Elegance is not about being noticed, it’s about being remembered for your own unique brilliance.
การปรับรูปหน้าและเติมเต็มริ้วรอยเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กลับคืนมา ฟิลเลอร์ Juvederm ถือเป็นหนึ่งในฟิลเลอร์ชื่อเสียงและถูกใช้ไปทั่วโลก แบรนด์จากสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับความไว้วางใจจากคลินิกเสริมความงามชั้นนำในการช่วยคืนความอ่อนเยาว์และปรับโครงสร้างใบหน้าให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ผลิตโดยบริษัท Allergan ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่ผลิตโบท็อกซ์ ทำให้มั่นใจได้ในมาตรฐานและความปลอดภัย

ฟิลเลอร์ Juvederm คืออะไร
ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นสารเติมเต็มประเภทกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) หรือ HA ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่น และทำให้ผิวดูเต่งตึง เมื่ออายุมากขึ้น HA ในร่างกายจะลดลง ทำให้เกิดริ้วรอยร่องลึกและความหย่อนคล้อย การฉีดฟิลเลอร์ Juvederm จึงเป็นการเติมสาร HA เข้าไปทดแทน เพื่อแก้ปัญหาผิวและปรับรูปหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Juvederm มีเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ถึง 2 รูปแบบ คือ Hylacross และ Vycross ซึ่งทำให้ได้เนื้อเจลที่มีคุณสมบัติต่างกันออกไป สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละปัญหาและบริเวณที่ต้องการแก้ไขได้อย่างแม่นยำ
- เทคโนโลยี Hylacross เป็นเทคโนโลยีแบบดั้งเดิมที่ทำให้สาร HA มีความเข้มข้นสูง อุ้มน้ำได้ดี เนื้อเจลจึงมีความฟู เหมาะกับการเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้นอย่างชัดเจน
- เทคโนโลยี Vycross เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่พัฒนาให้โมเลกุลของ HA ยึดเกาะกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เนื้อเจลมีความเรียบเนียน ยืดหยุ่นสูง ปั้นทรงสวย และที่สำคัญคือมีคุณสมบัติอุ้มน้ำน้อย จึงช่วยลดอาการบวมหลังฉีดได้เป็นอย่างดี และยังให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย

ฟิลเลอร์ Juvederm แต่ละรุ่น เหมาะกับฉีดจุดไหน
Juvederm ได้ออกแบบฟิลเลอร์มาหลากหลายรุ่น เพื่อให้แพทย์สามารถเลือกใช้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุด ทุกรุ่นจะมีส่วนผสมของยาชา (Lidocaine) เพื่อช่วยลดความเจ็บระหว่างการฉีด
- Juvederm Volux เป็นรุ่นที่มีความคงตัวและยืดหยุ่นสูงที่สุด เนื้อเจลมีความหนาแน่น สามารถปั้นทรงได้ดี เหมาะสำหรับการสร้างกรอบหน้าให้คมชัด ปรับโครงสร้างคางและแนวกราม ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 18-24 เดือน

- Juvederm Voluma เนื้อเจลมีความแข็งและฟูปานกลาง เหมาะสำหรับเติมแก้มตอบ ขมับตอบ หรือคาง ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นานถึง 18 เดือน

- Juvederm Volift เนื้อเจลนิ่ม ละเอียด มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับการเติมริมฝีปากให้ดูเป็นธรรมชาติ หรือเติมร่องแก้มที่ไม่ลึกมาก ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12-18 เดือน

- Juvederm Volbella เนื้อเจลนิ่มและมีความละเอียดสูง เหมาะสำหรับเติมเต็มริมฝีปากให้อวบอิ่มอย่างเป็นธรรมชาติ ใช้เก็บรายละเอียดใต้ตา หรือเติมหน้าผาก ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 12 เดือน

- Juvederm Ultra XC เหมาะสำหรับฉีดแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึก รวมถึงการเติมเต็มบริเวณขมับ แก้มตอบ จมูก และคาง โดยผลลัพธ์คงอยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน

- Juvederm Ultra Plus XC เนื้อเจลนิ่มและฟูมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มร่องลึก เช่น ร่องแก้ม หรือเติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่มแบบชัดเจน ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน

- Juvederm Volite เนื้อเจลมีความละเอียดและบางเบาที่สุด ออกแบบมาเพื่อการบำรุงผิวโดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูอิ่มฟู ลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ทั่วใบหน้า หรือใช้เติมใต้ตาในผิวชั้นตื้น ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 9 เดือน

