ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ทำเลเซอร์หลุมสิว แต่ทำไมหน้ามีฝ้าเพิ่มขึ้น เกี่ยวกันไหม

การเกิดฝ้าหลังเลเซอร์หลุมสิวมี โอกาสเกิดขึ้นได้จริง แม้จะใช้นวัตกรรมหรือเครื่องเลเซอร์ รุ่นล่าสุดจากอเมริกา ที่โฆษณาว่าดีที่สุดก็ตามค่ะ เพราะต้องไม่ลืมว่า ทุกโปรแกรมการรักษามีผลข้างเคียง (Side Effects) แฝงอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่อง พลังงานความร้อนสะสม ที่อาจไปกระตุ้นเม็ดสีในคนไข้ที่มีพื้นฐานผิวไวต่อแสง ดังนั้น เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุดไม่ได้หมายความว่าเหมาะสมที่สุดเสมอไป สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเครื่องคือการให้ แพทย์ประเมินสภาพผิวและโรคประจำตัวอย่างละเอียด เพื่อเลือกค่าพลังงานและเครื่องมือที่ “เข้ากับผิวคนไข้” จริงๆ ควบคู่ไปกับการดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้หลุมสิวตื้นขึ้นโดยไม่ทิ้งรอยดำไว้เป็นของแถมค่ะ

แม้เครื่องเลเซอร์จะผ่านการรับรองจาก US-FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) แต่ใบรับรองนั้นหมายถึงความปลอดภัยในการใช้งาน ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ไม่ได้การันตีว่าจะไม่มีผลข้างเคียง 100% หากใช้ค่าพลังงานที่ไม่เหมาะสมกับผิวคนเอเชีย


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

D’ Prompt Glow X2 ฉีดลดฝ้า ดีกว่าทำเลเซอร์ไหม ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

ทำเลเซอร์หลุมสิวแล้วฝ้าขึ้น… เรื่องจริงหรือแค่บังเอิญคะ?

ต้องยอมรับก่อนนะคะว่า “มีความเกี่ยวข้องกันได้ค่ะ” แม้ว่าเป้าหมายของเลเซอร์หลุมสิวจะเน้นไปที่การทำลายพังผืดเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน แต่ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้าตามมาคือ “พลังงานความร้อน” ค่ะ

เลเซอร์ในกลุ่มรักษารอยหลุมสิว (เช่น Pico กลุ่มที่มีพลังงานสูง) จะส่งความร้อนลงไปใต้ผิวค่อนข้างลึก หากผิวของคนไข้มี พื้นฐานเป็นคนผิวเข้ม หรือ มีเม็ดสีที่ไวต่อแสงอยู่แล้ว ความร้อนที่มากเกินไปจะไปกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ให้ทำงานหนักผิดปกติ จนเกิดเป็นรอยดำที่เรียกว่า PIH (Post-Inflammatory Hyperpigmentation) หรือถ้าคนไข้มีเชื้อฝ้าอยู่เดิม ความร้อนนี้ก็อาจไป “ปลุก” ให้ฝ้าชัดเจนขึ้นได้นั่นเองค่ะ

ทำไมความร้อนถึง “ปลุก” ฝ้าให้ตื่นขึ้นมาได้?

เพื่อให้คนไข้เห็นภาพชัดเจน หมอขอเปรียบเทียบผิวเราเหมือน “เครื่องเตือนภัย” ค่ะ

  • เมื่อผิวได้รับความร้อนสูงจากเลเซอร์ ผิวจะเข้าใจว่า กำลังถูกทำร้าย
  • เครื่องเตือนภัย (เซลล์เม็ดสี) จึงรีบผลิต “เกราะป้องกัน” (ซึ่งก็คือเม็ดสีสีดำๆ) ออกมาปกคลุมผิวเพื่อลดความเสียหาย
  • ผลลัพธ์คือ: หลุมสิวอาจจะตื้นขึ้นจริง แต่เราก็ได้รอยดำหรือฝ้ามาเป็นของแถมแทนค่ะ

การดูแลตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้ “หลุมหายแต่ฝ้ามา”

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การดูแลผิวหลังเลเซอร์ (Post-Laser Care) ค่ะ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ผิวจะบอบบางและไวต่อแสงมากที่สุด หากคนไข้ทากันแดดไม่ถึงปริมาณที่กำหนด (2 ข้อนิ้ว) หรือออกแดดจัดทันที รังสียูวีจะซ้ำเติมผิวที่กำลังอักเสบ ทำให้เกิดฝ้าได้ง่ายกว่าปกติหลายเท่าตัวเลยค่ะ

ดังนั้น ก่อนทำเลเซอร์หมอจึงมักจะตรวจสภาพผิวอย่างละเอียด ถ้าคนไข้ผิวบางหรือเป็นฝ้าง่าย หมอจะแนะนำให้ใช้เลเซอร์กลุ่ม Picosecond Laser ที่ปล่อยพลังงานเร็วและสั้นมากจนไม่เกิดความร้อนสะสม หรือปรับค่าพลังงานให้เหมาะสมเพื่อเลี่ยงผลข้างเคียงนี้ค่ะ

Step การรักษาฝ้าที่เหมาะกับผิวคนไทยและเอเชีย ต้องรักษาแบบค่อยเป็นค่อยไป

pie title (Treatment Hierarchy)
    "1. การป้องกัน & ทายา (Foundation) : กันแดด, ยาทากลุ่ม Whitening" : 40
    "2. ทรีตเมนต์ & ผลักวิตามิน (Mild) : การทำทรีตเมนต์ลดเม็ดสี" : 20
    "3. เมโสรักษาฝ้า (Moderate) : ฉีดตัวยาลงในชั้นผิวโดยตรง" : 15
    "4. เลเซอร์ (Intensive) : Picosecond / Q-Switched (ต้องระวังความร้อน)" : 15
    "5. ยากิน (Systemic) : ควบคุมโดยแพทย์เฉพาะทาง" : 10

ผิวคนไทยไม่ควรใจร้อนค่ะ การเริ่มจากเบาไปหนักจะช่วยรักษาความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) และให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่าค่ะ

  1. ระดับพื้นฐาน (40%): เป็นหัวใจสำคัญที่สุดค่ะ คือ การป้องกันแสงแดด และ การทายารักษาฝ้า ที่ผ่านการรับรองจากแพทย์ ผิวคนไทยถ้าพื้นฐานการป้องกันไม่ดี ไปทำเลเซอร์ที่หนักที่สุดก็ไม่หายค่ะ
  2. ระดับเบา (20%): การทำทรีตเมนต์ผลักวิตามิน หรือการ Peel ผิวเบาๆ เพื่อช่วยผลัดเซลล์เม็ดสีที่อยู่ชั้นบนสุดออกอย่างอ่อนโยน
  3. ระดับปานกลาง (15%): Meso-melasma คือการใช้เข็มส่งตัวยาลดการสร้างเม็ดสีลงไปในชั้นผิวโดยตรง วิธีนี้ช่วยลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงจากความร้อน (แบบเลเซอร์) ได้ดีค่ะ
  4. ระดับเข้มข้น (15%): การใช้เลเซอร์ เช่น Picosecond Laser ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูง แต่ต้องทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญสูงมากเพื่อปรับค่าพลังงานไม่ให้ร้อนเกินไปจนฝ้าเข้มขึ้น
  5. ระดับเสริม (10%): การกินยารักษาฝ้า (เช่น Tranexamic acid) จะใช้ในกรณีที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วยังไม่เห็นผลชัดเจน และต้องอยู่ในความดูแลของหมออย่างใกล้ชิดเพื่อเช็กผลข้างเคียงเรื่องการแข็งตัวของเลือดค่ะ

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย