHA 4
รุ่นที่เน้นการแก้ปัญหาร่องลึกเป็นพิเศษและการเติมวอลลุ่มในบริเวณกว้าง เช่น ขมับตอบ แก้มตอบ คาง และการปรับโครงสร้างกรอบหน้าให้ดูชัดเจนยิ่งขึ้น
กลุ่ม Teoxane ULTRA DEEP (เน้นการยกกระชับ)
- ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น ULTRA DEEP
เป็นรุ่นที่มีความคงตัวสูงที่สุด ออกแบบมาเพื่อการฉีดยกกระชับและการปรับรูปหน้า (Facial Contouring) เหมาะสำหรับเติมขมับ หน้าแก้ม แก้มตอบ คาง และกรอบหน้า ช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติและยกกระชับขึ้นทันที
กลุ่ม Teoxane REDENSITY (เน้นงานผิวและใต้ตา)
- ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น REDENSITY 1
สุดยอดฟิลเลอร์งานผิว (Skin Booster) ที่เน้นการบำรุง ฟื้นฟูสภาพผิวให้มีความชุ่มชื้น ฉ่ำวาว และดูเปล่งปลั่งจากภายใน - ฟิลเลอร์ Teoxane รุ่น REDENSITY 2
รุ่นเฉพาะทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับงานใต้ตา ช่วยแก้ไขปัญหาร่องใต้ตา ใต้ตาลึกโบ๋ และถุงใต้ตา ปรับโครงสร้างใต้ตาชั้นลึกให้ดูเรียบเนียนและสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

Teoxane แต่ละบริเวณ ใช้กี่ CC ?
การฉีด HA Filler ในแต่ละบริเวณของใบหน้า โดยทั่วไปจะใช้ปริมาณดังนี้
| บริเวณ | ปริมาณ (CC) |
|---|---|
| หน้าผาก | 1-2 |
| ร่องแก้ม | 1-2 |
| แก้มตอบ | 1-2 |
| แก้มส้ม | 1-2 |
| ลิฟกรอบหน้า | 1-2 |
| ใต้ตา | 0.5-2 |
| ริมฝีปาก | 0.5-1 |
| มุมปาก | 0.5-1 |
| คาง | 1-2 |
| ขมับ | 1-2 |
| ลำคอ | 1-2 |
หมายเหตุ: ปริมาณที่ใช้อาจแตกต่างกันไปตามความต้องการของแต่ละบุคคล และดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษา นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับชนิดและความเข้มข้นของ HA Filler ที่ใช้ด้วย

เปรียบเทียบกับ Teoxane Filler
| ยี่ห้อ | รุ่น | ฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น ที่มีข้อบ่งชี้ที่คล้ายกัน |
|---|---|---|
| Restylane | Defyne | เนื้อแน่น Teosyal RHA 2 เหมาะสำหรับการยกกระชับ |
| Juvederm | Voluma | เนื้อหนา เหมาะสำหรับการเสริมจมูก เติมขมับตอบมากๆ และคาง |
| Belotero | Intense | เนื้อนุ่ม เหมาะสำหรับริ้วรอยเล็ก ๆ และบริเวณที่ต้องการความเป็นธรรมชาติสูง |
Teoxane Filler คุ้มค่าไหม
Teoxane Filler เป็นฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพสูงและให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ฟิลเลอร์แท้ ฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์มักราคาสูง ควรพิจารณาความคุ้มค่าและปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจฉีด โดยเฉพาะเคสที่มีปัญหาผิวหน้าเยอะ การใช้ฟิลเลอร์เพียง 1 cc อาจจะไม่ตอบโจทย์ ฉีดฟิลเลอร์เป็นทางเลือกหนึ่งในการปรับรูปหน้าและลดริ้วรอยจากวัย ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วน เพื่อประเมินความเหมาะสมและความคุ้มค่าสำหรับแต่ละบุคคล

การดูแลตัวเองก่อน-หลัง ฉีดฟิลเลอร์ ?
ก่อนฉีด:
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และยาต้านการอักเสบ
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพ้และโรคประจำตัว
- งดการฉีดวัคซีนก่อนฉีดฟิลเลอร์ 2 สัปดาห์
หลังฉีด:
- ประคบเย็นบริเวณที่ฉีดเพื่อลดอาการบวม
- นอนหนุนหัวสูงเพื่อลดอาการบวม
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดโดยตรง
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักและการอาบน้ำอุ่น
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ฉีดฟิลเลอร์ Teoxane กี่วันเห็นผล ? อยู่ได้นานไหม ? นานเท่าไรจึงฉีดซ้ำ ?
- เห็นความแตกต่าง: ทันทีหลังทำ
- ผสานเป็นเนื้อเดียวกับผิว: 1-2 สัปดาห์
- อยู่ได้นาน: 6-18 เดือน
- ฉีดซ้ำ: 6-12 เดือน

Teoxane Filler อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงไหม ?
Teoxane Filler มีความปลอดภัย แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงได้เหมือนกับ HA ฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อ
- อาการบวมและรอยฟกช้ำ
- อาการปวดและคัน
- การติดเชื้อ
- การอุดตันของเส้นเลือด
- ต้องฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ทุกตำแหน่ง ทุกครั้ง!

Teoxane รีวิว
ฟิลเลอร์ Teoxane ได้รับการรีวิวที่ดีจากผู้ใช้ โดยส่วนใหญ่ชื่นชมผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและความรู้สึกนุ่มนวลเมื่อสัมผัส








รีวิว HA Filler
Teoxane Filler ราคาเท่าไร

ราคาควรสมเหตุสมผล ให้บริการโดยสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต และรักษาโดยแพทย์ ราคาไม่ถูกเกินจริง 15,000-20,000 บาท ต่อ CC
ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี
- คลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณะสุข ตรวจสอบใบอนุญาต สถานพยาบาลได้ที่นี่
- แพทย์ผู้ฉีดมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ
พิจารณาอะไรบ้าง
- ความน่าเชื่อถือของสถานที่ฉีด
- รีวิวบอกต่อจากผู้เข้ารับบริการจริง ที่ไม่ใช่ดารา ไอดอล
- ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์
- ราคาและโปรโมชั่น

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
- จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้