เลือกฟิลเลอร์ Juvederm ให้เหมาะกับแต่ละส่วนของใบหน้า
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้สรุปข้อมูลการเลือกรุ่นฟิลเลอร์ ปริมาณที่แนะนำ และทางเลือกอื่นในการรักษาแต่ละบริเวณมาให้ในตารางนี้
| ตำแหน่ง | รุ่นที่เหมาะ | ปริมาณที่ใช้ (CC) | เติมไขมัน | เสริมซิลิโคน |
|---|---|---|---|---|
| ร่องแก้ม | Volift, Ultra Plus XC | 1 – 2 | ✅ | ✅ |
| คาง | Volux, Voluma | 1 – 3 | ✅ | ✅ |
| ริมฝีปาก | Volift, Ultra Plus XC, Volbella, Volite | 1 – 2 | ✅ | ❌ |
| ใต้ตา | Volbella, Volite | 1 – 2 | ✅ | ❌ |
| หน้าผาก | Volbella | 2 – 4 | ✅ | ✅ |
| ขมับ | Voluma, Ultra Plus XC | 1 – 3 | ✅ | ❌ |
หมายเหตุ ปริมาณ CC ที่ใช้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ซึ่งอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
ความแตกต่างของฟิลเลอร์ Juvederm รุ่นที่มียาชาและไม่มียาชา
เพื่อความสบายของคนไข้ระหว่างการฉีด ปัจจุบันฟิลเลอร์ Juvederm ที่ใช้ในคลินิกชั้นนำส่วนใหญ่จะเป็นรุ่นที่มียาชาผสมอยู่แล้ว ซึ่งสังเกตได้จากอักษร “XC” (Extra Comfort) ที่ต่อท้ายชื่อรุ่น

| คุณสมบัติ | รุ่นที่มียาชา (XC) | รุ่นที่ไม่มียาชา (ไม่มี XC) |
|---|---|---|
| ตัวอย่าง | Juvederm Ultra Plus XC | Juvederm Ultra Plus |
| ส่วนผสม | มี Lidocaine 0.3% ผสมในเนื้อเจล | ไม่มีส่วนผสมของยาชา |
| ความรู้สึกขณะฉีด | รู้สึกเจ็บน้อยกว่าอย่างชัดเจน | อาจรู้สึกเจ็บขณะเดินยา แพทย์ต้องใช้ยาชาแบบทาหรือฉีดนำก่อน |
| การใช้งาน | เป็นที่นิยมอย่างสูงในปัจจุบัน เพราะสะดวกและลดความเจ็บปวดได้ดี | ไม่ค่อยเป็นที่นิยมแล้ว อาจพบได้ในบางกรณีเท่านั้น |
| รุ่นที่ D’Lovevery เลือกใช้ | ✅ | ❌ |
ที่ D’ Lovevery Clinic เราเลือกใช้ฟิลเลอร์ Juvederm รุ่นที่มียาชา (XC) ทุกรุ่น เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การรักษาที่สบายและเจ็บน้อยที่สุด
ฟิลเลอร์ Juvederm และ Restylane
ฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์มีเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะตัว ซึ่งส่งผลให้เนื้อฟิลเลอร์มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป การทำความเข้าใจเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกรุ่นฟิลเลอร์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของคุณได้ดียิ่งขึ้น

| แบรนด์ | เทคโนโลยี | จุดเด่นของเทคโนโลยี | รุ่นที่ใช้ |
|---|---|---|---|
| Juvederm | Hylacross | เนื้อฟู อิ่มน้ำ เป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมที่ทำให้เนื้อเจลมีความอุ้มน้ำสูง มีความยืดหยุ่น เหมาะกับการเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นฟูขึ้น | • Juvederm Ultra XC • Juvederm Ultra Plus XC |
| Vycross | เรียบเนียน ยืดหยุ่นสูง เป็นการพัฒนาให้ HA โมเลกุลสั้นและยาวมาเชื่อมกัน ทำให้เนื้อเจลเรียบเนียน ปั้นทรงสวย ลดการอุ้มน้ำจึงบวมน้อย และให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน | • Juvederm Volux • Juvederm Voluma • Juvederm Volift • Juvederm Volbella • Juvederm Volite | |
| Restylane | NASHA | คงตัว ยกกระชับ ทำให้ได้เนื้อเจลที่มีความคงตัวสูง ไม่ฟุ้งกระจาย สามารถยกกระชับผิวได้ดี เหมาะกับการสร้างขอบเขตให้คมชัด และให้ความชุ่มชื้น | • Restylane Classic • Restylane Lyft • Restylane Skinboosters Vital |
| OBT | ยืดหยุ่น ปรับทรงง่าย ทำให้ได้เนื้อเจลที่มีความยืดหยุ่นสูง ปรับรูปทรงได้หลากหลาย กลืนกับผิวได้ดี เหมาะกับบริเวณที่มีการขยับบ่อยๆ เพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ | • Restylane Defyne • Restylane Refyne • Restylane Volyme • Restylane Kysse |

