ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม คืออะไร เหมาะกับใคร ยี่ห้อไหนดี ต้องรู้อะไรก่อนฉีด คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม คืออะไร เหมาะกับใคร ยี่ห้อไหนดี ต้องรู้อะไรก่อนฉีด คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ติดตามผลการรักษา
เลือกอ่านเนื้อหา

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม


ฟิลเลอร์ร่องแก้มคืออะไร

ฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นหนึ่งในวิธีการเสริมความงามแบบไม่ต้องผ่าตัด ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด HA เข้าไปในบริเวณร่องแก้มที่ลึก เพื่อเติมเต็มให้ผิวดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์มากขึ้น ซึ่งสารนี้ปลอดภัยได้รับการรับรองว่านำมาใช้ปรับรูปหน้าได้

  • ร่องแก้มที่ลึกมักเกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวตามวัย การสูญเสียไขมันใต้ผิวหนัง หรือการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และการดูแลหลังทำ
  • ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจทำฟิลเลอร์ร่องแก้มควรปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล รวมถึงควรทำที่สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  • การดูแลหลังทำฟิลเลอร์ร่องแก้มนั้นไม่ยุ่งยาก และใช้เวลาไม่นานเลย หลังทำก็เพียงหลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มช่วยอะไร

  • ในด้านรูปลักษณ์ การฉีดฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มร่องแก้มที่ลึก ทำให้ใบหน้าดูกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้น ลดรอยหย่อนคล้อย และสร้างมิติให้ใบหน้าดูมีเสน่ห์มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปรับสมดุลของใบหน้าให้ดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติ
  • ส่วนในด้านความมั่นใจ ผู้ที่ได้รับการฉีดฟิลเลอร์มักรู้สึกพึงพอใจกับภาพลักษณ์ที่ดูอ่อนเยาว์ขึ้น ส่งผลให้มีความมั่นใจในการเข้าสังคมและการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น

ใครที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ดูจากลักษณะใบหน้าโดยรวม

  • ผู้ที่มีใบหน้าที่มีการยุบตัวของไขมันใต้ผิวหนังตามธรรมชาติ
  • ผู้ที่มีใบหน้าที่ขาดความอิ่มเอิบ ทำให้ดูแก่กว่าวัย
  • ผู้ที่มีโครงสร้างกระดูกใบหน้าดี แต่ต้องการเพิ่มความอิ่มเอิบ

ดูจากปัญหาเฉพาะร่องแก้ม

  • ร่องแก้มที่ลึกเกินไปจากการสูญเสียไขมัน
  • ร่องแก้มที่ไม่สมมาตร ต้องการปรับให้เท่ากัน
  • ร่องแก้มที่ลึกจนทำให้ใบหน้าดูโทรม หรือแก่กว่าวัย
  • ร่องแก้มที่เกิดจากการสูญเสียปริมาตรตามวัย

ร่องแก้มเกิดขึ้นได้ยังไง

  • เมื่ออายุมากขึ้น เกิดการสูญเสียไขมันใต้ผิวหนังบริเวณแก้ม (Deep medial fat compartment)
  • กล้ามเนื้อแก้ม (Buccal fat pad) มีการฝ่อลง
  • เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Facial ligaments) หย่อนตัว
  • ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้เกิดการหย่อนคล้อย

ระดับความลึกของร่องแก้ม

*ปัญหาของผิวแต่ละบุคคลแตกต่างกัน เป็นเพียงภาพตัวอย่างเท่านั้น

Level 0: ไม่มีรอยย่น (No folds)

  • ผิวเรียบเนียน ไม่มีร่องหรือรอยย่นปรากฏ
  • มักพบในวัยเด็กและวัยรุ่น
  • แสดงถึงความยืดหยุ่นของผิวที่ดี และการมีคอลลาเจนที่สมบูรณ์

Level 1: รอยย่นเล็กน้อย (Mild folds)

  • เริ่มมีรอยย่นบางๆ ปรากฏให้เห็น
  • รอยย่นอาจชัดขึ้นเมื่อแสดงสีหน้าหรือยิ้ม
  • เป็นระยะเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงตามวัย

Level 2: รอยย่นปานกลาง (Moderate folds)

  • รอยย่นชัดเจนขึ้น แม้ในยามพักใบหน้า
  • อาจมีความลึกของร่องเพิ่มขึ้น
  • พบได้บ่อยในวัยกลางคน

Level 3: รอยย่นลึก (Severe folds)

  • ร่องแก้มมีความลึกชัดเจน
  • มองเห็นได้ชัดแม้ไม่แสดงสีหน้า
  • อาจส่งผลต่อความมั่นใจในรูปลักษณ์

Level 4: รอยย่นลึกมาก (Very severe folds)

  • ร่องแก้มลึกมากที่สุด
  • มีผลกระทบต่อรูปหน้าอย่างชัดเจน
  • มักพบในวัยสูงอายุหรือผู้ที่มีการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิวมาก

สาเหตุของการเกิดร่องแก้ม

  1. อายุที่เพิ่มขึ้น
  2. การสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนัง
  3. การลดลงของไขมันใต้ผิวหนัง
  4. พันธุกรรม
  5. การแสดงออกทางสีหน้าที่ซ้ำๆ
  6. การสูญเสียน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
  7. การสูบบุหรี่
  8. การได้รับแสงแดดมากเกินไป

ประเภทและคุณสมบัติของร่องแก้ม

1. ประเภทผิวหนัง (Skin Type)

สภาวะลักษณะที่พบ
หน้านิ่งๆ (I)1) ประเภทผิวธรรมดา: มีริ้วรอยละเอียด
2) ประเภทผิวหย่อนคล้อย: มีริ้วรอยชัดเจน, เนื้อเยื่อหดตัวและบริเวณผิวหนังเพิ่มขึ้น ร่องแก้มปรากฏเป็นร่องลึก
หน้านิ่งตรงพร้อมยิ้ม (II)ร่องลึกเพิ่มขึ้น
นอนหงายหน้านิ่งๆ (III)1) ร่องแก้มจางหายไปหรือมองไม่เห็น
2) ริ้วรอยยังคงอยู่หรือลดลง
นอนหงายพร้อมยิ้ม (IV)1) ร่องแก้มเรียบขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบกับสภาวะ II
2) ริ้วรอยเรียบขึ้นเมื่อเทียบกับสภาวะ II
ยกผิวหน้าขณะหน้านิ่งๆ (V)ร่องแก้มดีขึ้นอย่างชัดเจน (+++)