สำคัญมากเลยค่ะ แพ้มากแพ้น้อย หมอต้องซักประวัติให้ละเอียดก่อนทำ ผู้ที่แพ้อาหารทะเลต้องพิจารณาจากชนิดที่แพ้ค่ะ หากคนไข้มีประวัติ แพ้ปลาทะเล หรือแพ้ปลาแซลมอน จะไม่สามารถฉีดรีจูรันและกลุ่ม PN ได้เด็ดขาด เพราะสารสกัดหลักทำมาจาก DNA ปลาแซลมอน และปลาอื่นๆก็มี แต่หากคนไข้ แพ้เฉพาะกลุ่มกุ้ง ปู หอย (Shellfish) แต่ยังคงทานปลาแซลมอนได้ปกติ ก็มีโอกาสที่จะพิจารณาให้ฉีดได้ อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด คนไข้ควรแจ้งประวัติการแพ้อาหารอย่างละเอียดให้แพทย์ทราบทุกครั้ง เพื่อที่แพทย์จะได้ประเมินความเสี่ยงและเลือกตัวยาที่ปลอดภัย เหมาะสมกับผิวของคนไข้มากที่สุดค่ะ
เพื่อความสบายใจและให้คนไข้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด หมอแนะนำให้คนไข้ทำการตรวจให้รู้ลึกถึงระดับภูมิคุ้มกันเลยค่ะ ด้วยโปรแกรม ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง (Food Intolerance Check-up) ของทางคลินิกเราค่ะ
ทำไมหมอถึงแนะนำให้ตรวจโปรแกรมนี้?
- เจาะลึกระดับชนิดของอาหาร: การตรวจนี้จะช่วยวิเคราะห์ปฏิกิริยาของร่างกาย (IgG) ที่มีต่ออาหารแต่ละชนิดอย่างละเอียด สามารถแยกให้เห็นชัดเจนเลยค่ะว่า คนไข้แพ้โปรตีนจาก “ปลาแซลมอน” หรือแพ้แค่ “สัตว์น้ำเปลือกแข็ง (Shellfish)”
- ตรวจครั้งเดียว คุ้มค่าระยะยาว: นอกจากจะช่วยยืนยันความปลอดภัยให้คนไข้สามารถตัดสินใจฉีดรีจูรันได้อย่างไร้กังวลแล้ว ผลตรวจที่ได้ยังช่วยให้คนไข้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร ลดปัญหาสิวเรื้อรัง ผื่นแพ้ไม่ทราบสาเหตุ หรืออาการอ่อนเพลียได้อีกด้วยนะคะ
หากผลตรวจออกมาว่าคนไข้ “ไม่ได้แพ้ปลาแซลมอน” หมอก็จะสามารถประเมินและวางแผนการฉีดรีจูรันเพื่อฟื้นฟูผิวให้คนไข้ได้อย่างมั่นใจ 100% เลยค่ะ แต่ถ้าผลสรุปว่าแพ้จริงๆ หมอก็ยังมีสกินบูสเตอร์ตัวอื่นๆ ที่ไม่ได้สกัดจากปลาทะเล และให้ผลลัพธ์ผิวสวยใสฉ่ำวาวได้ดีไม่แพ้กัน มาแนะนำเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าให้คนไข้แน่นอนค่ะ
ปากบางลงคือความเสื่อมสภาพตามวัย (Aging Process) ซึ่งประกอบด้วย การลดลงของคอลลาเจนปีละประมาณ 1% การฝ่อตัวของไขมัน และ การทรุดตัวของกระดูกขากรรไกร
หลายคนมักจะเข้าใจผิดว่าถ้าปากบางลง เราควรจะบริหารปากบ่อยๆ เหมือนการไปเข้ายิมเล่นเวทให้กล้ามเนื้อแขนขาใหญ่ขึ้นหรือเปล่า? จริงๆ แล้วโครงสร้างริมฝีปากมีความ “จำเพาะ” และแตกต่างจากกล้ามเนื้อส่วนอื่นของร่างกายอย่างสิ้นเชิงค่ะ
ความอวบอิ่มของริมฝีปากที่เราเห็น ไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อเป็นหลักเหมือนต้นแขนหรือต้นขาค่ะ แต่ริมฝีปากคือ “เนื้อเยื่ออ่อน” (Soft Tissue) ที่ประกอบด้วยผิวหนังส่วนที่บางที่สุด (Vermilion) ไขมันฝ่อตัวง่าย และโครงข่ายคอลลาเจนที่หนาแน่น แม้จะมีกล้ามเนื้อรอบปากที่ชื่อว่า Orbicularis Oris อยู่ แต่มันทำหน้าที่แค่ “เปิด-ปิดและขยับปาก” เท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ในการสร้างรูปทรงที่หนาเต่งตึง ดังนั้นเมื่อ คอลลาเจนและชั้นไขมันฝ่อตัวลง ปากจึงบี้แบนและม้วนพับเข้าไปด้านใน เพราะไม่มี “ฟองน้ำ” คอยหนุนข้างในให้พองออกนั่นเองค่ะ