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง เช่น อาการบวมหรือรอยช้ำ และช่วยให้ผลลัพธ์การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด
- งดยาและวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรงดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนการฉีด เช่น แอสไพริน, NSAIDs (Ibuprofen, Naproxen), วิตามินอี, น้ำมันปลา, สารสกัดจากแปะก๊วย (Ginkgo Biloba)
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการรักษา
- แจ้งข้อมูลสุขภาพให้ครบถ้วน แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว, ประวัติการแพ้ยา, และยาที่รับประทานเป็นประจำทุกครั้ง
- งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น การออกกำลังกายหนักๆ ในวันที่นัดทำหัตถการ
- หากมีนัดทำฟัน ควรทำก่อนหรือเลื่อนออกไป ควรเว้นระยะห่างจากการทำฟันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนหรือหลังการฉีดฟิลเลอร์
- สภาพผิว หากมีสิวอักเสบหรือผื่นผิวหนังบริเวณที่จะฉีด ควรแจ้งแพทย์เพื่อเลื่อนนัดจนกว่าจะหายดี
6 ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์
เราเข้าใจดีว่าความปลอดภัยและความโปร่งใสคือสิ่งที่คุณให้ความสำคัญที่สุด เราจึงออกแบบทุกขั้นตอนการบริการให้คุณสามารถตรวจสอบได้และมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ
- ประเมินใบหน้าและให้คำปรึกษาโดยแพทย์ แพทย์จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าของคุณอย่างละเอียด รับฟังความต้องการและเป้าหมายของคุณ พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับรุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะสมและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจและเป็นธรรมชาติที่สุด
- ทำความสะอาดผิวและเตรียมการรักษา เจ้าหน้าที่จะเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบริเวณที่จะทำการรักษา จากนั้นจะทำการแปะยาชา (ในกรณีที่จำเป็น) เพื่อให้คุณรู้สึกสบายที่สุดในระหว่างขั้นตอนการฉีด
- ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนฉีด นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเพื่อความมั่นใจของคุณ แพทย์จะนำกล่องฟิลเลอร์ Juvederm กล่องใหม่มาแสดงต่อหน้าคุณ ให้คุณตรวจสอบสติกเกอร์โฮโลแกรม เลข Lot. และวันหมดอายุได้ด้วยตนเอง จากนั้นจะทำการแกะกล่องและหลอดฟิลเลอร์ใหม่ให้เห็น เพื่อยืนยันว่าเป็นของแท้ที่ได้มาตรฐานและไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน
- ดำเนินการฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์จะทำการฉีดฟิลเลอร์ด้วยเทคนิคและความแม่นยำสูง ค่อยๆ ปั้นและปรับทรงอย่างประณีตเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและเรียบเนียน ทุกขั้นตอนจะทำอย่างนุ่มนวลและใส่ใจในความรู้สึกของคุณเป็นหลัก
- ตรวจสอบผลลัพธ์และให้คำแนะนำ หลังฉีดเสร็จทันที แพทย์จะให้คุณดูกระจกเพื่อตรวจสอบผลลัพธ์ร่วมกัน พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเองหลังฉีดอย่างละเอียด เพื่อให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานและลดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
- นัดหมายเพื่อติดตามผล เราจะทำการนัดหมายเพื่อให้คุณกลับมาติดตามผลกับแพทย์ท่านเดิม เพื่อประเมินผลลัพธ์หลังฟิลเลอร์เข้าที่ และให้ความมั่นใจว่าคุณพึงพอใจกับผลการรักษาอย่างสูงสุด
วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์ Juvederm ของแท้
- ตรวจสอบกล่องผลิตภัณฑ์ ต้องมีสติกเกอร์ราคาสีทองและมีแถบโฮโลแกรมคำว่า Allergan
- เลขทะเบียน อย. สามารถนำเลข Lot. ที่อยู่ข้างกล่องไปตรวจสอบกับบริษัท Allergan Thailand ได้โดยตรง
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
เพื่อให้ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์อยู่กับคุณได้นานและสวยงามที่สุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส กด หรือนวดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
- งดการทำกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เช่น การออกกำลังกายอย่างหนัก การซาวน่า หรือการดื่มแอลกอฮอล์ใน 24 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือหัตถการที่ใช้ความร้อนกับผิวบริเวณที่ฉีดเป็นเวลา 2 สัปดาห์
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์อุ้มน้ำและฟูสวยยิ่งขึ้น
ข้อควรรู้ก่อนรับบริการฟิลเลอร์ Juvederm
| ข้อควรรู้ก่อนทำ | รายละเอียดและคำแนะนำ |
|---|---|
| อาการหลังฉีด | อาจมีอาการเจ็บเล็กน้อยในจุดที่ฉีด สามารถหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมง |
| ระยะเวลาบวม | ⭐ (น้อยมาก ประมาณ 1-2 วัน) |
| ต้องพักฟื้นหรือไม่ | ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ |
| ความแตกต่างกับยี่ห้ออื่น | Juvederm มีเทคโนโลยี Vycross ที่ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติสูง และมีรุ่นที่เหมาะกับทุกปัญหา ทุกสภาพผิว |
| ความเจ็บระหว่างทำ | ⭐⭐ (เจ็บเล็กน้อย) เนื่องจากมีการผสมยาชาในตัวฟิลเลอร์ หรือมีการฉีดเพิ่มโดยแพทย์ ประเมินเป็นรายบุคคล |
| ผลลัพธ์เห็นผลทันทีหรือไม่ | เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดเมื่ออาการบวมหายไป |
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | อยู่ได้นานประมาณ 9-24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่เลือกและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล |

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
- จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้

โปรแกรม Juvederm Filler ราคาเท่าไหร่

ราคาฟิลเลอร์ Juvederm ที่ D’ Lovevery Clinic
| รุ่นฟิลเลอร์ (ต่อ 1 CC) | ราคาประมาณ (บาท) |
|---|---|
| Juvederm Ultra Plus XC | 12,000 – 15,000 |
| Juvederm Voluma | 16,000 – 18,000 |
| Juvederm Volift | 16,000 – 18,000 |
| Juvederm Volite | 16,000 – 18,000 |
| Juvederm Volbella | 16,000 – 18,000 |
| Juvederm Volux | 18,000 |
หมายเหตุ
- หากต้องการทราบราคาที่ชัดเจนตามปัญหา ส่งภาพเข้ามาประเมิน หรือเข้ามาพบแพทย์เพื่อประเมินปัญหาอย่างละเอียด คุณหมอจะแนะนำ จำนวน รุ่นที่จะใช้แก้ปัญหาได้ชัดเจนที่สุด แจ้งราคาก่อนรับบริการทุกเคส
- คลินิกมีโปรแกรมผ่อนชำระ 0% และ Shopee PayLater เพื่อความสะดวกของคุณลูกค้าทุกท่าน
ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก มั่นใจดีเลิฟเวอรี่คลินิก
พร้อมเผยความงามในแบบฉบับของคุณแล้วหรือยัง ปรึกษาปัญหาผิวและรูปหน้ากับทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ มีรีวิวจำนวนมากที่อาจจะมีปัญหาคล้ายกับของคุณ ปรึกษาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ จองคิวเพื่อรับคำปรึกษาได้แล้ววันนี้
- สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
- สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546
หากจะสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุดโปรแกรม Skinvive คือการลงทุนกับ “คุณภาพผิวระยะยาว” ด้วยความที่เขาเป็น Hyaluronic Acid ที่ช่วยให้ ผิวเรียบเนียน ฉ่ำวาว และชุ่มชื้นโดยผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-9 เดือน ในขณะที่ Rejuran จะทำหน้าที่เป็น “หน่วยซ่อมแซม” ที่เน้นแก้ปัญหา รอยแผลเป็น รูขุมขน และผิวไม่แข็งแรง ดังนั้น หากคนไข้ต้องการความสวยฉ่ำแบบ Glass Skin Skinvive อาจจะเหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการรักษาผิวเสีย ต้องการฟื้นฟูเร่งด่วน เห็นผลเร็ว อาจจะแนะนำ Rejuran หรือสามารถทำคู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดได้ค่ะ
ฟังเผินๆเหมือนจะเป็นเรื่องคล้ายกัน แต่ความจริงนั้นต่างกันมากค่ะ “ผิวตึง” เป็นเพียง ความรู้สึกชั่วคราว ที่อาจเกิดจากผิวขาดน้ำหรือผลิตภัณฑ์ที่เคลือบผิว แต่ “ผิวกระชับ” คือ คุณภาพโครงสร้างผิวที่แท้จริง ซึ่งเกิดจาก คอลลาเจนและอีลาสตินที่แข็งแรง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เด้งกลับ และดูอ่อนเยาว์ การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจึงต้องเน้นการกระตุ้นโครงสร้างภายในผิว ไม่ใช่แค่ความรู้สึกตึงบนผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและสุขภาพผิวที่ดีค่ะ