2. ประเภทไขมัน (Fat Pad Type)

สภาวะลักษณะที่พบ
หน้านิ่งๆ (I)บริเวณแก้มอวบหรือมีไขมันหนา ร่องแก้มปรากฏเป็นแอ่ง
หน้านิ่งพร้อมยิ้ม (II)ร่องลึกเป็นแอ่งเพิ่มขึ้น
นอนหงายหน้านิ่งๆ (III)ร่องแก้มตื้นขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงเป็นแอ่ง
นอนหงายพร้อมยิ้ม (IV)ร่องแก้มตื้นขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสภาวะ II
ยกผิวหน้าขณะหน้านิ่งๆ (V)ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (++)

3. ประเภทกล้ามเนื้อ (Muscular Type)

สภาวะลักษณะที่พบ
หน้านิ่งๆ (I)กล้ามเนื้อตึงตัวมาก ร่องแก้มปรากฏเป็นร่องลึก
หน้านิ่งพร้อมยิ้ม (II)ร่องลึกเพิ่มขึ้น
นอนหงายหน้านิ่งๆ (III)ร่องแก้มไม่เปลี่ยนแปลงชัดเจน
นอนหงายพร้อมยิ้ม (IV)ร่องแก้มไม่ตื้นขึ้นเมื่อเทียบกับสภาวะ II
ยกผิวหน้าขณะหน้านิ่งๆ (V)ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (++)

4. ประเภทกระดูก (Bone Retrusion Type)

สภาวะลักษณะที่พบ
หน้านิ่งๆ (I)กระดูกบริเวณรูแก้มถอยร่น ส่วนบนของร่องแก้มปรากฏเป็นแอ่ง
หน้านิ่งพร้อมยิ้ม (II)ร่องลึกเป็นแอ่งเพิ่มขึ้น
นอนหงายหน้านิ่งๆ (III)ร่องแก้มไม่เปลี่ยนแปลงหรือตื้นขึ้นเล็กน้อย
นอนหงายพร้อมยิ้ม (IV)ร่องแก้มไม่เปลี่ยนแปลงหรือตื้นขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสภาวะ II
ยกผิวหน้าขณะหน้านิ่งๆ (V)ดีขึ้นเล็กน้อย (+)

5. ประเภทผสม (Hybrid Type)

สภาวะลักษณะที่พบ
หน้านิ่งๆ (I)ผสมผสานลักษณะตั้งแต่ 2 ประเภทขึ้นไป
หน้านิ่งพร้อมยิ้ม (II)ร่องลึกเพิ่มขึ้น
นอนหงายหน้านิ่งๆ (III)แตกต่างกันไปในแต่ละประเภทย่อย
นอนหงายพร้อมยิ้ม (IV)แตกต่างกันไปในแต่ละประเภทย่อย
ยกผิวหน้าขณะหน้านิ่งๆ (V)แตกต่างกันไปในแต่ละประเภทย่อย

ความแตกต่างระหว่างชาวยุโรปและเอเชีย

ชาวยุโรป

  • มีโครงสร้างกระดูกโหนกแก้มต่ำกว่า
  • ผิวหนังบางกว่า
  • มักเกิดร่องแก้มลึกเร็วกว่า เนื่องจากไขมันใต้ผิวหนังน้อยกว่า
  • ร่องแก้มมักชัดเจนและลึก

ชาวเอเชีย

  • มีโครงสร้างกระดูกโหนกแก้มสูงกว่า
  • ผิวหนังหนากว่า
  • มีไขมันใต้ผิวหนังมากกว่า ทำให้แก้มดูอวบอิ่มนานกว่า
  • เมื่อเกิดร่องแก้ม มักไม่ลึกมากเท่าชาวยุโรป

ร่องแก้มลึก แล้วทำไมต้องดูแก่กว่าวัย

  • ร่องแก้มลึกทำให้เกิดเงาบนใบหน้า
  • สูญเสียความอวบอิ่มของผิว ทำให้ดูโทรม
  • เกิดมุมและเส้นที่ชัดเจนบนใบหน้า ซึ่งเป็นลักษณะของความชรา
หน้าดูแก่เพราะมีร่องแก้ม

รอยพับที่แก้ม ไม่ถึงกับเป็นร่องชัด แก้ไขยังไง

การรักษารอยพับร่องแก้มเพื่อความเป็นธรรมชาติ สามารถทำได้หลายวิธีและควรพิจารณาแบบผสมผสาน

Biostimulator / ไหมน้ำ / ฟิลเลอร์เนื้อละเอียดสุด

  • ข้อดี:
    • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ
    • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมาก
    • ผลการรักษาคงทน 1-2 ปี
  • ตัวเลือก:
    • Sculptra
    • Radiesse
    • Ultracol
  • ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด
    • แก้ไขด้วยฟิลเลอร์ได้แต่ต้องเลือกรุ่นที่บางเบาสุดๆ เพื่อป้องกันการไม่เป็นธรรมชาติ

ร่องแก้มลึก ทั้งที่อายุยังยังน้อย เกิดจากอะไร

ร่องแก้มที่เกิดขึ้นในคนอายุน้อยนั้นไม่ได้ผิดปกติ เพราะสาเหตุไม่ได้มาจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยสำคัญอื่นๆ ได้แก่