ทำไมเราถึง “เล่นเวท” ให้ปากหนาขึ้นไม่ได้เหมือนแขนขา?
เหตุผลที่การบริหารปากไม่ช่วยให้ปากหนาขึ้น เพราะกล้ามเนื้อรอบปากเป็น “กล้ามเนื้อหูรูด” (Sphincter Muscle) ซึ่งมีลักษณะเป็นวงกลม ต่างจากกล้ามเนื้อแขนขาที่เป็นกล้ามเนื้อลายแบบมัดยาวที่เน้นการสร้างแรงและเพิ่มขนาด (Hypertrophy) ได้ง่ายค่ะ ที่สำคัญคือ การยิ่งขยับหรือเกร็งกล้ามเนื้อปากบ่อยๆ เช่น การดูดน้ำจากหลอดหรือการทำปากจู๋ กลับยิ่งจะทำให้เกิด “ริ้วรอยในแนวตั้ง” (Smoker’s Lines) และทำให้เนื้อปากดูยับย่นและบางลงกว่าเดิมเสียอีก เพราะมันไปบดเบียดคอลลาเจนที่เหลือน้อยอยู่แล้วให้สลายไปเร็วขึ้น การจะทำให้ปากกลับมาอิ่มจึงต้องเน้นที่การ “เติมเต็มเนื้อเยื่อ” ไม่ใช่การสร้างกล้ามเนื้อค่ะ
หลังฉีดฟิลเลอร์คนไข้ ต้องงดแช่ออนเซ็น รวมถึงซาวน่าและเลเซอร์ร้อน อย่างน้อย 14 วัน (หรือทางที่ดีคือ 1 เดือน) ค่ะ เพราะความร้อนจัด จะทำให้เส้นเลือดขยายตัว ส่งผลให้ แผลระบม บวมช้ำง่ายขึ้น และที่สำคัญคือความร้อนอาจทำให้ตัวยาฟิลเลอร์ที่ยังไม่เกาะติดกับเนื้อเยื่อ เสียรูปทรง ไหลผิดตำแหน่ง หรือสลายตัวเร็วกว่าปกติ เปรียบเหมือนวุ้นเจลลี่ที่ยังไม่เซตตัวแล้วไปเจอความร้อนจนละลายนั่นเองค่ะ ดังนั้นอดใจรอให้ฟิลเลอร์เข้าที่เป๊ะๆ ก่อน แล้วค่อยไปแช่น้ำแร่ออนเซ็นให้สบายใจจะดีที่สุดค่า
ถ้าไม่เอาหน้าแช่น้ำหล่ะหมอ? หมอจะบอกว่า ไม่ต่างกันค่ะ แม้จะไม่เอาหน้าจุ่มน้ำ แต่ “ไอร้อน” บริเวณบ่อออนเซ็น และ “อุณหภูมิของร่างกายที่สูงขึ้น” จากการแช่น้ำ จะทำให้ระบบเลือดสูบฉีดแรงขึ้นและเส้นเลือดขยายตัวทั่วร่างกาย (รวมถึงที่หน้าด้วย) ค่ะ
ผลที่ตามมาคือหน้าจะแดง บวมช้ำง่ายขึ้น และความร้อนสะสมนี้ก็ยังส่งผลให้ฟิลเลอร์ที่ยังไม่เซตตัวเสียทรงหรือสลายไวได้อยู่ดีค่ะ หมอแนะนำให้อดใจรอให้ครบ 14 วันก่อนชัวร์ที่สุดค่ะ!
เราสามารถร้อยไหม ฉีดโบท็อกซ์ และฟิลเลอร์พร้อมกันในวันเดียวได้อย่างปลอดภัย 100% ค่ะ การทำหัตถการร่วมกัน (Combination Treatment) ถือเป็นเทคนิคที่หมอแนะนำอย่างยิ่ง เพราะช่วยแก้ปัญหาใบหน้าได้ครบทุกมิติ โดยร้อยไหมจะช่วย ดึงผิวที่หย่อนคล้อย ฟิลเลอร์ช่วย เติมเต็มจุดที่ตอบลึก และโบท็อกซ์ช่วย ลดริ้วรอยพร้อมคลายกล้ามเนื้อที่ดึงรั้งเส้นไหม การทำร่วมกันไม่เพียงแต่ให้ ผลลัพธ์ที่สวยละมุนและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการทำอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ยังช่วยให้คนไข้ เจ็บตัวและพักฟื้นเพียงแค่ครั้งเดียว ก็ได้กรอบหน้าเป๊ะและดูเด็กลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
ส่วนจะทำโปรแกรมไหนก่อน-หลัง หมอต้องประเมินจากปัญหาผิวของแต่ละบุคคลนะคะ หมอจะแจกแจงขั้นตอนการรักษาอย่างละเอียด ก่อนเริ่มทำการรักษาทุกเคส พร้อมบอกข้อดี ข้อเสีย ขอปฏิบัติที่ต้องรู้หลังทำชัดเจนค่ะ
การใช้ไหมน้ำกลุ่ม PDLLA ต้องใช้เทคนิคการกระจายยาแบบหลายจุด (Multiple Injections) ทำให้มีการสัมผัสเข็มบ่อยกว่าฟิลเลอร์ ดังนั้นไหมน้ำอาจจะโดนจิ้มหน้าบ่อยกว่า