อย่างแรกที่หมอจะบอกก็คือ มันต้องเป็นโปรแกรมฉีด ซึ่งตัวไหนจะเหมาะกับเรานั้นจะต้องประเมินผิวกันแบบเคสต่อเคส ผิวแห้ง มีหลายแบบ สาเหตุการแห้งอาจจะต่างกัน เลือกใช้ตามสภาพผิว แต่หลักๆแล้ว ก็จะเป็นกลุ่มฟิลเลอร์งานผิว ที่มุ่งเป้าที่การเติมน้ำเข้าสู่ผิว เห็นความแตกต่างได้เร็ว
ส่วนการอยากให้ผิว อิ่ม ฟู เด้ง เล่นแสง อันนี้แล้วแต่ความชอบ แต่สิ่งที่ได้ในโปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวคือเรื่องความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่ข้อเสียของฟิลเลอร์กลุ่มนี้คือ มักอยู่ได้ไม่นาน ต้องเติมบ่อยกว่าฟิลเลอร์ที่เป็นกลุ่มปรับรูปหน้า เพราะทำงานคนละแบบกัน ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกันค่ะ
“การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวเฉพาะบุคคล” จะช่วยให้คุณหมอสามารถออกแบบโปรแกรมที่ดีที่สุดเพื่อผิวสวยในฝันของคุณได้อย่างตรงจุดที่สุดค่ะ
การนอนตะแคงนั้น มีผลไม่มากก็น้อย ต่อการเกิด ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก ค่ะ หมอพบว่าในประสบการณ์การทำงาน มีคนไข้จำนวนมาก แม้กระทั่งคนที่อายุยังไม่มาก แต่ถ้านอนตะแคงมานานเป็นสิบปี ร่องเหล่านี้ก็จะ ปรากฏชัดเจนมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยในต่างประเทศที่ยืนยันว่า แรงกดทับของใบหน้ากับหมอนที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกคืน ทำให้ผิวบริเวณนั้นถูกทำร้ายและเกิดเป็นริ้วรอยถาวรได้ง่ายขึ้น โดยระดับความชัดเจนจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
แต่ถ้าเป็นการตอบแบบอิงทางการแพทย์โครงสร้างหน้า ส่วนใหญ่คุณหมอท่านอื่นอาจจะมองว่าการที่มีร่องแก้มนั้น เกิดจากการทรุดตัวของฐานกระดูกหน้าแก้มข้างจมูก หรือทรุดตัวของฐานกระดูกจากเบ้ากระโหลกตา หรือ volume loss จากชั้นไขมันหน้าแก้ม ซึ่งก็ถูกเหมือนกัน ดังนั้น สาเหตุอาจจะเกิดจากหลายส่วน แต่ประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ร่องน้ำหมากคนไข้หมอ 70% มีนอนตะแคงกันมาครึ่งค่อนชีวิต
แม้คนไข้หลายคนจะบอกว่านอนท่าอื่นแล้วนอนไม่หลับ แต่การตระหนักถึงปัญหานี้เป็นก้าวแรกที่ดีค่ะ หากกังวล คุณหมอสามารถแนะนำวิธีดูแลและรักษา เช่น ฟิลเลอร์ หรือเครื่อง HIFU ยกกระชับ เพื่อช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มความมั่นใจให้คนไข้ได้ค่ะ