พันธุกรรม

  • บางคนมีแนวโน้มที่จะมีร่องแก้มชัดเจนตั้งแต่อายุน้อยตามกรรมพันธุ์

โครงสร้างใบหน้า

  • รูปหน้า
  • การกระจายตัวของไขมัน
  • โครงสร้างกระดูก

พฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม

  • การนอนกดทับใบหน้า
  • การสูญเสียน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
  • การโดนแสงแดดตลอดวัน มาเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง
  • การดื่มแอลกอฮอล์
  • การดูดบุหรี่จัด

ระวัง! ร่องแก้มปลอม ร่องแก้มหลอกตา คืออะไร

ในกรณีที่มีปัญหาเนื้อแก้มเยอะและแก้มตก ทำให้ดูมีร่องแก้ม การเติมฟิลเลอร์อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจาก

เป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

  • ฟิลเลอร์เหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องลึก
  • แต่ไม่ได้แก้ปัญหาการหย่อนคล้อยของผิวและกล้ามเนื้อ
  • อาจทำให้ใบหน้าดูหนักและบวมมากขึ้น
ร่องแก้มจริง เป็นร่องลึกตั้งแต่ข้างจมูกทอดยาวลงถึงมุมปาก
ร่องแก้มจริง เป็นร่องลึกตั้งแต่ข้างจมูกทอดยาวลงถึงมุมปาก

มีโปรแกรมทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

  • การร้อยไหม เพื่อยกกระชับผิวและกล้ามเนื้อ
  • อัลทร้าเธอราปี หรือ HIFU เพื่อกระชับผิวชั้นลึก
  • เทคโนโลยี RF (คลื่นวิทยุ) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน

แนวทางการรักษาที่แนะนำ

  • ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและความเหมาะสม
  • อาจต้องใช้การรักษาแบบผสมผสานหลายวิธี
  • เน้นการแก้ไขที่สาเหตุของปัญหามากกว่าการเติมเต็ม

ร่องแก้ม กับร่องน้ำหมาก คนละตำแหน่งกัน

ร่องแก้ม (Nasolabial Fold) และร่องน้ำหมาก (Marionette Lines) เป็นร่องลึกบนใบหน้าที่มีความแตกต่างกันทั้งตำแหน่งและวิธีการรักษา

หัวข้อร่องแก้มร่องน้ำหมาก
ตำแหน่งที่พบจากข้างจมูกลงมาถึงมุมปากจากมุมปากลงมาถึงคาง
สาเหตุหลักการหย่อนคล้อยของ midface, การสูญเสียไขมันแก้มการหย่อนคล้อยของผิวบริเวณคาง, การสูญเสียปริมาตรกระดูกขากรรไกร
ความลึกของชั้นผิวหนังปานกลาง-ลึกปานกลาง
หลอดเลือดสำคัญAngular arteryFacial artery
ความเสี่ยงปานกลางสูง (ใกล้ facial artery)
เทคนิคการฉีดLinear threading, FanningLinear threading, Cross-hatching
ระดับความลึกการฉีดSuperficial-Supraperiosteal LayerSuperficial-Supraperiosteal Layer

ตารางแสดงปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในการรักษาร่องแก้มและร่องน้ำหมาก (ปริมาณต่อข้าง)

ระดับความลึกร่องแก้มร่องน้ำหมาก
น้อยข้างละ 0.5-1 ccข้างละ 1-2 cc
ปานกลางข้างละ 1-2 ccข้างละ 1.5-3 cc
มากข้างละ 2-3 ccข้างละ 2-3 cc

หมายเหตุ

  1. ปริมาณดังกล่าวเป็นเพียงค่าเฉลี่ย อาจปรับเพิ่ม/ลดตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล
  2. ควรนัดติดตามผล 2 สัปดาห์หลังฉีด เพื่อประเมินการเพิ่มเติม

เทคนิคฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • ควรเริ่มจากการแก้ไขส่วน midface ก่อน
  • ฉีดแบบ layering technique
  • อาจใช้ cannula เพื่อความปลอดภัย
  • ควรระวังการฉีดลึกเกินไป

เทคนิคฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก

  • ต้องระวังเส้นเลือด facial artery
  • ควรใช้ cannula เป็นหลัก
  • อาจต้องแก้ไขร่วมกับการเพิ่มปริมาตรคาง
  • ควรฉีดช้าๆ และใช้แรงดันต่ำ ค่อยๆปรับ

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสรีระวิทยาของใบหน้า โดยเฉพาะเรื่องเส้นเลือดและโครงสร้างสำคัญ เมื่อแพทย์มีความรู้พื้นฐานที่แม่นยำ ประกอบกับการใช้เวลาในการรักษาอย่างไม่รีบเร่ง พิถีพิถันในทุกขั้นตอน ผนวกกับเทคนิคการฉีดที่ปลอดภัยและประสบการณ์ที่สั่งสมมา ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง สามารถให้ผลลัพธ์ที่สวยงามและเป็นธรรมชาติได้อย่างมั่นใจ

  1. ความสำคัญของรับบริการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มกับแพทย์ที่มีประสบการณ์
    • Facial Artery: เป็นเส้นเลือดแดงหลักที่เลี้ยงใบหน้า วิ่งผ่านบริเวณร่องแก้ม
    • Angular Artery: เป็นเส้นเลือดที่แยกมาจาก Facial Artery ขึ้นไปเลี้ยงบริเวณหัวตา
  2. ดีเลิฟเวอรี่คลินิกให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนไข้
    • แพทย์ต้องหลีกเลี่ยงการฉีดโดนเส้นเลือดโดยตรง
    • การฉีดต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในจุดที่มีเส้นเลือดสำคัญ
    • ต้องเลือกเทคนิคการฉีดที่ปลอดภัย เช่น การใช้เข็มที่เหมาะสม

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  1. เพิ่มมิติให้ใบหน้า ทำให้ดูอ่อนเยาว์
  2. แก้ไขร่องแก้มที่ลึกจากการสูญเสียไขมัน
  3. ไม่ต้องผ่าตัด ฟื้นตัวเร็ว
  4. เห็นผลลัพธ์ทันที
  5. สามารถปรับแต่งปริมาณได้ตามต้องการ
  6. ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
  7. สามารถแก้ไขหรือสลายได้หากไม่พอใจ
  8. ใช้เวลาทำไม่นาน (15-30 นาที)

ข้อเสียและความเสี่ยง

  1. อาจเกิดรอยช้ำหรือบวมชั่วคราวได้
  2. ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง หากมีปัญหาเยอะหรืออายุเยอะ
  3. ต้องมีการฉีดซ้ำ เพราะผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ถาวรตลอดไป จะค่อยๆสลาย ยุบตัวลงตามธรรมชาติ

ผลพลอยได้จากการเติมร่องแก้ม

  1. ช่วยยกกระชับผิวบริเวณแก้มและใต้ตา
  2. ทำให้อารมณ์ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง
  3. ช่วยเสริมโหนกแก้มให้ละมุนขึ้น
  4. ทำให้รอยยิ้มดูสวยงามขึ้น
  5. ลดร่องริ้วรอยรอบปาก
  6. ช่วยให้ใบหน้าดูสมดุลมากขึ้น
  7. เสริมความมั่นใจในการถ่ายรูป
  8. ลดการใช้เครื่องสำอางในการเติมแต่ง

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเจ็บไหม

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มไม่ได้เจ็บมากอย่างที่กังวล เมื่อเทียบกับการฉีดในตำแหน่งอื่นๆ

  1. ร่องแก้ม คาง ขมับตอบ แก้มตอบ – เจ็บน้อย เพราะเนื้อเยื่อไม่บอบบาง
  2. หน้าแก้ม ริมฝีปาก ใต้ตา – เจ็บปานกลาง เนื้อเยื่อบริเวณนี้จะค่อนข้างบอบบางกว่าบริเวณอื่น

เปรียบเทียบกับการฉีดยารักษาสิว

  • การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเจ็บน้อยกว่าการฉีดยารักษาสิว
  • ใช้เข็มที่เล็กกว่าการฉีดยารักษาสิว
  • ใช้เทคนิคเข็มพิเศษในบางเคสร่วมด้วย

คลินิกมีบริการแปะยาชาที่ช่วยลดความเจ็บปวด

  • ทาก่อนการรักษา 15-30 นาที
  • ช่วยลดความเจ็บปวดที่ผิวหนัง

ฟิลเลอร์รุ่นใหม่ เจ็บน้อยมากเพราะมียาชาผสม

  • มียาชา (Lidocaine) ผสมมาในตัวผลิตภัณฑ์
  • ออกฤทธิ์ทันทีที่ฉีด
  • ช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างและหลังการรักษาได้ดี
  • ทำให้ผ่อนคลายระหว่างการรักษา

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มใช้กี่ CC

ระดับความรุนแรงลักษณะที่พบปริมาณฟิลเลอร์ต่อข้าง (cc)
Level 1: รอยย่นเล็กน้อยรอยย่นบางๆ ชัดขึ้นเมื่อแสดงสีหน้า0.5 – 0.7
Level 2: รอยย่นปานกลางรอยย่นชัดเจนแม้ตอนพักใบหน้า1 – 1.5
Level 3: รอยย่นลึกร่องแก้มลึกชัดเจน มองเห็นได้ชัด1.5 – 2
Level 4: รอยย่นลึกมากร่องแก้มลึกมากที่สุด เป็นรอยพับชัด2 – 3

ฉีดฟิลเลอร์ร่องมุมปาก แบบนี้ได้ไหม

การเติมฟิลเลอร์บริเวณร่องมุมปากเวลายิ้มทำได้ แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

  • เป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมาก
  • อาจทำให้รอยยิ้มดูไม่เป็นธรรมชาติถ้าเติมมากเกินไป
  • เสี่ยงต่อการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์
  • ควรเริ่มจากปริมาณน้อยๆ ก่อน
  • อาจต้องทำร่วมกับการรักษาอื่น เช่น โบท็อกซ์
  • ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสม

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มกี่วันเห็นผล

เห็นผล เห็นความแตกต่างหลังทำทันที

เซ็ตตัวเข้าที่ กลืนเป็นเนื้อเดียวกับผิว 1-3 วัน

สัมผัสธรรมชาติ อิ่มฟู เป็นธรรมชาติ 7 วัน และอยู่ได้นานจนกว่าจะสลายตัวไปเอง 8-24 เดือน แล้วแต่รุ่นที่ฉีด*

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มอยู่ได้นานแค่ไหน

ฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นการฉีดในบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวค่อนข้างมากจากกิจกรรมประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการพูด การเคี้ยวอาหาร หรือการแสดงสีหน้าต่างๆ ซึ่งการเคลื่อนไหวบ่อยๆ นี้ส่งผลให้สารฟิลเลอร์สลายตัวเร็ว

โดยทั่วไป ฟิลเลอร์ร่องแก้มจะอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • ชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้
  • ปริมาณที่ฉีด
  • การเผาผลาญของร่างกายแต่ละคน
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การออกกำลังกาย การนอน
  • การดูแลผิวหลังทำหัตถการ

ฟิลเลอร์ร่องแก้มจะอยู่ได้นานขึ้น หากคนไข้ดูแลดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก
  2. ดูแลผิวให้ชุ่มชื้น
  3. ป้องกันแสงแดด
  4. พักผ่อนให้เพียงพอ
  5. ดื่มน้ำให้เพียงพอตามเกณฑ์

อาจต้องทำการเติมฟิลเลอร์เป็นระยะเพื่อรักษาผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลค่ะ

ฟิลเลอร์ร่องแก้มยี่ห้อไหนดี

ในปัจจุบัน ฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์ล้วนมีผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบโมเลกุลมาหลากหลาย จึงมีรุ่นที่เหมาะสำหรับการเติมเต็มร่องแก้มอย่างแน่นอน คุณสามารถเลือกได้ตามงบประมาณและความต้องการ โดยแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป หรือปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ มั่นใจได้ก่อนตัดสินใจเลือกรับบริการ

ฟิลเลอร์ที่เหมาะกับการฉีดร่องแก้ม

แบรนด์เนื้อเจลคุณสมบัติเด่นระยะเวลาอยู่ตัวระดับราคา
Juvedermเนื้อนุ่ม ยืดหยุ่นสูงกระจายตัวดี เข้ากับเนื้อเยื่อธรรมชาติ12-18 เดือนสูง
Restylaneเนื้อแน่น คงรูปดีให้มิติชัดเจน เหมาะกับการเพิ่มโครงหน้า9-12 เดือนปานกลาง-สูง
Teosyalเนื้อละเอียด นุ่มนวลผสมผสานกับเนื้อเยื่อได้ดี ดูเป็นธรรมชาติ8-12 เดือนปานกลาง
Beloteroเนื้อบาง กระจายตัวดีเหมาะกับการแก้ไขร่องลึกไม่มาก6-12 เดือนปานกลาง
Ultra V Hyal Filler, Neuramis, E.P.T.Q.เนื้อเนียน ยืดหยุ่นดีราคาคุ้มค่า ผลลัพธ์ธรรมชาติ6-12 เดือนปานกลาง-ต่ำ
ดูรุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะกับการเติมร่องแก้มเพิ่มเติม คลิก

ข้อควรทราบ

  • ราคาอาจแตกต่างกันตามสถานพยาบาลและปริมาณที่ใช้
  • ระยะเวลาการอยู่ตัวขึ้นอยู่กับสภาพผิวและพฤติกรรมของแต่ละบุคคล
  • ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกชนิดที่เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของคุณ
  • ทุกแบรนด์ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม
บรรยากาศการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม
ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มครั้งแรก

ขั้นตอนฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มที่ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

  • พบแพทย์ ประเมินปัญหา หมอต้าร์จะต้องสอบถามประวัติ และประเมินปัญหาผิวหน้า ก่อนรับบริการทุกเคส
  • ทำความสะอาดผิวหน้า ทำความสะอาดผิวด้วยคลีนซิ่ง ลบเครื่องสำอาง ก่อนเริ่มทำการรักษา
  • แปะยาชา เพื่อความสบายผิว เจ้าหน้าที่จะแปะยาชา ให้คนไข้ก่อนรับบริการ ทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที
  • แพทย์เริ่มทำการรักษา โดยมีเจ้าหน้าที่แจ้งตัวยา ตรงรุ่น ตรงตามคำแนะนำของแพทย์ ตรวจสอบฟิลเลอร์ได้ และใช้เวลาในการรักษาไม่นาน 20-30 นาที
  • รับยาตามแพทย์สั่ง แพทย์จ่ายยา (ถ้ามี) และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเอง
  • ติดตามผล ควรเข้ามาพบแพทย์ตามนัด เพื่อติดตามผลลัพธ์การรักษาให้ออกมาอย่างที่คาดหวัง

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มที่ไหนดี

เมื่อคลินิกความงามมีให้เลือกมากมาย สิ่งสำคัญคือต้องเลือกด้วยวิจารณญาณ ไม่หลงกับกับดักราคาถูกหรือโปรโมชั่นล่อใจ เพราะความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด การเสียเวลาศึกษาข้อมูลและตรวจสอบมาตรฐานคลินิกย่อมคุ้มค่ากว่าการต้องมาแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการตัดสินใจผิดพลาด อ่านบทความ การเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์อย่างละเอียด ได้ที่นี่

มาตรฐานสถานพยาบาลที่จะฉีดฟิลเลอร์

  • ต้องเป็นคลินิกที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลอย่างถูกต้อง
  • มีการแสดงใบอนุญาตและใบประกอบวิชาชีพของแพทย์อย่างชัดเจน
  • มีมาตรฐานด้านความสะอาดและความปลอดภัย

คุณสมบัติแพทย์ผู้ทำหัตถการฟิลเลอร์

  • ต้องเป็นแพทย์ที่ได้รับการรับรองและมีความเชี่ยวชาญด้านความงาม
  • มีประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์โดยเฉพาะ
  • ควรมีผลงานที่สามารถตรวจสอบได้

วิธีการตรวจสอบเบื้องต้นก่อนเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์

  • สามารถตรวจสอบใบอนุญาตคลินิกผ่านเว็บไซต์กองกฎหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
  • สอบถามประวัติและประสบการณ์ของแพทย์ได้
  • มีการให้คำปรึกษาและประเมินสภาพผิวก่อนทำหัตถการ
หมอปลอม หมอเถื่อน ตรวจสอบ แพทยสภาพ
รีวิวฟิลเลอร์ ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี หมอต้าร์

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากค่ะ สำหรับคนที่เคยฉีดมาแล้วคงคุ้นเคยกับข้อปฏิบัติเหล่านี้ดี แต่ถ้าเป็นมือใหม่ที่เพิ่งฉีดครั้งแรก หรือมีผิวบอบบางเป็นพิเศษ แนะนำให้ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดนะคะ

คำแนะนำหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

  • หลังการฉีด อาจมีอาการบวม เขียวช้ำได้ ซึ่งจะดีขึ้นภายใน 3 วัน ถ้าอาการแย่ลงให้รีบติดต่อคลินิก
  • ใน 48 ชั่วโมงแรก ควรประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมช้ำ
  • ระวังไม่ให้ใบหน้ากระทบกระแทก และหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวหน้าแรงๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  • งดกิจกรรมที่ใช้ความร้อนทั้งหมด เช่น เลเซอร์หน้า อบไอน้ำ ซาวน่า อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  • ห้ามนวดหน้า ทำทรีทเม้นท์ใดๆ เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารหมักดองทุกชนิด 2 สัปดาห์ (หากจำเป็น ให้งดอย่างน้อย 48 ชั่วโมง)

หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม จะรู้สึกอย่างไรบ้าง

สำหรับคนที่ไม่เคยฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มมาก่อน อาจรู้สึกแปลกๆ เมื่อสัมผัสบริเวณที่ฉีด จะรู้สึกว่ามีเจลนูนๆ อยู่ใต้ผิว ซึ่งเป็นเรื่องปกติค่ะ ห้ามกดหรือนวดเด็ดขาด เพราะผิวจะค่อยๆ เข้าที่เองตามธรรมชาติ

ไม่ต้องกังวลว่าการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจะทำให้หน้าดูอ้วนหรือบานกว่าเดิมนะคะ เพราะแพทย์จะฉีดในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ใบหน้าดูกระชับและเป็นธรรมชาติ

สำหรับคนที่เคยฉีดจากที่อื่นมาแล้วรู้สึกว่ามีการเติมมาเยอะเกินไปจนล้น ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการ ฉีดสลาย แต่ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนว่าเป็นฟิลเลอร์แท้หรือไม่ เพื่อความปลอดภัยในการรักษา

เปรียบเทียบ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม กับเสริมซิลิโคนร่องแก้ม

การเปรียบเทียบระหว่างฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มและเสริมซิลิโคนร่องแก้ม

หัวข้อฉีดฟิลเลอร์เสริมซิลิโคน
วิธีการรักษาฉีดสารเติมเต็มเข้าใต้ผิวหนังผ่าตัดฝังซิลิโคนแบบถาวร
ระยะเวลาทำ15-30 นาที1-2 ชั่วโมง
ความรู้สึกตอนทำ-หลังทำ⭐⭐⭐
การพักฟื้น⭐ (1-2 วัน)⭐⭐⭐ (7-14 วัน)
ความคงทน⭐⭐ (1-2 ปี)⭐⭐⭐⭐ (ยาวนานกว่า)
ความเป็นธรรมชาติ⭐⭐⭐⭐⭐⭐
การแก้ไขภายหลังง่าย สามารถฉีดสลายได้ยาก ต้องผ่าตัดแก้ไข
ราคา(8,000-30,000 บาท)(50,000-100,000 บาท)
ความเสี่ยงต่ำสูง
การดูแลหลังทำ ข้อห้ามไม่ซ้ำซ้อนซับซ้อนกว่า
เสริมซิลิโคนร่องแก้ม ศัลยกรรมร่องแก้ม ราคา

ข้อดีฟิลเลอร์

  • ไม่ต้องผ่าตัด
  • พักฟื้นน้อย
  • แก้ไขง่าย
  • ดูเป็นธรรมชาติ
  • ความเสี่ยงน้อย

ข้อดีซิลิโคน

  • ผลลัพธ์ถาวร
  • คุ้มค่าในระยะยาว
  • ไม่ต้องทำซ้ำ
  • เห็นผลชัดเจน
  • ควบคุมรูปร่าง ขนาดได้แน่นอน
ฟิลเลอร์ราคา คลินิกฉีดฟิลเลอร์ เลียบด่วน รามอินทรา ดีเลิฟเวอรี่คลินิก อย. แท้ทุกกล่อง

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

สำคัญมากเลยค่ะ แพ้มากแพ้น้อย หมอต้องซักประวัติให้ละเอียดก่อนทำ ผู้ที่แพ้อาหารทะเลต้องพิจารณาจากชนิดที่แพ้ค่ะ หากคนไข้มีประวัติ แพ้ปลาทะเล หรือแพ้ปลาแซลมอน จะไม่สามารถฉีดรีจูรันและกลุ่ม PN ได้เด็ดขาด เพราะสารสกัดหลักทำมาจาก DNA ปลาแซลมอน และปลาอื่นๆก็มี แต่หากคนไข้ แพ้เฉพาะกลุ่มกุ้ง ปู หอย (Shellfish) แต่ยังคงทานปลาแซลมอนได้ปกติ ก็มีโอกาสที่จะพิจารณาให้ฉีดได้ อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด คนไข้ควรแจ้งประวัติการแพ้อาหารอย่างละเอียดให้แพทย์ทราบทุกครั้ง เพื่อที่แพทย์จะได้ประเมินความเสี่ยงและเลือกตัวยาที่ปลอดภัย เหมาะสมกับผิวของคนไข้มากที่สุดค่ะ

เพื่อความสบายใจและให้คนไข้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด หมอแนะนำให้คนไข้ทำการตรวจให้รู้ลึกถึงระดับภูมิคุ้มกันเลยค่ะ ด้วยโปรแกรม ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง (Food Intolerance Check-up) ของทางคลินิกเราค่ะ

ทำไมหมอถึงแนะนำให้ตรวจโปรแกรมนี้?

  • เจาะลึกระดับชนิดของอาหาร: การตรวจนี้จะช่วยวิเคราะห์ปฏิกิริยาของร่างกาย (IgG) ที่มีต่ออาหารแต่ละชนิดอย่างละเอียด สามารถแยกให้เห็นชัดเจนเลยค่ะว่า คนไข้แพ้โปรตีนจาก “ปลาแซลมอน” หรือแพ้แค่ “สัตว์น้ำเปลือกแข็ง (Shellfish)”
  • ตรวจครั้งเดียว คุ้มค่าระยะยาว: นอกจากจะช่วยยืนยันความปลอดภัยให้คนไข้สามารถตัดสินใจฉีดรีจูรันได้อย่างไร้กังวลแล้ว ผลตรวจที่ได้ยังช่วยให้คนไข้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร ลดปัญหาสิวเรื้อรัง ผื่นแพ้ไม่ทราบสาเหตุ หรืออาการอ่อนเพลียได้อีกด้วยนะคะ

หากผลตรวจออกมาว่าคนไข้ “ไม่ได้แพ้ปลาแซลมอน” หมอก็จะสามารถประเมินและวางแผนการฉีดรีจูรันเพื่อฟื้นฟูผิวให้คนไข้ได้อย่างมั่นใจ 100% เลยค่ะ แต่ถ้าผลสรุปว่าแพ้จริงๆ หมอก็ยังมีสกินบูสเตอร์ตัวอื่นๆ ที่ไม่ได้สกัดจากปลาทะเล และให้ผลลัพธ์ผิวสวยใสฉ่ำวาวได้ดีไม่แพ้กัน มาแนะนำเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าให้คนไข้แน่นอนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ปากบางลงคือความเสื่อมสภาพตามวัย (Aging Process) ซึ่งประกอบด้วย การลดลงของคอลลาเจนปีละประมาณ 1% การฝ่อตัวของไขมัน และ การทรุดตัวของกระดูกขากรรไกร

