ทำเลเซอร์หลุมสิวแล้วฝ้าขึ้น… เรื่องจริงหรือแค่บังเอิญคะ?
ต้องยอมรับก่อนนะคะว่า “มีความเกี่ยวข้องกันได้ค่ะ” แม้ว่าเป้าหมายของเลเซอร์หลุมสิวจะเน้นไปที่การทำลายพังผืดเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน แต่ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้าตามมาคือ “พลังงานความร้อน” ค่ะ
เลเซอร์ในกลุ่มรักษารอยหลุมสิว (เช่น Pico กลุ่มที่มีพลังงานสูง) จะส่งความร้อนลงไปใต้ผิวค่อนข้างลึก หากผิวของคนไข้มี พื้นฐานเป็นคนผิวเข้ม หรือ มีเม็ดสีที่ไวต่อแสงอยู่แล้ว ความร้อนที่มากเกินไปจะไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ให้ทำงานหนักผิดปกติ จนเกิดเป็นรอยดำที่เรียกว่า PIH (Post-Inflammatory Hyperpigmentation) หรือถ้าคนไข้มีเชื้อฝ้าอยู่เดิม ความร้อนนี้ก็อาจไป “ปลุก” ให้ฝ้าชัดเจนขึ้นได้นั่นเองค่ะ
ทำไมความร้อนถึง “ปลุก” ฝ้าให้ตื่นขึ้นมาได้?
เพื่อให้คนไข้เห็นภาพชัดเจน หมอขอเปรียบเทียบผิวเราเหมือน “เครื่องเตือนภัย” ค่ะ
- เมื่อผิวได้รับความร้อนสูงจากเลเซอร์ ผิวจะเข้าใจว่า กำลังถูกทำร้าย
- เครื่องเตือนภัย (เซลล์เม็ดสี) จึงรีบผลิต “เกราะป้องกัน” (ซึ่งก็คือเม็ดสีสีดำๆ) ออกมาปกคลุมผิวเพื่อลดความเสียหาย
- ผลลัพธ์คือ: หลุมสิวอาจจะตื้นขึ้นจริง แต่เราก็ได้รอยดำหรือฝ้ามาเป็นของแถมแทนค่ะ
การดูแลตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้ “หลุมหายแต่ฝ้ามา”
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การดูแลผิวหลังเลเซอร์ (Post-Laser Care) ค่ะ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ผิวจะบอบบางและไวต่อแสงมากที่สุด หากคนไข้ทากันแดดไม่ถึงปริมาณที่กำหนด (2 ข้อนิ้ว) หรือออกแดดจัดทันที รังสียูวีจะซ้ำเติมผิวที่กำลังอักเสบ ทำให้เกิดฝ้าได้ง่ายกว่าปกติหลายเท่าตัวเลยค่ะ
ดังนั้น ก่อนทำเลเซอร์หมอจึงมักจะตรวจสภาพผิวอย่างละเอียด ถ้าคนไข้ผิวบางหรือเป็นฝ้าง่าย หมอจะแนะนำให้ใช้เลเซอร์กลุ่ม Picosecond Laser ที่ปล่อยพลังงานเร็วและสั้นมากจนไม่เกิดความร้อนสะสม หรือปรับค่าพลังงานให้เหมาะสมเพื่อเลี่ยงผลข้างเคียงนี้ค่ะ

Step การรักษาฝ้าที่เหมาะกับผิวคนไทยและเอเชีย ต้องรักษาแบบค่อยเป็นค่อยไป
pie title (Treatment Hierarchy)
"1. การป้องกัน & ทายา (Foundation) : กันแดด, ยาทากลุ่ม Whitening" : 40
"2. ทรีตเมนต์ & ผลักวิตามิน (Mild) : การทำทรีตเมนต์ลดเม็ดสี" : 20
"3. เมโสรักษาฝ้า (Moderate) : ฉีดตัวยาลงในชั้นผิวโดยตรง" : 15
"4. เลเซอร์ (Intensive) : Picosecond / Q-Switched (ต้องระวังความร้อน)" : 15
"5. ยากิน (Systemic) : ควบคุมโดยแพทย์เฉพาะทาง" : 10
ผิวคนไทยไม่ควรใจร้อนค่ะ การเริ่มจากเบาไปหนักจะช่วยรักษาความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) และให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่าค่ะ
- ระดับพื้นฐาน (40%): เป็นหัวใจสำคัญที่สุดค่ะ คือ การป้องกันแสงแดด และ การทายารักษาฝ้า ที่ผ่านการรับรองจากแพทย์ ผิวคนไทยถ้าพื้นฐานการป้องกันไม่ดี ไปทำเลเซอร์ที่หนักที่สุดก็ไม่หายค่ะ
- ระดับเบา (20%): การทำทรีตเมนต์ผลักวิตามิน หรือการ Peel ผิวเบาๆ เพื่อช่วยผลัดเซลล์เม็ดสีที่อยู่ชั้นบนสุดออกอย่างอ่อนโยน
- ระดับปานกลาง (15%): Meso-melasma คือการใช้เข็มส่งตัวยาลดการสร้างเม็ดสีลงไปในชั้นผิวโดยตรง วิธีนี้ช่วยลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงจากความร้อน (แบบเลเซอร์) ได้ดีค่ะ
- ระดับเข้มข้น (15%): การใช้เลเซอร์ เช่น Picosecond Laser ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูง แต่ต้องทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญสูงมากเพื่อปรับค่าพลังงานไม่ให้ร้อนเกินไปจนฝ้าเข้มขึ้น
- ระดับเสริม (10%): การกินยารักษาฝ้า (เช่น Tranexamic acid) จะใช้ในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วยังไม่เห็นผลชัดเจน และต้องอยู่ในความดูแลของหมออย่างใกล้ชิดเพื่อเช็กผลข้างเคียงเรื่องการแข็งตัวของเลือดค่ะ