สรุปสั้นๆ คือ ฟิลเลอร์ใต้ตาจะเน้นความสบายขณะฉีด เพราะมียาชาผสมมาในตัวยาและใช้เข็มปลายทื่อลดการระคายเคือง ในขณะที่ ไหมน้ำใต้ตาอาจมีความรู้สึกแสบผิวหรือยิบๆ มากกว่า เนื่องจากเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ฉีดในชั้นผิวตื้นและมักไม่มีผสมยาชา อย่างไรก็ตาม การแปะยาชาก่อนทำ และเทคนิคการประคบเย็นของหมอจะช่วยให้ทั้งสองหัตถการเป็นเรื่องที่ เจ็บน้อยมากและไม่ต้องพักฟื้น นานค่ะ
แต่โดยรวมหมอจะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็คงไม่ใช่ เจ็บ ทนได้ หมอขอยืมคำพูดติดปากของคนไข้มาพูดต่อนะคะ ก็จะประมาณว่า เพื่อความสวยค่ะหมอ ต้องทนได้ ต่อเลยค่ะ!
ก่อนอื่นหมอและทีมขอเป็นกำลังใจให้คนไข้ทุกคนที่กำลังเผชิญกับโรคนี้อยู่นะคะ
สำหรับคนไข้มะเร็ง การฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ ไม่ได้เป็นข้อห้ามถาวร แต่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาค่ะ หากอยู่ในช่วง การให้คีโม ฉายแสง หรือรับประทานยากดภูมิ หมอขอให้งดทำหัตถการที่มีเข็มทุกชนิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อและระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรง แต่หาก รักษาหายขาดแล้วและโรคสงบ (Remission) เกิน 6 เดือนขึ้นไป สามารถทำได้ โดยหมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์มะเร็งเจ้าของไข้เพื่อประเมินค่าเลือดก่อนเสมอ และ หลีกเลี่ยงการฉีดในบริเวณที่เคยผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ
Cancer is just a chapter in your life, not the whole story. Turn the page and keep writing.
ฟังเผินๆเหมือนจะเป็นเรื่องคล้ายกัน แต่ความจริงนั้นต่างกันมากค่ะ “ผิวตึง” เป็นเพียง ความรู้สึกชั่วคราว ที่อาจเกิดจากผิวขาดน้ำหรือผลิตภัณฑ์ที่เคลือบผิว แต่ “ผิวกระชับ” คือ คุณภาพโครงสร้างผิวที่แท้จริง ซึ่งเกิดจาก คอลลาเจนและอีลาสตินที่แข็งแรง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เด้งกลับ และดูอ่อนเยาว์ การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจึงต้องเน้นการกระตุ้นโครงสร้างภายในผิว ไม่ใช่แค่ความรู้สึกตึงบนผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและสุขภาพผิวที่ดีค่ะ
อย่างแรกที่หมอจะบอกก็คือ มันต้องเป็นโปรแกรมฉีด ซึ่งตัวไหนจะเหมาะกับเรานั้นจะต้องประเมินผิวกันแบบเคสต่อเคส ผิวแห้ง มีหลายแบบ สาเหตุการแห้งอาจจะต่างกัน เลือกใช้ตามสภาพผิว แต่หลักๆแล้ว ก็จะเป็นกลุ่มฟิลเลอร์งานผิว ที่มุ่งเป้าที่การเติมน้ำเข้าสู่ผิว เห็นความแตกต่างได้เร็ว
ส่วนการอยากให้ผิว อิ่ม ฟู เด้ง เล่นแสง อันนี้แล้วแต่ความชอบ แต่สิ่งที่ได้ในโปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวคือเรื่องความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่ข้อเสียของฟิลเลอร์กลุ่มนี้คือ มักอยู่ได้ไม่นาน ต้องเติมบ่อยกว่าฟิลเลอร์ที่เป็นกลุ่มปรับรูปหน้า เพราะทำงานคนละแบบกัน ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกันค่ะ
“การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวเฉพาะบุคคล” จะช่วยให้คุณหมอสามารถออกแบบโปรแกรมที่ดีที่สุดเพื่อผิวสวยในฝันของคุณได้อย่างตรงจุดที่สุดค่ะ
