หลายคนมักจะเข้าใจผิดว่าถ้าปากบางลง เราควรจะบริหารปากบ่อยๆ เหมือนการไปเข้ายิมเล่นเวทให้กล้ามเนื้อแขนขาใหญ่ขึ้นหรือเปล่า? จริงๆ แล้วโครงสร้างริมฝีปากมีความ “จำเพาะ” และแตกต่างจากกล้ามเนื้อส่วนอื่นของร่างกายอย่างสิ้นเชิงค่ะ

ความอวบอิ่มของริมฝีปากที่เราเห็น ไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อเป็นหลักเหมือนต้นแขนหรือต้นขาค่ะ แต่ริมฝีปากคือ “เนื้อเยื่ออ่อน” (Soft Tissue) ที่ประกอบด้วยผิวหนังส่วนที่บางที่สุด (Vermilion) ไขมันฝ่อตัวง่าย และโครงข่ายคอลลาเจนที่หนาแน่น แม้จะมีกล้ามเนื้อรอบปากที่ชื่อว่า Orbicularis Oris อยู่ แต่มันทำหน้าที่แค่ “เปิด-ปิดและขยับปาก” เท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ในการสร้างรูปทรงที่หนาเต่งตึง ดังนั้นเมื่อ คอลลาเจนและชั้นไขมันฝ่อตัวลง ปากจึงบี้แบนและม้วนพับเข้าไปด้านใน เพราะไม่มี “ฟองน้ำ” คอยหนุนข้างในให้พองออกนั่นเองค่ะ

ทำไมเราถึง “เล่นเวท” ให้ปากหนาขึ้นไม่ได้เหมือนแขนขา?
เหตุผลที่การบริหารปากไม่ช่วยให้ปากหนาขึ้น เพราะกล้ามเนื้อรอบปากเป็น “กล้ามเนื้อหูรูด” (Sphincter Muscle) ซึ่งมีลักษณะเป็นวงกลม ต่างจากกล้ามเนื้อแขนขาที่เป็นกล้ามเนื้อลายแบบมัดยาวที่เน้นการสร้างแรงและเพิ่มขนาด (Hypertrophy) ได้ง่ายค่ะ ที่สำคัญคือ การยิ่งขยับหรือเกร็งกล้ามเนื้อปากบ่อยๆ เช่น การดูดน้ำจากหลอดหรือการทำปากจู๋ กลับยิ่งจะทำให้เกิด “ริ้วรอยในแนวตั้ง” (Smoker’s Lines) และทำให้เนื้อปากดูยับย่นและบางลงกว่าเดิมเสียอีก เพราะมันไปบดเบียดคอลลาเจนที่เหลือน้อยอยู่แล้วให้สลายไปเร็วขึ้น การจะทำให้ปากกลับมาอิ่มจึงต้องเน้นที่การ “เติมเต็มเนื้อเยื่อ” ไม่ใช่การสร้างกล้ามเนื้อค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หลังฉีดฟิลเลอร์คนไข้ ต้องงดแช่ออนเซ็น รวมถึงซาวน่าและเลเซอร์ร้อน อย่างน้อย 14 วัน (หรือทางที่ดีคือ 1 เดือน) ค่ะ เพราะความร้อนจัด จะทำให้เส้นเลือดขยายตัว ส่งผลให้ แผลระบม บวมช้ำง่ายขึ้น และที่สำคัญคือความร้อนอาจทำให้ตัวยาฟิลเลอร์ที่ยังไม่เกาะติดกับเนื้อเยื่อ เสียรูปทรง ไหลผิดตำแหน่ง หรือสลายตัวเร็วกว่าปกติ เปรียบเหมือนวุ้นเจลลี่ที่ยังไม่เซตตัวแล้วไปเจอความร้อนจนละลายนั่นเองค่ะ ดังนั้นอดใจรอให้ฟิลเลอร์เข้าที่เป๊ะๆ ก่อน แล้วค่อยไปแช่น้ำแร่ออนเซ็นให้สบายใจจะดีที่สุดค่า

ถ้าไม่เอาหน้าแช่น้ำหล่ะหมอ? หมอจะบอกว่า ไม่ต่างกันค่ะ แม้จะไม่เอาหน้าจุ่มน้ำ แต่ “ไอร้อน” บริเวณบ่อออนเซ็น และ “อุณหภูมิของร่างกายที่สูงขึ้น” จากการแช่น้ำ จะทำให้ระบบเลือดสูบฉีดแรงขึ้นและเส้นเลือดขยายตัวทั่วร่างกาย (รวมถึงที่หน้าด้วย) ค่ะ

ผลที่ตามมาคือหน้าจะแดง บวมช้ำง่ายขึ้น และความร้อนสะสมนี้ก็ยังส่งผลให้ฟิลเลอร์ที่ยังไม่เซตตัวเสียทรงหรือสลายไวได้อยู่ดีค่ะ หมอแนะนำให้อดใจรอให้ครบ 14 วันก่อนชัวร์ที่สุดค่ะ!