จากประสบการณ์ที่หมอ เจอเคสต้องมานั่งแก้เยอะมาก อยากเตือนคนไข้ว่า “อย่าเอายี่ห้อหรือราคาถูกเป็นที่ตั้ง” นะคะ การฉีดตามรีวิวเพื่อนหรือเห็นโปรโมชั่นถูกมากๆ โดยไม่ดูความเหมาะสม คือความเสี่ยงที่สุด เพราะฟิลเลอร์แต่ละรุ่นถูกออกแบบมาแก้ปัญหาใน “ชั้นผิวที่ต่างกัน” ค่ะ บางตัวเพื่อนฉีดคางแล้วสวย แต่เราเอามาฉีดใต้ตาอาจจะเป็นก้อนแข็งได้ ดังนั้น และคางเพื่อนคางนักรีวิวก็ไม่ใช่คางเรา เนื้อหนังคนแบบกัน วิธีที่ดีที่สุดคือ “เลือกฉีดตามปัญหาผิวจริง” ให้หมอได้จับเนื้อเยื่อและประเมินโครงหน้าก่อน แล้วค่อยเลือกยาที่ตอบโจทย์จุดนั้นจริงๆ จะได้สวยปลอดภัยแบบครั้งเดียวจบ ไม่ต้องมาเสียเงินแก้ทีหลังค่ะ
ราคาฟิลเลอร์จริงอยู่ว่าอาจจะเป็นตัวแปรที่คนฉีดครั้งแรกกังวล แต่มั่นใจว่า ณ วันที่หมอเขียนคอนเทนท์นี้ฟิลเลอร์ราคาย่อมเยาว์นั้นมีเยอะมากที่ได้มาตรฐาน แต่สำคัญสุดก็ยังเป็นแพทย์ผู้ประเมินและแนะนำตามปัญหาผิวเพื่อแก้ปัญหาให้คนไข้ได้อย่างตรงจุดค่ะ
อาการ “ดื้อยา” หรือการที่ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน จะเกิดขึ้นเฉพาะกับโบท็อกซ์เท่านั้น ส่วนฟิลเลอร์และเครื่องยกกระชับ ไม่มีภาวะดื้อยา ค่ะ ความรู้สึกว่าฉีดฟิลเลอร์แล้วหายไว มักเกิดจาก ไลฟ์สไตล์ที่เร่งการเผาผลาญ หรือการขยับกล้ามเนื้อบริเวณนั้นบ่อยๆ ส่วนเครื่องยกกระชับ หากรู้สึกว่าทำแล้วไม่เห็นผล มักเกิดจาก ความเสื่อมของผิวตามวัยที่แซงหน้าการกระตุ้น หรือการทำถี่เกินความจำเป็น ดังนั้น สบายใจได้เลยค่ะ เพียงแค่ปรับพฤติกรรมและวางแผนการรักษาร่วมกับหมอ ผลลัพธ์ก็จะยังดีอยู่ค่ะ
Skinbooster ถูกออกแบบมาเพื่อ “งานผิว” ไม่ใช่ “งานโครงสร้าง” เหมือนฟิลเลอร์ทั่วไปค่ะ ตัวยาเป็น Hyaluronic Acid โมเลกุลเล็กที่มีหน้าที่หลักคือการกระจายตัวเพื่อ ดึงดูดน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นในชั้นหนังแท้ ซึ่งกระบวนการนี้ต้องอาศัยเวลาในการทำงานประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ตัวยากลืนไปกับผิวและอุ้มน้ำได้เต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่ใบหน้าที่เปลี่ยนทรงทันที แต่เป็น คุณภาพผิวที่ละเอียดขึ้น ฉ่ำวาว และยืดหยุ่นขึ้น ซึ่งเป็นผลลัพธ์ระยะยาวที่ยั่งยืนกว่าการทาครีมทั่วไปค่ะ
หมอจะบอกว่าจริง ๆ แล้ว Sculptra ไม่ใช่ฟิลเลอร์ นะคะ ถ้าคนไข้บอกว่าเคยฉีดฟิลเลอร์เท่านั้นเท่านี้ CC มาเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้จะมาเปลี่ยนเป็นฉีดกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจนแทน ในจำนวน cc ที่เท่ากันนั้นอาจจะเป็นความเข้าใจที่ผิดอยู่ค่ะ
Sculptra เป็นสารกลุ่ม PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ทำหน้าที่เข้าไป กระตุ้น เซลล์ Fibroblast ให้ร่างกายสร้างและซ่อมแซมผิวด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการสร้าง คอลลาเจน Type I
ผลลัพธ์ที่ได้คือการ ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้ผิวแน่น กระชับ แข็งแรง และดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การเติมวอลุ่มแบบทันทีเหมือนฟิลเลอร์ค่ะ