อ่านเพิ่มเติม

เราสามารถร้อยไหม ฉีดโบท็อกซ์ และฟิลเลอร์พร้อมกันในวันเดียวได้อย่างปลอดภัย 100% ค่ะ การทำหัตถการร่วมกัน (Combination Treatment) ถือเป็นเทคนิคที่หมอแนะนำอย่างยิ่ง เพราะช่วยแก้ปัญหาใบหน้าได้ครบทุกมิติ โดยร้อยไหมจะช่วย ดึงผิวที่หย่อนคล้อย ฟิลเลอร์ช่วย เติมเต็มจุดที่ตอบลึก และโบท็อกซ์ช่วย ลดริ้วรอยพร้อมคลายกล้ามเนื้อที่ดึงรั้งเส้นไหม การทำร่วมกันไม่เพียงแต่ให้ ผลลัพธ์ที่สวยละมุนและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการทำอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ยังช่วยให้คนไข้ เจ็บตัวและพักฟื้นเพียงแค่ครั้งเดียว ก็ได้กรอบหน้าเป๊ะและดูเด็กลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

ส่วนจะทำโปรแกรมไหนก่อน-หลัง หมอต้องประเมินจากปัญหาผิวของแต่ละบุคคลนะคะ หมอจะแจกแจงขั้นตอนการรักษาอย่างละเอียด ก่อนเริ่มทำการรักษาทุกเคส พร้อมบอกข้อดี ข้อเสีย ขอปฏิบัติที่ต้องรู้หลังทำชัดเจนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การใช้ไหมน้ำกลุ่ม PDLLA  ต้องใช้เทคนิคการกระจายยาแบบหลายจุด (Multiple Injections) ทำให้มีการสัมผัสเข็มบ่อยกว่าฟิลเลอร์ ดังนั้นไหมน้ำอาจจะโดนจิ้มหน้าบ่อยกว่า

สรุปสั้นๆ คือ ฟิลเลอร์ใต้ตาจะเน้นความสบายขณะฉีด เพราะมียาชาผสมมาในตัวยาและใช้เข็มปลายทื่อลดการระคายเคือง ในขณะที่ ไหมน้ำใต้ตาอาจมีความรู้สึกแสบผิวหรือยิบๆ มากกว่า เนื่องจากเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ฉีดในชั้นผิวตื้นและมักไม่มีผสมยาชา อย่างไรก็ตาม การแปะยาชาก่อนทำ และเทคนิคการประคบเย็นของหมอจะช่วยให้ทั้งสองหัตถการเป็นเรื่องที่ เจ็บน้อยมากและไม่ต้องพักฟื้น นานค่ะ

แต่โดยรวมหมอจะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็คงไม่ใช่ เจ็บ ทนได้ หมอขอยืมคำพูดติดปากของคนไข้มาพูดต่อนะคะ ก็จะประมาณว่า เพื่อความสวยค่ะหมอ ต้องทนได้ ต่อเลยค่ะ!

อ่านเพิ่มเติม

ก่อนอื่นหมอและทีมขอเป็นกำลังใจให้คนไข้ทุกคนที่กำลังเผชิญกับโรคนี้อยู่นะคะ

สำหรับคนไข้มะเร็ง การฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ ไม่ได้เป็นข้อห้ามถาวร แต่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาค่ะ หากอยู่ในช่วง การให้คีโม ฉายแสง หรือรับประทานยากดภูมิ หมอขอให้งดทำหัตถการที่มีเข็มทุกชนิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อและระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรง แต่หาก รักษาหายขาดแล้วและโรคสงบ (Remission) เกิน 6 เดือนขึ้นไป สามารถทำได้ โดยหมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์มะเร็งเจ้าของไข้เพื่อประเมินค่าเลือดก่อนเสมอ และ หลีกเลี่ยงการฉีดในบริเวณที่เคยผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ

Cancer is just a chapter in your life, not the whole story. Turn the page and keep writing.

อ่านเพิ่มเติม

ฟังเผินๆเหมือนจะเป็นเรื่องคล้ายกัน แต่ความจริงนั้นต่างกันมากค่ะ “ผิวตึง” เป็นเพียง ความรู้สึกชั่วคราว ที่อาจเกิดจากผิวขาดน้ำหรือผลิตภัณฑ์ที่เคลือบผิว แต่ “ผิวกระชับ” คือ คุณภาพโครงสร้างผิวที่แท้จริง ซึ่งเกิดจาก คอลลาเจนและอีลาสตินที่แข็งแรง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เด้งกลับ และดูอ่อนเยาว์ การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจึงต้องเน้นการกระตุ้นโครงสร้างภายในผิว ไม่ใช่แค่ความรู้สึกตึงบนผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและสุขภาพผิวที่ดีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อย่างแรกที่หมอจะบอกก็คือ มันต้องเป็นโปรแกรมฉีด ซึ่งตัวไหนจะเหมาะกับเรานั้นจะต้องประเมินผิวกันแบบเคสต่อเคส ผิวแห้ง มีหลายแบบ สาเหตุการแห้งอาจจะต่างกัน เลือกใช้ตามสภาพผิว แต่หลักๆแล้ว ก็จะเป็นกลุ่มฟิลเลอร์งานผิว ที่มุ่งเป้าที่การเติมน้ำเข้าสู่ผิว เห็นความแตกต่างได้เร็ว

ส่วนการอยากให้ผิว อิ่ม ฟู เด้ง เล่นแสง อันนี้แล้วแต่ความชอบ แต่สิ่งที่ได้ในโปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวคือเรื่องความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่ข้อเสียของฟิลเลอร์กลุ่มนี้คือ มักอยู่ได้ไม่นาน ต้องเติมบ่อยกว่าฟิลเลอร์ที่เป็นกลุ่มปรับรูปหน้า เพราะทำงานคนละแบบกัน ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกันค่ะ

“การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวเฉพาะบุคคล” จะช่วยให้คุณหมอสามารถออกแบบโปรแกรมที่ดีที่สุดเพื่อผิวสวยในฝันของคุณได้อย่างตรงจุดที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

40

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

★★ ความประทับใจ ★★

google
Salilya Pinyo
Salilya Pinyo
26/03/2026
facebook
Jib Than
Jib Than
แนะนำเลย
03/01/2026
facebook
Darinda Nina
Darinda Nina
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Palung Boonma
Palung Boonma
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Jenifer Rich
Jenifer Rich
แนะนำเลย
28/06/2024
facebook
Natanicha Charbumrung
Natanicha Charbumrung
แนะนำเลย
16/06/2024
facebook
Rose Anytime
Rose Anytime
แนะนำเลย
28/02/2024